facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

ตอนที่ 5-2 ทะแม่งๆ

ชื่อตอน : ตอนที่ 5-2 ทะแม่งๆ

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 971

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2562 16:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5-2 ทะแม่งๆ
แบบอักษร

​โดยองพยายามปะติดปะต่อการกระทำต่างๆ ของซอนอูภายในหัวตลอดทางกลับบ้าน ทั้งการพยายามปั้นสีหน้าให้เหมือนปกติ ทั้งการพูดคุยที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ ไม่มีมุมไหนเลยที่ไม่แปลก โดยองเอนศีรษะไปทางนู้นทางนี้* ไม่หยุด

และเขาก็มาถึงสถานีรถไฟใต้ดินที่ห่างจากมหาวิทยาลัยหนึ่งป้ายรถเมล์ จากนั้นก็เห็นแจโฮที่มักจะจอดรถรออยู่ตรงทางออกที่นัดพบกันทุกครั้งลงมาจากที่นั่งคนขับ ถ้าตามปกติแล้วอีกฝ่ายต้องลงมาจากที่นั่งข้างคนขับนี่ วันนี้มันอะไรกันยังไม่ผ่านครึ่งวันก็มีเรื่องอะไรที่แตกต่างจากปกติไปเยอะแยะ

“ทำไมวันนี้พี่ขับรถเองล่ะ”

“...คุณชายลืมเหตุฉุกเฉินในตอนนี้ไปแล้วเหรอครับ คนอื่นถูกเรียกตัวไปหมดเหลือแค่ผมคนเดียวครับ”

อ่า ใช่แล้ว ตอนนี้เขาถูกพ่อกับแม่จับได้เรื่องซ้อมลูกค้าแล้วสินะ

มัวแต่กังวลเกี่ยวกับยูซอนอูเลยลืมเรื่องสำคัญที่สุดไปเลย และเพราะเรื่องนั้นพวกลูกน้องอยู่ที่ในคลับวันนั้นจึงถูกเรียกตัวไปกันหมด โดยองรู้สึกผิด ด้วยนิสัยของของตัวเองเขาเลยเหมารวมแล้วโมโหใส่ทุกคนทั้งๆ ที่พวกนั้นไม่ได้ทำผิดอะไรร้ายแรง เขานั่งอยู่บนเบาะหลังแล้วเอนศีรษะลงกับเบาะก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ


หลังจากแจโฮขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับอีกครั้งก็คาดเข็มขัดนิรภัยและสตาร์ทรถ ‘ผมหน้าที่ที่ต้องพาคุณชายไปส่งโดยเร็วที่สุด คงต้องเร่งความเร็วกว่าปกตินะครับ’ ก่อนจะจบประโยครถก็ออกตัวไป โดยองจึงกลับมาถึงบ้านใหญ่ด้วยความเร็วแสงเพราะแจโฮ แต่เขาไม่ยอมเปิดประตูใหญ่เข้าไปในบ้าน ดันปักหลักย่อตัวนั่งลงข้างหน้าคฤหาสน์หลังมหึมาเหมือนเป็นก้อนหินบนพื้นถนน แจโฮรู้สึกได้ด้วยตัวเองว่าลีโดยองก็เป็นแค่เด็กที่ไม่รู้จะทำยังไงต่อหน้าพ่อแม่ ‘พี่ ตอนนี้พี่เป็นเลขาติดตามของผม แต่เพราะยังไงก็เป็นคนของพ่อ พี่เลยอยู่ข้างผมไม่ได้ใช่ไหม’ เรียกได้ว่าเป็นการบ่นพึมพำที่ไม่ใช่การบ่นพึมพำก็ได้ล่ะมั้ง หลังจากแจโฮให้คำมั่นสัญญาว่าจะคุ้มครอง คุณชายถึงได้ยอมเข้าไปด้านใน

เมื่อเปิดประตูใหญ่ของบ้านสองชั้นหลังใหญ่ผ่านลานบ้านอันกว้างขวางพร้อมกับเห็นพ่อแม่นั่งเรียงกันอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก แม่ของเขานั่งอยู่อย่างเรียบร้อยแต่พอเห็นหน้าโดยองแม่ก็ลุกจากที่นั่ง ก่อนจะปารองเท้าสลิปเปอร์ใส่หน้าของลูกชายแบบเข้าเป้าเลย ส่วนคนเป็นลูกชายนั้นรู้เป็นอย่างดีว่าถึงจะหลบหลีกรองเท้าหรือจะถูกตียังไงก็ต้องโดนฝ่ามือเฉียดผ่านใบหน้าสักครั้งอยู่ดี และจากประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปีมันก็จะต่อด้วยเสียงก่นด่า เริ่มจาก ‘แก ไอ้เด็กเมื่อวานซืน’ สาดคำพูดที่มีวาทศิลป์ใส่ทันทีที่ลูกชายปรากฎตัวพร้อมกับแรงมือที่คังสไปค์ นักกีฬาวอลเลย์บอลยังต้องยอมแพ้ โดยองที่ไม่สามารถแย้งคำพูดของพ่อแม่ก็ได้แต่กัดฟันกลั้นเสียงร้องไว้แน่น

“ที่รัก ที่รัก พอเถอะ จับลูกไว้ก็พอ”

“ตั้งใจจะจับอยู่แล้ว แต่ก็แค่จะบีบคอให้ตายเอง”

“อ่า คุณแม่ นั่นคือสิ่งที่จะพูดกับลูกชายคนเดียวอย่างผมเหรอครับ”

“ถ้าฉันไม่ได้พูดกับลูกชายที่ฉันเจ็บท้องคลอดออกมา แล้วจะให้พูดกับใครล่ะ”

ครับ จริงด้วย ใครจะกล้าท้วงคำพูดของแม่ล่ะครับ เขาถ่อมตัวด้วยน้ำเสียงเสียดสีก่อนจะโดนแอทแทคจากพ่อลอยตามเข้ามา แม่ก็ถามว่านิสัยการพูดแบบนั้นมันอะไรกัน ในสายตาของลูกชายอย่างโดยองแล้วพ่อแม่ของเขานี่เป็นคนประเภทเดียวกันจริงๆ


โดยองฟังเสียงก่นด่าที่เหมือนปืนยิงรัวๆ อยู่แบบนั้นหลายชั่วโมง ถึงได้เข้ามาในห้องตัวเองได้ เมื่อเขาทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงแจโฮก็ยื่นน้ำเย็นทันที โดยองจึงพูดขอบคุณสั้นๆ พร้อมกับกระดกน้ำดื่ม ข้างในที่เดือดพล่านเหมือนจะสงบลงแล้ว วันนี้เขาไม่อยากจะทำอะไรทั้งสิ้น แจโฮที่สังเกตเห็นว่าคุณชายมีสภาพเหมือนกับผีดิบก็ชิงพูดตัดหน้า

“วันนี้พักผ่อนเถอะนะครับคุณชาย ถ้าขืนยังออกไปแล้วต้องทำการบ้านด้วย มันจะเป็นการเพิ่มความเครียดโดยไม่จำเป็นนะครับ”

“เดี๋ยวก็โดนบ่นว่าไม่ออกไปอีกแล้วเหรอ”

“ผมจะพูดกับบอสให้เองครับ”


ถึงยังไงเขาก็อยากจะพักผ่อนสักหน่อย การใช้ชีวิตในสังคมกับชีวิตในมหาวิทยาลัยไปพร้อมๆ กันมันเหนื่อยจนแทบจะเป็นลมอยู่แล้ว งั้นทำแบบที่พี่แจโฮพูดดีไหมนะ สุดท้ายโดยองก็ยินดีรับข้อเสนอนั้น เขาเปลี่ยนไปใส่เสื้อผ้าสบายๆ แล้วนอนลงบนเตียงอีกครั้งทันทีที่แจโฮกล่าวลาและออกจากห้องไป ไม่ได้ลิ้มลองอิสระภาพมานานแค่ไหนแล้วนะ ไม่ได้หลุดพ้นจากมหาวิทยาลัยกับที่ทำงานแล้วมานอนแผ่ในห้องแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้ว

ก่อนจะเขียนรายงานของซอนอูโดยองเลยคิดว่าจะงีบสักหน่อย จึงหลับตาลงช้าๆ ทว่าก็มีเสียงแจ้งเตือนที่เกลียดแสนเกลียดดังขึ้นมา

คาทกคาทก คาทก คาทก

เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูด้วยสีหน้าที่เหมือนจะร้องคำรามออกมาในไม่ช้า ก่อนจะรีบเช็กข้อความในนั้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีทางที่จะเป็นพ่อแม่ที่อยู่ในบ้านเดียวกันส่งมาแน่ๆ และแน่นอนว่าเขาไม่ได้มีมิตรสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนในมหาวิทยาลัยด้วยเลยมั่นใจได้ว่าข้อความนั้นเป็นของยูซอนอูเก้าสิบเก้าจุดเก้าเปอร์เซ็น

‘คุณรุ่นน้องทำไรอยู่คับ?’

‘ถ้ายุ่งอยู่ไม่ต้องตอบก็ได้น้า’

‘รายงานครั้งก่อนน่ะ’

‘ไม่ต้องทำแล้วก็ได้’

ห้ะ? อะไรอีกล่ะทีนี้​ โดยองคิ้วกระตุกกับเหตุการณ์ที่ไม่น่าเชื่อถึงขั้นน่าสงสัย ทำไมจู่ๆ โยนทิ้งง่ายๆ แบบกะทันหันอย่างนี้ล่ะ นี่มันเป็นการแกล้งรูปแบบใหม่หรือเปล่านะ แบบใช้ให้เขาเขียนรายงานให้จนเสร็จแล้วทำเหมือนว่าตัวเองเป็นคนทำเอง... แต่กำหนดการที่ต้องส่งก็อีกนานเลย ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องมาเตือนแบบนี้นี่ ถ้าจะแกล้งก็ต้องบอกล่วงหน้าก่อนแค่ประมาณวันนึงสิ ทว่าตอนที่เขาตั้งใจจะถามกลับไปว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะก็มีแจ้งเตือนอันใหม่เข้ามา

‘แค่ไม่ต้องทำน่ะ ไม่ต้องถามก็ได้ว่าทำไม’

อีกฝ่ายบอกว่ามีเหตุผลที่ไม่สั่งเขาแล้วไม่ต้องเสียเวลาทำก็ได้ แต่โดยองก็ไม่สามารถเลิกคิดได้เลยว่าทำไมอยู่ดีๆ ยูซอนอูถึงแปลกไป


* * *


คืนนั้นซอนอูฝันร้าย เขาถูกก่อกวนในฝันจนนอนไม่หลับเป็นครั้งแรก ภาพนั้นเด่นชัดอยู่ตรงหน้าและส่งเสียงตลอดคืนจนไม่สามารถนอนหลับเลยได้

ในฝันครั้งที่ห้าเขาฝันถึงโดยองด้วย โดยองเรียกเขาที่กำลังเดินไปมหาวิทยาลัยอย่างช้าๆ ‘รุ่นพี่ซอนอูครับ’ พร้อมกับทักทายด้วยสีหน้าร่าเริงก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า ‘ผมมีอะไรจะให้รุ่นพี่ครับ’ แล้วก็รูดซิปกระเป๋าฟืดเพื่อเปิดมันออก

ซอนอูนึกในใจว่าทำไมอยู่ดีๆ รุ่นน้องสุดหล่อถึงเอาอะไรมาให้ตัวเองด้วย พลางรอคอยอย่างคาดหวังและสงบ ‘ผมอยากให้สิ่งนี้กับรุ่นพี่ซอนอูครับ’ โดยองว่าแบบนั้น ซอนอูสงสัยว่าสิ่งของที่ใหญ่ขนาดนั้นเข้าไปอยู่ในกระเป๋าได้ยังไง เพราะสิ่งนั้นคือประแจขนาดใหญ่มหึมาและโดยองก็กวัดแกว่งประแจขนาดใหญ่ไปมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ในฝันซอนอูหลบเลี่ยงการจู่โจมก่อนจะแผดเสียงตะโกนออกมาว่า 'เกือบโดนแล้วนะ!' จากนั้นโดยองก็หัวเราะฮ่าๆ แล้วเปลี่ยนใบหน้าเป็นนิ่งตึงทันที

‘แล้วคิดว่าจะไม่โดนเหรอครับ’

ส่วนปลายประแจลอยมายังใบหน้าของเขาพร้อมกับประโยคนั้นแล้วเขาก็ตื่นขึ้นจากฝัน ทันทีที่ลืมตาก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยากจะหาแม่ขึ้นมา แต่เพราะว่ากลัวมากๆ เลยไม่มีเสียงอะไรออกมาเลย ด้วยความสะเทือนขวัญและถูกความรู้สึกผิดบาปต่อการกระทำของตัวเองรบกวน ช่วงกลางวันเขาเลยติดต่อไปหาโดยองว่าไม่ต้องทำการบ้านให้แล้วก็ได้แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่หายรู้สึกผิดอยู่ดี ตอนนี้เลยได้แต่คิดว่าตัวเองถูกลงโทษเพราะไปทำให้พระเจ้ารำคาญ เสียงของจีซูที่เคยพูดว่า ‘นายแกล้งลีโดยองแบบนั้นบ่อยๆ สักวันนายจะโดนเด็กนั่นต่อยเอา’ วนเวียนอยู่ในหู

ไอ้บ้า พูดแบบนั้นทำไมกัน สมพรปากเลยเห็นไหม

สุดท้ายซอนอูก็นอนไม่หลับอีกครั้งเพราะมัวแต่กลุ้มใจกับความหวาดกลัว


* สงสัย

ความคิดเห็น