facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

ตอนที่ 5-3 ทะแม่งๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 5-3 ทะแม่งๆ

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 950

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2562 16:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5-3 ทะแม่งๆ
แบบอักษร

เช้าแล้วและพระอาทิตย์ก็ลอยขึ้นมาเหนือท้องฟ้า ซอนอูที่ต้องเข้าเรียนคลาสตอนบ่ายโมงก็มาถึงมหาวิทยาลัยอย่างทุลักทุเลพร้อมกับลากรอยคล้ำใต้ตาที่เหมือนกับเงาไปๆ มาๆ ด้วย เขาไม่เข้าใจความรู้สึกของพวกพี่สาวที่บอกว่าการไดเอทคือความทุกข์ทนที่เหมาะสมเลย ถ้ามีใครมาจิ้มใบหน้าของซอนอูที่กำลังเศร้าโศกอยู่ตอนนี้ น้ำตาเขาก็คงจะแตกทะลักออกมาเลยล่ะ และคนที่จิ้มก็คือ...

“รุ่นพี่ซอนอู”

รุ่นน้องลีโดยอง คนที่เขาวิงวอนขอร้องแล้วของร้องอีกว่าอย่าได้เจอกันเลยนี่แหละ ก่อนที่จะได้รู้ความจริงมันก็เป็นน้ำเสียงที่เซ็กซี่ของรุ่นน้องที่เขาแอบรัก แต่ทำไมวันนี้ถึงได้รู้สึกว่ามันโหดขึ้นอีกกันนะ ซอนอูกะพริบตาซ้ำๆ เพราะโดยองแทรกตัวเข้ามาเขาก็เลยตกใจและส่งเสียงดังออกไป แต่ถึงจะส่งเสียงดังแค่ไหนก็ตั้งใจว่าจะไม่พ่นคำหยาบออกมาเด็ดขาด ถึงแม้จะมีตัวห. หีบออกมาแล้วก็ตามแต่ก็โชคดีที่มันไม่ออกมาจนหมด มันยอดเยี่ยมจริงๆ ที่เขาสามารถรักษาชีวิตของตัวเองได้โดยการสงบปากสงบคำ ซอนอูสงบหัวใจที่เต้นตึกตักๆ ลงอย่างยากลำบากก่อนจะฉีกยิ้มออกมาอย่างสบายๆ 'โอ้วว คุณรุ่นน้องมาแล้วเหรอ!' ยิ่งวันเวลาผ่านไปเท่าไหร่การแสดงก็ยิ่งไม่เป็นธรรมชาติมากขึ้นเท่านั้น ลีโดยองที่หูตาไวมากกว่าผีก็จ้องมองซอนอูนิ่งๆ และมั่นใจมากกว่าร้อยเปอร์เซ็นจาก ‘เหมือน’ แปลกไปน่ะกลายเป็นแปลกไป 'แน่ๆ' คนเราจะยิ้มอย่างไม่เป็นธรรมชาติตั้งแต่เช้าตรู่แบบนั้นได้ยังไงกัน

“ทำไม... มองฉันแบบนั้นล่ะ”

มีอะไรติดหน้าฉัน ต้องโกนหนวดเหรอ มีหนวดขึ้นตรงไหน

ซอนอูลูบๆ คลำๆ ใบหน้าตัวเองพลางถามหาเหตุผลกับโดยอง ถ้าไม่มีอะไรจริงๆ ก็อยากจะให้ตอบมาสักหน่อยว่าไม่มีอะไร มองคนอื่นไม่กระพริบตาแถมยังไม่พูดอะไรสักคำคนที่เป็นฝ่ายตรงข้ามก็ใกล้จะเป็นบ้าและกระโดดโหยงเหยงไปแล้ว หลังจากเงียบไปไม่กี่วินาทีในที่สุดโดยองก็ส่ายหน้าก่อนจะตอบว่าไม่มีอะไร เห็นการกระทำของรุ่นน้องแล้วคนเป็นรุ่นพี่ก็รู้สึกเหมือนอายุตัวเองจะยืดๆ หดๆ ซ้ำไปซ้ำมาเหมือนหนังยาง

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันไปเข้าเรียนก่อนนะ นาย นายก็รีบไปล่ะ!”

“เดี๋ยวครับรุ่นพี่”

อ่า... ไอ้เวรร ไอ้เด็กนี่ทำไมเอาแต่เรียกฉันอยู่ได้


ใบหน้าของซอนอูที่หันหลังให้โดยองก็บิดเบี้ยว แต่พอหันไปอีกครั้งเขาก็ยิ้มเหมือนคนที่มีความสุขที่สุดในโลกใบนี้ตอนมองอีกฝ่าย ถึงซอนอูคิดจะแบบนั้นแต่ดวงตาที่ยกขึ้นเหมือนพระจันทร์เสี้ยวกับมุมปากที่ยกยิ้มก็คงมีแต่เจ้าตัวเท่านั้นแหละที่ไม่รู้ว่ามันเกร็งอยู่

เหมือนมีหลอดไฟติดปิ๊งขึ้นมาในหัวของโดยองกับสีหน้าแบบนั้นของซอนอู เขายิ้มกว้างราวกับคนที่มีทุกอย่างในโลกใบนี้ รอยยิ้มของโดยองก็ทำให้ซอนอูสั่นระริกอยู่ครู่นึงแต่ไม่นานก็พยายามตั้งใจตั้งสติ

ไม่ดิ อย่าหลงกลนะยูซอนอู นายไม่ได้เป็นผู้ชายที่ง่ายแบบนั้น ลีโดยองเองก็ไม่ได้เป็นผู้ชายง่ายๆ เหมือนกัน! บอกให้นึกถึงวันนั้นไง!

ซอนอูกำลังเปิดย้อนฟิล์มเบื้องหลังของโดยองในวันนั้นวนดูอยู่ในหัว ลีโดยองผมสีดำสนิทแต่งชุดสูทอย่างสะอาดสะอ้านดูดีและเซ็กซี่แต่ก็เป็นลีโดยองที่น่ากลัว คิดถึงลีโดยองแบบนั้นไว้ซะ หัวใจที่สั่นระริกก็เต้นแรงขึ้นกว่าเดิม ความรู้สึกแอบรักถูกพังทลายไปพร้อมกับความหวาดกลัว

“เรียกฉัน... มีอะไรรึเปล่า”

“แป๊บนะครับ ผมมีอะไรจะให้”

เฮ้ยยย นี่ตอนนี้ฉันเดจาวูเหรอ จะมีประแจออกมาจากกระเป๋านั่นไหมนะ?!


เขากำลังตกอยู่ในเหตุการณ์ที่เหมือนกับความฝันที่ทำเอานอนไม่หลับเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ถึงคิดว่าต้องหนีไปในตอนนี้แต่ขากลับไม่ฟังกันเลย ถ้ายืนนิ่งๆ อยู่ตรงนี้แล้วเผลอกลัวจนฉี่ราดออกมาล่ะ

อ่า ไอ้... ทำไมมันไม่ออกมาล่ะ

ในตอนที่ตั้งตารอว่ามือขวาของโดยองที่ล้วงเข้าไปในกระเป๋าใบใหญ่จนถึงข้อศอกจะเอาอะไรออกมา ความคิดต่างๆ มากมายที่ตั้งใจจะถามก็ถาโถมเข้ามาเหมือนกับสึนามิจนซอนอูไม่สามารถตั้งสติได้เกือบจะทรุดลงไปนั่ง แต่ในที่สุดโดยองก็เอาของที่อยู่ในกระเป๋าออกมาได้สำเร็จ

“นี่ครับ ข้อมูลที่ตอนนั้นขอให้ผมช่วย”

ขอให้ผมช่วย ขอให้ ขอไปแล้ว เน้นคำนั้นกับซอนอูไปอย่างหนักแน่น

เวร ตอนนี้ฉันจะหมดลมหายใจไหม สั่งงานลีโดยองไปตั้งหลายอย่างแบบนั้น ไม่ใช่สิ ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องทำแล้วทำไมไอ้บ้านี่ถึงทำมาล่ะ?!

เพราะมีจิตใจอันเมตตากว้างใหญ่ไพศาลมาตลอดชีวิตก็เลยหนีบเอาการบ้านของรุ่นพี่มาให้ด้วย แต่เพราะคุณรุ่นน้องเป็นคนถือมาหัวใจของคุณรุ่นพี่เลยไม่สะดวกรับเท่าไหร่ ทว่าในสถานการณ์แบบนี้ถ้าไม่รับมันไว้ก็คงตลกน่าดู ซอนอูจึงดึงการแสดงภายในจิตใจทั้งหมดเท่าที่ตัวเองทำได้และยิ้มก่อนจะรับเอกสารต่างๆ มา

“ฮ่า ฮ่าๆ ฮ่าๆๆๆ ฮ่าฮ่าฮ่า! เมื่อวานฉันบอกแล้วว่าไม่ต้องทำก็ได้...”

“ผมทำเสร็จก่อนที่จะบอกมาแบบนั้นน่ะครับ”

คนที่กลายเป็นหินก็คือยูซอนอู ถ้าประตูดาดฟ้าของห้องสมุดเปิดอยู่ล่ะก็เขาคงจะต้องไปกระโดดบันจี้จัมพ์แบบไร้สายเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของชีวิตนี้ซะ การบรรเลงเสียงแตรของเหล่าเทวดากับเสียงไฟนรกแผดเผาดังขึ้นอย่างโอ่อ่าในหู ‘เวลคัมทูชีวิตหลังความตายยย’ เสียงร้องตะโกนของเทวดาและปีศาจทั้งหลายดังขึ้นพร้อมกัน

“อ่า งั้นเหรอ ขอโทษ ยะ ยังไงก็ขอบคุณนะ! แต่ยังไงคราวหน้าจะไม่สั่งอะไรแบบนี้แล้วล่ะ”

“อ้าว ทำไมล่ะครับ บางครั้งหาข้อมูลให้รุ่นพี่มันก็ดีนะครับ ผมเองก็เหมือนตัวเองได้เรียนล่วงหน้าไปด้วย”

คำพูดนั้นของโดยองมีความจริงผสมกับการเสแสร้งอย่างละครึ่งพอดี แน่นอนว่าคนที่ทำบาปจะไม่รู้สึกอะไรแบบนั้น ทว่าแต่ละคำที่โดยองพูดกับซอนอูเหมือนลูกธนูยิงเข้ามาจนเดาไม่ได้เลยว่ามีกี่รูที่ถูกเจาะอยู่ตรงหัวใจ ดวงตาที่ปวดตื้อๆ ร้อนผ่าวๆ ก็เหมือนจะมีน้ำตาไหลออกมาจริงๆ ถ้ายังอยู่แบบนี้ก็คงจะโดนจับได้ ซอนอูเลยรีบหันหนีไปอีกครั้ง

“ไม่แล้ว จะไม่สั่งแล้ว! ขอโทษษ!”


เมื่อมองภาพด้านหลังของรุ่นพี่ที่วิ่งไปด้วยความเร็วจี๋และไม่หันหันกลับมามองข้างหลัง คนเป็นรุ่นน้องก็หลุดหัวเราะออกมา แบบนี้ก็แน่ใจขึ้นแล้วล่ะ โดยองมั่นใจว่ายูซอนอูคงจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขาแน่ๆ แถมคงจะรู้มากกว่าสามในสี่ส่วนด้วย ตอนแรกโดยองก็ไม่ได้อยากให้ซอนอูรู้เพราะรุ่นพี่ยูปากเบา และการตั้งใจปล่อยข่าวลือในมหาวิทยาลัยมันก็ไม่มีอะไรดีเลย ทั้งอาจจะทำให้เรียนจบช้า แล้วก็พอเป็นแบบนั้นก็คงถูกพ่อกับแม่บั่นชีวิตให้สั้นลงอย่างไม่ต้องสงสัยเลย แถมนิสัยของซอนอูที่เขารับรู้มาตลอดหนึ่งเดือนก็ไม่มีอะไรมารับรองได้เลย ถึงจะทำเป็นแข็งแกร่ง แสร้งว่ามี ทำตัวเป็นรุ่นพี่ต่างๆ แต่จริงๆ ก็เป็นแค่ซิสเตอร์บอย* ในมาม่าบอย** ที่ขี้ขลาดเหมือนที่ฮันจีซูบอกมาก่อนหน้านี้

“ฮัลโหล อืม อื้อๆ พี่แจโฮ คุณพ่อคุณแม่ล่ะ อือ เข้าใจแล้ว อื้อๆ”

โดยองเดินไปยังห้องเรียนด้วยฝีเท้าที่เบากว่าตอนเดินมามหาวิทยาลัย ระหว่างนั้นเขาก็รับสายจากแจโฮที่โทรเข้ามาด้วย ช่วงที่แจโฮกำลังร่ายข้อความที่คุณพ่อคุณแม่ส่งมาหลายๆ อย่างกับภาระงานในวันนี้ โดยองกลับฮัมเพลงอย่างไม่เคยทำมาก่อนในชีวิตจนแจโฮที่พูดจนจบประโยคสงสัยจึงถามขึ้นเป็นนัยๆ

“ดูเหมือนคุณชายจะมีเรื่องดีๆ นะครับ”

“เรื่องดีๆ เหรอ อ่า ก็ยังไม่ชัวร์ว่าเป็นเรื่องดีๆ หรอกนะ แต่มันก็... เหมือนเดี๋ยวเวลาก็ค่อยๆ ช่วยให้มันคลี่คลายเองล่ะ”

“ถ้างั้นก็เป็นเรื่องดีสิครับ พอเลิกเรียนแล้ว ผมจะจอดรถรอตรงหน้าสถานีนะครับ”

“เข้าใจแล้ว เหนื่อยหน่อยนะ”

สำหรับโดยองแล้วชีวิตมหาวิทยาลัยในเทอมใหม่ ปีการศึกษาใหม่ที่เหมือนต้องอดทนอดกลั้นเดินในทะเลทรายก็ใกล้จะจบลง ในตอนนี้เพียงก้าวไปอีกแค่ไม่กี่ก้าวก็จะพบกับเส้นทางอันงดงามมีต้นหญ้าเขียวชอุ่มและดอกไม้เบ่งบาน และโดยองก็จะเป็นสัตว์กินพืชที่อิ่มหนำสำราญหนึ่งตัวที่ได้วิ่งเล่นบนนั้นก่อนใคร


* เด็กติดพี่

** เด็กติดแม่

ความคิดเห็น