Bona Fide

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Nicholas & Sandy : 3

คำค้น : นิโคลัส แซนดี้

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มี.ค. 2562 13:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Nicholas & Sandy : 3
แบบอักษร




Nicholas & Sandy : 3




“คุณแซนดี้คะ...” เสียงเรียกทำให้เจ้าของชื่อหันขวับ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว

วันนี้เป็นงานแฟชั่นโชว์เปิดตัวเสื้อผ้าของเพื่อนสนิทอย่างพริมาตา หรือพิมมี่ที่เธอเรียกเพราะง่ายต่อการออกเสียง แซนดี้เสนอตัวมาช่วยเหลือเพื่อนโดยไม่คิดเงินซักบาท และไม่ต้องรอให้เพื่อนเป็นฝ่ายร้องขอด้วยซ้ำ นี่คือคอลเลคชั่นแรกที่พริมาตาทำออกมาขายภายใต้แบรนด์ของนิโคลัส เพราะเป็นก้าวแรก... เธอจึงอยากช่วยเหลือเพื่อนสนิทอย่างสุดความสามารถ

และโชคดีที่งานวันนี้ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่นัก ทุกอย่างราบรื่นดี ทั้งนางแบบ ชุด ผู้เข้าร่วมงาน สื่อ เวที พิธีกร จะมีเพียงแค่อย่างเดียวที่ทำให้แซนดี้ลำบากใจ

ใคร บางคนที่เดินเฉียดกันไปมาหลายครั้ง นานมากแล้วที่เธอไม่ได้เจอ ไม่ได้พูดคุยกับเขา น่าจะ....ตั้งแต่ที่พริมาตาคลอดสองแฝดเมื่อสี่เดือนกว่าที่แล้ว มันรู้สึกแปลก ๆ เมื่อต้องได้เจอหน้ากันอีกครั้ง

หญิงสาวตาสีเทาอมฟ้าพยายามเก็บความรู้สึกทุกอย่างไว้ในใจ เพื่อที่จะได้ทำงานได้อย่างมืออาชีพ จนกระทั่งงานทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เธอเป่าปากอย่างโล่งอก ไม่รู้ว่าเพราะงานทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยตามที่หวังไว้ หรือเพราะจะได้ไม่ต้องเจอหน้าใครบางคนอีก

“แซนดี้”

“คะ” แซนดี้ขานรับแม่ของเพื่อนสนิทอย่างนอบน้อม แม้เธอจะเป็นฝรั่งผมบลอนด์ตาเทาฟ้า แต่เธอก็รู้ดีว่าคุณพิมพ์นภาคนนี้มีนิสัยอย่างไร เธอเข้าหาท่านอย่างเหมาะสมจนคุณพิมพ์นภาไม่รู้สึกต่อต้านเพื่อนของลูกสาวคนนี้แม้แต่นิด ซ้ำยังเอ็นดูเหมือนลูกสาวคนหนึ่งอีกด้วย

“ฉันวานตามแม่พรีมให้หน่อยได้ไหม พอดีเขาจะถ่ายรูปกัน”

“อ๋อ...ได้ค่ะ” รับคำเสร็จร่างสูงระหงก็เดินไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว เธอเปิดประตูห้องเตรียมตัวที่ถูกปิดไว้โดยไม่ได้เคาะเรียกก่อน เพราะมั่นใจว่าเพื่อนสนิทคงจะอยู่ในนี้แน่ ๆ และนั่นเป็นสิ่งที่ผิดพลาดมหันต์ เพราะภาพที่เธอได้เห็นมันทำให้เธออยากปิดประตูนั้นลง และเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“พิมมี่! อ๊ะ!!”

แต่เธอทำไม่ได้

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง มองคนสองคนที่ยืนกอดกันอยู่ด้วยความรู้สึกที่บรรยายออกมาไม่ถูก

มันเจ็บ

แต่ทำไมเธอถึงเจ็บ เธอเป็นอะไรกันแน่

“แซนดี้!”

“อ๊ะ! หะ...ห๊า” เสียงเรียกของอีกฝ่ายดึงความคิดที่ลอยล่องของแซนดี้กลับมา เธอกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อเรียกสติของตัวเอง ก่อนจะรีบเอ่ยถามเพื่อน “ว่ายังไงนะพิมมี่”

“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย” คุณแม่ลูกสองส่ายหน้าเบา ๆ แต่สายตากลับมองเพื่อนสนิทอย่างต้องการจับผิด จนหญิงสาวผมบลอนด์ต้องรีบหลบตา จู่ ๆ ก็ไม่กล้าสบตาเพื่อนเสียอย่างนั้น “ฉันแค่ถามว่าเธอมีอะไรหรือเปล่า จู่ ๆ ก็มาเรียกฉัน”

“อะ อ๋อ...” แม้จะพยายามทำตัวให้เป็นปกติ แต่เสียงของเธอก็ยังสั่นจนน่าหงุดหงิด “ฉะ...ฉันจะเรียกให้ไปถ่ายรูปกับเพื่อนกับครอบครัวของเธอน่ะ พวกเขารออยู่”

“อย่างนั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ” พริมาตาบอกเพื่อนสาว ก่อนจะหันกลับไปหาบอสหนุ่ม “บอสก็ไปด้วยกันนะคะ”

กึก

คำชักชวนนั้นทำให้แซนดี้ชะงัก เธอเหลือบตามองนิโคลัสที่กำลังมองมาเหมือนกัน ก่อนจะตัดสินใจเดินจากไปโดยไม่คิดจะรอเพื่อนสนิทด้วยซ้ำ

ช่างเถอะ จบงานวันนี้ก็ไม่ต้องเจอกันแล้ว

ฝ่ายนิโคลัสมองตามร่างโปร่งบางที่เดินจากไปจนลับสายตา ความคิดบางอย่างเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ สายตาเจ็บปวดตัดพ้อนั่นเขาไม่ได้คิดไปเองแน่ ๆ

“เดี๋ยวพิมมี่”

“คะ?”

“เมื่อกี้... ที่คุณพูดเรื่องตอบแทน” นิโคลัสรีบพูดถึงเรื่องที่เพิ่งคิดได้สด ๆ ร้อน ๆ ทันที เขาส่งยิ้มให้พริมาตาด้วยแววตาที่พราวระยับ “ผมว่า... ตอนนี้คุณมีบางอย่างที่สามารถตอบแทนผมได้แล้วล่ะ”

“อะไรคะ...” คุณแม่ลูกสองดูงุนงง แต่ก็สนใจไม่น้อย

นิโคลัสยิ้มกว้างขึ้น ก่อนจะบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ “เรื่องง่าย ๆ ไม่ต้องกังวล คุณทำให้ผมได้อยู่แล้ว”

“แล้วมันเรื่องอะไรคะ? เกี่ยวกับใคร” หญิงสาวถามเจาะจง เพราะเธอคิดว่าเธอรู้สึกไม่ผิด

“เพื่อนของคุณ”

“เพื่อนของฉัน?” พริมาตายิ้มออกมาเล็กน้อย ไม่ผิดจากที่คิดเลย แต่ถึงแบบนั้นเธอก็ยังอดลองเชิงเจ้านายหนุ่มไม่ได้ “คุณหมายถึง แซนดี้?”

“...” นิโคลัสพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกง “ผมอยากให้คุณช่วย”

“ช่วยอะไรคะ”

“หาโอกาสให้ผมได้อยู่กับเธอหน่อยได้ไหมครับ ผมอยากจีบเธอ”

พริมาตายกยิ้มกริ่มจนคนเป็นบอสรู้สึกกระดากขึ้นมา แต่แล้วยังไง ถ้าไม่ทำวิธีนี้เมื่อไหร่เขาจะมีโอกาสได้พูดคุยกับแซนดี้อีก ยอมอายลูกน้องหน่อยไม่เห็นจะเป็นไร

เขาอยากจะจริงจังบ้างแล้ว




“ถึงแล้วจ้ะ” แซนดี้กรอกเสียงใส่โทรศัพท์ที่ใช้ไหล่หนีบอยู่ วันนี้เป็นวันหยุดของเธอ แต่แล้วจู่ ๆ เพื่อนสนิทที่ร้อยวันพันปีแทบไม่เคยใช้ให้เธอทำอะไรเลย(แม้แต่งานแฟชั่นโชว์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเธอยังเป็นฝ่ายอาสาเอง) กลับใช้ให้เธอเอาเสื้อผ้ามาให้นิโคลัส เจ้านายของพริมาตาที่ร้าน ทั้ง ๆ ที่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ เธอไม่เข้าใจว่านิโคลัสจะเร่งเอางานอะไรขนาดนั้น

เธอลำบากใจอยู่ไม่น้อย เพราะถ้าเลือกได้คงไม่อยากเข้าไปข้องเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นอีก แต่เมื่อไม่มีทางเลือกก็ต้องทำเพื่อเพื่อนที่ต้องคอยเลี้ยงลูกถึงสองคนแบบนั้น

“ฉันเอาของมาให้คุณนิโคลัสค่ะ” เธอเอ่ยบอกกับพนักงานของร้าน ก่อนที่หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มสุดเนี๊ยบจะเดินนำเธอไปที่บันไดเพื่อขึ้นไปยังชั้นของสำนักงาน

แซนดี้มองบรรยากาศของร้านอย่างตื่นตาตื่นใจ เคยมาส่งและมาหาพริมาตาบ้างแต่ไม่เคยได้เข้ามาข้างในแบบนี้เลย แบรนด์ของนิโคลัสเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่ดังและมีชื่อเสียงมากพอสมควร เปิดมาราวห้าสิบปีตั้งแต่รุ่นคุณปู่และคุณย่าของนิโคลัสยังมีชีวิตอยู่ สาขานี้ที่ข้างบนเป็นชั้นสำนักงานก็เป็นสาขาแรกที่เปิด และยังคงอยู่จนถึงปัจจุบัน เธอทำงานกับแบรนด์ดังระดับโลกก็จริง แต่ก็ยอมรับว่าแบรนด์ของนิโคลัสที่แม้จะไม่ได้มีชื่อเสียงมากเท่าหลาย ๆ แบรนด์ แต่ความเก่า ความขลัง ความมีที่มาที่ดูพิเศษ การตัดเย็บ และเนื้อผ้าที่ดีก็ทำให้หลาย ๆ คนอยากมีชุดของแบรนด์นี้ติดตู้เสื้อผ้าไว้ให้อุ่นใจ เธอเองก็มีอยู่สองสามชุดเหมือนกัน

ตั้งแต่ที่นิโคลัสเข้ามาคุมกิจการ แบรนด์นี้ก็กลายเป็นแบรนด์ที่ดังเรื่องชุดผู้หญิงมากขึ้นจนเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง นิโคลัสทำกำไรให้แบรนด์มากขึ้นเรื่อย ๆ เสื้อผ้าของเขาดูเข้าใจผู้หญิงดีจนเธอนึกทึ่ง

และการที่เพื่อนของเธอเลือกที่จะเริ่มต้นจากที่นี่เป็นเรื่องที่ดีมากจริง ๆ นิโคลัสเองก็แฟร์กับเพื่อนเธอมาก ช่วยเหลือทุกอย่าง ผลักดันจนกระแสตอบรับของพริมาตาออกมาในทางบวกกว่าที่คิดไว้ แต่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ดีกับลูกน้องขนาดนี้ หรือเขาจะคิดอะไรพิเศษกับเพื่อนของเธอ?

พอคิดแบบนั้นหัวใจก็เจ็บหน่วงแปลก ๆ อีกแล้ว ภาพที่ทั้งสองคนกอดกันย้อนกลับเข้ามาให้หัวซ้ำ ๆ เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันติดตาเหลือเกิน แต่สลัดยังไงก็ไม่ออกจนเธอเลิกสนใจไปแล้วว่ามันจะหายไปเมื่อไหร่

คิดอะไรเพลิน ๆ ในที่สุดเธอก็เดินขึ้นมาถึงชั้นสี่ของร้าน ชั้นนี้เหมือนว่าจะเป็นชั้นของนิโคลัสคนเดียว เธอมองรอบข้างอย่างงุนงง เหมือนเพื่อนเธอจะเคยเล่าว่าปกตินิโคลัสจะทำงานชั้นเดียวกับพนักงาน แต่นี่เธอไม่เห็นพนักงานคนอื่น ๆ  เลย เลขา ผู้ช่วยก็ไม่มีซักคน

“ทางนี้ค่ะ”

อ้อ... ยกเว้นคนที่กำลังนำทางเธออยู่คนหนึ่ง

เพียงครู่เดียวเธอก็มาหยุดที่หน้าประตูบานหนึ่ง ประตูไม้สวย ๆ ไม่ได้มีชื่อเจ้าของห้องแปะไว้ แต่ไม้เนื้อดีที่ราคาแพงระยับขนาดนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่อยู่ด้านในเป็นคนสำคัญแค่ไหน

ก๊อก ก๊อก

“เชิญ” เสียงที่ดังแว่ว ๆ จากภายในทำให้แซนดี้ใจเต้นแรง เธอกระชับถุงใส่ชุดที่ถือไว้อย่างลืมตัวว่าอาจจะทำให้ผ้าด้านในยับได้

“เชิญด้านในเลยนะคะ”

“ค่ะ..”

พนักงานสาวที่เดินมาส่งเดินจากไปแล้ว แซนดี้ยืนอยู่หน้าประตูไม้พลางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อให้ตัวเองมีสมาธิเกือบนาที ก่อนจะเปิดประตูเข้าไป

“อ๊ะ!” เธอร้องเสียงหลง เพราะจังหวะที่เธอกำลังเปิดประตู เจ้าของห้องเองก็กำลังเปิดมันอยู่เหมือนกัน

เขาคงสงสัยว่าทำไมเธอเงียบไปเป็นนาที เธอพยายามมองหาความไม่พอใจบนใบหน้านั้น แต่กลับไม่พบ แซนดี้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก โชคดีที่ไม่ได้ทำให้เขาโกรธ เธอกลัวว่าเขาจะพาลไปโกรธพริมาตาเพราะส่งเธอมาแทนแบบนี้ด้วย

“เข้ามาสิ”

เอาเถอะ แค่เอาชุดมาให้เอง

หญิงสาวปลอบใจตัวเองครั้งที่ร้อย










ขอลงคู่นี้ก่อนนะคะ ตอนพิเศษของคริสพรีม พอใจพีทนี่ต้องรอก่อนเนอะ ให้แซนดี้กับนิโคลัสเขาลงเอยกันก่อน5555



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น