เฌอรามิล/ษุรอยยา/วาเลนไทน์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ตอนที่ 2

ชื่อตอน : ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 423

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ค. 2562 10:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ตอนที่ 2
แบบอักษร

 

     

  หรัณย์วอแวกับหล่อนสักพักก็ออกไปข้างนอก เขาบอกจะไปซื้อยามาให้ทาน ด้วยห่วงว่าหล่อนจะเป็นไข้ ณธิดารู้สึกโล่งใจเมื่อได้อยู่ตามลำพังเสียที หลังจากทั้งอึดอัดและเกร็งเมื่อต้องอยู่กับเขาในขณะที่สถานะถูกยัดเยียดให้เปลี่ยนไปแล้ว

           ชายหนุ่มพยายามกล่าวขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น... หล่อนไม่รู้จะทำอย่างไรให้เขาเข้าใจว่ามันไม่ใช่ความผิดเขาเลย แต่เป็นความผิดที่โกนหนวดของเขาต่างหาก...

           “กว่าจะรับสายนะมึง” หล่อนครวญกับปลายสายเมื่อโทรศัพท์หาสองสามรอบแล้ว แต่อีกฝ่ายเพิ่งจะกดรับ หล่อนไม่ได้มีเวลามาก เดี๋ยวหรัณย์คงกลับมาและไม่รู้ว่าวันนี้เขาจะยอมปล่อยให้หล่อนอยู่ตามลำพังอีกหรือไม่

           ‘เป็นอะไรกูเพิ่งตื่น’

           “มึงเลือด เลือดเต็มเลยมึง กูจะทำยังไงดี” หล่อนบอกเพื่อนเสียงกระปอดกระแปด เหมือนคนป่วยหนัก

           ‘ฮะ! นี่มึงเอาจริงเหรอ ได้กับเขาแล้วเหรอ รุนแรงขนาดนั้นเชียว’ เสียงปลายสายถามกลับกึ่งอุทานด้วยความตกอกตกใจ

           “บ้าสิไม่ใช่อย่างนั้น... เพราะมึงนั่นแหละ บอกให้กูโกน... ไอ้นั่น กูก็ทำ แล้วมึง... มีดโกนหนวดบาดกู”

           ‘ปลาย!’ แล้วญารตีก็ระเบิดหัวเราะจนไม่เป็นได้พูดได้จากัน

           ความเจ็บปวดของหล่อน กลายเป็นความบันเทิงของเพื่อนรักจนน่าเลิกคบ!

           “มึงหยุดหัวเราะแล้วมาช่วยกูคิดเลย เพราะมึงคนเดียว แล้วเขาก็เข้าใจผิดว่ามีอะไรกับกูด้วย เพราะเขาเมา แล้วเห็นเลือดบนที่นอน” คนเล่าพูดไปพลางถอนหายใจไปพลาง ส่วนอีกฝั่งก็หัวเราะหนักเข้าไปอีก

           ‘ปลาย กู… กูขอโทษ กูไม่คิดว่ามึงจะทำจริง ๆ กูแค่ล้อเล่น’

           “มึง! กล้าเล่นกับความเป็นความตายได้ไงญา กูเกือบพิการมึงรู้ไหม”

           ‘พอเถอะ มึง หยุดพูดก่อน กูขำจนปวดท้องปวดเหงือกหมดแล้ว’ ญารตีกล่าว แล้วต่างก็หยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ‘กูไม่ได้หมายความแบบนั้น คือกูทำจริง ๆ เพราะมันสะอาด สามีกูชอบ แต่มึงถามว่ากูเอาใจผัวยังไงกูก็บอก แต่ไม่ได้หมายความว่าให้มึงทำด้วย อันนั้นกูแกล้งแหย่มึง’

           “ก็กูคนจริง” ณธิดาคนจริงตอบหนักแน่น

           ‘แล้วเป็นไง เจ็บจริง ไม่ต้องใช้แสตนอินด้วยใช่ไหม’

           “เออ ๆ กูไม่มีแรงจะเถียงกับมึงแล้ว อีกอย่างซันออกไปซื้อยา อีกไม่นานคงกลับ มึงรีบช่วยกูคิดเลยว่าจะทำยังไงดี เขาเข้าใจผิด กูก็ไม่กล้าบอกความจริง กูอายอะมึง”

           ‘ก็ปล่อยไปดิ ดีแล้ว มึงจะได้ไม่ต้องเจ็บหมีฟรี’ พูดไม่ทันขาดคำ ญารตีก็โพล่งหัวเราะเสียงดังแทบจะบาดแก้วหู

           “มึงห่วงกูบ้างไหมเนี่ย!”

           ‘ห่วง ๆ ก็ตามนั้นแหละ มึงจะได้ลองใจเขาด้วยไง ว่าเขาจะทำยังไงกับมึง พอถึงเวลาที่มึงต้องกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิม มึงจะได้ตัดสินใจได้ว่าควรทำยังไงกับเขา ถอย หรือต่อ เพราะจริง ๆ แล้วถ้าเขาเป็นคนดี ขยัน และเกิดรักมึงขึ้นมา มึงก็ไม่ได้รังเกียจเขาไม่ใช่เหรอ’

           “มึงคิดว่ากูจะลงเอยกับเขาได้เหรอญา กูเพิ่งรู้จักกันไม่กี่วันเองนะ กูคิดว่ากูจะเล่น ๆ กับเขาหาประสบการณ์ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ให้นอนกับผู้ชายแล้วทิ้ง กูใจไม่ถึงพอ”

           ‘กับพี่ก้องที่รู้จักมาสิบกว่าปี... แล้วผลสุดท้ายเป็นยังไง บางทีเวลามันก็ไม่ได้สำคัญเสมอไปหรอกปลาย เรื่องของคนสองคนไม่มีองค์ประกอบอะไรซับซ้อนเลยนอกจากความรู้สึก ถ้าเขารู้สึกดีกับมึงและมึงรู้สึกดีกับเขา ทุกอย่างมันจะพัฒนาไปเองตามธรรมชาติ มึงไม่ต้องรวบรัดหรอก’

           “เหรอ...” หล่อนฟังในสิ่งที่เพื่อนถ่ายทอดออกมาเงียบ ๆ มาถึงขนาดนี้แล้วยังต้องสับสนอะไรอีก ปล่อยให้ความรู้สึกมันนำทาง แล้วทุกอย่างก็จะทำหน้าที่ตามวงจรของมันเอง...

           ‘มึงบอกอยู่ตลอดว่าตัวเองจะสามสิบแล้ว อยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ ดูแลตัวเองให้ดีก็แล้วกัน แล้วอีกอย่างนะ คุณซันคนนั้นถ้าเขาเป็นคนไม่ดีสักนิด มึงคงเสร็จเขาไปนานแล้ว เผลอ ๆ ถูกพาไปขายซ่องหรือฆ่าฝังหมกป่าด้วยซ้ำ’

           “มึงก็พูดไป... ญา เขากลับมาแล้ว แค่นี้ก่อนนะ” หล่อนรีบกดตัดสายการสนทนา แล้วเก็บมือถือไว้ในปลอกหมอนดังเดิมจากนั้นแสร้งหลับ แล้วประตูก็เปิดออกก่อนจะปิดลงดังเดิม

           “คุณ... ผมซื้อยากับขนมมาให้ เมื่อเช้าต้มโจ๊กไว้ด้วย กินเสียหน่อยแล้วกินยาจะได้หายเร็วๆ”                                                          ที่นอนข้าง ๆ หล่อนยวบลง หญิงสาวจึงลืมตาขึ้นก็เห็นเขานั่งอยู่ และของที่ซื้อมาก็วางอยู่บนโต๊ะ ที่ใช้เป็นทั้งโต๊ะอาหารและนั่งเล่น ห้องไม่ได้ใหญ่มาก พื้นที่จึงถูกใช้สอยอย่างคุ้มค่า             “ฉันอยากเข้าห้องน้ำก่อน...” เมื่อครู่ก็เม้าท์มอยกับญารตีจนไม่ลืมหูลืมตา เพิ่งรู้ตัวว่าหล่อนควรหาเสื้อผ้ามาสวมให้เรียบร้อยเสีย เท่านี้ก็น่าอายเกินพอแล้ว

“ให้ผมช่วยไหม... คุณต้องการอะไรหรือเปล่า”

“ไม่ต้อง... ฉันจัดการตัวเองได้” หล่อนกัดฟันขยับตัวลุกเดินเข้าห้องน้ำอย่างระมัดระวัง การเคลื่อนไหวทำให้เจ็บและแสบในคราเดียวกันแต่ก็ยังพอทนได้ ก่อนจะออกมาแต่งตัวด้วยชุดเดรสแบบสวมง่าย ๆ มาใส่ และเดินเขยกไปนั่งที่โต๊ะ ซึ่งหรัณย์ถือถ้วยโจ๊กและแก้วน้ำดื่มออกมาจากในครัวพอดี

“นี่อะไร...” หล่อนหิ้วถุงยาขึ้นมาดูก่อนมองไปยังเขาแล้วถามด้วยสีหน้าแหย ๆ

“ยาคุมไง... แล้วก็มียาคุมฉุกเฉินด้วย ผมถามเภสัชแล้วเขาบอกว่าให้คุณเช็กประจำเดือนว่ามาวันที่เท่าไหร่ ถ้าอยู่ในช่วงอันตรายก็ให้คุณกินยาคุมฉุกเฉินนี่ก่อน แต่ถ้าอยู่ในระยะก่อนมีประจำเดือนเจ็ดวัน หรือหลังจากมีประจำเดือนแล้วเจ็ดวันก็ไม่ต้องกินเพราะเภสัชเขาบอกว่าปลอดภัย อันที่จริงผมไม่อยากให้คุณใช้มันนะ... ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ แต่ก็ซื้อมาเผื่อไว้ นั่นก็ยาคุมปกติผมจะอธิบายทีหลังว่าต้องใช้ยังไง หรือถ้าไม่แน่ใจเราก็ต้องไปพบหมอ ให้หมอตรวจให้ละเอียด” สีหน้าและท่าทางของเขาเคร่งเครียด                  

   “จริง... จริงจังไปไหม...”

“ไม่ล่ะ... ผมยังไม่พร้อมจะมีเด็กกับใคร”

“...” สีหน้าและท่าทางไม่ยี่หระของเขาทำให้หล่อนรู้สึกวูบร้อนในช่องอก ราวกับว่าหากหล่อนกับเขามีอะไรลึกซึ้งกันจริง ๆ มันก็เป็นแค่เรื่องชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้ต้องการจริงจัง ไม่มีอนาคต...

ไม่เข้าใจว่าหล่อนจะแยแสไปไย... ในเมื่อหล่อนก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน และการมีเด็กในสภาวะไม่พร้อมก็ไม่ใช่เรื่องดีเลย

“ว่าไง... คุณพอจะเช็กได้ไหมว่าต้องกินไอ้ยาคุมฉุกเฉินอะไรนี่หรือเปล่า”

“ไม่ต้อง” รีบตอบทันควัน จะต้องกินทำไม ก็แค่มีดบาดหล่อนจะไปท้องได้อย่างไรกัน ซื่อบื้อ!

“ปลอดภัย?” ชายหนุ่มย้ำ จ้องหน้าหล่อนไม่กะพริบตา จนหญิงสาวต้องขยับตัวถอยพิงพนักเก้าอี้

“อือ...” หมื่นล้าน แสนล้านเปอร์เซ็นต์!

           “งั้นก็กินซะ เดี๋ยวได้กินยา มียาแก้ปวดแล้วก็แก้อักเสบ” เขาส่งชามโจ๊กให้และรินน้ำจากขวดที่อยู่ในอุณหภูมิปกติใส่แก้ว แล้วนั่งเอนหลังเงียบ ๆ รอหล่อนรับประทานอาหาร                             

   ณธิดาตักโจ๊กเข้าปากเรื่อย ๆ เหลือบมองเขาที่ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างเป็นระยะ ความสงบงันทำให้เดาใจไม่ออกว่าชายหนุ่มคิดอะไรอยู่ รสชาติของโจ๊กละมุนลิ้นและแปลกไปจากที่เคยได้กินได้ชิมมา เพราะมีหมูสับปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ แล้วทอดใส่แทนหมูสับธรรมดาหรือกระดูกหมูตุ๋นอย่างที่หล่อนเคยเห็น กระนั้นกลับไม่มีกลิ่นหรือรสของน้ำมันให้กระอักกระอ่วน เขาดูแลหล่อนอย่างดี แต่ก็เหมือนเป็นกังวลกับความสัมพันธ์ที่หล่อนปล่อยให้เข้าใจผิดเพี้ยน จึงสรุปเอาเองว่าหรัณย์คงไม่คิดจะมีใครเป็นตัวเป็นตนกระมัง เขาคงหวงแหนความโสดและอิสรภาพมากกว่าการผูกมัด

           “เดินไหวหรือเปล่า...” เขาลุกเดินมายืนใกล้ ๆ เมื่อหล่อนรับประทานอาหารและยาเรียบร้อย หญิงสาวพยักหน้า จึงไม่ได้เข้าไปประคอง แต่ก็คอยอยู่ข้าง ๆ จนหล่อนไปถึงเตียงนอน

           “ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย อย่าทำเหมือนฉันจะเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้ไหม” หล่อนบ่นอุบอิบ เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมห่างเลย ตามติดชนิดก้าวต่อก้าวก็ว่าได้

           “ผมทำให้คุณเจ็บตัว แต่ผมกลับไม่ได้เป็นอะไรเลย ขอดูแลคุณเถอะ”

           “ฉัน...”

           “ไม่ได้โกรธผมใช่ไหมลูกชิ้น”

เขายังชวนคุยในขณะที่ร่างเล็กทอดกายนั่งลงบนเตียงนอน และเอนพิงหมอนใบใหญ่ ตลอดเดือนกว่า ๆ ที่มาเป็นผู้อาศัยบนเตียงนี้เขายกให้หล่อนครอบครองและไม่เคยเยื้องกรายมาเกี่ยวข้อง กระทั่งเกิดเหตุการณ์เมื่อคืน

“ไม่นี่...” ถ้าจะโกรธ หล่อนควรโกรธที่โกนหนวดของเขามากกว่า คมซะ!

“ผมจะรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้น จนกว่า... คุณจะอยากกลับไปใช้ชีวิตของคุณ”

“...” หล่อนมองเขาอย่างไม่เข้าใจนัก รู้ตัวอีกทีหรัณย์ก็คลานเข่ามาอยู่ตรงหน้าแล้ว หญิงสาวชะงักลนลาน ทำตัวไม่ถูก หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นสั่นวูบวาบ

“ขอผมดูหน่อยได้ไหม... เจ็บตรงไหน”

“บะ... บ้าสิ จะดูได้ยังไง” หล่อนขยับถอยลืมตัวว่าด้านหลังไม่มีที่เหลือให้หนีแล้ว ร่างใหญ่คืบคลานเข้ามาและคร่อมหล่อน ขังเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

“ผมทำคุณเจ็บ... ผมก็ต้องดูแลสิ”

“กิน... กินยาและนอนพักเดี๋ยวก็หาย” ณธิดาไม่รู้ว่าทำไมต้องสั่นเป็นเจ้าเข้าขนาดนี้ ทั้งที่หล่อนควรแหวใส่เขาเหมือนที่เคยทำประจำ หรือไม่ก็ผละออกจากการคุกคามไปเสียก็จบ

“ไม่ได้... ผมต้องรู้ว่าทำคุณรุนแรงแค่ไหน”

น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน แต่แววตาดุดันจริงจังอย่างที่หล่อนไม่เคยได้เห็น ณธิดากลืนน้ำลายลงคอ และคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างไม่อย่างนั้นหล่อนไม่รอดแน่ เจ็บกว่าการมีแผล ก็คือการที่เขากำลังจะดูแผลนี่แหละ! หล่อนจะเอาหน้าสวย ๆ ไปไว้ที่ไหนหากเขารู้ว่าหล่อนไม่ได้บาดเจ็บเพราะเขา แต่เป็นเพราะที่โกนหนวด! หญิงสาวจ้องเขานิ่งในขณะใช้ความคิด และฉวยโอกาสนั้นพลิกตัวหนี แต่ก็ถูกเขารวบเอาไว้ได้เสียก่อน

“อย่าขยับสิ... เดี๋ยวก็เจ็บยิ่งกว่าเดิม”

“นายออกไปห่าง ๆ สิ อย่ามารุ่มร่ามนะ!”

“ก็บอกจะดู... ว่าบอบช้ำแค่ไหน”

“ไม่ได้! จะบ้าเหรอ ไม่ได้เจ็บที่แขนที่ขาซะหน่อย” หล่อนเถียง ครั้นจะขยับก็ยากเย็นเพราะถูกเขากอดล็อกตัวเอาไว้ กลิ่นกายอ่อน ๆ ของบุรุษเพศที่ไม่ผสมกลิ่นเหล้าอย่างเมื่อคืน ใบหน้าคมสันที่อยู่ห่างเพียงแค่ไม่ถึงฝ่ามือ ดวงตาดุกร้านแต่แฝงความอ่อนโยนทำให้หล่อนอ่อนไหว กับสัมผัส... ที่ทำให้ปั่นป่วนเหมือนถูกไฟฟ้าแรงสูงช็อตกระหน่ำ ทำให้จิตสับสนไม่เป็นตัวของตัวเองเลย      หล่อนสามารถวิ่งหนีผู้ชายที่คบกันมาสิบกว่าปีทั้งที่อยู่ในชุดเจ้าสาว แต่ตอนนี้กับผู้ชายที่รู้จักได้เพียงสามสิบกว่าวัน... แค่ขยับออกห่าง ก็ยังรู้สึกสั่นไหวเหมือนโลกกำลังเหวี่ยงหมุนรุนแรง

“เพราะมันไม่ใช่เรื่องเจ็บแขนเจ็บขาไง ถึงได้สำคัญ...”

เจ็บหมี! สำคัญกว่าสิ่งใดในโลกหล้าเลยสินะ! “อือ! อย่าเลย ขอร้องล่ะ”

“อย่าดื้อ...”

เสียงทุ้มกล่าวปรามเบาจนแทบกระซิบอยู่ตรงกกหูของหล่อน แรงจากอ้อมแขนกดแน่นกว่าเดิม... เขาไม่ได้ขู่เข็ญ ไม่ได้ตะคอกดุดัน แต่ณธิดาก็รู้โดยอัตโนมัติว่าคือสัญญาณเตือน และหล่อนควรกลัวปฏิกิริยานั้น

หล่อนไม่ควรขัดใจเขา...

หล่อนควรถ่างขากว้าง ๆ ให้เขา...

“ฉัน...”

“หลับตาสิ... จะได้ไม่เห็นว่าผมทำอะไร”

อยากถามกลับว่าลองหลับตาดูบ้างไหมล่ะ หล่อนก็ไม่อยากให้เขาเห็นเหมือนกัน คิดไปพลางก็ถ่างขาให้ไปพลาง

“อุ๊ย!” สองมือเล็กถูกรวบเอาไว้ด้วยมือเดียวแล้วยกขึ้นดันไว้กับกำแพงเหนือศีรษะของหล่อน มืออีกข้างยกสองขาตั้งฉากกับพื้น แล้วแทรกตัวเข้าระหว่างกลาง ถลกชายกระโปรงชุดเดรสสีหวานที่เขาเป็นคนซื้อ หล่อนรีบหนีบขาเข้าหากันตามสัญชาตญาณ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะร่างใหญ่อยู่ตรงกลางเสียแล้ว

หล่อนหลับตาปี๋ กลั้นหายใจ... แต่หัวใจเต้นถี่ระทึกเมื่อหรัณย์ดึงขอบกางเกงชั้นในลงต่ำ หล่อนใส่แผ่นอนามัยจนติดนิสัยยิ่งเวลาแบบนี้ยิ่งต้องใส่ ได้ยินเสียงเขาบ่นพึมพำ อาจเพราะเห็นเลือดที่ยังซึมติดแผ่นอนามัยผืนบางนั้นนั่นเอง

“ไม่เห็นบวมเลยนี่... แต่คุณสวยจัง...”

หล่อนลืมตาก้มลงมอง จึงได้สบสายตาพริ้มพรายเจ้าเล่ห์ และรอยยิ้มมุมปากบาดจิต

“พอ... แล้วมั้ง...” น้ำเสียงของหล่อนตะกุกตะกักอย่างควบคุมไม่ได้ เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะก้มมุดเข้าหา ‘ความสวย’ ที่กล่าวถึงแนบสนิทกว่าเดิม ร่างเล็กถอยหนีแต่ติดหมอนที่รองหัวเตียงไว้ด้านหลัง หล่อนรับรู้สัมผัสริมฝีปากที่ประทับตราลงกลางเนินสล้าง ความเย็นยะเยือกในยามที่เขาใช้ริมฝีปากแตะต้องทำให้ขนกายลุกชันไปทั้งตัว

“ผมขอโทษนะ... ต่อไปสัญญาจะไม่ทำให้เจ็บอีก” แล้วเขาก็ผละออก ดึงกางเกงในปกปิดเนินสงวนไว้ดังเดิม พร้อมดึงกระโปรงและกดสองขาวางลงให้หล่อนผ่อนคลาย

เดี๋ยวนะ! อะไรคือต่อไป

“พักเถอะ วันนี้คุณคงต้องอยู่บนเตียงทั้งวัน”

มือของหล่อนถูกปล่อยเป็นอิสระเป็นลำดับสุดท้าย ปากคอเหมือนเป็นอัมพาตได้แค่รับฟังเขาแล้วพยักหน้าหงึก ๆ ตอบโต้ใด ๆ ก็ทำไม่ได้เลย สายตาจ้องนิ่งไปที่เขาซึ่งไม่ได้มีท่าทีเก้อเขินเหมือนกันแต่อย่างใด ซ้ำยังหยอกเอินด้วยการใช้มือขยี้ศีรษะหล่อนเบา ๆ ก่อนผละลุกออกจากเตียง

“ผมจะไปดูหมาหน่อย เดี๋ยวเที่ยงจะซื้อข้าวมาให้ นอนพักเยอะ ๆ นะคืนนี้จะได้มีแรง”

“...” เขาหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วเดินออกไปจากห้องพัก ณธิดายังหน้าบึ้งสะอึกกับคำทิ้งท้ายของเขา เริ่มรู้ได้ถึงความร้อนผ่าวบนใบหน้าจนต้องเอามือลูบประกบ ความเชื่อเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ แปรปรวนรวนเรไปหมด ราวกับเป็นเด็กสาวแรกรุ่น

แต่... มันแตกต่าง ครั้งที่หล่อนรู้จักและคบหากับคชากูลตอนนั้นก็ถือได้ว่าอายุยังน้อยนัก แต่กลับไม่เคยมีความรู้สึกฟุ้งซ่านเช่นนี้เลย... 

 

ความคิดเห็น