จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เกียรติยศหรือความรัก

ชื่อตอน : เกียรติยศหรือความรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 97

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2562 16:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เกียรติยศหรือความรัก
แบบอักษร


จินดาพิสุทธิ์หรือริต้าสูดลมหายใจ..

ในขณะที่เจ้าชายอนันตรัยแห่งตำหนักชิงพลบแคว้นสนธยา..ก็ขยับร่าง..

หมัดรุ้งสนธยาเป็นวิชาหมัดที่ร้ายกาจของแคว้นสนธยา..ไม่ว่าจะวังสนธยาหรือตำหนักชิงพลบ..ต่างก็มีแนวทางวิชาของหมัดไว้ฝึกฝน..

เมื่อใช้สองชายแพรแห่งทางช้างเผือก..หมัดรุ้งสนธยายิ่งมีอำนาจเพิ่มพูน..เพราะเท่ากับมีมือและหมัดเพิ่มอีกสองข้าง..ทำให้เพลงหมัดสร้างการโจมตีที่ปั่นป่วนวุ่นวายใจได้ดีนัก..

เจ้าชายอนันตรัยบุกเข้ามาก่อน..ในขณะที่เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์รับหมัดระยะประชิดไว้..

ก่อนจะต่อยสวนด้วยวิชาหมัดสูญญตาที่ต่อยได้ในระยะประชิดสั้น...

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของจินดาพิสุทธิ์..ก็รับแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของเจ้าชายอนันตรัยไว้..

เจ้าชายอนันตรัยขมวดคิ้ว..เห็นท่าหมัดของอีกฝ่ายรวดเร็ว..สามารถต่อยได้ในระยะสั้น..จึงมีวิธีการโจมตีที่รวดเร็วกว่าหมัดทั่วไป..

หมัดรุ้งสนธยาเน้นหนักท่าร่างหลอกล่อพลิกแพลงแพรวพราว..เหมือนกับมายาที่คล้ายจริงคล้ายเท็จ..แต่หมัดสูญญตาตั้งรับด้วยความว่าง..โจมตีระยะประชิด..เร็วและหนักหน่วงจนทำลายมายาทั้งหลายได้อย่างไม่ยากเย็นนัก..

หมัดของเจ้าชายอนันตรัยคล้ายจะต่อยใส่ใบหน้าเจ้าหญิงแห่งจันทรา..แต่ท่าต่อยที่ต่อเนื่องของจินดาพิสุทธิ์..ทำให้หมัดที่จะต่อยใส่ใบหน้ากลับหายวับไป..

ในขณะที่แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกก็ปะทะกันด้วยหมัดสุดยอดของทั้งสองภพเช่นกัน..

เสียงฉาด..หมัดสูญญตาของจินดาพิสุทธิ์ต่อยใส่หน้าอกของอีกฝ่าย..

แต่หมัดของอนันตรัยก็ต่อยใส่จินดาพิสุทธิ์เช่นกัน..

ต่างคนต่างผงะถอย..

อนันตรัยยิ้มเล็กน้อย..แม้ว่าเขาต่อยถึงทีหลัง..แต่นั่นเป็นเจตนาของเขา..

จินดาพิสุทธิ์เม้มปาก..

ความคงทนของร่างกายผู้หญิงสู้ผู้ชายไม่ได้..แลกต่อยกันคนละหมัด..ไม่ว่าอย่างไร..เจ้าหญิงแห่งจันทราก็เสียเปรียบ..

ให้ตาย..นี่คิดอะไรแบบนี้ด้วยหรือ..

ยอมให้ต่อยก่อนหนึ่งหมัด..เพื่อจะได้หาจังหวะต่อยกลับหนึ่งหมัดเช่นกัน..

เสี้ยวหนึ่งของจิต..จินดาพิสุทธิ์สบตากับแคท..นายแม่ตึกแดงของเธอ..

แคทหัวเราะเบา ๆ ..

“..สู้กับผู้ชายที่คิดเอาเปรียบผู้หญิง..นายแม่เจอมามากแล้วนะริต้า..”

ก่อนจะวาดเท้า..เตะออกไป..

จินดาพิสุทธิ์ฉุกคิด..

“..เพลงเท้าม่านเมฆ..”

“..ท่าเตะที่เหมือนม่านคุ้มภัย..เพื่อจะได้ใช้หมัดสูญญตาโจมตี..จิตส่วนลึกของลูกน่าจะรับรู้มาแล้วนะ..”

ท่าเตะม่านเมฆ..จะว่าไปก็คือท่าเตะของหมัดสูญญตา..

ถ้าหากจะสอนหมัดสูญญตาแล้ว..สิ่งที่ไม่อาจทอดทิ้งคือ..ท่าเตะม่านเมฆ..และท้ายสุด..ปรมาจารย์สำนัก..ก็พัฒนาขึ้นมาเป็นเอกเทศ..เป็นท่าเตะที่เหมือนจะมีความแตกต่าง..แต่แท้จริงมาจากรากเดียวกัน..

แว่บนั้น..จิตส่วนน้ำไหลใต้น้ำนิ่งได้เปิดออก..แคทก็เคยสอนท่าเตะนี้ให้ลูกศิษย์..และริต้าก็เคยฟังคำสอนมาเหมือนกัน..

จินดาพิสุทธิ์พลันยกขางอเข่า..หมัดสองข้างเป็นท่าต่อสู้ของหมัดสูญญตา..

เจ้าชายอนันตรัยขมวดคิ้ว..รู้สึกว่า..เจ้าหญิงแห่งจันทรา..เหมือนมีอะไรที่นอกเหนือความคาดหมายอยู่เรื่อย ๆ ..

ตัวเองขยับเข้าหา..และทั้งสองหมัดสองชายแพรรุกใส่ด้วยหมัดรุ้งสนธยาอีกครั้ง...

จินดาพิสุทธิ์วาดขาที่ตั้งขึ้น..

จิตส่วนหนึ่งติดต่อกับแคท..

และแคทก็พร่ำสอนอีก..

“..แม้ว่าจะเป็นท่าเตะม่านเมฆ..แต่หลักการใช้ความว่างเป็นพลังก็ยังคงเดิม..เพียงแต่..ปรับจากหมัดเป็นเท้าเท่านั้น..และเท้าของเรา..ต้องดีดออกด้วยความว่างแห่งสูญญตา..”

จินดาพิสุทธิ์เบี่ยงร่าง..ดีดเท้าออกด้วยหลักการแห่งความว่างของสูญญตา...

เท้าของเจ้าหญิงแห่งจันทรากระทบถูกบั้นเอวของอีกฝ่าย..

แต่แล้วก็ซอยดีดออก..

ท่าเตะที่ราวกับม่านที่มองไม่เห็น..อีกฝ่ายไม่สามารถเข้าประชิดตัวได้..

ครั้นจะเตะสวน..เท้าก็ดีดสะกัดในจุดที่ทำให้อีกฝ่ายยกขาไม่ได้..

มือลดต่ำจะสยบเท้า..แต่จินดาพิสุทธิ์กลับต่อยออกด้วยหมัดสูญญตา..

เจ้าชายอนันตรัยถึงกับสะท้านร่าง..ผงะออก..

พริบตานั้น..หมัดทั้งสอง..ชายแพรทั้งสอง..เท้าทั้งสอง..กลับตามติดไม่ให้ตั้งตัว...

การต่อสู้ที่ทำให้จิตของแคทซึ่งฝึกสอนอยู่..ถึงกับตะลึง..เพราะนี่เป็นหมัดสูญญตากับเท้าม่านเมฆที่แม้แต่ปรมาจารย์อย่างเธอยังไม่เคยเห็นมาก่อน..

จินดาพิสุทธิ์ช่างดูคล้ายเจ้าแม่กวนอิมปางพันมือ..หรือองค์ทุรคากาลีที่มีหัตถ์มากมาย..จัดการกับอสูรร้าย..

เจ้าชายอนันตรัยไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน..

ร่างถูกเตะต่อยจนกระเด็นไปด้านหลัง..เสียหลักล้มลง

ครั้นเมื่อพยายามลุกขึ้น..ก็เห็นจินดาพิสุทธิ์ในท่าเตรียมต่อสู้ด้วยหมัดสูญญตาและท่าเตะม่านเมฆ..สยายแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกออก..ร่างราวกับจะมีรัศมีประหลาดเปล่งประกายออกมา..

เจ้าชายอนันตรัยเป่าปาก...

เสียงเจ้าเมฆแดงพูดขึ้นว่า..

“..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์เป็นผู้ชนะในสามลมปราณ..”

จินดาพิสุทธิ์สีหน้าสงบนิ่ง..

เจ้าชายอนันตรัยลุกขึ้น..แค่นเสียง..

“..เผชิญหน้ากับอากาศมนตราของเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..นับว่าเปิดหูเปิดตานัก..”

จินดาพิสุทธิ์ผ่อนคลายจากท่าเตรียมต่อสู้..

“..ถ้าอย่างนั้น..ข้าคงพ้นพันธะกับกฎท้าชิงรักแล้วสินะ..”

“..เรื่องเจ้าหญิงอจินไตย..นับว่าข้าไม่อาจจะแย่งชิงได้..”เจ้าชายอนันตรัยดูจะผิดหวัง..

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

“..ถ้าอย่างนั้น..ข้าคงต้องขอรบกวนเจ้าชายเรื่องตำราของราชาปีศาจเล่มสุดท้าย..”

“..ถือว่าเป็นอีกเรื่องราวหนึ่ง..ตำรานั้นเป็นสมบัติของข้า..”เจ้าชายอนันตรัยพูด..

เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..

“..นี่หมายความว่าอย่างไรกัน..”

“..หากท่านต้องการตำรา..ท่านต้องยอมแลกกับนาง..”

“..แต่ท่านประกาศแล้วว่า..ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น..ท่านจะให้ตำราของราชาปีศาจ..”จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว..

“..นั่นเป็นคำประกาศในตอนนั้น..ไม่ใช่ตอนนี้..”

จินดาพิสุทธิ์ขมวดคิ้ว...

ก่อนจะหันไปทางเจ้าเมฆแดง..

“..ท่านเจ้าตำหนักชิงพลบ..ดูท่าหลานของท่านจะลืมเลือนไปแล้วว่าเคยประกาศเช่นใด..”

เจ้าเมฆแดงถอนหายใจ..

“..ตำรานั้นเป็นสิทธิ์ของหลานข้า..เป็นสิทธิ์ของอนันตรัยจะทำอย่างไรกับมันก็ได้..ส่วนที่อนันตรัยเคยประกาศเยี่ยงไร..หากไม่ทำตาม..ก็เป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงของอนันตรัยเอง..ขอเพียงตำราเป็นสิทธิ์ขาดของเขา..ข้าก็ไม่อาจจะทำอันใดได้..”

จินดาพิสุทธิ์ถึงกับพูดไม่ออก..

เจ้าชายอนันตรัยแค่นเสียง..

“..ข้าขออจินไตยเป็นข้อแลกเปลี่ยน..ใช่..ข้าอาจจะเคยบอกเช่นนั้น..แต่การที่ข้าเปลี่ยนใจ..ก็เป็นสิทธิ์ของข้าเอง..ท่านจะทำอย่างไรได้..”

จินดาพิสุทธิ์ถึงกับเม้มปาก..

เจ้าชายอนันตรัยที่กล้าพูดออกมาในตอนแรกว่าจะให้ตำรา..เพราะตนเองมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า.ไม่ว่าอย่างไรก็เหนือกว่าจินดาพิสุทธิ์แน่..แม้จะใช้กฎท้าชิงรักก็ไม่แพ้..

แต่เมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คิด..การจะทำใจกว้างต่อคงไม่ได้แล้ว..

จินดาพิสุทธิ์ลอบเหนื่อยใจกับความกลับกลอกของคน..

เจ้าเมฆแดงดูท่าทางจะไม่เห็นด้วยกับหลานชาย..แต่ธรรมเนียมของแคว้นสนธยาช่างแปลกประหลาด..การเคารพสิทธิ์ของกันและกันดูแตกต่างจากแว่นแคว้นอื่น..

การตระบัดสัตย์ไม่ใช่เรื่องดี..แต่ผู้ตระบัดสัตย์ย่อมได้รับผลที่ตัวเองก่อไว้เอง..แต่ก็ยังไม่อาจจะละเมิดสิทธิ์ต่อกันได้..ความต้องการในตัวอจินไตย..มีมากจนเจ้าชายอนันตรัยยอมกระทำการที่ไร้ยางอายเช่นนี้..

จินดาพิสุทธิ์ยังคงลังเลว่าจะทำอย่างไรดี..

นึกถึงแผนการที่วางไว้เมื่อคืน..

จินดาพิสุทธิ์หลังจากที่แพคเกจศศินาไปหา..ก็ตัดสินใจ..เรียกองครักษ์นางกำนัลทั้งสี่มาหาที่ห้องด้วย..

“..ข้าจะใช้กลยุทธพลิกแพลงจัดการกับเรื่องกฎท้าชิงรักเอง..ท่านอสงไขยบอกว่า..เจ้าชายอนันตรัยคงยินยอมให้ตำราแต่โดยดี..เพราะไม่มีประโยชน์ต่อเขา..อจินไตยคือสิ่งที่เขาต้องการ..”

เจ้าหญิงอจินไตยกลับส่ายหน้า..

“..ริต้า..เธอคิดว่า..ทุกอย่างในโลกจะใสบริสุทธิ์ตามที่เธอคิดหรือไง..เธอไปทำตามกฎท้าชิงรัก..ถ้าจะว่าไปแล้ว..ประโยชน์มีเพียงแค่ชักนำความสนใจของคนในตำหนักชิงพลบเท่านั้น..คนที่เหลือต้องบุกตึกทรงกลด..ชิงตำรามาให้ได้..”

จินดาพิสุทธิ์เหมือนจะยังไม่เข้าใจ..

“..คนระดับเจ้าชายอนันตรัย..ควรจะใจกว้างนะ..”

“..ถ้าโลกของเธอ..เรื่องหน้าตา..เรื่องศักดิ์ศรีอาจจะจำเป็น..แต่สำหรับคนของแคว้นสนธยา..การล่วงรู้ซึ่งกันและกันทำให้สิ่งสำคัญที่สุดของเรา..คือสิทธิ์..และอย่าคิดว่าอนันตรัยจะเป็นคนดีขนาดนั้น..อะไรที่เขามีสิทธิ์..เขาจะทำได้ทุกอย่างแม้ว่าจะผิดข้อตกลงไปบ้างก็ตาม..”

จินดาพิสุทธิ์อึ้ง..แต่ด้วยสติปัญญาของอจินไตย..ไม่เคยคาดการณ์ผิดมาก่อน..

อจินไตยพูดอีกว่า..

“..เขาต้องการฉัน..อยากได้ฉัน..เรื่องนี้ฉันรู้ดี..ตลอดเวลาที่เราเจอกันในช่วงหลัง ๆ ..เขามองฉันราวกับอยากจะกินเข้าไปทั้งตัว..สายตาเหล่านี้..ฉันไม่ชอบ..ฉันชอบความนิ่ง..ความละมุนละไมของเธอมากกว่า..ริต้า..”

“..เธอทำให้ฉันมองเขาในแง่ลบ..”

“..อนันตรัยเป็นคนยังไงฉันรู้ดี..ริต้า..เชื่อเถอะ..หากเขาไม่ได้ฉัน..เขาก็ไม่มีวันจะให้ตำราของราชาปีศาจเล่มสุดท้ายแก่เธอแน่นอน..ดีที่สุดสำหรับกรณีนี้..คือเราต้องชิงมันด้วยตัวเอง..”

พลางอจินไตยหันไปทางแพคเกจ..ศศินา..สองปีศาจแห่งอนันตกาล..สององครักษ์วาหุสินธุ..และสองนางกำนัลปักษามีนา...

“..พวกท่านทุกคนต้องใช้โอกาสที่เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ดึงความสนใจของคนในตำหนักชิงพลบ..แย่งชิงตำราสำคัญมาให้ได้..อย่าคิดว่า..อนันตรัยจะมอบให้โดยง่ายดายเด็ดขาด..แต่หากไม่สำเร็จประการใด..วิธีสุดท้ายที่ได้ผลที่สุด..ก็คือ..”อจินไตยถอนหายใจ.. “..ต้องนำตัวข้าต้องแลกกับตำราเล่มนั้น..เพราะหากข้ายอมเป็นของเขา..เขาคงไม่สนใจตำรานั่นแล้ว..”

สินธุพูดแทนทุกคน..

“..เจ้าหญิงอจินไตยโปรดวางใจ..พวกข้าทุกคนยินดีปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ..เราคงไม่ยอมให้ท่านตกเป็นของเจ้าชายอนันตรัยแน่นอน..”

จินดาพิสุทธิ์ยังไม่เข้าใจว่าทำไมอจินไตยถึงมองอะไรน่าระแวงเช่นนั้น..

แต่นางเชื่อใจเจ้าหญิงแห่งแคว้นสนธยาคนนี้..

ความรักกับความเชื่อใจ..เป็นสิ่งที่คู่กัน..

และใครจะคิด..ว่าสิ่งที่อจินไตยคาดการณ์นั้นถูกต้อง..

อนันตรัยเป็นคนเช่นนี้จริง..

เขาถึงกับยอมกลับคำ..เพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการ..

.....

เจ้าชายอนันตรัยหัวเราะเบา ๆ ..

“..ข้ารู้ว่า..ตำราของราชาปีศาจนั้น..มีความสำคัญกับท่านแค่ไหน..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..และเหมือนจะสำคัญจนกระทั่งท่านอาจจะตัดสินใจเสียอจินไตยเพื่อแลกกับมันได้..”

จินดาพิสุทธิ์แค่นเสียง..

“..ดูเหมือนอจินไตยจะมีความสำคัญกว่าเกียรติของตัวท่านเอง..”

“..เพียงแค่เกียรติยศเล็กน้อยจะเป็นอย่างไรได้..ข้ายอมทุกอย่างเพื่อให้ได้อจินไตย...”อนันตรัยกล่าว.. “..ขอเพียงมอบอจินไตย..ข้ายินดีจะมอบตำราเล่มนั้นให้ท่าน..วิชาอากาศมนตราของข้าทำให้ข้าทราบว่า..ความจำเป็นที่ต้องใช้ตำราของราชาปีศาจใกล้เข้ามาทุกขณะ..หรือท่านจะยินยอมให้ทุกเรื่องราวที่เป็นความดับสูญแห่งโลกของท่าน..ต้องเกิดขึ้นเพราะความรักต่ออจินไตย...”

เสียงทอดถอนหายใจดังขึ้นจากเจ้าเมฆแดง..

“..อนันตรัย..ครั้งนี้..ต่อให้เจ้าสมหวัง..แต่คนทั้งแคว้นสนธยาจะต้องตำหนิติเตียนเจ้าจนวันตาย..ข้ารู้สึกละอายนักที่มีหลานเช่นนี้..”

เจ้าชายอนันตรัยกลับไม่นำพา..

“..ท่านปู่..ขอเพียงข้าสมหวังในรัก..ได้อจินไตยเคียงคู่..ก็ไม่สนอกสนใจอันใดแล้ว..”

จินดาพิสุทธิ์เห็นอีกฝ่ายมีท่าทีไม่ยินยอม..ก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ..

ไม่ทราบว่า..ทางพวกที่เข้าไปแย่งชิงตำราทำได้ถึงไหน..

ถ้าพ่ายแพ้..แปลว่า..ต้องแพ้ทั้งหมด..อาจจะต้องเสียอจินไตยไปจริง ๆ ..

แต่..ถ้าต้องทำเช่นนั้น..ก็คงเลี่ยงไม่ได้..

.......

ในขณะเดียวกัน..

ร่างทหารองครักษ์นอนระเกะระกะ..

วาหุสินธุมีนาปักษา...ทั้งสี่เลือดโทรมกาย..ต่อสู้จนบาดเจ็บ..

แต่นับจนบัดนี้..ทหารองครักษ์ยังไม่มีใครตาย..

ทหารองครักษ์เห็นอีกฝ่ายยั้งมือไว้ไมตรีไม่ฆ่าฟันทั้งที่มีโอกาส..ก็ให้เกียรติไม่รุมฆ่า..แต่เปลี่ยนหน้าชนเข้ามา..นี่เป็นเกียรติของชาวแคว้นสนธยาที่เคารพสิทธิ์แม้แต่จะเป็นคนร้ายหรือศัตรูก็ตาม..

หัวหน้าองครักษ์ร้องว่า..

“..นับถือหัวใจพวกท่านนัก..แม้พวกท่านจะเอาชนะพวกเราได้ทั้งหมด..รอดจากตึกทรงกลดได้..แต่ก็ไม่รอดจากตำหนักชิงพลบแน่นอน..สถานที่นี้มีเพียงองครักษ์แห่งเจ้าชายอนันตรัยคุ้มกันอยู่..และไม่มีทหารฝ่ายอื่นเข้ามาได้ตามกฎเกณฑ์..แต่หากจะออกไปจากตึก..ต้องเผชิญหน้ากับทหารของตำหนักชิงพลบทั้งหมดแน่นอน..”

วาหุฟันดาบหนึ่งครั้ง..เลือดสาดกระจาย..แต่ก็ไม่ฆ่า..

เพียงแต่การเปลี่ยนหน้าชนต่อสู้เป็นเวลานาน..ต่อให้เป็นยอดนักฆ่า..ก็ย่อมจะอ่อนแรงได้..ตัวเองถูกคมดาบศัตรูเป็นแผลสายหนึ่ง..

“..จะฆ่าก็เข้ามา..”เขาเหมือนไม่นำพาต่อความตาย..

หัวหน้าองครักษ์ดึงดาบจากฝัก..

“..ท่านผู้นี้..ข้าขอประดาบกับท่าน..หัวหน้าองครักษ์ตึกทรงกลดสังกัดเจ้าชายอนันตรัย..วิหคไฟ..ขอรับทราบเพลงดาบของท่าน..”

พลางกวัดแกว่งดาบฉวัดเฉวียน..

วาหุทรงกายแทบไม่อยู่..แต่ตั้งสติมั่น..ฟันดาบใส่ช่องว่างรอยโหว่ของเพลงดาบ..

หัวหน้าองครักษ์ตึกทรงกลดปิดป้องและฟันสวนกลับ..พริบตาเดียว..ต่างคนต่างประกันสิบกว่าดาบ..

วูบหนึ่ง..ดาบของวาหุสอดเข้ามา..จ่อที่คอหอยของหัวหน้าองครักษ์วิหคไฟไว้..แต่ไม่ทำร้าย..

หัวหน้าองครักษ์วิหคไฟงงงัน..ไม่ทราบว่า..ดาบของวาหุจ่อคอหอยตัวเองได้อย่างไร..แต่ก็นับว่าแพ้แล้ว..

เขาถอนร่าง..สอดดาบคืนฝัก..

“..การประลองนับว่าท่านชนะ..ใครจะรับมือกับท่านผู้กล้าท่านนี้..เชิญ..”

วาหุเห็นท่าทีของหัวหน้าองครักษ์วิหคไฟก็อดชมเชยไม่ได้..

นี่สิ..ผู้กล้าที่แท้จริง..

ถึงจะตาย..หากจะต้องตายกับศัตรูเช่นนี้ก็คู่ควร..

ทหารองครักษ์คนอื่น ๆ ..ต่างก็กระเหี้ยนกระหือรือจะต่อสู้กับวาหุ..

ไม่กลุ้มรุมทำร้าย..แต่เรียงหน้ากันเข้ามาเพื่อพิสูจน์ฝึมือ..

ในขณะที่..สินธุ..มีนา..ปักษา..เวลานี้สิ้นแรงจนล้มลงแล้ว..ถูกดาบจ่อร่างคุมตัวไว้..ผลที่ไม่ฆ่าศัตรู..จึงไม่ถูกฆ่าเช่นกัน..แต่ก็ต้องยอมจำนน..

มีแต่วาหุคนเดียวที่ยังไม่ล้มลง..

และเขาไม่ยอมแพ้เด็ดขาด..

มีองครักษ์อีกสิบกว่าคนเข้าแถวท้าสู้กับเขาตัวต่อตัว..

ขอเพียงสู้กันตัวต่อตัวได้..ไม่มีอันใดต้องกริ่งเกรง..

วาหุตั้งท่าดาบ..

“..เชิญ..”เขากล่าวราวกับว่าทหารทั้งหลายเป็นแขกงานเลี้ยงของเขา..

....

การต่อสู้ด้านล่างยังคงยืดเยื้อได้..และเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ของผู้กล้า...

แต่กับห้องมืดด้านบนกลับแตกต่าง...

ปีศาจแวมไพร์ทั้งสองมีพลังอำนาจเพิ่มพูน..คงกระพันไม่มีวันตาย..

แต่แพคเกจกับศศินานั้นตายได้..เพราะเสียพลังแห่งการข้ามมิติไปแล้ว..

ต่างคนต่างถูกกระแทกจนหลังชนกันอีกครั้ง..

แพคเกจศศินาบาดเจ็บแทบยืนไม่อยู่..

แพคเกจบอบช้ำจากการถูกเตะต่อยอย่างแรง..กระอักเลือดคำแล้วคำเล่า..

ศศินาถูกกรงเล็บศัตรูบาดเจ็บจนเลือดไหลอาบไปทั้งร่าง..

สองปีศาจแห่งอนันตกาลสบตากัน..กุมมือกันไว้..

“..พี่นา...”แพคเกจเรียก..เสียงนุ่มนวล.. “..ถ้าเราต้องตายพร้อมกันอีกครั้ง..ก็คงดีไม่น้อยนะคะพี่..”

ศศินารู้สึกผูกพันกับคนข้าง ๆ อย่างบอกไม่ถูก..

แต่ก่อนนั้น..ในหัวใจมีแต่กัสจัง..หรือกัษษากร..ลูนาร์วูแมน..

แต่นับตั้งแต่ตายจากมาพร้อมกับแพคเกจ..เวลานี้..เงาความรู้สึกกับกัสจัง..เจือจางลงไปมากแล้ว..จนแทบไม่หลงเหลืออยู่..จำได้..แต่แทบไม่รู้สึกอีก..

พร้อมกับความรู้สึกกับฮาล์ฟบลัดแวมไพร์คนนี้..มากมายขึ้น..

ไม่เคยคิดว่า..หญิงสาวผมสั้น..รุ่นราวคราวเดียวกับญาติผู้น้องอย่างคิตตี้..หรือริต้าคนนี้..จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ตราตรึงได้ถึงขนาดนี้..

ตายหรือ..ช่างมันเถอะ..ถ้าตายกับเธอ..แพค..

ศศินาไม่ได้พูด..แต่ก็คิดอยู่ในใจ..เหมือนอีกฝ่ายจะคิดอ่านเช่นเดียวกัน..

สิ่งที่ศศินาพูด..กลับพูดว่า..

“..พี่รักเธอ..แพค..”

แพคเกจกุมทรวงอก..ฝืนยิ้ม..

“..แปลกนะ..ที่ฟ้ากำหนดให้ฮาล์ฟบลัดแวมไพร์อย่างแพค..ต้องมารักสุดหัวใจกับเจ้าหญิงลูกครึ่งหมาป่าอย่างพี่..แวมไพร์กับหมาป่า..มันศัตรูกันมาตั้งแต่ก่อตั้งจักรวาลยันดับสูญมอดไหม้ไปด้วยกัน..แต่เราดันรักกัน..ตลกดีนะพี่..”

คำพูดบางอย่างสะกิดใจศศินาอยู่..

ในขณะที่ศัตรูของทั้งสองเหมือนจะลำพองใจที่คิดว่า..ทั้งสองต้องตายแน่นอน..

สีหน้าที่แปรเปลี่ยนของศศินาทำให้แพคเกจชะงัก..

“.แพค..เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ..”

แพคเกจขมวดคิ้ว..

หลายครั้งที่ตัวเองพูดผิดอย่างไม่ตั้งใจ..จนสมัยที่คบกับคิตตี้..โดนสาวเสียงอสูรดุบ่อย ๆ ..

“..แพคพูดอะไรผิดอีกพี่..”

“.ใครบอกว่าผิดล่ะ..”ศศินาเหมือนมีความหวังขึ้นมา..ขยับสองมือ..ตวัดดาบเสี้ยวจันทร์ร้อยโซ่..

แพคเกจยังไม่เข้าใจ..

“..อะไรกัน..”

“.ต่อยหมัดสูญญตาให้แรงที่สุด..แพค..แรงจนจักรวาลมอดไหม้เลย..”

จักรวาลมอดไหม้หรือ..แพคเกจสะท้านกาย..

แวมไพร์คู่ต่อสู้ของตนเองขยับเข้ามา..แพคเกจก็ไม่คิดอ่านมากความ..กำหมัด..ฝืนกาย..กระทืบเท้า..ต่อยหมัดสูญญตาสุดแรง..

ในขณะที่ศศินาก็ใช้เพลงดาบวายุจันทราของเผ่าหมาป่า..ขว้างมีดร้อยโซ่สุดแรงเช่นกัน..

แวมไพร์ทั้งสองชะงัก..เพราะทั้งแพคเกจกับศศินาไม่ได้โจมตีที่พวกเขา..

แต่แพคเกจต่อยใส่ผนัง..ศศินาก็ขว้างดาบใส่ผนัง..แต่สิ่งที่ตั้งใจให้ตกกระทบคือด้ามดาบ..

เพราะด้ามดาบมีแรงกระแทกมากกว่าตัวดาบ..

เสียงเปรี้ยะ ๆ ..ด้ามดาบกระทบผนังครั้งแรกยังไม่เกิดผลอะไร..ศศินาขว้างใส่ต่อเนื่อง..

แพคเกจก็ต่อยหมัดสูญญตาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน..

แวมไพร์ทั้งสองกว่าจะรู้ว่าทั้งสองกำลังจะทำอะไร..ก็เหมือนกับผนังถูกกระแทกทำลายไปสองชุดแล้ว..

“..พวกเจ้า..”แวมไพร์ตัวหนึ่งอุทาน..

อีกตัวรีบปราดเข้ามา..

“..กล้าดียังไง..”

แพคเกจกับศศินาต่อยหมัดขว้างดาบเสี้ยวจันทร์เป็นรอบที่สาม..

ผนังปริออก..

และทลายออกเป็นช่อง..

กว่าปีศาจแวมไพร์ทั้งสองจะทราบว่าอะไรเป็นอะไร..แสงสว่างจากภายนอกก็ส่องเข้ามา..

แสงอาทิตย์..

แสงอาทิตย์ที่สามารถฆ่าแวมไพร์ได้..แม้ว่าจะมีพลังขนาดไหนก็ตาม..ขอเป็นเพียงแวมไพร์ที่ไม่ใช่ฮาล์ฟบลัดแวมไพร์..ย่อมจะต้องมีผลทั้งสิ้น..

แวมไพร์สองตัวสุดท้ายบริวารของราชาแวมไพร์รุ่นที่สาม..ถึงกับกรีดร้อง..เพราะแสงแดดกระทบร่างเต็มที่..

ร่างควันขึ้น..และไฟลุก..

“..พวก..พวกเจ้า..”หนึ่งในสองแวมไพร์ร้อง..

“..มอดไหม้ไปซะเถอะ..”แพคเกจร้อง..กุมท้องน้อย..

“..แม้จะมีพลังมากขึ้น..แต่แวมไพร์ก็ยังเป็นแวมไพร์วันยังค่ำ..”ศศินาพูดทั้งที่รู้ว่า..ปีศาจทั้งสองที่กำลังมอดไหม้..ไม่เข้าใจคำว่าแวมไพร์แต่อย่างใด..

ทั้งสองกรีดเสียง..และไฟลุก..กลายเป็นเถ้าถ่าน..

ในท่ามกลางเปลวเพลิง..แพคเกจสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง..ก็รีบหยิบมาจากกองไฟ..

สมุดเล่มหนึ่ง..เมื่อเปิดออก..ก็เป่าปาก..

“..ตำราเล่มสุดท้ายของราชาแวมไพร์รุ่นที่สามอยู่ที่นี่..”

ศศินากอดร่างแพคเกจไว้..หอมแก้มไม่หยุด..

“..วิเศษเลย..เราได้ตำราเล่มสุดท้ายแล้ว..”

ยังไม่ทันดีใจกันสักเท่าไหร่..บริเวณทางขึ้นจากชั้นล่าง..ทหารองครักษ์ต่างกรูกันขึ้นมา...และข้อสำคัญ..คุมตัววาหุสินธุปักษามีนาขึ้นมาด้วย..

วาหุกับสินธุมีนาก้มหน้า..มีแต่ปักษาพูดขึ้นว่า..

“..ท่านหมาป่า..ท่านค้างคาว..ไม่ต้องห่วงเรา..ถ้าหนีไปได้ก็หนีไปเสีย..นำตำราไปให้องค์หญิง..”

ระหว่างการต่อสู้ที่เดิมพันทั้งความเป็นและความตาย..ในที่สุด..วาหุก็ล้มลงเป็นคนสุดท้าย..เพราะถูกเปลี่ยนหน้าท้าประลองจนสิ้นแรง..

โชคยังดีที่กว่ากองทหารองครักษ์จะผ่านวาหุได้..สองแวมไพร์ถูกทำลายไปแล้ว..

แต่สองปีศาจแห่งอนันตกาลก็บาดเจ็บสาหัส..

แพคเกจศศินาเป่าปาก..

ไม่มีทางเอาตัวรอดแล้วหรือนี่..

ปักษาให้หนี..แต่จะหนีไปไหนเล่า..

.....

ในระหว่างที่จินดาพิสุทธิ์กับเจ้าชายอนันตรัยเผชิญหน้ากันในห้องโถงของตำหนักชิงพลบ..เหมือนทหารคนหนึ่งรีบร้อนเดินเข้ามา..คุกเข่าหน้าเจ้าชายอนันตรัย

แม้เจ้าชายกำลังเผชิญหน้ากับจินดาพิสุทธิ์..เขาก็ต้องรายงานตามหน้าที่..

“..เรียนองค์ชาย..ตึกทรงกลดถูกคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้าไปทหารองครักษ์กำลังจัดการทุกคนอยู่..”

อนันตรัยขมวดคิ้ว..กำหนดจิตเพียงเล็กน้อย..ก็เห็นเรื่องราวทั้งหมด..เว้นแต่บางเรื่องที่ถูกปิดกั้นด้วยผงไร้ลักษณ์..

เขาเงยหน้าเผชิญกับจินดาพิสุทธิ์..

“..องค์หญิง..คนพวกนั้นคือคนของท่าน..นี่ท่านกล้าคิดชิงตำราจากตึกทรงกลดเชียวรึ..”

จินดาพิสุทธิ์แค่นเสียง..

“..เพราะท่านเป็นคนเช่นนี้..เราถึงต้องให้คนของเราจัดการ..พวกเรารู้เท่าทันกัน..องค์ชาย..”

อนันตรัยดูจะโกรธไม่น้อย..

“..ท่านกล้ากระทำการหยามเกียรติเรา..”

จินดาพิสุทธิ์หัวเราะหึ ๆ ..

“..ท่านยังหยามเกียรติตัวท่านเอง..สิ่งที่ข้าทำนับว่าเล็กน้อยนัก..”

เสียงปรบมือดังขึ้น..

ทุกคนในที่ประชุมต่างก็หันไปตามเสียง..

ร่างบอบบางของเจ้าหญิงอจินไตยเดินเข้ามา..

แววตายังนิ่ง..มองราวกับงูเช่นเดิม..

แต่นี่คือแววตาที่ทำให้คนอย่างน้อยสองคนหลงรัก..

เจ้าหญิงอจินไตยพูดขึ้นว่า..

“..ข้ากับท่านไม่มีอันใดต้องผูกพันกันอีก..อนันตรัย..”

จินดาพิสุทธิ์ยังไม่เข้าใจว่า..อจินไตยมาทำไม..

แต่อจินไตยก็พูดขึ้นว่า..

“..อากาศมนตรา..หาความว่าง..รับข้า..แล้วไปกัน..”

จินดาพิสุทธิ์เหมือนเข้าใจในทันที..

เจ้าชายอนันตรัยก็เข้าใจ..

ดังนั้น..เขาจึงกำหนดวิชาอากาศมนตรา..

มีแต่วิชาอากาศมนตรา..ถึงจะสามารถเดินทางข้ามมิติในแคว้นสนธยาได้..

แม้ว่าชาวแคว้นสนธยาจะมีความสามารถในการเดินทางข้ามภพข้ามมิติ..แต่นั่นก็ไม่ใช่ความสามารถที่จะกระทำได้ตามชอบใจในแคว้นสนธยาแห่งนี้..

เจ้าเมฆแดงถอนหายใจ..พูดไล่หลังก่อนที่คนสามคนจะหายไป..นั่นคือ..จินดาพิสุทธิ์..อจินไตย..และอนันตรัย..

“..หลานข้า..เรื่องทุกสิ่งเกิดมาจากเจ้า..อย่าฝืนพยายามไปเลย..”

เวลานี้..ร่างของจินดาพิสุทธิ์เลือนหาย..

เหมือนอจินไตยก็เลือนหายเช่นกัน..

รวมทั้งเจ้าชายอนันตรัยด้วย...

หากจะหายตัวข้ามมิติในแคว้นสนธยาแห่งนี้..มีแต่ผู้ฝึกวิชาอากาศมนตราเท่านั้น..และเมื่อจินดาพิสุทธิ์หายตัวได้..ก็มีแต่อนันตรัยที่หายตัวตามได้เช่นกัน..

........

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น