facebook-icon Twitter-icon

พระจันทร์ที่อ่อนโยนและงามสง่า แท้จริงแล้วซ่อนเร้นด้านที่เฉยชาไร้ใจ #จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม

จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.6 (2/2) [ เจ้าวาฬซ่อนใครไว้ในบทเพลงหวาน ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

ชื่อตอน : จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.6 (2/2) [ เจ้าวาฬซ่อนใครไว้ในบทเพลงหวาน ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

คำค้น : เจ้าวาฬ , YAOI , ธัญล่าฝัน , จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม , ความฝัน , พระอาทิตย์ , พระจันทร์ , ทะเล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.2k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2562 20:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.6 (2/2) [ เจ้าวาฬซ่อนใครไว้ในบทเพลงหวาน ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์
แบบอักษร




6

เจ้าวาฬซ่อนใครไว้ในบทเพลงหวาน

(ต่อจากตอนที่แล้ว)





ร่างเล็กเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆ พี่ อยากจะดุหัวใจตัวเองที่ไม่รักดี ถ้าจะเต้นให้เบาลงกว่านี้ก็คงจะไม่ลืมพระคุณ


พี่ไล้นิ้วไปตามเปียโนแล้วกดลงบนโน้ตบางตัวที่จำได้ กดตัวหนึ่งก็เงยหน้าขึ้นมองเจ้าวาฬทีหนึ่งราวกับต้องการคำตอบว่าโน้ตตัวนี้ถูกต้องหรือไม่ พอเจ้าวาฬพยักหน้า เขาก็เผลอยิ้มออกมา


ดวงตาของเขาพราวระยับเปล่งประกายความหมายที่เจ้าวาฬแปลไม่ออกว่ามันคืออะไร แต่กลับหลงใหลสีรัตติกาลนั้นเหลือเกิน


ต่างก็ปล่อยให้ช่วงเวลาดำเนินไปโดยไม่สนใจสิ่งใด ความรู้สึกที่เย็นลงเหมือนเปลวไฟโหมไหม้แต่ถูกดับได้ด้วยน้ำเพียงน้อยนิด พี่ละมือออกจากเปียโนและกระซิบเบาๆ ให้น้องตัวเล็กได้ยิน มันอาจจะเป็นเสียงที่ดังมาจากจิตใต้สำนึกขณะหลับฝัน แต่ตอนนี้ไม่ใช่ฝัน เชื่อเถอะว่าพี่พระจันทร์ยิ้มกำลังคุยกับเขาอยู่จริงๆ


“อยากฟังอีก”


ทิ้งไปจะดีเหรอ


พี่แค่บอกความต้องการของตัวเองเรียบๆ ที่เหลือก็แค่ให้น้องปีหนึ่งตัดสินใจว่าจะเล่นเพลงนั้นอีกครั้ง หรือจะปล่อยให้คำขอนั้นผ่านไปเหมือนลมที่เปลี่ยนทิศ ปลายนิ้วเรียวของเจ้าวาฬจึงจรดลงที่โน้ตตัวแรก


“ไม่เพราะ ไม่พิเศษเท่ามืออาชีพหรอกนะครับ”


ไล่ปลายนิ้วไปยังโน้ตตัวต่อไป จดจ่ออารมณ์ของตัวเองอยู่กับมัน โยกศีรษะตามบางครั้งที่เผลอ


“ทั้งที่ผมก็อยากให้มันพิเศษ แต่ก็ไม่รู้ว่าใส่ลงไปมากพอที่จะทำให้รู้สึกพิเศษได้หรือยัง”


กดมันลงไปเพื่อย้ำถึงความรู้สึกในยามที่เขียนเพลงนี้


ถ้าจะบอกว่าเจ้าของเพลงที่แท้จริงคือพี่พระจันทร์ยิ้มจะดูน้ำเน่าไปไหม ก็โน้ตทุกโน้ตที่เขียนออกมา มันคือทุกความรู้สึกที่หมายถึงพี่ทั้งหมดเลย


ระบายรอยยิ้มลงบนใบหน้า ผ่อนคลายลงเมื่อดึงความรู้สึกของตัวเองกลับมาได้เหมือนเดิม ก่อนจะรู้สึกว่าพระจันทร์โคจรเข้ามาใกล้โลกเกินไปหรือเปล่า แขนข้างหนึ่งพาดข้ามไหล่ของเจ้าวาฬมาวางลงที่โน้ตบางตัวแต่ไม่ได้กดลงไป


โอบเหรอ


อย่าเลย เอาอะไรมามั่นใจในตัวเองขนาดนั้น พี่แค่พักไหล่หรือเปล่าล่ะเจ้าวาฬ


“เก่ง”


คำที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคนฟังจนทำให้เจ้าวาฬต้องก้มหน้าลงเอาคางชิดอก ลอบยิ้มให้กับตัวเอง ต้องคีปลุคคนแอบรักเอาไว้ให้ลึกเพื่อให้ตัวเองรอดออกไปจากตรงนี้


พอร่างเล็กวางมือจากเปียโน พี่พระจันทร์ยิ้มก็กดมันลงไปต่อด้วยโน้ตที่ต่างออกไป ท่วงทำนองของมันเป็นเพลงใหม่ที่คุ้นหู รู้สึกเหมือนตัวเองเคยได้ฟังมันที่ไหนสักที่ พยายามนึกแค่ไหนก็นึกไม่ออก สุดท้ายเลยปล่อยความสงสัยให้ผ่านเลยตามเลย นั่งฟังเสียงเปียโนที่พี่เล่นอยู่ท่ามกลางคืนที่พระจันทร์ใกล้จะเต็มดวง


วงแขนยาวกำลังมอบท่วงทำนองไพเราะให้เจ้าผีเสื้อน้อยสยายปีกเข้ามาเริงร่ากับดอกไม้สีสวย เจ้าวาฬขยับตัวเองเข้าไปชิดพี่อีก เพื่อให้พี่กดเปียโนได้สะดวกทั้งที่แขนพาดไหล่เจ้าวาฬอยู่ มองเผินๆ จึงเหมือนปีหนึ่งกำลังจมลงไปกับแผงอกกว้างของผู้ที่อยู่เบื้องหลัง พอหลับตาลงซึมซับเอาความสุขเข้ามาซ่อมแซมส่วนสึกหรอของหัวใจและลืมตาขึ้นมามองพระจันทร์บนฟ้าอีกครั้ง ก็ต้องตั้งคำถามว่าความงดงามขนาดนี้ คือความจริงไม่ใช่ฝันแน่หรือ


แสงสลัวจากหลอดไฟ ดวงตาของสองคนที่มองออกไปบนฟ้าไกล วันที่แสงของดาวจางหาย มีเพียงแสงของพระจันทร์ที่ลอยเด่นขึ้นมา และอ้อมแขนของผู้ที่เป็นดั่งฝันของเจ้าวาฬเดียวดายในจักรวาลโหดร้าย ความอ่อนโยนกลายเป็นเกราะกำบังให้สู้กับคลื่นทะเลที่โหมคลั่ง...อีกครั้งแล้วคุณพระจันทร์...อีกครั้งที่คุณเก่งขนาดนี้


ท่วงทำนองที่เนิ่นนาน อ่อนหวานเหมือนน้ำตาลปั้นรูปเจ้าชายโอบกอดเจ้าหญิงบนหน้าเค้ก สวยงามราวกับเทพนิยาย เหลือเพียงแค่รองเท้าแก้วกับรถฟักทองมารอรับเขาเข้าไปในปราสาท นิทานเรื่องนี้ก็จะจบบริบูรณ์


เจ้าวาฬไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปค้นหาความจริงในดวงตาสีรัตติกาลนั้น ความจริงที่ว่าทำไมพี่ถึงเล่นเพลงนี้ให้เขาฟัง ก็แค่ฟัง...ฟังและยิ้มอย่างมีความสุขไปกับมัน


ยิ่งพอหลับตาลงและ (แอบ) เอาหัวพิงไหล่พี่เขาไว้ ปล่อยจิตวิญญาณของตัวเองให้ล่องลอยขึ้นไปตามแรงดึงดูดของห้วงจักรวาล ราวกับทำนองของเพลงนี้มอบจุมพิตแผ่วเบาให้กับเขา...จุมพิตที่ปลุกเจ้าหญิงให้ตื่นขึ้นมาจากนิทราอันยาวนาน บทเพลงที่เปลี่ยนคราบน้ำตาเป็นรอยยิ้มที่ระบายไปทั่วใบหน้า


สัมผัสบางเบาที่หน้าผากทำให้น้องตัวเล็กลืมตาขึ้นมาเพราะคิดว่าอาจจะมีแมลงปอบินมาเกาะบนใบหน้าของตัวเอง พอเอามือขึ้นปัดๆ ดูอย่างระวังก็ไม่เห็นเจออะไร เลยเดาไปว่าคงเป็นผมหน้าม้าของตัวเองที่ปลิวตอนโดนลมพัด


เพลงจบลงพอดี พี่จึงเอาแขนที่พาดไหล่ออกปล่อยให้ปีหนึ่งนั่งในท่าสบายๆ เจ้าวาฬปรบมือให้เบาๆ พร้อมกับให้รอยยิ้มกว้างแทนคำชมว่าบทเพลงนั้นไพเราะจับใจ ครั้นจะขอให้พี่ร้องเนื้อให้ฟังหน่อยก็กลัวว่าจะเป็นวาฬตัวแรกที่โดนพระจันทร์เตะลอยออกไปนอกโลก...ก็พี่เคยบอกแล้วนี่ว่าร้องเพลงเพี้ยนเหมือนกัน


น้องเลยเลือกที่จะสบตากับร่างสูง มอบความรู้สึกชื่นชมผ่านสายตาแทน พี่จ้องตอบและระบายรอยยิ้มมุมปากจนฝนหยุดตกในหัวใจ อยากจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดและบอกว่าชอบพี่ดังๆ ออกไป...


“ชอบ” แต่พี่ดันพูดมันออกมาก่อน


เดือนคณะวิทย์ฯ พยักหน้า พี่คงหมายถึงเพลงเมื่อกี้...เจ้าวาฬก็ชอบเหมือนกัน


ปีสี่กระแอมเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้องเลยลุกและเดินตามแผ่นหลังกว้างออกมา เป็นพี่เองที่ต้องเดินไปที่ห้องคุมไฟเพื่อปิดไฟทุกดวงในสนามที่ไม่เหลือใครจนมืดสนิท ก่อนจะบอกคนข้างหลังเบาๆ ว่าจับชายเสื้อพี่เอาไว้นะ ค่อยๆ เดินตามมา ระวังล้ม


เจ้าวาฬขอโทษขอโพยเพื่อนรักเวสป้าอยู่ในใจ หวังว่าน้องบัวลอยจะเข้าใจว่าโอกาสแบบ ‘ดึกแล้ว ไม่ให้กลับเอง’ ไม่ได้มีมาบ่อยๆ ก็แล้วกัน


พรุ่งนี้จะรีบนั่งวินมารับแต่เช้าเลย


ระยะทางจากสนามกีฬากลางไปถึงคอนโดฯ ไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกล กระนั้นเจ้าวาฬก็ยังภาวนาร้องขอต่อพระผู้เป็นเจ้าอยู่ในใจให้ช่วยยืดช่วงเวลาฝันดีแบบนี้ต่อไปอีกหน่อย อยากให้ยาวออกไปเท่าระยะห่างจากของทะเลถึงแกนพระจันทร์ หรือไม่ก็แปลงร่างเจ้าวาฬให้เป็นพลูโตเลยก็ได้ ขอแค่ให้ระยะทางมันยืดยาวและได้นั่งข้างๆ พี่ต่อไปนานๆ จนถึงเช้า


ความคิดโง่ๆ จนต้องแค่นยิ้มออกมา


มือเรียวกดพิมพ์ข้อความลงไปในสมุดบันทึกของโทรศัพท์ เพื่อที่พอถึงห้องจะได้ก็อปปี้ลงกระทู้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ถึงหน้าคอนโดฯ แล้ว


คำร้องขอยืดระยะทางไม่เป็นผล


เจ้าตัวน้อยค่อยๆ ปลดเข็มขัดนิรภัยออกอย่างอ้อยอิ่ง เป็นโลกที่บังคับตัวเองให้หมุนช้าลงเพราะกลัวว่าพระจันทร์จะจากไปในตอนเช้า แต่มันก็แค่ปลดเข็มขัดนี่นะ จะดึงเวลาได้นานแค่ไหนกัน เพราะสุดท้ายเขาก็ต้องลงจากรถมายืนขอบคุณพี่พระจันทร์ยิ้มที่ขับรถมาส่งอยู่ดี


“ขอบคุณนะครับ แล้วก็กลับดีๆ นะครับพี่”


โบกมือลาอย่างแสนเสียดาย ก่อนจะถอยหลังกลับมาและเดินเข้ามายิ้มทักทายให้กับลุงยามที่เตรียมจะเดินมาแตะคีย์การ์ดเปิดประตูให้คุณหนูลูกเจ้าของคอนโดฯ ความรู้สึกแปลกๆ ทำให้ร่างเล็กต้องหันมามองที่ถนน รถหรูสีขาวยังไม่ได้เคลื่อนที่จากไปไหน ขณะเดียวกันกลับลดกระจกลงและเผยใบหน้าทรงเสน่ห์ของผู้ที่อยู่ด้านหลังพวงมาลัยให้เห็น


“เจ้าวาฬครับ”

เสียงเรียกนั้นทำเอาเจ้าของชื่อแทบสำลักน้ำลาย ไม่ได้หูฝาดจริงๆ นะเว้ย พี่พระจันทร์ยิ้มเรียกชื่อเจ้าวาฬเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกัน นี่มันบ้าไปแล้ว เหมือนหัวใจถูกอัดแก๊สฮีเลียมจนเบาหวิว เหมือนว่าทั้งจักรวาลมีแค่วาฬหนึ่งตัวกับพระจันทร์หนึ่งดวงแค่นั้นเลย


ไม่มีดาว ไม่มีพระอาทิตย์ ไม่มีก้อนเมฆ ไม่มีแม้กระทั่งลุงยาม...


“เพลงนั้นน่ะ”


“...”


“ใส่ไข่เพิ่มหมูแล้ว”


“...”


“พี่ชอบ”


“...”


พี่ชอบ พี่ชอบ พี่ชอบ พี่ชอบ พี่ชอบ พี่ชอบ

ลาก่อนโลกนี้!


ร่างบางยืนยิ้ม เอาหัวโขกประตูคอนโดฯ เบาๆ มาสิบนาทีแล้ว แม้จะไม่รู้ว่าไข่กับหมูมาเกี่ยวอะไรกับเพลงก็ช่างมันเถอะ พี่คงหิวโจ๊กรอบดึกเพราะทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน


หมดแรงจะก้าวเดินแม้ว่ารถคันนั้นจะจากไปนานจนเหลือทิ้งไว้แต่สายตาที่มีแต่ความงุนงงของลุงยาม ร่างเล็กยังคงปล่อยให้ตัวเองยืนพิงประตู อ่านคอมเมนต์มากมายที่เด้งขึ้นมาตอบกลับ ความรู้สึกของเขาวันนี้ก็เหมือน...โหลลูกกวาด มีทั้งสีดำ สีขาว สีแดงเขียวฟ้าน้ำเงินม่วง และชมพู

มีทั้งรสที่เราชอบและไม่ชอบ แต่พอชั่งน้ำหนักแล้วเจ้าวาฬกลับรักวันนี้มากกว่าที่จะอยากให้มันถูกลบหายไปจากความทรงจำ สายตากวาดดูความคิดเห็นที่มอบกำลังใจให้และแนะนำวิธีต่างๆ ในการบอกชอบแบบเนียนๆ เผลอยิ้มและหัวเราะออกมาอยู่หลายที บางครั้งความเห็นชาวเน็ตก็ตลกแบบนี้แหละ คิดได้ยังไงจะให้ไปบอกพี่เขาตรงๆ ใครกล้าก็บ้าแล้ว


มันเรียกว่าเนียนตรงไหนเล่า


สมาชิกหมายเลข 3601807 เราเคยปลูกดอกไม้แล้วก็เอาไปให้คนที่เราชอบค่ะ สรุปแมวเค้ามากัดกินหมด คือจะแนะนำว่าถ้าจะปลูกต้นไม้เอาไปจีบคนที่ชอบ แนะนำเป็นกระบองเพชรค่ะ

สมาชิกหมายเลข 775604 ตามกระทู้นี้มานาน จขกท.ดูสดใสขึ้นเยอะนะครับ นับตั้งแต่แรก อยากเจอตัวจริงจังเลย

CrescentMoon เพลงลูกอม[1] หรือเปล่าครับ


หืม


ปกติเจ้าวาฬไม่ฟังเพลงที่มีเนื้อร้องหรือเพลงที่แปลความหมายของเนื้อออก ขนาดเพลงที่แต่งไปแข่งยังให้ลิซ่าเขียนเนื้อ เพราะพี่หมอให้ระวังว่าข้อความในเพลงจะเป็นกรอบชักนำความคิดของเราให้ดิ่งลง แต่ฟังจากชื่อเพลงทำไมมันน่าหยิกจังเลย เพลงลูกอม คนเขียนต้องมีจินตนาการดีขนาดไหนถึงคิดอะไรน่ารักๆ ขนาดนี้ได้


นิ้วเรียวทาบลงไปที่เครื่องสแกนนิ้วและเดินเข้ามาข้างใน กดลิฟต์ก่อนจะเสียบหูฟังและเปิดชื่อเพลงในแอปฯ สีแดง เสี่ยงฟังมันดูสักที ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นเพลงที่เขากำลังให้คนในกระทู้ช่วยกันตามหา


เชื่อไหมว่าบางทีน่ะ รอยยิ้มมันก็อยู่ตรงหน้าให้เราคว้าไว้ได้ง่ายๆ นี่เอง แค่โน้ตตัวแรกขึ้นมาเจ้าวาฬก็จำได้แล้ว เพราะมันดังอยู่ในใจตลอดตั้งแต่ที่อยู่ในสนาม


CrescentMoon คือใคร...ทำไมถึงมาได้ตรงเวลาอย่างกับรู้ใจขนาดนี้


ความสุขบดบังความสงสัยใดๆ ให้จางหายไป เพราะเนื้อเพลงมันน่ารักจนทำให้น้องต้องทิ้งตัวลงนอนแผ่กับเตียง ม้วนตัวเองลงในผ้าห่มสีน้ำทะเลและฟังมันวนไปวนมาซ้ำๆ หนักเข้าก็ตัดท่อนฮุกมาทำริงโทนเสียเลย พี่จะเล่นเพลงนี้ให้ฟังด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างเถอะ แต่ครั้งต่อไปที่ได้ยินเพลงนี้จากที่ไหน มันก็จะไม่เหมือนเดิมเพราะเจ้าวาฬได้ซ่อนใครผู้มีอิทธิพลต่อหัวใจเอาไว้ในเพลงเสียแล้ว


บ้าที่สุด


เพลงมันฉลาด หรือหัวใจเราบอบบางก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ตอนนี้เจ้าวาฬรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยฟุ้งอยู่ในความฝันที่อยากพังนาฬิกาปลุกทั้งโลกไม่ให้ทำงาน ขอบคุณผู้ตอบกระทู้ที่ไขปริศนาให้เจ้าวาฬก่อนนอน ให้เพลงลูกอมโอบกอดเจ้าวาฬด้วยความอบอุ่นของความหมาย เหมือนคำสัญญาว่าเราจะลอยข้ามฟ้าท่ามกลางหมู่ดาวไปด้วยกัน หรือต่อให้โลกจะสลายในวันพรุ่งนี้ พระจันทร์ก็จะอยู่เป็นกำลังใจให้เจ้าวาฬน้อยในทะเลตลอดไป


ว.52

มีคนบอกผมอยู่เสมอว่าเรามักจะมีใครบางคนอยู่ในเพลงบางเพลงที่เราฟัง และเราเองก็เป็นใครบางคนอยู่ในเพลงที่คนอื่นฟังเหมือนกัน วันนี้ผมได้ค้นพบว่าการที่เราซ่อนใครสักคนเอาไว้ในเพลง ปิดบังความรู้สึกเอาไว้ด้วยตัวอักษรที่มีความหมาย มันก็เป็นความโรแมนติกอย่างหนึ่งมนุษย์สรรค์สร้างมันขึ้นมาแทนสีที่ระบายหัวใจของผู้ฟังให้สดใส ขอบคุณตัวเองวันนี้ที่เลือกจะก้าวผ่านม่านดำนั้นเข้าไป เพื่อให้ได้พบกับเสียงดนตรีที่บรรเลงดังลงมาจนทะลุสู่ใจกลางของท้องทะเลลึกอีกครั้ง ปลุกเจ้าวาฬที่หลับใหลในฝันร้ายให้ตื่นขึ้นมาแหวกว่ายไปกับสายน้ำเย็นฉ่ำ ด้วยอำนาจของแรงดึงดูดที่มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้




...คุณพระจันทร์ผู้ที่สว่างไสวอยู่บนฟ้า...

บนท้องฟ้า...ที่เป็นสีฟ้า

คุณของผม :)




TBC



ความคิดเห็น