Butterfly 8ffect

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : White Lily :: Seven :: 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 08 มี.ค. 2562 15:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
White Lily :: Seven :: 100%
แบบอักษร

*กลับมาแล้วจ้าา ถ้าลืมตอนก่อนหน้าไปแล้วย้อนกลับไปอ่านก่อนได้น้า จุ๊บๆ*


White Lily

:: Seven ::



            คริสยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ใช้ทั้งสองมือประครองดอกไม้ดอกสวยไว้บนมืออย่างทะนุถนอมมากที่สุดเท่าที่ทำได้ จ้องมองลิลลี่สีขาวสวยนานหลายต่อหลายนาที

            "จะย้ายลงมาอยู่ที่ข้างล่างนี่จริง ๆ เหรอ"

            "ครับ" อี้ชิงตอบรับด้วยสีหน้าแบบเดิม ที่ไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่อะไรแบบที่คริสมอง ใบหน้าหล่อคมคายเริ่มคิ้วขมวด 

            "ทำแบบนี้ทำไม รู้ไหมว่าตอนรู้ว่านายท้องฉันดีใจแค่ไหน แต่พอขึ้นไปบนห้องนอนนายดันเอาของออกมาแบบนี้ ฉันจะดีใจก็ดีใจได้ไม่สุด แกล้งฉันสนุกหรือไงหยิน อี้ชิง" พอได้เอ่ยปาก คนตัวโตก็เก็บความสงสัยไม่อยู่คิดอะไรก็ถามออกมาหมด

            "คุณคริสรู้ไหมครับ ว่าคนท้องน่ะเป็นยังไง อาการแพ้ท้องพวกนั้น"

            "...." คริสไม่รู้แต่ก็รู้สึกเสียหน้าชอบกลจึงไม่ได้ตอบไป ทำได้แค่เงียบมองจ้องมือตัวเองที่ประครองลิลลี่ดอกสวยไว้หลวม ๆ และความเงียบก็ตอบอี้ชิงได้ตรงกับที่สงสัย

            "นายแม่กับคุณแม่สอนผมกับน้องเรื่องนี้มาอย่างเข้มงวด แล้วเชื่อเถอะครับคนท้องน่ะมีข้อจำกัดเยอะมาก อย่างแรกเลยคือการอาเจียนช่วงเช้า ก่อนนอนหรือมากกว่านั้น ยังไม่รวมอีกหลายอาการที่จะเป็น ยิ่งพวกอารมณ์แปรปรวนจากฮอร์โมนในช่วงท้องยิ่งอีกแล้วใหญ่ ผมไม่อยากให้คุณคริสรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องถูกปลุกให้ตื่นกลางดึกเพราะผมลุกขึ้นมาอ้วกนะครับ" คำอธิบายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล กอปรรอยยิ้มบาง ๆ ที่ห่างหายไปหลายวัน ราวกับว่ากำลังเอาใจกันอย่างเต็มที่ไม่ได้ทำให้คริสรู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่

            "นายคิดว่าฉันจะรังเกียจนาย เพราะนายแพ้ท้องลูกของเรางั้นเหรอ" น้ำเสียงคริสห่อเหี่ยวขึ้นมากทีเดียว มากจนคนฟังยังรู้สึกได้

            "ไม่ใช่แบบนั้นสิครับ แต่ทำงานมาก็เหนื่อย เวลาพักผ่อนยังมาถูกรบกวนจากอาการแพ้ท้องของผม มันต้องชวนหงุดหงิดแน่ ๆ แล้วเวลาโกรธมันฝืนยาก ผมเข้าใจ" อี้ชิงประนีประนอมบอกเหมือนอย่างเคย

            ทั้งน้ำคำทั้งความตั้งใจจริงจากลิลลี่นั้นหวานล้ำ แต่กลับขมปร่าไปทั้งอกของคริส

            มาวินาทีนี้เองที่คริสตระหนักดีแล้วว่าในสายตาอี้ชิงคริสคงราวกับปีศาจร้าย จอมทำลายแสนโมโหที่คลุ้มคลั่ง อี้ชิงไม่ผิดที่จะไม่อยากเสี่ยงเจอคริสตอนโมโหอีก อี้ชิงไม่ผิดเลยเพราะคริสก็ทำอะไรลงไปไว้เลวร้ายมากแค่ไหน

            และการทำดีเพียงเล็กน้อย ในระยะเวลาสั้น ๆ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้

            ทุกสิ่งต้องการเวลา ...โดยเฉพาะถ้าสิ่งนั้นคือความรู้สึก

            และสำหรับคริสมันแย่กว่าทุกสิ่งทุกอย่าง คริสไม่สามารถออกปากว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก คริสไม่สามารถสัญญาหรือสาบานว่าจะไม่โมโหร้ายจนนำมาสู่เรื่องแย่ ๆ พวกนั้นอีก

            ในขณะที่อี้ชิงไม่ไว้ใจในตัวคริสมากพอ

            คริสเองก็จำใจต้องยอมรับว่า สิ่งที่อี้ชิงทำนั้นมันก็ไม่ได้ผิดไปเสียหมด

            "ฉันไปทำงานทุกวันก็ต้องเหนื่อยกลับมาทุกวัน ส่วนนายก็ท้องอยู่ทุกวัน งั้นตลอดเวลาเก้าเดือนที่นายท้อง ฉันก็ไม่ควรจะเจอหน้านายกับลูกของฉันเลยงั้นสิ หยิน อี้ชิง" น้ำเสียงคริสเจือผสมระหว่างความน้อยใจและความหงุดหงิด ส่งต่อความไม่พอใจได้ดีพอกับดวงตาคมที่จ้องมา

            "ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นเสียหน่อยครับ" อี้ชิงยิ้มเอาใจกว้างมากขึ้น แต่ร่างสูงใหญ่ก็ยังทำหน้าไม่สบอารมณ์เหมือนเดิม

            "ดื่มน้ำหน่อยไหมครับคุณคริส"  รางน้อยยันตัวลุกขึ้นเลี่ยงไปที่ขวดน้ำและแก้วใสสองใบ ออกให้ห่างพ้นช่วงแขนยาว ๆ ของอีกคน

            อี้ชิงจำได้ไม่มีหลงลืมเลยล่ะว่า อู๋ อี้ฟานเป็นผู้ชายแขนขายาวที่แรงเยอะมากแค่ไหน

            และสามารถใช้ทำลายสิ่งรอบ ๆ ตัวได้เก่งเพียงใด

            "แต่นายกำลังทำมันออกมา ทำให้ฉันรู้ว่าที่ที่ฉันควรอยู่ก็คือห่าง ๆ จากนาย" ลมหายใจร้อนถูกพ่นผ่านปลายจมูกโด่ง

            "คนอย่างฉันมันไม่คู่ควรที่จะอยู่ใกล้ ๆ กับหยิน อี้ชิงผู้แสนดีอย่างนั้นใช่ไหม"

            "คุณคริสอย่าพาลใส่ตัวเองแบบนั้นสิครับ" น้ำเสียงนุ่ม ๆ พยายามแก้ไขสถานการณ์ อี้ชิงไม่รู้ว่าคนตรงหน้ารู้สึกโกรธขึ้นมาแล้วหรือเปล่าเพราะยังดูไม่ฉุนเฉียวนัก

            แต่เพราะจะเสี่ยงไม่ได้ พอร่างสูงใหญ่ยันตัวลุกขึ้นจ้องเขม็งมา ขาน้อยก็ถอยไปด้านหลังอีกสองก้าว

            "...." คริสทำท่าเหมือนจะเอ่ยอะไรบางอย่างแต่แล้วก็หันหลังเดินออกไปจากห้องในทันที พร้อมลิลลี่ที่ถืออยู่ในมือ

            อี้ชิงเม้มปากตัวเองเข้ามาเล็กน้อย หลุบตามองแก้วน้ำเปล่าที่ตั้งใจรินให้กับคุณชายสกุลอู๋แล้วก็ต้องระบายลมหายใจแผ่วเบา

            ดูเหมือนว่าเขาจะทำให้อีกคนงอนไปเสียแล้วสินะ

            ปึง

            ประตูห้องนอนบานใหญ่กระแทกเข้าเสียงดังสนั่นพร้อมกับการล็อคที่แรงราวกับทุบ ขายาวก้าวฉับ ๆ ตรงไปที่หัวเตียง คริสวางลิลลี่ในมือลงไปเท่าที่จะเบามือได้ เพราะลิลลี่ดอกนี้นั้นถือว่าใช้แทนในการบอกสิ่งสำคัญ

            ทว่าอารมณ์ร้อน ๆ ที่ปรี่ขึ้นล้นตัวจนแทบท่วมออกมา ก็ไม่อาจหักห้ามได้เช่นกัน

            เคร้งง

            ที่แขวนหมวกชั่วคราวใกล้ประตูห้องล้มกระเด้งกระดอนบนพื้นเมื่อมือใหญ่กระชากมันลงมา เก้าอี้หนังสีขาวตัวสูงไม่ถึงเข่าก็โดนคริสเตะเข้าเต็มแรงไปหลายที ทั้งหมอนทั้งผ้าห่มถูกพายุอารมณ์กวาดลงมาอยู่บนพื้นจนหมด

            "โว้ย" เสียงหายใจกระฟัดกระเฟียด เดินผ่านโต๊ะ เก้าอี้กี่ตัวก็พามันลงมากองพื้นระบายโทสะไม่ต่างจากที่เคยเป็น เพราะใช้อารมณ์ไปมากร่างสูงใหญ่จึงหมุนเคว้งอยู่กลางห้องรก ๆ ด้วยอาการติดหอบเล็กน้อย

            มือหนาเสยเส้นผมที่เริ่มเปียกชื้นจากเหงื่อของตัวเองขึ้นให้พ้นทาง ความรู้สึกเหมือนมีไฟกองโตสุมอกถูกระบายออกไปได้บ้างแต่มันก็ยังไม่หมดสิ้น

            คริสลงส้นเท้าเดินเข้าห้องน้ำไปเผื่อใช้น้ำเย็น ๆ ในอ่างบรรเทามันลงได้บ้าง

            "..." ประตูบานตรงหน้าที่เคยเข้านอนบ่อย ๆ ในช่วงนี้ห่างไปจากมืออี้ชิงเพียงแค่คืบ พ่นลมหายใจน้อย ๆ ยามที่ใคร่ครวญกับตัวเองหลายต่อหลายรอบ

            อี้ชิงจะไม่เอาตนเป็นที่ตั้งแล้วบอกว่าตัวเองทำถูก เขาเองแค่พยายามทำให้มันออกมาดีที่สุดสำหรับทุกคน

            แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดถึงความรู้สึกของคริสน้อยเกินไป

            ผู้ชายตัวโตเอาแต่ใจที่แสดงนิสัยแบบเด็ก ๆ เป็นคนฉุนเฉียวขี้หงุดหงิด เป็นคนชอบใช้อารมณ์รู้สึกอย่างไรก็แสดงออกไม่เคยจะปกปิด

            และก็เป็นพ่อของลูกในท้องเขาเช่นกัน เขาไม่ได้คิดที่จะกีดกันให้พ่อลูกไม่เจอกันอย่างที่คริสตัดพ้อเลย เขาแค่เลือกทางที่มันจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดได้น้อยที่สุด

            ทว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อครู่ทั้งที่คริสไม่สบอารมณ์แล้วแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงแล้วเลือกเลี่ยงออกมา นั่นก็แสดงถึงความพยายามของคริสที่จะคุมอารมณ์ตัวเอง

            ทำไม่ดีก็ต้องได้รับสิ่งที่ตัวเองทำกลับไป แต่ทำดีก็ควรได้รับสิ่งที่ดีตอบแทน

            แม้มันจะแค่เริ่มต้นก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย

            ถึงความดีจะไม่มีวันทดแทนสิ่งเลวร้ายได้เหมือนเอาสีขาวไปแต้มทับรอยปากกาที่เขียนผิด ทว่าก็ยังดีกว่าไม่พยายามปรับปรุงอะไร

            ก้อก ก้อก

            "คุณคริสครับ คุณคริสให้ผมเข้าไปได้ไหมครับ" เคาะห้องพร้อมขานเสียงเรียกคนในห้อง แต่ก็ยังเงียบกริบ หรือจะอยู่ที่อื่น แต่แม่บ้านที่เจอเมื่อครู่ก็ยืนยันว่าคริสตรงดิ่งกลับมาห้องตัวเอง

            อาจจะอาบน้ำอยู่ก็ได้

            "คุณคริสครับ ผมรออยู่หน้าห้องนะครับ" ขานบอกออกไป แต่ก็ไม่มีการตอบกลับ อี้ชิงถือว่าคริสอาบน้ำอยู่จริง ๆ ยืนสักพักจึงเปลี่ยนเป็นนั่งลงที่ประตูหน้าห้องรอคนด้านใน

            มือน้อยวางประสานกันไว้บนหน้าท้องแบนราบ ลูบสัมผัสสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ในระหว่างที่รอไปด้วยกัน

            หยดน้ำหล่นจากเส้นผมสีดำขลับเหมือนคิ้วเข้มหยดแล้วหยดเล่า ผ้าขนหนูสีขาวถูกขยี้ไปตามเส้นผม คริสยังอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีน้ำตาลเข้มแตกต่างจากเครื่องเรือนสีขาวในห้องและที่กองอยู่บนพื้น

            ดวงตาคมกริบจ้องมองสิ่งของที่ระเนระนาดเต็มพื้นรอให้แม่บ้านมาเก็บอย่างทุกที พอมองมันแล้วก็ได้แต่แค่นยิ้มสมเพชให้กับตัวเอง

            เพราะเป็นปีศาจจอมทำลายแบบนี้สินะ ถึงได้น่าเข็ดขยาดไม่มีใครอยากเข้าใกล้

            ทั้งที่ใครต่อใครหน้าไหน คริสก็ไม่สนใจอยู่แล้ว แต่พอเป็นไอ้เรื่องที่สนใจกลับไม่ถูกใยดีเสียเอง

            คริสไม่ได้ชอบที่ตัวเองรู้สึกเหมือนมีระเบิดอัดอยู่กลางอก จ้องแต่จะระเบิดอยู่ตลอดเวลา บ้าคลั่งอยู่แบบนี้ แต่เขาก็ไม่สามารถทำให้มันดีกว่านี้ได้ ไม่สามารถสะสางให้หายไปได้โดยไม่ต้องทำลายอะไรสักอย่าง

            การระบายอารมณ์อย่างเหมาะสมคือสิ่งที่สมควรทำ นั่นคือความรู้ตกค้างที่ได้จากการแนะนำเมื่อหลายปีก่อน แล้วคริสก็ดันทำได้แค่ระบายซึ่งดูจากความห่าเหวของอารมณ์ที่พาทุกอย่างลงมากองบนพื้นมันคงห่างไกลกับว่าเหมาะสมไปไกล

            เออ เป็นคนเหี้ยแบบนี้ไง เขาถึงไม่รัก กูนี่แม่ง

            "แม่งเอ๊ย" สบถกระฟัดกระเฟียดกับตัวเอง ผ้าขนหนูในมือก็โดนปาลงพื้นไปอีกอย่าง

            "คุณคริสอาบน้ำเสร็จแล้วเหรอครับ" เสียงที่ดังแว่วมาจากประตูทำให้ตาคมจ้องเขม็งมอง เห็นเงาที่บังช่องว่างขอบประตูด้านล่าง

            และเสียงที่ได้ฟังนั่นก็นุ่มคุ้นหูดีเหลือเกิน

            "นั่นใครน่ะ"

            "ผมอี้ชิงเองครับ ขอผมเข้าไปในห้องได้ไหมครับ" คำขานยืนยันพร้อมคำขอทำให้คริสยิ้มกับตัวเองอย่างห้ามไม่อยู่ ปลายเท้าจะเดินไปปลดล็อกประตู ทว่าหลักฐานก็เกลื่อนกลาดเต็มพื้นห้อง

            ไม่ได้ ๆ จะให้อี้ชิงเห็นไม่ได้

            "ฉันขอแต่งตัวก่อน รอบ้างคงจะทำได้นะ" คริสตะโกนบอก มือก็งัดโต๊ะขึ้นมาตั้ง

            "ครับ รอได้ครับ"

            "อื้ม ดี" คริสตะโกนออกไปอีกทีเสียงแข็ง แต่ตอนนี้ตาคมกวาดมองผลึกแก้วทรงแปดเหลี่ยมที่กลิ้งอยู่ตามพื้นเยอะแยะจนทำเอาเหงื่อตก ใช้สองมือใหญ่กวาดไว้จนเต็มกำมือแล้วค้นพบว่าถ้วยมันแตกไปแล้ว หันซ้ายหันขวาเอาไปเทใส่โคนกระถางบอนไซตกแต่งห้อง

            เก็บโต๊ะไปได้แค่ตัวเดียว แต่ที่ล้มไว้ด้วยมือตัวเองยังมีอีกมาก มือใหญ่ปาดเหงื่อตัวเองหนึ่งที ก่อนจะยกโต๊ะขึ้นตั้งให้ครบทุกตัว อะไรที่ไม่แตกก็วางไว้บนโต๊ะอย่างลวก ๆ ไม่ได้สนใจเรื่องความเข้ากันอะไรอีก ใช้มือเก็บหมวก ส่วนเท้าก็ดันเก้าอี้ให้กลับเข้าที่

            คริสเพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าการเก็บของมันก็ทำเอาเหงื่อตกได้ขนาดนี้ ยิ่งรีบ ๆ แบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่

            ทั้งที่ปกติ ทำล้ม ทำพังอย่างเดียวไม่เคยสนใจด้วยซ้ำว่าจะเป็นยังไง ต่อให้อะไรพังโฮมทาวน์ก็มีชิ้นใหม่ส่งมาให้คริสแทนอีกนับไม่ถ้วน ไม่เคยต้องแคร์ ต้องใส่ใจอะไร

            ไม่เคยต้องพยายามตามเก็บ ตามซ่อมเศษของที่พังเหมือนตอนนี้

            "เอาไงดีวะ" ริมฝีปากหยักพึมพำกับตัวเองกับเศษเครื่องแก้ว เครื่องกระเบื้องที่แตกรวมกันกองใหญ่ คนตาไวอย่างอี้ชิงเหรอเดินเข้ามาแล้วจะไม่สังเกตเห็น

            "คุณคริสครับ"

            "เดี๋ยว ๆ เลือกชุดอยู่ ห้ามไปไหนนะ" คริสรีบตะโกน ตาคมกวาดไปทั่วห้องพอเห็นอะไรเข้าตาก็รีบตรงไปหา

ดึงกล่องหนังสือเก่า ๆ ของตัวเองออกมาจากชั้น เทของข้างในออกแล้วรีบใช้ผ้าขนหนูกับฝากล่องทั้งกอบ ทั้งเขี่ยเอาเศษมีคมพวกนั้นใส่กล่อง อันไหนตกหล่นก็ต้องใช้มือหยิบทำลายหลักฐาน คริสรีบปิดฝากล่องโยนทิ้งไว้มุมห้อง

 กวาดตามองแล้วก็เกือบจะพอดูได้ เอาชายเสื้อคลุมเช็ดเหงื่อ ก้าวยาว ๆ เร่งตรงมาที่ประตู หยุดจัดทรงผมเล็กน้อย สูดลมหายใจดับอาการหอบเหนื่อย

            ท้าวแขนข้างหนึ่งไว้กับประตูยามที่บิดลูกบิดเปิดประตูออก

            "ไง" ยักคิ้วใส่ร่างน้อยที่ยืนรออยู่หน้าประตู อี้ชิงมองร่างสูงใหญ่ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ทั้งใบหน้าและเส้นผมที่เปียกชื้นจนเหมือนไม่ผ่านการซับแห้ง แผ่นอกแข็งแรงที่ดูเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ และที่สำคัญ

            "ไหนบอกว่าเปลี่ยนชุดอยู่ไงครับ" อี้ชิงถามถึงชุดคลุมอาบน้ำที่คริสยังสวมอยู่ แม้ว่ามันจะดูยุ่งเหยิงไปหน่อยก็ตาม

            "ก็ ฉัน..." คริสไม่ได้ตอบเพราะไม่รู้ว่าจะตอบยังไง

            "นายมาทำไม อยากจะมาเหยียบอีกเหรอห้องที่เก็บของหนีออกไปน่ะ" เฉไฉเปลี่ยนเรื่อง จ้องมองใบหน้าหวานเขม็งเหมือนหาเรื่องก็ไม่ปาน

            "ผมขอเข้าไปได้ไหมครับ"

            "....." คริสไม่ตอบแต่หันหลังเดินเข้าห้องตัวเองมา ร่างน้อยก้าวเดินตามพร้อมปิดประตูห้องให้ ตาโตกวาดมองรอบห้อง อาจเพราะไม่มีของของอี้ชิงปะปนมันถึงได้ดูแปลกไปจากเดิมมากพอดู โดยเฉพาะแถวประตูเข้าห้อง

            "กำลังจะอ่านหนังสือเหรอครับ" เอ่ยทักเพื่อทำลายบรรยากาศเงียบ ๆ ลง คริสมองตามไปที่กองหนังสือซึ่งตัวเองเทออกเพื่อเอากล่องมาเก็บเศษแก้วที่วางอยู่หน้าชั้นหนังสือ

            "อื้ม" ครางรับในคอเสียงดัง

            "นี่มาช่วยเลือกชุดนอนหน่อย มันมีเยอะไม่รู้จะใส่ชุดไหน" เปลี่ยนเรื่องสด ๆ ร้อน ๆ อีกรอบ พอเห็นอี้ชิงพยักหน้าเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าไม่ได้ติดใจสงสัย คริสก็พ่นลมหายใจอย่างโล่งอก

            "เอาทั้งเสื้อทั้งกางเกงเลยนะครับ วันนี้อากาศเย็นไม่ใส่เสื้อนอนเดี๋ยวไม่สบาย" เสียงนุ่ม ๆ จากห้องแต่งตัวทำเอาคริสยิ้มอีกรอบ งั้นที่ไม่ใส่เสื้อนอนให้เห็นมาหลายวันทำเป็นไม่สนใจจริง ๆ ก็แอบมองเขาอยู่สินะ

            ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมอาบน้ำยืนพิงตู้อีกใบดูแผ่นหลังผอมบางที่กำลังเลือกชุดนอนที่เสื้อกับกางเกงลายเข้าชุดกันอย่างตั้งใจ

            "แล้วถ้าเลือกเองล่ะ ชอบฉันใส่หรือไม่ใส่เสื้อนอนมากกว่า"

            "คุณคริสถามอะไรแปลก ๆ นะครับ"

            "ทำไม หรือว่าฉันมันไม่เร้าใจ ดูแล้วไม่รู้สึกอะไร" ถามไปก็ขยับตัวอีกก้าวเดียว ลมหายใจร้อน ๆ จากจมูกโด่งก็แทบจะรดใบหูของอี้ชิงแล้ว

            "ชอบแบบใส่เสื้อมากกว่าครับ เพราะว่าอุ่นดี นี่ครับชุด" ร่างน้อยหันกลับมาตอบเร็วปรื้อ ยกชุดในมือขึ้นมากั้นกลางระหว่างกัน แล้วคริสก็นึกได้ว่าอี้ชิงควรจะง้อเขามากแค่ไหน ดวงตาคมกริบแทบจะจ้องผ่านเนื้อผ้าไปหาอีกคน

            "ฉันไม่ชอบสีนี้ ขอสีที่มันสว่าง ๆ หน่อย" ถอยหลังไปครึ่งก้าว ยืนกอดอกทำหน้าไม่แยแส อี้ชิงอมยิ้มบาง ๆ ส่ายหน้าให้กับท่าทางของคนตัวโต แล้วก็เลือกหยิบชุดนอนสีส้มจี๊ดจ๊าดที่มีอยู่ชุดเดียวออกมาจากตู้

            "สว่างไป" อี้ชิงพยักหน้ารับคำตัดสิน เลือกหยิบสีม่วงหม่นออกมาจากตู้

            "ถ้าชุดนี้ยังไม่ถูกใจอีก ผมคงต้องแนะนำให้คุณคริสใส่เสื้อคลุมอาบน้ำนอนแล้วล่ะครับ" ยื่นให้พร้อมประโยคที่แปลความได้ว่าจะไม่ช่วยเลือกอีกชุดแน่ ๆ ในเมื่อเล่นตัวไปก็เท่านั้น มือใหญ่เอื้อมมือมาคว้าชุดนอน

            แต่จงใจหยิบชุดแรกที่บอกปัดไปเพื่อเอามาใส่ อี้ชิงถอนหายใจเล็ก ๆ กับท่าทีของอีกฝ่ายแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากจัดเก็บชุดใส่ตู้ให้เรียบร้อย และไม่ได้หันกลับไปหาในทันที เพราะรู้ดีว่าคริสกำลังเปลือยกายเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ข้างหลังใกล้ ๆ นี่เอง

            "คุณคริสครับ เรื่องวันนี้น่ะ..." เพราะไม่ได้จ้องมองกัน อี้ชิงจึงเอ่ยปากพูดเรื่องที่ทำให้มาหาอีกครั้ง

            "ผมขอโทษนะครับ ที่ย้ายของออกไปโดยไม่บอกคุณก่อน" คำขอโทษทำให้มือหนาที่ติดกระดุมเสื้อนอนสีเทาชะงักไปเล็กน้อย

            "แล้วนายจะย้ายกลับมาที่ห้องฉันอีกไหม" ตาคมจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาแบบไหนอีกคนไม่มีโอกาสได้เห็น แต่น้ำเสียงทุ้มที่แผ่วลงนั้นจับกระแสน้อยใจได้ไม่ยาก

            "คุณคริสอยากให้ผมทำยังไงล่ะครับ"

            "รู้อยู่แล้วจะถามทำไม ถามไปก็ไม่ทำ" แต่ประโยคนี้เสียงทุ้มห้าวติดเอาแต่ใจขึ้นมาอีกรอบ อี้ชิงหันกลับมาเมื่อคิดว่าอีกคนแต่งตัวเสร็จแล้ว คริสในชุดนอนสีเทายืนตัวโตกอดอกจ้องมองมาแทบไม่ละสายตา

            "ผมตัดสินใจแล้วครับว่าจะไม่ย้ายของกลับขึ้นมาบนนี้" หน้านิ่ง ๆ ของคริสหงิกลงไปอีกมากให้เห็นทันที

            "แล้ววันนี้จะขึ้นมาทำ..."

            "แต่ผมคิดว่าจะขึ้นมานอนที่นี่เอาแทน" น้ำเสียงนุ่ม ๆ ของอี้ชิงเป็นฝ่ายได้จบประโยคในขณะที่คริสเงียบปากลงฉับ

            "กลางคืนก็นอนที่ห้องนี้ แต่ถ้าวันไหนอาการแพ้ท้องหนักก็ลงไปนอนห้องตัวเองดีไหมครับ มีห้องสำรองไว้ไม่ประมาทแบบนั้นผมสบายใจมากกว่า"

            "จริงเหรอ" ถึงคิ้วจะยังขมวด แต่คริสก็ซ่อนรอยยิ้มตัวเองไม่อยู่ อี้ชิงหลุดยิ้มออกมา สองเท้าขาวจัดไม่ต่างทั้งตัวเดินเลี่ยงจากห้องแต่งตัวมาถึงเตียงสีขาวที่ผ้าห่มกองอยู่ปลายเตียง หมอนก็ไม่เป็นที่เป็นทาง แต่ก็ไม่ได้ทักอะไร

            ร่างน้อยเลือกนั่งลงที่ว่างขอบเตียงเหมือนยืนยันให้เห็นว่าจะนอนที่นี่จริง ๆ มองคนตัวโตที่เดินกอดอกตามออกมา

            "ทักทายกันหน่อยไหมครับ ตั้งแต่เจอกันก็ยังไม่ได้คุยกันเลยนี่" มือน้อยวางแนบลงบนหน้าท้องของตัวเอง

            ตั้งแต่รู้ข่าวดีก็มัวแต่ปั้นปึ่งใส่กัน คริสยังไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดหรือทักทายลูกจริง ๆ อย่างที่แม่ของลูกบอก คริสที่ยังคิดจะท่ามากได้แต่ยอมแพ้เดินมานั่งบนเตียงข้าง ๆ ร่างน้อย มือหนาแตะลงชิดตำแหน่งมือของอี้ชิง

            "นายผอมจังอี้ชิง ตอนนี้ลูกต้องตัวเล็กแค่ไหนถึงอยู่ในนี้ได้" คริสทำหน้ายุ่ง ถามไปอมยิ้มไป ขยับมือใหญ่จับไปทั่วท้อง ทั่วเอวคอดของลิลลี่จากสกุลหยิน

            "ถ้าตามที่นายแม่กับคุณแม่สอนมา ตัวเล็กนิดเดียวเองครับ" ทำท่าแตะปลายนิ้วเทียบให้ดูว่าเล็กจิ๋วแค่ไหน คริสพยักหน้ารับแต่ก็ไม่ยอมปล่อยมือ ถือโอกาสขยับตัวไปจนชิดดึงอีกคนมากอดไปด้วย

            อี้ชิงจะดิ้นก็ได้ ยังไงคริสก็ไม่ปล่อย

            "คืนนี้นอนนี่แน่นะ" ถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

            "ครับ คุณคริส" พอคำตอบถูกใจก็ยิ้มมุมปากกับตัวเอง ตาคมมองกองหนังสือที่ยังกองอยู่ที่เดิมชวนให้นึกถึงการเก็บของจนวุ่นวายเมื่อครู่ เขาเพิ่งเห็นตอนติดกระดุมเสื้อว่ามันทำให้ปลายนิ้วเป็นรูจากเศษกระจกตั้งสองแห่ง

            แต่คริสก็ถือว่าคุ้มอยู่ล่ะนะ

❀❀❀

            เป็นเวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์ตั้งแต่ที่คริสได้รู้ว่าเขากำลังจะเป็นพ่อคน แม้จะผ่านมาหลายวันแล้วแต่เขาก็ยังรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจไม่หาย จนอยากจะเดินไปอวดใครต่อใครว่าลิลลี่จากสกุลหยินตั้งท้องลูกของเราแล้ว

            แต่เพราะยังยั้งคิดได้ว่ามันไม่สมควรที่จะทำแบบนั้น เขาก็เลยเก็บความปรีดาไว้ในในใจของตัวเอง ความปรีดาที่ทั้งพ่อแม่และพี่สาวเขามีล้นพ้นไม่แพ้กัน

            พี่อี้เฟยน้ำตาคลอพร้อมรอยยิ้มกว้างกว่าพ่อกับแม่ของเขาเสียอีก แถมยังไม่พอยังตบรางวัลด้วยการทุบไหล่พ่อของหลานเสียจนคริสต้องร้องโอดโอยออกมาฟ้องความป่าเถื่อนที่ถูกพี่สาวกระทำให้ได้เห็น

            แล้วรอยยิ้มเย็นใจของลิลลี่ก็ฉายชัดเชียวล่ะ

            ไม่รู้ว่าปกติก็ยิ้มจนชินปาก หรือเพราะเห็นเขาถูกพี่อี้เฟยตีบ้างหยิกบ้าง แล้วยิ่งอยากจะยิ้มอวดลักยิ้มข้างแก้มขาว ๆ นั่น

            คริสล่ะอยากดึงหยิน อี้ชิงมาฟัดหอมให้แก้มช้ำเป็นการสั่งสอนนัก

            "คุณคริส คุณคริสครับ ท่านรอง"

            "หืม" คริสเปลี่ยนจุดวางสายตาจากท้องฟ้าสีฟ้าจัดเหนือหัว เป็นพนักงานชายตัวสูงเกินไหล่ของตนเองไม่มากนักตรงหน้า

            "อารมณ์ดีอะไรครับ ยิ้มกว้างเชียว" เสียงเอ่ยทักทำให้คริสอดจะกระตุกยิ้มกว้างขึ้นอีกนิดไม่ได้ ก่อนจะกระแอมแล้วตีสีหน้าเป็นเคร่งขรึมตามเดิม

            "แล้วมีความคืบหน้าอะไรบ้าง" เสียงทุ้มบอกนิ่งจัดเข้าสู่การทำงานต่อไป หัวหน้าแผนกดูแลเขตโรงงานที่หนึ่ง ยื่นผลความคืบหน้าของานให้

เขตที่หนึ่งโดนสายฟ้าแรงสูงลงไปเมื่อไม่นานมานี้ทำให้ต้นไม้ล้มไปจำนวนไม่น้อย ต้องเก็บกู้ แล้วก็เตรียมดินเพื่อลงกล้าซ่อมแซมใหม่ เพราะเป็นเขตที่หนึ่งไม้ส่วนใหญ่จะเป็นไม้เนื้อดี ที่มีราคาค่อนข้างสูงแม้แต่ยังเป็นต้นกล้าอ่อน ๆ

            "...." คริสเลิกคิ้วจนสูงเมื่อเห็นผลรายงานบางอย่างที่ดูผิดปกติ

            "ตรงนี้เขียนผิดนี่ ตรวจทานดี ๆ หน่อย" คริสวางแฟ้มลงบนโต๊ะทำงาน ชี้ให้ผู้รับผิดชอบได้ดู แต่ชายวัยกลางคนส่ายหัว แถมยังยิ้มกว้างตื่นเต้น

            "ไม่ผิดครับ คุณคริส นี่เป็นผลของจริง ผมยังแปลกใจเลยว่าทำไมรอบนี้ต้นกล้าไม่ถูกคัดทิ้งสักต้นเดียว ปกติยังไงก็ต้องเฉาตายหรือมีต้นอ่อนแออย่างน้อย 20เปอร์เซ็นต์ของที่เพาะไว้ทั้งหมดอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้แข็งแรง สมบูรณ์ดีทั้งหมดเลยครับ" หัวหน้างานเอ่ยอย่างกระตือรือร้น

            "ผมกำลังจะมาขอคุณคริสให้ทีมวิจัยลงไปตรวจสอบดูที่เรือนเพาะกลางของเขตบ้านสกุลอู๋ได้ไหมครับ" ร่างสูงใหญ่ของบุตรชายสกุลอู๋นิ่งจ้องมองผลรายงานตรงหน้าตน

            "อื้ม คืบหน้ายังไงรายงานผมด้วย" แล้วพินิจถึงข้อสงสัยเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นใจตน

            การที่ลิลลี่จากสกุลหยินชอบเข้าไปรดน้ำ พูดคุย โปรยรอยยิ้มให้ต้นกล้าพวกนั้น ไม่น่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลหรอกใช่ไหม ไม่ใช่แน่ล่ะ ไร้สาระจริง คิดอะไร

            คริสนึกดุตัวเอง แต่ก็ยังมีเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้พวกนี้แวบเข้ามาในหัวอยู่หลายครั้ง

            "ผมแห้งแล้วครับ" น้ำเสียงนุ่มหวานเอ่ยบอกหลังจากเสียงไดร์เป่าผมเงียบลง พร้อมร่างนุ่มหอมที่ขยับเดินออกห่างไปจากเก้าอี้ตัวโตที่คนตัวใหญ่ยิ่งกว่าเก้าอี้นั่งอยู่

            คริสมองตามอี้ชิงที่เดินยิ้มเย็น ๆ เป็นปกติตรงไปที่ประตูห้องนอนคอแทบเคล็ดตาจ้องเขม็ง คริสใช้ข้ออ้างว่าวันนี้ฝนตกหนักแล้วตนเปียกฝนตอนขากลับจากที่ทำงาน ให้ลิลลี่ขึ้นมาเป่าผมให้หน่อยเพราะเหมือนว่าจะเป็นไข้เข้าให้แล้ว

            อี้ชิงขึ้นมาทำให้ไม่มีอิดออด แต่พอทำเสร็จแล้วก็เดินตรงไปที่ประตูเพื่อออกจากห้องทันที

            มันใช่หรือไง หยิน อี้ชิง

            มันใช่เหรอ

            "เดี๋ยว ลิลลี่" เสียงทุ้มห้าวทำให้มือน้อยที่จับเข้าลูกบิดประตูชะงัก ใบหน้าขาวเนียนละเอียดกับแก้วตาโตน้ำตาลหวานใสเหลียวหันมามองตามเสียงเรียก

            คริสกระแอมในลำคอตัวเอง ร่างสูงในชุดนอนสีขาวที่กึ่งบังคับให้อี้ชิงเลือกให้เดินไปนั่งบนเตียงกว้างหนานุ่มสีเดียวกัน เหมือนตอนนี้อะไร ๆ ในห้องคริสก็ดูจะขาวไปหมด

            "คุณคริสมีอะไรหรือเปล่าครับ" เสียงทั้งนุ่มทั้งเย็นของอี้ชิงนิ่งสงบในขณะที่คนฟังเองร้อนใจขึ้นทุกที

 หนึ่งสัปดาห์เต็มมานี้ อี้ชิงนอนห้องนอนเดียวกันไม่หนีลงไปนอนที่ห้องชั้นล่าง แค่หนึ่งครั้งเท่านั้น

            คริสร้องขอให้อีกฝ่ายขึ้นมานอนด้วยสามครั้ง สำเร็จหนึ่งครั้ง ส่วนที่เหลือต่อรองด้วยสายตาแต่ไม่เป็นผล ตอนเจรจาธุรกิจคริสยังไม่ทุบสถิติแพ้ขนาดนี้เลย

            แล้วนี่จะให้เขาร้องขอครั้งที่สี่แล้วโดนเมินเฉยอีกหรือ

            "ฉันไม่ค่อยสบาย" จริง ๆ มึนหัวนิดหน่อย เป็นมาสองสามวันแล้วคงเพราะนอนน้อย แต่เสริมการไอจาง ๆ ลงไปสักนิด

            "ผมเตรียมยาไว้ให้แล้วครับ ตรงหัวเตียง" คริสชายตาไปมอง ครบถ้วนแม้แต่น้ำหนึ่งขวดกับแก้วใสแจ๋ว จมูกโด่งอดจะพ่นลมร้อน ๆ ออกมาไม่ได้

            "พรมบันไดเพิ่งเปลี่ยนมาใหม่ มันลื่นนะกว่าจะถึงชั้นล่าง บันไดก็หลายขั้น" จะเหนื่อยแรงเดินลงไปทำไมกัน

            "ไม่ลื่นนะครับ ฝืดเท้า เดินสะดวกกว่าของเดิมอีก" อี้ชิงตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างเสียกว่าเดิม ส่วนคนฟังก็ยิ่งหน้าหยิก

            "คุณคริสไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมครับ"

            "...."

            กิก

            "เดี๋ยวก่อน" คริสรีบท้วงเรียก เมื่อเห็นประตูห้องนอนตัวเองเปิดกว้าง พอร่างน้อยที่อุ้มท้องลูกของเขาอยู่หันมา ก็ส่งสายตาอย่างจริงจังว่านอนด้วยกันไหม แต่ก็ได้แค่รอยยิ้มจาง ๆ อย่างเคย

            "พี่อี้เฟยบอกว่าถ้านายไม่แพ้ท้องหนักมาก ให้ไปด้วยกันกับฉันเวลาไปบริษัท แต่ถ้าออกไปนอกสถานที่หรือตามโรงงานยังไม่ต้องไป นายพร้อมที่จะไปกับฉันหรือยัง" พอคริสถามอี้ชิงก็นิ่งคริสครู่หนึ่ง

            "ที่จริงแล้วผมชอบตอนไปดูเขตโรงงานที่ปลูกต้นไม้ที่สุดนะครับ ขอแค่เลี่ยงตรงที่กำลังตัดต้นไม้กันก็พอ"

            "ได้ ๆ ฉันตกลง" คริสพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ที่จริงเขาเป็นคนขอพี่สาวเองว่าให้อยู่แต่ในห้องทำงานที่สบายตัวเพราะตั้งท้องอ่อน ๆ แต่เมื่อลิลลี่เขาอยากไปพบปะพืชพรรณหมู่แมกไม้ คริสก็ไม่ขัด

            "ขอบคุณครับ งั้นมีอะไรอีกไหมครับ ผมชักจะง่วงแล้ว"

ปุปุ

            มือใหญ่ตบที่ว่างบนเตียงข้างตัว เป็นเชิงบอกว่าถ้าง่วงก็นอนด้วยกันเสียที่นี่เลยสิ เหลือแค่ปากที่ยังไม่อยากเอ่ยมาให้เสียทีอีกหากถูกปฏิเสธ

            "งั้นราตรีสวัสดิ์นะครับ" อี้ชิงโค้งให้ชายหนุ่มที่รับตนออกจากสกุลหยินหนึ่งครั้งก่อนจะเดินจากไป

            "...." เสียงประตูห้องนอนที่ปิดลงทำให้คริสหน้าหงิกกว่าเดิม ดวงตาคมกลอกขึ้น ปากหยักเหยียดตัวอย่างหงุดหงิดใจ เขาทำถึงขนาดนี้แล้ว ขอให้มานอนด้วยก็ตั้งหลายครั้งแล้ว แต่ลิลลี่ก็หนีไปนอนห้องเก่าอยู่ดี

            ทำไมห้องนั้นมันมีอะไรดี หรือเขาจะเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ห้องนี้ตามแบบห้องนั้นทั้งหมดดี

            เขาก็แค่อยากให้อี้ชิงนอนข้าง ๆ ทำไมมันยากเย็นนักนะ

            "โว้ย" สบถอยู่คนเดียว ความกรุ่น ๆ ในใจมันผลักดันให้ร่างสูงใหญ่รีบยันตัวลุกขึ้น ขายาวก้าวฉับ ๆ ไปที่ประตูห้องนอน

            เอาสิวะ คืนนี้ไม่มานอนกับเขา เขาก็จะลงไปนอนด้วย

            จะแกล้งเบียดบนเตียงเล็ก  ๆ นั่นจนต้องมานอนซุกในอกเขา ใช้แขนเขาต่างหมอนไปทั้งคืนเลยเชียว จะแกล้งให้เข็ดเลย อี้ชิง

            กึก

            เสียงฝีเท้าชะงักขึ้นฉับพลันทั้งที่อีกสองก้าวจะถึงประตูห้องนอน ก่อนมันจะเปลี่ยนวิถีไปอีกทางอย่างรวดเร็วเมื่อขายาวก้าวฉับ ๆ ตรงไป

            "โอ่กกกก" เหมือนอาการป่วยจะกำเริบหนักข้อขึ้นตอนนี้คริสพะอืดพะอมเวียนหัวจนทนไม่ไหว

            "อึก โอ่กกก" ชายหนุ่มร่างโต โก่งคออาเจียนออกมาอีกหลายครั้งหลายหน ทั้งที่ปกติป่วยหนักแค่ไหน รุนแรงมากสุดก็แค่ไม่อยากอาหาร

            แล้วไอ้อาการแบบนี้นี่มันอะไรกันโว้ยยย





กลับมาแล้วจ้าาาา  

ว้ายย อ้วกใหญ่เลย 5555555555555555555555555555555555555555555555555

อะไรเอ่ยเหมือนจะดี ถถถถถ เก่งมาจากไหนก็แพ้ทางอี้ชิงเนอะพี่คริสเนอะ 55555555 (เทเลขห้าให้พี่เขาทั้งแป้นพิมพ์เลยจ้า)

ใส่ปุ๋ยโปรยน้ำให้ลิลลี่ได้ได้เสมอเลยนะคะ จะแท็ก #ลิลลี่ชิงชิง จะเมนต์ ก็ดีงามหมด หรือจะแชร์จะชวนเพื่อนมาอ่านก็ได้น้า อิอิ 

ฝากรักไว้ให้ลิลลี่หน่อยยน้าาา น้องกลับมาแล้วววว

   พูดถึงเรื่องนี้ติดแท็กให้เราด้วยน้าาา


แล้วก็ 

ลิลลี่จะเปิดพรีตั้งแต่ วันที่ 9/03/62 เวลา 12:00 (เที่ยงตรง)  ถึง 17/05/62 เวลาเที่ยงคืนค่ะ

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งได้พร้อมกันวันที่ 9 มีนาคม เวลา เที่ยงตรง ผ่านทางลิ้งนี้หน้าบทความได้เลยค่าาา

#ลิลลี่ชิงชิง



B E R L I N ❀

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}