Bona Fide

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Nicholas & Sandy : 4

คำค้น : นิโคลัส แซนดี้

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2562 16:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Nicholas & Sandy : 4
แบบอักษร




Nicholas & Sandy : 4




นิโคลัสหันหลังกลับ เขากลั้นยิ้มจนปวดแก้ม แซนดี้วันนี้ดูเป็นสาวซื่อ ๆ ไม่ได้ดูเป็นสาวมั่นเหมือนปกติ เธออยู่ในชุดสบาย ๆ เพราะเป็นวันหยุด ใบหน้าสวยไม่มีเครื่องสำอางเลย แถมยังใส่แว่นมาอีก เธอไม่ได้ห่วงสวยเลยซักนิด แต่ถึงแบบนั้นเธอก็สวยอยู่ดี

ขายาวเดินอ้อมไปที่เก้าอี้ของตนเอง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งและมองคนที่เดินตามเข้ามานิ่ง ๆ 

“เอ่อ...” เป็นแซนดี้ที่เอ่ยขึ้นก่อน เธอไม่ชอบความเงียบที่อึดอัดแบบนี้เท่าไหร่ “ให้วางชุดไว้ที่ไหนคะ”

“โซฟานั่นก็ได้” นิโคลัสส่งสายตาไปที่โซฟาสีดำสนิท แซนดี้รีบเอาของไปวางอย่างรวดเร็ว เพราะเธออยากกลับเต็มทนแล้ว

“งั้นฉันกลับก่อ-“

“เดี๋ยว”

“...?” แซนดี้ทำหน้าสงสัย เพราะเธอยังพูดไม่จบเขาก็ขัดขึ้นเสียก่อน

“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

“แต่ฉัน...” แซนดี้ชะงักไปตอนที่พูดขึ้นเพื่อจะปฏิเสธ แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจ แค่คุยเอง... เธอจะกลัวทำไม “ค่ะ”

“เชิญที่โซฟา” นิโคลัสบอกอีกฝ่าย ก่อนที่ตัวเขาจะลุกขึ้นยืน เมื่อแซนดี้หันหลังให้เขาก็ยิ้มออกมา และกลับมาทำสีหน้าปกติอีกครั้งเมื่อเธอหันกลับมามอง

ถ้าเขาเป็นดาราป่านนี้ได้รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมไปแล้ว

ทั้งสองคนนั่งเผชิญหน้ากันโดยมีโต๊ะตัวกลางกั้น แซนดี้ไม่ได้กล้ามองหน้าชายหนุ่ม ต่างจากนิโคลัสที่ละสายตาจากใบหน้าสวยไม่ได้เลย

“เอ่อ...” แซนดี้ขยับตัวเพราะทำอะไรไม่ถูก เขานั่งจ้องเธอมาหลายนาทีแล้วนะ ไม่พูดอะไรซักที “คุณนิคมีอะไรจะพูดกับฉันคะ”

“ผมมีคำถามอยากถามคุณแค่สามข้อ หวังว่าคุณจะตอบตามความจริงนะครับ”

“...” หญิงสาวเงียบไป เธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะถามอะไร และเธอก็ไม่กล้ารับปากว่าจะยอมตอบความจริง เธอยอมรับว่าเธอกลัวคำถามของเขา

“แซนดี้” เสียงเรียกที่อ่อนโยนทำให้หญิงสาวยอมสบตาสีฟ้าสดใสในที่สุด “แค่ช่วยตอบตามความจริงเท่านั้น ไม่ได้ยากเลย”

แซนดี้สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ เอาเถอะ เป็นไงเป็นกัน เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะถามอะไร “ก็ได้ค่ะ แต่ไม่ว่าคุณจะถามอะไรมา ถ้าฉันตอบตามความจริง คุณเองก็ต้องตอบคำถามนั้นตามความจริงเหมือนกัน”

“ตกลง” การที่เขาตอบตกลงแทบไม่ต้องคิดทำให้หญิงสาวใจเต้นแรง แต่ถึงแม้จะรู้สึกหวั่นไหว แต่เธอก็มองสบตาที่ดูเจ้าเล่ห์ของเขานิ่ง ๆ เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าตัวเธอกำลังประหม่าแค่ไหน

“คำถามแรก คุณลืมคืนนั้นไปหรือยัง” แค่คำถามแรกก็ทำให้แซนดี้ไปต่อไม่เป็น เรื่องคืนนั้น เธออยากแสร้งทำเป็นสาวไร้เดียงสาถามกลับไปว่าคืนไหนเหรอคะ แต่เธอไม่ใช่สาวไร้เดียงสา... และเธอรู้ดีว่าเขาหมายถึงคืนไหน

“อยากจะลืมค่ะ”

“แปลว่า?”

“แปลว่าฉันลืมไม่ได้”

“อืม” ชายหนุ่มรับคำในลำคอ ก่อนที่เขาจะรักษาสัญญาและตอบคำถามเดียวกับที่เธอตอบ “ส่วนผมไม่เคยคิดที่จะลืม”

หมายความว่ายังไง

แซนดี้อยากจะตะโกนถามเขาว่าคำตอบของเขามันหมายความว่ายังไง แต่สิ่งที่เธอทำกลับกลายเป็นการนั่งนิ่ง ๆ และพยักหน้าเล็กน้อยกับคำตอบนั้น

นิโคลัสมองคนที่เก็บความรู้สึกเก่งอย่างชื่นชม ดวงตาสีเทาอมฟ้าคู่นั้นมีสั่นไหวบ้างแต่ก็กลับไปเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ถ้าเขาไม่ได้มองเธอตลอดคงไม่มีทางได้เห็น

“ข้อสอง...” แซนดี้ขยับตัวเล็กน้อย แลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งนิด ๆ ของตัวเอง เธอไม่ได้อยากยั่ว แต่การกระทำนั้นทำให้นิโคลัสอยากจะเลิกถามคำถาม และผลักเธอนอนลงบนโซฟาตัวนุ่มให้รู้แล้วรู้รอด

“ข้อสอง... ผมอยากรู้ว่าหลังจากนั้น คุณได้คบหากับใครหรือเปล่า หรือได้ทำแบบนั้นกับใครอีกไหม”

“คำถามนี้...” แซนดี้จะเอ่ยแย้ง เพราะมันไม่จำเป็นที่เธอจะมาพูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง แต่นิโคลัสรีบดักทางไว้ก่อน

“ผมเองก็จะตอบคำถามนี้อย่างตรงไปตรงมาเช่นกัน”

ใครอยากรู้เรื่องของคุณไม่ทราบ แซนดี้อยากบอกเขาแบบนี้ แต่สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจตอบออกไป

“ฉันออกเดตกับผู้ชายสามคน แต่ไม่ได้ทำแบบนั้น...กับใคร”

“ผมไม่ได้ออกเดตกับใคร แต่ทำแบบนั้นกับผู้หญิงอีกหลายคน”

เธอไม่แปลกใจที่ได้ยินแบบนั้น นิโคลัสเป็นผู้ชายมีเสน่ห์มาก เขาใช้วันหยุดออกเที่ยวบ่อยอยู่แล้ว อย่างคืนที่พริมาตาเข้าโรงพยาบาลเธอก็เจอเขาที่ผับ ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วแต่ทำไมเธอยังอยู่สึกแปลก ๆ อยู่ดี ถ้าเลือกได้เธอก็ไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น...

“ข้อสามล่ะคะ” แซนดี้เปลี่ยนเรื่อง เธอถามเขาเพราะอยากออกไปจากตรงนี้เสียที

“คุณไม่สงสัยเหรอว่าทำไมผมถึงมานั่งซักถามอะไรคุณแบบนี้” นิโคลัสยังไม่ได้ถามคำถามที่สาม เขาแค่ถามคำถามที่เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันเท่านั้น

“นี่คงไม่ใช่คำถามที่สามใช่ไหมคะ”

“ไม่ใช่”

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องตอบ” ตาคมหรี่ลงเล็กน้อย แซนดี้ไม่ใช่คนที่จะสามารถต่อกรได้ด้วยง่าย ๆ เลย แต่ยิ่งเป็นแบบนี้เขายิ่งถูกใจ

“ถึงคุณไม่ตอบ หรือไม่คิดจะถามกลับ ผมก็จะบอกคุณอยู่ดี”

“...” แซนดี้มองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ เขากำลังต้องการเล่นสงครามประสาทกับเธอหรือยังไง

“ที่ผมถาม เพราะผมอยากรู้”

“ค่ะ” เป็นคำพูดที่เหมือนกำปั้นทุบดินแปลก ๆ เธอรู้อยู่แล้วว่าเขาถามเพราะเขาอยากรู้ ไม่อย่างนั้นจะถามทำไม

“อยากรู้ เพราะผมอยากรู้ความรู้สึก รวมถึงสถานะของคุณให้ชัดเจน” นิโคลัสยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นว่าดวงตาของแซนดี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

“...เพื่ออะไรคะ”

“เพื่อคำถามข้อที่สาม”

“....”

“อนุญาตให้ผมจีบคุณได้ไหม”

“คะ...”

“ผมชอบคุณ”




“ผมชอบคุณ”

แซนดี้ไม่รู้เลย ว่าเธอเอาร่างที่ไร้เรี่ยวแรงกลับมาที่บ้านได้ยังไง มันมึนงงไปหมดหลังจากที่ได้ยินคำนั้น


“ผมชอบคุณ”

นิโคลัสเหมือนรู้ดีว่าเธอยังตั้งรับไม่ทัน เขาไม่ได้เอ่ยเร่งรัดให้เธอตอบคำถามนั้น เพียงแค่บอกว่าอาทิตย์หน้าจะมารับเธอไปเที่ยว เธอจำไม่ได้ว่าได้รับปากเขาไปไหม แต่เธอจำได้ว่าตัวเองไม่ได้ปฏิเสธออกไป แปลว่า... วันหยุดหน้าเธอต้องไปเที่ยวกับเขาสองต่อสองอย่างนั้นเหรอ

อ่า จะทำยังไงดี

สาวมั่นรูปร่างสูงโปร่งราวกับนางแบบนั่งขดตัวกอดเข่าตัวเองอยู่บนโซฟา มองในมุมนี้แซนดี้ดูตัวเล็กมาก เล็กจนน่าจะมีใครซักคนมาปกป้องเธอบ้าง

“คุณจะชอบฉันจริง ๆ เหรอ” เธอพึมพำกับตัวเอง คำถามที่คนที่สามารถตอบได้ไม่ได้อยู่ตรงนี้ทำให้เธอได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเองที่เต้นกลับมา

“แล้วฉันจะเสียใจหรือเปล่าถ้าเปิดใจให้คุณ”


“ไม่ต้องไปคิดถึงอนาคตให้ปวดหัวหรอก ทุกอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลาได้ทั้งนั้น ไม่ว่าอะไรก็ตาม”

พอตั้งคำถามแบบนั้น สิ่งที่ตัวเองเคยพูดตอนที่เพื่อนสนิทลังเลว่าจะแต่งงานไหมก็ดังขึ้นมาในหัว มันเตือนสติของหญิงสาวได้ดีเยี่ยม

นั่นสินะ เธอจะกังวลกับวันข้างหน้าทำไม ในเมื่อมันยังมาไม่ถึง




อาทิตย์หนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว เช้าวันหยุดแซนดี้ตื่นแต่เช้าเพื่อออกไปวิ่งและทานอาหารเช้าตามปกติ ก่อนจะอาบน้ำแต่งตัว หยิบชุดตัวสวยที่เลือกไว้ตั้งแต่เมื่อคืนออกมาสวม แต่งหน้าบาง ๆ ดัดผมเป็นลอนเก๋ ๆ ก่อนจะวางอุปกรณ์ทุกอย่างลงและหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาถือเมื่อเสียงออดหน้าบ้านดัง

นิโคลัสยืนยิ้มอยู่หน้าบ้านของเธอ

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” แซนดี้ทักเรียบ ๆ ก่อนจะหันไปปิดประตูบ้านอย่างแน่นหนา อดชื่นชมเขาไม่ได้ที่มาตรงตามเวลาเป๊ะ ๆ ไม่ขาดไม่เกิน ดีกว่าผู้ชายที่เธอเคยเดตมาทั้งหมด คนพวกนั้นมาสายจนเธอระอา

แซนดี้เดินเข้าไปหาอีกฝ่าย นิโคลัสยังคงยืนพิงรถและส่งยิ้มมาให้เหมือนเดิม และเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้ เขาก็จับมือเธอและยกขึ้นจรดริมฝีปากเบา ๆ

“อรุณสวัสดิ์ครับ”

เพียงแค่นี้แซนดี้ก็รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังพ่ายแพ้ให้เขาอย่างราบคาบ เธอไม่กล้าสบสายตาที่ซุกซนของเขา เพราะมันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้




นิโคลัสพาเธอมาเดตที่ร้านอาหารไทยเป็นที่แรก ใช้เวลาขับรถเกือบชั่วโมง พอมาถึงก็ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี

ไม่รู้ว่าเขารู้ข้อมูลนี้มาจากไหน แต่เธอชอบอาหารไทยมากจริง ๆ แต่ช่วงหลังมานี้งานค่อนข้างยุ่งจนเธอไม่มีเวลาเลยไม่ค่อยได้ทานอาหารไทยเท่าไหร่ พอเขาพามาเธอก็ตาโต หมดมาดสาวมั่นไปเลย

“อร่อยไหมครับ”

“อร่อยค่ะ ไม่เคยรู้เลยว่ามีร้านนี้อยู่ด้วย”

“ผมตะเวนชิมมาหลายร้าน สำหรับผมร้านนี้อร่อยที่สุด น่าเสียดายที่ไม่ค่อยดังเลยไม่ค่อยมีคนรู้จัก แต่คิดว่าคุณคงจะชอบ”

“ชอบค่ะ ขอบคุณนะคะ” รอยยิ้มสดใสของแซนดี้ทำให้หัวใจของนิโคลัสเต้นแรง เธอมีมุมที่เขายังไม่ได้เห็นอีกเยอะ และเขาก็อยากจะเห็นมันทั้งหมด

“แล้วชอบผมบ้างหรือยังครับ”

แซนดี้เงยหน้าขึ้น ก่อนจะส่งยิ้มให้ชายหนุ่มที่อยู่ตรงข้าม “อาหารไทยซื้อฉันไม่ได้หรอกนะคะ”

นิโคลัสหัวเราะเบา ๆ มองหน้าของคนที่ไม่ยอมตอบคำถามแต่กลับแก้มแดงหูแดงอย่างเอ็นดู ปากไม่ตรงกับใจเอาเสียเลย แบบนี้คงต้องรุกให้หนักกว่าเดิมเสียแล้ว









ต้องรีบรุก เพราะพรีมแซงหน้าลูกสองไปแล้ว อย่าช้าจ้า5555



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น