goryaa กอหญ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หน้าที่ของคนเป็นลูก

ชื่อตอน : หน้าที่ของคนเป็นลูก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 644

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2562 14:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หน้าที่ของคนเป็นลูก
แบบอักษร

เจมส์ที่ขออนุญาตคุณภัทเพื่อทำการดึงข้อมูลในกล้องวงจรปิดตามที่คุณลูอิสสั่ง ดาวที่นั่งดูอยู่ข้างๆ ถึงกับถอนหายใจงานนี้เธอเริ่มกลัวแล้วว่าความรักของเพื่อน

“คุณเจมส์คิดว่าพ่อของบีมเขาจะทำอะไรต่อจากนี้อีกคะ ดาวรู้สึกเป็นห่วงจริงๆ”

“ผมไม่แน่ใจว่าท่านจะทำอะไรต่อ แต่ผมว่าพ่อคุณบีมผมไม่ห่วง ผมห่วงแต่คนที่ชอบปั่นอยู่ข้างๆมากกว่า ส่วนคุณลูอิสเหรอครับผมเชื่อว่าคุณลูอิสเขารับมือได้สบายกับเรื่องนี้ เพียงแต่คุณลูอิสไม่อยากจะปะทะอะไรมากมายเพราะห่วงความรู้สึกของคุณบีม”

ดาวได้ฟังก็พยักหน้าเห็นด้วยกับเรื่องนี้ เธอสงสารเพื่อนจริงๆ ที่เกิดปัญหานี้ขึ้นเธอก็ไม่เข้าใจว่าท่านเจ้าสัวทำไมถึงได้ไม่ชอบคุณลูอิสแบบนี้

ลูอิสที่วันนี้เขาได้เข้าไปยังบริษัทลูกที่เปิดในเมืองไทยมาได้สักพัก พร้อมกับนักสืบที่เขาได้จ้างวานให้ไปสืบเรื่องราวของเจ้าสัวและนายปกรณ์ด้านนักสืบที่หาข้อมูลมาได้สักระยะก็พอจะมีข้อมูลมาแจ้งให้ทราบบ้าง

“โอเค ขอบใจมากนะส่วนนี่คือเงินค่าจ้างของคุณ ต่อจากนี้ผมอยากให้คุณระมัดระวังตัวเองให้มากๆ ไม่งั้นก็เปลี่ยนคนเข้าไป อย่าให้ทางโน้นสงสัยได้ผมฝากด้วย”

เจมส์ที่เดินเข้ามาภายในห้อง เป็นช่วงที่เขาเดินสวนกับนักสืบพอดี เจมส์นั่นเดินเอาข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ ใส่ซองเอกสารยื่นให้กับคุณลูอิสพร้อมกับรอฟังคำสั่งต่อว่าจะจัดการยังไงต่อไป

“จากนี้คุณลูอิสจะทำยังไงต่อไปครับ”

ลูอิสส่งเอกสารที่ได้รับมาจากนักสืบเมื่อครู่ให้กับเจมส์ เมื่อเจมส์ที่ได้รับเอกสารมาก็จัดการเปิดดูข้อมูลที่นักสืบได้สืบมาให้อย่างละเอียด เจมส์ที่ได้ดูก็เริ่มรู้สึกกังวลว่างานนี้เขารู้สึกว่ามันจะต้องเป็นเรื่องใหญ่

“นายดูแล้ว นายคิดว่าฉันควรจะทำยังไง”

“ผมว่างานนี้ คุณลูอิสอาจจะมีผลกระทบบ้างไม่มากก็น้อย แล้วคุณลูอิสคิดว่าคุณบีมถ้ารู้ความจริงเรื่องของพ่อของเธอ คุณบีมจะต้องไม่ให้คุณเข้าไปยุ่งด้วยแน่ๆ”

ลูอิสพยักหน้าเขาคิดว่าคนอย่างแพรรัมภาที่ชอบคิดถึงแต่คนอื่นก่อนเสมอคงจะต้องทำอย่างที่เขาและเจมส์รู้สึกกังวลแน่ๆ เธอจะต้องกันตัวเขาให้ออกห่าง อีกครั้ง

“ฉันขอให้นายอย่าพึ่งบอกเรื่องนี้กับคุณดาวนะ”

เจมส์พยักหน้ารับทราบ ลูอิสที่นั่งหมุนปากกาใช้ความคิดอยู่นั่น เขาจะจัดการยังไงกับเรื่องที่ได้ข้อมูลมา ถึงว่าเจ้าสัวกับนายปกรณ์ถึงได้มีความสนิทสนมกันแบบนี้

ทางด้านแพรรัมภาที่วันนี้ได้ศึกษาข้อมูลต่างๆของบริษัท ก็ตรวจพบว่ามีข้อมูลผิดปกติอยู่หลายอย่างที่เธอไม่แน่ใจว่าพ่อเธอจะรู้เรื่องไหม

ปกรณ์ที่เดินมายังตรงหน้าห้องของแพรรัมภาก็เจอเข้ากับสายป่านที่ทั้งสองแอบมีความสัมพันธ์กันลับหลังเจ้าสัวสุรศักดิ์ สายป่านที่เจอกับปกรณ์ ซึ่งช่วงนี้เขามักจะหาข้ออ้างไม่ไปพบเธอ เพราะกลัวนังลูกสาวของท่านรับรู้

“ไงคะ ไม่ทักทายกันบ้างเลยนะ ลืมกันไปแล้วหรือยังคะคุณปกรณ์”

ปกรณ์ที่กำลังจะเดินไปยังห้องแพรรัมภา ก็เจอกับคู่ขาที่เจนจัดในเรื่องอย่างว่า ซึ่งจริงๆเขาก็ติดใจในรสนิยมของเธอที่มันช่างตอบสนองเขาได้ดี

สายป่านที่ส่งสายตายั่วยวนเชื้อเชิญให้ปกรณ์หยุดมาสนใจในตัวเธอปกรณ์นั่นพอจะรับรู้ได้ว่าคนอย่างสายป่านต้องการอะไร เขาถึงไม่กลัวว่าเธอจะลุกขึ้นมาหึงหวงในตัวเขา สายป่านคงจะไม่โง่ปล่อยขุมทรัพย์บ่อเงินบ่อทองอย่างเจ้าสัวให้หลุดไปได้

“ไม่คิดจะแวะเข้าไปทักทายกันบ้างเหรอคะ หรือว่าหลงลืมคนในห้องนี้ไปแล้ว”

ปกรณ์ที่เห็นท่าทางและสายตาที่ส่งมาให้ ส่วนเจ้าของห้องที่เมื่อครู่เดินออกมาทักทายเขาแล้วก็กลับเข้าไปยังด้านในห้อง พร้อมกับดึงมูลี่ผ้าม่านให้ปิดซึ่งเป็นการรับรู้ได้ว่ามันสื่อถึงอะไร

ปกรณ์ที่มองไปรอบๆ ไม่เห็นใคร ก็เปิดประตูเข้าไปยังด้านในที่มีคนรอมอบความสุขให้แก่เขาอยู่

แต่ทั้งสองไม่มีทางรับรู้ว่ายังมีบุคคลอื่นแอบอยู่ตรงมุมห้อง แพรรัมภาที่เห็นทั้งสองคนทำท่าทางแปลกๆ เธอเลยแอบดูว่าตามนิสัยของนักข่าว

แพรรัมภาค่อยๆ เดินไปตรงหน้าประตูห้องแล้วลองหมุนลูกบิดดูว่าได้ทำการล็อคไหม แต่งานนี้ไม่รู้ว่าโชคจะเข้าข้างเธอหรือเปล่าเพราะประตูไม่ได้ถูกล็อคเธอเลยค่อยแอบหมุนเบาๆ พร้อมกับภาพที่เธอเห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นในห้องนั่น มันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงในตัวของนายปกรณ์นี้มากๆซึ่งจริงๆเธอพอจะว่าสายป่านคือเด็กของพ่อเธอที่ถือว่ากำลังมาเป็นอันดับหนึ่ง

แพรรัมภาที่แอบเอามือถือขึ้นมาเก็บภาพนั่นแล้วค่อยๆดึงประตูปิดมันไว้ตามเดิม พ่อเธอไม่รู้เลยเหรอว่าเลี้ยงงูเห่าไว้ใกล้ตัวขนาดนี้

ช่วงที่แพรรัมภาเดินเข้าไปภายในห้องที่ทำงาน พอเปิดประตูเธอก็เจอเข้ากับเจ้าสัวสุรศักดิ์ที่นั่งรอเธออยู่

“ไง!! ไปไหนมา แกศึกษางานไปถึงไหนแล้ววันนี้ฉันจะพาแกเข้าพบหุ้นส่วนของเรา”

แพรรัมภาได้ยินก็ไม่ได้รู้สึกกลัวหรือกังวลอะไร เธอไม่ใช่พวกที่สมองช้า เธอนั่งอ่านและให้คุณมนัสสอนก็พอจะเริ่มรู้อะไรในระบบงานบ้างแล้ว

“ป๊า!! คิดว่าหนูพร้อมแล้วหรือยังหละ ถึงจะให้หนูเข้าร่วมประชุมด้วยไม่กลัวหุ้นส่วนใหญ่ของป๊า จะถอนหุ้นเหรอคะ”

เจ้าสัวสุรศักดิ์รู้ว่าลูกสาวคนเดียวของท่าน เป็นคนแบบไหนเพราะคุณมนัสได้มาแจ้งเขาแล้วว่าตัวของแพรรัมภาถือว่าเรียนรู้งานได้เก่งมาก ถึงแม้จะไม่ใช่สายงานที่ถนัดก็ตาม

“ถ้าฉันไม่มั่นใจฉันคงไม่ดึงแกเข้ามารับช่วงต่อจากฉันแกนะควรจะตระหนักไว้ว่าแกเป็นลูกสาวของเจ้าสัวสุรศักดิ์ แกควรจะไว้หน้าฉันให้มากๆ อย่าทำตัวเหมือนพวกฝรั่งต่างชาติที่ชอบทำอะไรตามใจ”

“ป๊า!! มีอะไรก็พูดมาเลยตรงๆดีกว่าส่วนเรื่องที่หนูกับคนรักหนูขอร้องละว่าอย่ามาบังคับเราทั้งคู่เสียให้ยาก ระวังคนของป๊าดีกว่าว่าจะไม่ทำอะไรลับหลังป๊า”

“แกพูดแบบนี้ แสดงว่าแกต้องการที่จะลองดีกับฉันใช่ไหม ไอ้ฝรั่งนั่นอย่าคิดว่าฉันจะไม่กล้าทำอะไรมันนะ เพราะชีวิตฉันมายืนตรงจุดนี้ได้ ฉันก็ไม่กลัวใครทั้งนั้น และตัวของแกด้วยในเมื่อตัวแกยังใช้นามสกุลของฉันแกไม่มีสิทธิ์ที่จะทำตามใจอีกแล้วต่อจากนี้ เวลาของความสนุกของแกมันได้หมดลงไป นับจากวันที่แกก้าวเดินเข้าในอาณาจักรของฉัน”

แพรรัมภาจ้องมองใบหน้าของป๊า ที่กำลังบีบบังคับให้ตัวเธอทำตามสิ่งที่ท่านได้วางไว้

“ป๊า!!!จะทำอะไรเขา ป๊าบอกหนูมา”

เจ้าสัวลุกขึ้นยืนพร้อมกับจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย็น ที่แพรรัมภาไม่เคยเห็นพ่อของตัวเองในมุมนี้มาก่อน ทำไมสายตาช่างกูโหดเหี้ยมแบบนั้น

“ถ้าแกยังไม่เชื่อฟังฉัน ฉันก็จะจัดการให้มันไม่ต้องอยู่บนโลกใบนี้ถ้าแกไม่อยากให้ชีวิตของไอ้ฝรั่งนั้นมันเดือดร้อน แกก็ควรจะหยุดและยุติความสัมพันธ์นั่นสะ”

แพรรัมภาได้ฟังสิ่งพ่อของเธอพูด เธอไม่รู้เลยว่าภายใต้ตำแหน่งเจ้าพ่อทางธุรกิจแล้วพ่อของเธอทำตัวคล้ายๆ กับพวกมีอิทธพลมืดยังไงยังงั้นเลย

“สรุปว่าป๊า!!!! จะบังคับให้หนูแต่งงานกับคนที่ป๊า!! คิดว่าดีเลิศ ป๊ารู้จักนายปกรณ์อะไรนั่นดีขนาดไหน ป๊าถึงได้ต้องการคนแบบนั้นมาเป็นลูกเขย หรือว่านายปกรณ์ก็เป็นคนประเภาเดียวกันกับป๊า!! ที่กินอะไรไม่เลือก!!”

เจ้าสัวที่เห็นลูกสาวคนเดียวของท่าน กล้าขึ้นเสียงและกำลังเถียง ท่านจึงได้ทำในสิ่งที่ท่านไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต

เพี๊ยะ เพี๊ยะ แพรรัมภารู้สึกชาไปทั้งใบหน้า พร้อมกับหยาดน้ำตาที่มันเอ่อขึ้นมาคลอตรงเบ้าตา พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“ป๊า!!!ถึงกับตบหน้าหนูเลยเหรอป๊ายังคิดว่าหนูคือลูกของป๊าอยู่ไหมหรือคิดว่านายปกรณ์อะไรนั่นมันสำคัญมากกว่า ถ้าป๊า!! ต้องการจะยกทุกอย่างให้กับนายปกรณ์ หนูก็เชิญให้ป๊ายกให้ไปเลย วันนี้หนูบอกเลยว่า ป๊า!!คนที่หนูรัก เขาได้หายไปแล้ว”

เจ้าสัวที่ภายในใจท่านรู้สึกตกใจที่ท่านได้ตบใบหน้าของลูกสาวคนเดียวของท่านใจจริงท่านไม่ได้ต้องการจะใช้ความรุนแรงกับลูก แต่เพราะแพรรัมภาที่ขึ้นเสียง และเถียงท่านเลยทำให้ท่านลืมตัวเผลอตบไปบนใบหน้าของลูกสาว

แพรรัมภาที่พูดจบ ก็หยิบกระเป๋าเพื่อจะออกไปจากห้องแต่ก็ต้องหยุดชะงัก

“ถ้าแกก้าวเท้าออกจากห้อง ฉันจะสั่งให้คนของฉันเก็บมัน”

ส่วนปกรณ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าห้องสักพักแล้ว เขารอช่วงจังหวะที่ดีค่อยเข้ามา

“คุณลุงครับ!! ใจเย็นๆ น้องบีมเขาอาจจะดื้อและคงจะอยู่ในอารมณ์โมโห คุณลุงรอให้น้องใจเย็นๆก่อนก็ได้ครับ”

ปกรณ์เดินเข้าไปใกล้แพรรัมภากำลังจะดึงตัวของแพรรัมภาเข้ามากอด

“คุณอย่ามาทำ ตีสองหน้าเลยคุณปกรณ์อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าก่อนที่คุณเข้ามายังห้องนี้คุณไปทำอะไรมา”

ปกรณ์ได้ก็รู้สึกตกใจ หรือว่าเมื่อกี้แพรรัมภาอยู่ตรงนั้นด้วย แต่เขามองแล้วไม่เห็นใครนิหน่า

“น้องบีมพูดอะไรครับพี่รู้สึกงงมากๆ เลยเมื่อกี้พี่แวะเข้าไปยังของคุณสายป่านเพราะพี่ต้องการคุยงานที่คั่งค้างกันอยู่ก็แค่นั้น หรือพี่ได้ทำอะไรให้น้องบีมรู้สึกไม่พอใจครับ”

“หึ หึ ก่อนมาทำงานด้านธุรกิจ คะณเคยทำงานในวงการบันเทิงมาก่อนหรือไง ถึงได้ชอบแสเงละครอยู่ตลอดเวลาคะ คุณปกรณ์”

ปกรณ์จ้องมองใบหน้าแพรรัมภาที่ภายในใจของเขา อยากจะจัดการปากที่ช่างสรรหาคำมาว่าเขา และใบหน้าที่เชิดๆ หยิ่งนี้จังเลย ดูทรวดทรงองค์เอวแล้วจัดว่าใช่ได้

“พอยัยบีม แกหยุดและรอเข้าพบผู้ถือหุ้นกับฉัน เรื่องที่ฉันทำลงไป ฉันตักเตือนให้แกมีสติว่าตัวแกคือใคร”

จากนั้นท่านเจ้าสัวก็เดินออกจากห้องไปทิ้งให้ แพรรัมภาอยู่กับปกรณ์ สองต่อสอง เมื่อปกรณ์เห็นคุณลุงเดินออกไปแล้ว จึงส่งยิ้มและสายตามายังเธอที่ยืนอยู่

“น้องบีมไปรู้ไปเห็นอะไรมาก็จงลืมๆมันไปนะครับเพราะยังไงพี่ก็ต้องได้เป็นสามีของน้องบีมในอนาคตอย่างแน่นอน ถึงแม้พี่จะรู้ว่าน้องบีมไม่ได้เวอร์จิ้นอีกแล้วพี่ก็ไม่ถือ เพราะพี่จะได้ไม่ต้องลงมือสอนให้เสียเวลานะครับ”

ปกรณ์ที่เดินเข้าไปจับใบหน้าของแพรรัมภาแล้วลูบไปบนริมฝีปากที่ได้รูปเบาๆจากนั้นก็เดินออกไปทิ้งให้แพรรัมภานั่งทรุดอยู่ตรงเก้าอี้

เธอพิงศีรษะไปยังเบาะพนักพิงใจเธอมันอ่อนล้ามากมาย เธอหยิบมือถือขึ้นมาจัดการโทรหาคนที่เธอคิดถึงและรักอย่างมากมาย








แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น