ไอลดา ลีลาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : แตกหัก (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2562 16:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แตกหัก (100%)
แบบอักษร

ทางด้านอิทธิกุล แม้ชายหนุ่มจะเข้านอนแต่ก็นอนไม่หลับ เขาพลิกกายไปมากระสับกระส่ายอยากรู้ต้นตอของเรื่องนี้ ใครเป็นคนพูดกับน้องชาย เขาเองก็ไม่ได้สบายใจนักที่เห็นธนัชเจ็บปวดแทบปางตาย พี่น้องแม้จะไม่ได้คลานตามกันมาแต่ความผูกพันก็มีมาก ของเล่นทุกอย่างที่น้องชายร้องไห้จะเอาแต่เขาไม่ให้ในตอนแรก สุดท้ายเขาก็เอาไปให้น้องทุกครั้ง แม้ว่าของชิ้นนั้นจะเป็นของเขาเองก็ตาม

อิทธิกุลต้องการคำตอบ และคิดว่าคนที่ให้คำตอบเขาได้ดีที่สุดตอนนี้คงเป็นมินตรา เพราะมีเพียงเธอและเขาที่รู้เรื่องของเราเป็นอย่างดี และความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นเธอ เพราะอีกไม่นานเขาจะแต่งงาน การบอกเรื่องราวทั้งหมดกับ ธนัช เพื่อจะได้ช่วยบอกเรื่องนี้กับทุกๆ คน ชายหนุ่มสวมเสื้อผ้าอย่างลวกๆ เขาต้องไปถามจากปากเธอให้รู้เรื่อง

เสียงรถกระชากตัวออกไปจากบ้านด้วยความเร็วสูง เสียงคนในบ้านใหญ่ตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ธนัชเปิดหน้าต่างออกไปยืนดูรู้ว่าพี่ชายขับรถออกไป เขารู้ได้ในทันทีว่าอิทธิกุลคงไปหามินตรา ธนัชเดินกลับมาล้มตัวลงนอนที่เดิม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองดูเบอร์ที่ไม่ได้รับสายแล้วกดโทร.ออก

“คุณแม็กซ์เป็นยังไงบ้าง” เสียงณัฐนรีที่รีบถามทันทีที่เธอรับสาย

“ดีขึ้นแล้วละคุณนรี”

“คุณดีขึ้น นรีก็ค่อยเบาใจ”

“ขอบคุณนะครับที่ทำให้ผมตาสว่าง แม้ว่าในความหวังดีของคุณ จะแอบแฝงไปด้วยอย่างอื่นก็ตาม”

ธนัชไม่ใช่คนโง่อย่างที่เธอคิด เพียงแต่เรื่องของมินตรา เขารักเธอเลยเชื่อใจเธอ และไม่คิดว่าว่าเหตุการณ์เลวร้ายนี้ จะกลับมาตอบแทนความรักที่มีให้หญิงสาวและพี่ชาย

“ผมก็อยากตอบแทนคุณกับความหวังดีของคุณที่มีให้ผม” ณัฐนรีถือโทรศัพท์ฟังอย่างตั้งใจ

“ตอนนี้ว่าที่สามีของคุณขับรถออกไปจากบ้านแล้ว ผมคิดว่าเขาน่าจะไปหามิ้น”

“คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาจะไปหามิ้น”

“ผมว่าคุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าผู้ชายคนนี้จะไปที่ไหนได้ ขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยผม ถือว่าผมตอบแทนคุณได้แค่นี้นะครับ ที่เหลือคุณคงต้องไปจัดการเองหากอยากจะเล่นกับไฟ แต่ผมขอเตือนว่าไฟมันร้อน และก็พร้อมกจะเผาไหม้คนทุกคนได้ตลอดเวลา”

ธนัชวางสายไปแล้ว ณัฐนรีลุกขึ้นนั่ง เอื้อมเปิดไฟที่หัวเตียงแล้วถอนหายใจ อยากจะตอบกลับไปเหลือเกิน ว่าเธอเห็นอิทธิกุลไปค้างกับณัฐนรีก็หลายครั้งจนเริ่มจะชินชา แต่ก็กลัวอีกคนคิดมาก หากเขาเป็นอะไรไปเธอคงโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง แต่ได้ยินน้ำเสียงที่เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยวแบบนี้เธอก็ค่อนข้างเบาใจ อย่างน้อยก็ไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ของเขา

อิทธิกุลรีบเข้าไปในห้องของมินตรา อันที่จริงมันคือห้องของเขาเพียงแต่ซื้อให้เธอ ชายหนุ่มเดินเข้าไปเปิดประตูห้องแต่ก็ไม่พบเธอ เดินไปที่หน้าระเบียงที่ที่เธอชอบไปยืนรับอากาศก็ไม่เจอ จากที่ใจรุ่มร้อนอยู่แล้วยิ่งรุ่มร้อนหนัก เพียงแต่ไม่ใช่เหตุผลเดิม ครั้งนี้มันเป็นเพราะเขาเป็นห่วงเธอ

เขาเดินมาเปิดประตูห้องน้ำดูด้านนอกก็ไม่เจอ กระเป๋ารองเท้าก็วางอยู่ครบ ชายหนุ่มเอะใจเดินกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง แล้วเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปดู แค่เห็นภาพแรกที่ได้เห็นเขาก็แทบทรุด ร่างบางนอนหมดสติพิงชักโครกอยู่ เขารีบช้อนร่างบางมาวางบนเตียงแล้วหายาดมยาหอมให้มั่วไปหมด

“มินตราอย่าเป็นอะไรไปนะ มินตราฟื้นสิ!”

อิทธิกุลเพิ่งรู้ว่าความห่วงใยมันเป็นเช่นไร เขาใจแทบขาดเมื่อคิดว่าเธอจะไม่ฟื้น ร่างบางเริ่มรู้สึกตัวส่ายศีรษะไปมา เขารีบไปหาผ้าผืนเล็กแช่น้ำเย็น แล้วเช็ดตามใบหน้าและเนื้อตัวให้เธอ

“ท่าน...ท่านประธาน” เธอลุกขึ้นโผเข้ากอดเขาไว้แน่น อิทธิกุลก็เช่นกันกอดเธอไว้แน่น ก้มลงจูบเรือนผมงาม

“อย่าเป็นอะไรไปนะมินตรา”

เขายังคงพูดประโยคเดิม คนที่เพิ่งฟื้นได้สติรู้สึกหัวใจพองโต เธอกอดเขาไว้เต็มแรงเท่าที่ตัวเองมี น้ำตาซึม นี่เธออ่อนแอให้เขาเห็นเป็นครั้งที่สองในรอบสัปดาห์ มินตราพยายามเช็ดน้ำตาออกแต่มือใหญ่รั้งไว้ เขาบรรจงเช็ดน้ำตาให้เธออย่างเบามือ มินตราตกใจที่สีหน้าเขามีรอยฟอกช้ำ เธอเอื้อมมือไปลูบแต่อิทธิกุลรวบมือบางนั้นไ ว้ไม่อยากให้เธอเปลี่ยนเรื่อง และไม่อยากตอบคำถามที่มันทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด

“ป่วยทำไมไม่บอก ไหนว่าเธอไปหาหมอแล้ว”

“มิ้นไปหาหมอแล้วค่ะ มิ้นแค่รู้สึกโงนเงนแล้วก็หน้ามืด”

“เธอทานข้าวหรือยัง”

หญิงสาวส่ายหน้า อิทธิกุลส่ายศีรษะตาม และคิดว่านี่ก็คงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เธอเป็นลมหมดสติไป  เขาเดินออกจากห้องนอนแล้วเดินเข้าไปในห้องครัว เปิดตู้เย็นเห็นข้าวต้มที่ทำไว้ให้ยังอยู่ในสภาพเดิมจะโกรธก็ทำไม่ลง เขาเททิ้งแล้วตั้งใจทำใหม่ให้เธอได้ทาน โชคดีที่วัตถุดิบอุปกรณ์ยังมีครบ

“มาเดี๋ยวฉันป้อน”

มินตราอายเกินกว่าจะมานั่งให้เขาป้อน เธอส่ายหน้าแล้วก็ดึงชามข้าวต้มมาตักทานเอง อิทธิกุลส่ายหน้ายิ้มๆ เวลาเธออายหรือเขินก็น่ารักและน่ามองทีเดียว

“ไหนยาเธอล่ะ”

เขาถามหาแล้วหันไปมอง เห็นตั้งอยู่ที่ตัวเตียงพอดี มินตราใจหายวาบแต่เมื่อคิดว่าเธอได้ทำการเปลี่ยนถุงเรียบร้อยแล้วก็ค่อยโล่งใจ ฝืนทานข้าวต้มไปได้ครึ่งค่อนชามก็นำไปเก็บ กลับมาที่ห้องเขาก็ยื่นยาให้พร้อมกับน้ำดื่มตามฉลากที่เขียนไว้หน้าซอง เธอรับมาทานอย่างว่าง่าย หญิงสาวลืมตัวลูบท้องตัวเองเหมือนทุกวันที่รู้ว่ามีเขา และรู้สึกตัวเมื่ออิทธิกุลจ้องมองตาม

“อิ่มจังเลยค่ะ” มินตรานั่งข้างๆ เพื่อไม่ให้เขาเห็นความผิดปกติที่ก่อตัวขึ้นในตัวเธอ

“เธอดูอวบขึ้นหรือเปล่า” มินตราใบหน้าซีด หันสบสายตากับอิทธิกุลแล้วรีบหลบต่ำ

“ฉันพูดเล่นน่ะ เธอผอมเกินไปแล้ว กินให้เยอะๆ หน่อย”

มินตราคลี่ยิ้มได้ เขามองหลากหลายความรู้สึก เขามาหาเธอด้วยจุดมุ่งหมายอื่นแต่ก็ไม่ได้พูดถึง กลับอารมณ์ดีเมื่อได้อยู่กับเธออย่างไม่น่าเชื่อ ค่ำคืนนี้อิทธิกุลจึงนอนกอดกับมินตราจนหลับไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่หญิงสาวกลับนอนไม่หลับ เธอจับมือของเขาที่กอดเอวไว้มาวางทับไว้ที่หน้าท้องตัวเองแทน รู้สึกอบอุ่นใจและมันทำให้เธอหลับลงได้ เหมือนมีเขามาคอยปกป้องทั้งแม่และลูก

ความคิดเห็น