ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เพื่อนใหม่ตัวน้อย

ชื่อตอน : เพื่อนใหม่ตัวน้อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2562 20:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เพื่อนใหม่ตัวน้อย
แบบอักษร


เพื่อนใหม่ตัวน้อย

            จู่ๆ ฉันก็กลายเป็นตัวประหลาดในสายตาของเพื่อนคนอื่นๆ ในมหาลัยฯ ไปซะอย่างงั้น…

            พวกเพื่อนทั้งชายหญิงมองฉันด้วยสายตาประหลาดๆ แถมวาวานางก็ดูแปลกไปอีก ถามคำตอบคำเหมือนไม่ค่อยอยากจะพูดกับฉันสักเท่าไหร่

            “วาวาวันนี้หน้าตาฉันมีอะไรผิดปกติไปงั้นเหรอ”

            “เปล่านี่”

            “ฉันรู้สึกว่าเหมือนทุกคนมองฉันประหลาดๆ พิกล”

            “ให้ฉันบอกตรงๆ เลยนะมินนี่ หน้าตาเธอปกติดีทุกอย่าง แต่ที่พวกเขามองเธอแปลกๆ ก็เพราะข่าวลือที่ว่าเธอย้ายไปอยู่ห้องเดียวกับ…” วาวาเม้มปากทำตาโต

            “พี่แจสเปอร์ต่างหาก” ในที่สุดนางก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงกระซิบ

            “มิน่า เป็นอย่างงี้นี่เอง”

            เขาว่าความลับไม่มีในโลกนี่ก็เรื่องจริงสินะ ขนาดว่าเรื่องส่วนตัวของฉันแล้วมันก็เกิดขึ้นที่คอนโดมิเนียมของฉันแท้ๆ ยังมีคนรู้เรื่องที่ฉันย้ายไปขออาศัยอยู่กับนายแจสเปอร์แล้วเอาข่าวนี้มาเล่าสู่กันฟังที่มหาลัยอีก

            เห้อ…

            วันนี้แทบทั้งวันฉันพยายามใช้ความอดทนข่มใจเอาไว้ไม่ให้เอ่ยถามวาวาออกไป ในเรื่องราวหลายๆ เรื่องที่ยังคาใจฉันอยู่ ฉันยอมรับนะว่ากลัวผลลัพธ์ที่มันจะออกมาแล้วยิ่งทำให้ฉันรู้สึกแย่ไปกันใหญ่ กับทุกความคิด ความรู้สึก และความสัมพันธ์ของฉันกับนาง

            “วาวา บอกตรงๆ เลยเหมือนกันนะว่าคืนนั้นฉันหมดที่พึ่งจริงๆ ฉันเหมือนถูกลอยแพอยู่ในป่ามืดๆ เพียงคนเดียว หันหน้าไปหาใครก็ไม่เจอใคร เธอก็รู้ว่าที่เมืองไทยฉันไม่มีญาติพี่น้องเลยสักคนเดียว ฉันโทร.หาเธอตั้งหลายครั้งแต่ก็ไม่ติด และบังเอิญที่นายแจสเปอร์ยื่นมือมาช่วยฉันเอาไว้ทำให้คืนนั้นฉันไม่ต้องไปนอนข้างถนน”

            ฉันบีบมือตัวเองที่วางไว้บนตักส่งยิ้มไปให้เพื่อนสาวของฉัน

            “วาวา… คืนนั้นน่ะ แบตเตอรี่โทรศัพท์ของเธอหมดเหรอเปล่า”

            “อ่อ ใช่ๆ ฉันต้องขอโทษด้วยนะมินนี่ ที่ฉันช่วยอะไรเธอไม่ได้น่ะ”

            สีหน้า ท่าทาง กับน้ำเสียงรวมทั้งแววตาของวาวามันขัดแย้งกันจนเห็นได้ชัด นั่นทำให้ฉันเลือกที่จะหยุดพูดถึงเรื่องนี้อีกต่อไป ไม่ซักไซ้ไล่เรียงอะไรนางต่อ ขึ้นชื่อว่า ‘ภาระ’ แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากจะแบกรับเอาไว้ให้เดือดร้อนตัวเองแน่ๆ

            แล้วเวลานี้ตัวฉันก็เป็นภาระก้อนใหญ่

            “อือ ฉันก็คิดแบบนั้นอยู่เหมือนกัน ไม่เป็นไรหรอกวาวาฉันเข้าใจเธอดี”

            ฉันมองดูนาฬิกาข้อมือ

            “ฉันขอตัวก่อนนะวาวา เมื่อวันก่อนฉันเห็นป้ายประกาศติดรับสมัครพนักงานพาสทามเลยว่าจะลองไปสมัครดูน่ะ”

            “โชคดีนะมินนี่”

            วาวาโบกมือบ้ายบายฉันทันทีโดยที่นางไม่ได้ถามอะไรต่อ ฉันเองก็โบกมือให้นางคืนไปเช่นกัน ในความพยายามทำตัวให้เป็นปกติเหมือนเดิมของนางทำให้ฉันโคตรอึดอัด และฉันเองก็เชื่อว่าเราสองคนต่างก็รู้ดีด้วยกันทั้งคู่

            “โชคดีเหมือนกันนะวาวา บาย”

            ฉันเลือกที่จะเป็นฝ่ายเดินจากมาด้วยความรู้สึกหวิวโหวงที่เกิดขึ้นในหัวใจ คุณพ่อของฉันเคยบอกว่ากำลังใจของคนเราเป็นสิ่งที่เราสามารถสร้างมันขึ้นมาเองได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องอ้อนวอนขอพรวิเศษจากพระเจ้า หรือว่ารอรับมันจากใคร ตอนนี้ฉันต้องการกำลังใจมากที่สุดเพื่อที่จะใช้มันก้าวต่อไปและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงซึ่งกำลังเกิดขึ้นกับชีวิตของฉัน

            ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถเมล์ ในหัวของฉันคิดเรื่องต่างๆ วุ่นวายไปหมดจนเกือบลงเลยป้าย ซ้ำร้ายพอเข้าไปขอสมัครงานก็ได้รับการปฏิเสธกลับมาอีกเนื่องจากทางร้านได้รับพนักงานเต็มตามจำนวนที่เขาต้องการแล้ว ฉันเลยเดินคอตกมองพื้นฟุตบาทเพื่อไปยังป้ายรถเมล์ ข้างหนึ่งเป็นถนนที่รถราวิ่งกันขวักไขว่อีกด้านเป็นสวนสาธารณะเล็กๆ สำหรับนั่งพักผ่อน

            เวลาตอนนั้นเริ่มมืดแล้ว

            เมี้ยว เหมียวๆๆ

            จู่ๆ ก็มีลูกแมวตัวหนึ่งกระโดดออกมาจากพุ่มไม้มันยืนขวางหน้าฉันพร้อมกับส่งเสียงร้อง ตัวมันเล็กๆ กลมๆ ขนฟู แววตาน่าสงสารปนน่าเอ็นดู

            “เจ้าเหมียวน้อย แกมาจากไหนเนี่ย มีปลอกคอด้วยหลงทางมาเหรอ”

            ฉันเป็นอะไรที่แพ้ทางสิ่งมีชีวิตน่ารักน่าชังแบบนี้ซะด้วยสิ ฉันมองไปรอบๆ ตัว ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างไม่มีใครให้ความสนใจกับเจ้าเหมียวน้อยเลยสักคนเดียว นี่หากเป็นก่อนหน้านี้ฉันคงติดสินใจเอามันกลับห้องไปด้วยทันที แล้วค่อยลงประกาศตามโซเชียลหาเจ้าของลูกแมวตัวน้อย

            แต่ตอนนี้นะเหรอ? ลำพังตัวฉันเองยังเอาตัวไม่รอดเลย

            ใบหน้าของนายแจสเปอร์ลอยเข้ามาในหัวทันที หากฉันเอาเจ้าแมวน้อยกลับห้องไปด้วยละก็เผลอๆ ฉันและเจ้าเหมียวผู้น่าสงสารตัวนี้อาจจะโดนอัปเปหิออกจากห้อง จนกลายเป็นหญิงสาวเร่ร่อนและแมวจรจัดด้วยกันทั้งคู่

            “กลับบ้านไปซะนะเจ้าเหมียว ข้างนอกนี้มันอันตรายเดี๋ยวโดนรถทับไส้แตกเอานะ”

            ฉันยกมือตีปากตัวเองเบาๆ ที่เผลอพูดจาเหมือนไปแช่งแมวน้อยผู้น่าสงสารเข้า ตอนนี้มันคงหวาดกลัว สับสน แถมยังไร้ที่พึ่งเหมือนฉัน

            “ขอให้เจอเจ้าของนะลูก บ้ายบาย”

            ฉันตัดสินใจเดินจากเจ้าสัตว์โลกตัวน้อยผู้น่าสงสารตัวนั้นมา แต่เดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวเจ้าแมวน้อยมันก็วิ่งตามฉันมาติดๆ ส่งเสียงเล็กๆ ร้องเหมียวๆ จนฉันต้องหันหลังกลับไปมองสบตากับมันอีกครั้ง ดวงตาของเราทั้งคู่มองประสานกัน

            “…”


ความคิดเห็น