email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 3 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2563 21:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 3 {100%}
แบบอักษร

 

 

 

“นินาว” หลังจากทำธุระเสร็จฉันก็เดินออกมาก่อนจะได้ยินเสียงคนเรียกและเสียงก็คุ้นมากๆฉันจึงหันไปตามเสียงที่เรียกก็เจอกับ 

“อ้าว ฟิล์ม” ฟิล์มคือแฟนเก่าของฉันเองคะ และเป็นคนที่ฟิวเจอร์เกลียด ถึงแม้ว่าเราจะเลิกกันไปแล้วแต่เราสองคนก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีกัน 

“นินาวสบายดีไหม” ฟิล์มเดินเข้ามาหาก่อนจะถามฉันขึ้น ฉันจึงยิ้มให้เขา เพราะเราไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่เลิกกันไป และมันก็นานมากแล้ว เกือบสองปีแล้วมั้ง ถึงจะเรียนคณะเดียวกันก็ตาม 

“อืม นาวสบายดี ฟิล์มหละ” 

“สบายดีเหมือนกัน เราสองคนไม่ได้เจอกันนานมากแล้วนะ ตั้งแต่เลิกกันไป” ฉันพยักหน้าเห็นด้วยกันเขา 

“นาวยุ่งๆเกี่ยวกับโปรเจ็คหนะ” 

“ ครับ แล้วนี่นินาวมากับใครหรอ” ฟิล์มมองไปรอบๆร้าน 

“นาวมากับอาร์ค แฟรงค์แล้วก็เมลหนะ ไปหาพวกมันกับนาวไหม มันบ่นคิดถึงฟิล์มด้วย” 

“ไปดิ” เขายิ้มให้ก่อนตอบฉัน จากนั้นเราก็เดินกลับไปที่โต๊ะ ไอ้เพื่อนปากหมาจะพูดเสียงดัง ทันทีที่เจอฉันมากับผู้ชาย จนคนแถวๆนั้นมองมาที่โต๊ะ เพราะเสียงดังกันเหลือเกิน 

“อ้าว ไหนบอกว่าจะไปเข้าห้องน้ำแปบเดียวไง นี่ไปลากผู้ชายมาด้วยเฉยเลย แรดไม่เบานะเรา”  ฉันยกมือฟาดหลังมันอย่างแรง กับคำที่มันพูดออกมา ส่วนฟิล์มก็ยืนยิ้มให้กับพวกมันสามคน เพราะเคยรู้จักจากการที่ไปกินเหล้าด้วยกันบ่อยๆสมัยปีสอง 

“ไอ้อาร์คปากเสีย แรดที่ไหนจะสวยแบบนี้ย่ะ  นี่ฟิล์มไง จำกันไม่ได้หรือไง” 

“ไอ้ฟิล์มแฟนเก่าแกหนะหรอ” มันย้ำเหมือนกับต้องการความชัดเจนอีกครั้ง และฉันก็รู้แล้วว่าที่มันว่าฉันเพราะอะไร มันเมาแล้วไง หน้านี่แดง ตัวแดงไปหมดแล้ว 

“อืม เมาแล้วพอเลยพวกแกหนะ” 

“หวัดดี อาร์ค แฟรงค์ เมล ไม่เจอกันนานเลย” 

“เออ หวัดดีว่ะ นานมากมึง มาๆ มากินเหล้ากันดีกว่า นั่งๆๆ นั่งข้างไอ้นาวนั่นแหละ” ไอ้อาร์คชวนฟิล์มนั่งด้วย เราทั้งห้าคนก็นั่งคุยกันอยู่สักพักก่อนที่จะพากันอิ่มและเมาไปมากกว่านี้ 

“งั้นฟิล์มไปก่อนนะ” 

“จ๊ะ มีอะไรหรือเปล่า ทำไมฟิล์มมองหน้านาวแปลกๆ”  ฟิล์มหันหลังกำลังจะเดินออกไปแต่ก็หันกลับมาหาฉันเหมือนมีเรื่องจะถามฉัน 

“เอ่อคือว่า นาวยังใช้เบอร์เดิมอยู่ใช่ไหม” เขาเอ่ยถามด้วยอาการเหมือนกับเขิน มือนี่ถูหลังคอแก้เก้ออีกต่างหาก 

“อืม นาวก็ใช้เบอร์เดิมนั่นแหละไม่ได้เปลี่ยนหรอก มีอะไรหรือเปล่า” พอได้ยินฉันพูดจบฟิล์มก็ยิ้มอย่างเก็บอาการไม่อยู่ มันต้องดีใจขนาดนั้นเลยหรอ ฉันงง 

“เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอกครับ งั้นเรากลับก่อนนะไว้เจอกันที่คณะ ” 

“บ๊าย บาย กลับๆดีนะค่ะ” 

“แหมๆ มีเดินออกมาส่งกันที่หน้าร้านซะด้วย” เมลมันเดินมาตอนไหนเนี่ย 

“ส่งบ้าบออะไรหละ ก็จ่ายเงินเสร็จตั้งนานแล้ว พวกแกไม่ออกมาสักทีฉันเลยเดินออกมาพร้อมฟิล์มก่อนเฉยๆ” 

“ครับๆ เชื่อแล้วครับ พวกผมออกมาช้าเองแหละ ป่ะกลับกันได้แล้ว เดี๋ยวพ่อทูลหัวแกจะมากินหัวพวกฉันอีกถ้าไปส่งแกดึกอ่ะ ถ้าจะสั่งขนาดนั้นน่าจะมารับเองเลยดีกว่า” แฟรงค์พูดด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้ 

“เขาไม่กินหัวพวกแกหรอก เขาไม่ว่าง และฉันก็กลับมาเองตลอด ไม่อยากรบกวนเขาหรอก” ฉันพูดแก้ตัวให้เขา เพราะไม่อยากให้ใครมองเขาว่าเป็นแฟนที่ไม่ดี 

“แต่หัวกินหางกินกลางตลอดตัวกับแกก็ไม่แน่ใช่ม๊า” คราวนี้เป็นไอ้อาร์คพูดโยงเข้าเรื่องใต้สะดือ เพราะเป้นงานถนัดนักหละ 

“หยุดพูดเลยนะพวกแก กลับกันได้แล้ว” พูดจบพวกมันก็หัวเราะออกมาที่เห็นท่าทีของฉัน ฉันมาถึงที่ห้องก็ต้องมีบางอย่างที่ทำให้แปลกใจอีก เพราะอะไรหนะหรอก็ฟิวเจอร์อยู่ที่ห้องหนะสิ ธรรมดาตอนนี้ก็คงอยู่ที่ผับที่ไหนสักแห่งพร้อมกับไปหาผู้หญิงแล้วยังไงหละ แปลกจริงๆ 

“สวัสดีนินาว วันนี้ขอยืมห้องเชียร์บอลหน่อยนะ” ทามม์ยิ้มหน่อยๆพร้อมกับพูดทักขึ้นทันทีหลังจากเห็นฉันเดินเข้ามาในห้อง ตอนนี้ในห้องมีฉัน ฟิวเจอร์แล้วเพื่อนเขาอีกสองคนคือทามม์กับโฟสส์ และฉันกับเขาก็ยังไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้นมา มันเหมือนมันไม่เหมือนเดิมในความคิดฉันนะเขาเหมือนแปลกไปจากเดิมด้วย ไม่รู้สาเหตุมันเกิดมาจากไหนหรือจากใครกันแน่ 

“ตามสบายเลยทามม์ เพราะนี่ไม่ใช่ห้องนาว เจ้าของห้องเขาก็นั่งอยู่ข้างทามม์นั่นแหละ” ฉันหันไปบอกทามม์ ยิ้มให้แล้วก็เดินเข้าไปในห้องเพื่อที่จะอาบน้ำนอน วันนี้ทำไมรู้สึกเหนื่อยง่ายก็ไม่รู้ 

“เอ่อ” ทามม์ทำหน้าคล้ายกับมองออกว่าฉันกับเพื่อนของเขามีเรื่องผิดใจกัน ก็คงไม่แปลกหรอกที่เพื่อนเขาจะดูออก เพราะมันเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ถึงจะอยู่ห้องเดียวกันก็ไม่ค่อยมีเวลาตรงกันทั้งๆที่ตารางเรียนของเรานั้นเหมือนกันหมด 

“นาวขอตัวนะ วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ส่วนกับแกล้มอยู่ในตู้เย็นนะหยิบได้ตามสบาย” ฉันแจงให้เพื่อนเขาทราบแล้ว กำลังหมุนตัวจะเดินไปห้องนอน แต่แล้วก็มีเสียงที่ฉันยังไม่อยากได้ยินมากที่สุดตอนนี้ พูดขึ้นดักไว้ 

“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น มานั่งนี่” ฉันเลือกที่ไม่พูด พอพูดก็ว่าเถียงก็ว่าไม่ยอมฟัง หาว่าฉันดื้ออย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งๆที่ความจริงนั้นอ่ะใครกันแน่ที่ไม่ฟังกันเลย 

“นินาว อย่าให้ต้องลุกไปตามนะ บอกครั้งเดียวแล้วให้มันรู้เรื่อง อย่าดื้อให้มันมาก!” เขาว่าฉันดื้อเนี้ยนะ เฮอะ กล้าพูดมาได้ ไม่ดูตัวเองเอาซะเลย 

“จะให้ไปนั่งดูด้วยทำไม ฉันเหนื่อยอยากนอนพักแล้ว” ฉันบอกเขาเสียงอ่อยๆ อย่าให้เขาเห็นใจฉันบ้างจะให้ฉันตามใจเขาตลอดมันก็คงไม่ได้หรอก 

“อย่าเรื่องมาก อยากนอนก็มานอนตรงนี้ บอลจบค่อยเข้าไปนอนพร้อมกัน” ฟิวเจอร์มองมาทางฉันแถมด้วยสายตาบังคับอีกแล้ว เฮ้อ อยากต่อต้านเขานะสุดท้ายฉันก็ต้องไปนั่งข้างเขาและดูบอลกับเขาด้วยอยู่ดี 

“โห แม่ง ทำไมไม่ให้ใบเหลืองว่ะ” โฟสส์สบถออกมาอย่างหัวเสีย หลังจากเกมส์การแข็งขันกำลังเมามันส์ในช่วงยี่สิบนาทีสุดท้าย ฉันก็เป็นอีกคนที่ชอบดูบอลนะ ชอบดูกีฬา 

“ไม่ให้ใบเหลือง แต่ก็ยังดีนี่ที่ทีมได้ฟรีคิ๊กอยู่”  ทามม์บอกกับโฟสส์ มีแต่ฟิวเจอร์เท่านั่นแหละไม่ยอมพูดอะไรกับเพื่อนแถมยังนั่งกอดเอว โอบไหล่ไม่ยอมห่าง กลัวฉันหายหรือไงกัน แต่ก่อนไม่เคยจะเป็นแบบนี้ แต่ทำไมเดี๋ยวถึงเปลี่ยนไปได้ เพราะเหตุผลอะไรกันแน่นะ 

“ฟิวเจอร์ ปล่อยก่อนนาวจะไปรับโทรศัพท์” ฉันหันไปบอกเขาที่เอาแต่นั่งนิ่ง และฉันได้ยินเสียงมันมานานแล้ว ครืด ครืด ครืด โทรศัพท์เครื่องบางของฉันสั่นอีกครั้ง เลยหยิบขึ้นมาดูแต่มันกลับขึ้นเพียงแค่เบอร์โทรศัพท์แปลกที่โทรเข้ามา ใครกันที่โทรมาตอนนี้ 

“ใครโทรมา” คิ้วก็ขมวดจนมันจะติดกันอยู่แล้ว แถมน้ำเสียงยังชวนฉันเสียวสันหลังอีกต่างหาก 

“ไม่รู้ ปล่อยก่อนจะไปรับโทรศัพท์” ฉันพยายามแกะมือเขาให้ออกจากร่างกายฉัน แต่มันกลับยากเหลือเกิน รัดมาได้คนนะไม่ใช่งูเหลือม 

“ไม่ต้องไป” เขาพูดทั้งที่ไม่ละสายตาจากทีวีที่ตอนนี้ฟุตบอลในสนามกำลังเตะกันอย่างสนุก จะดูบอลก็ดูไปไม่ได้หรือไงกัน ฮึย 

“จะบ้าหรือไง เผื่อเขาโทรมามีเรื่องสำคัญไง ” ฟิวเจอร์ถอนหายใจแต่ก็ยอมปล่อยฉันให้ไปรับโทรศัพท์ในห้องนอน เบอร์ไม่คุ้นเลย ใครนะ 

“สวัสดีค่ะ” ฉันกรอกเสียงลงไป 

(นินาว) หืม เสียงนี้มันคุ้นๆนะ เอะเสียงนี้มันเสียง 

“ฟิล์มหรอ” 

(อืม ฟิล์มเอง ฟิล์มได้โทรไปกวนอะไรนินาวไหมครับ) 

“ไม่หรอก ว่าแต่ฟิล์มมีไรหรอ ทำไมถึงได้โทรหานาวอ่ะ” 

(โทรไปเล่นด้วยเฉยๆ หรือโทรหาไม่ได้) 

“บ้าหรอ ทำไมจะไม่ได้” ฉันยืนคุยโทรศัพท์อยู่นานเลยทีเดียว ทำไมอยู่ๆเหมือนมีอะไรมายืนอยู่ข้างหลังเลย พอหันหลังไปก็เจอฟิวเจอร์ยืนกอดอกตรงประตูห้องนอนพร้อมกับมีสายตามองมาที่ฉันอย่างหาเรื่อง 

“แค่นี้ก่อนนะฟิล์มนาวง่วงนอนแล้ว ฝันดีค่ะ”  ฉันวางสายเสร็จก็หันไปสบสายตากับกับฟิวเจอร์ก่อนจะละสายตาแล้วหันกลับห้องไป เพราะอีกไม่นานเขาจะพูดขึ้นแน่ๆ 

“ฮึ ดีเนอะ ผัวยืนหัวโด่อยู่นี่ไม่สนใจ กลับยืนคุยอยู่กับผู้ชายคนอื่นหน้าตาเฉย” นั่นไง เป็นอย่างที่ฉันบอกไหมหละทุกคน 

“………….” ฉันเลือกที่จะเงียบไม่ตอบโต้เขา 

“อย่ามากวนโมโหนะนินาว!” อยู่ๆก็ตะโกนใส่หน้าฉัน เขาบ้าไปแล้วหรือไงกัน 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว