facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

ตอนที่ 4-2 วันที่คิดถึงแม่ขึ้นมา

ชื่อตอน : ตอนที่ 4-2 วันที่คิดถึงแม่ขึ้นมา

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2562 15:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4-2 วันที่คิดถึงแม่ขึ้นมา
แบบอักษร

​ในหัวโง่เง่านั่นไม่มีอะไรนอกจากคิดจะโดดเรียนหรือยังไงกันนะ โดยองกับจีซูคิดเหมือนกัน จากนั้นเสียงถอนหายใจยาวๆ ของทั้งสองคนก็ดังขึ้นพร้อมกัน จีซูจึงตบไหล่ของโดยองที่อยู่ตรงหน้าและมีสีหน้ามืดมนขึ้นเรื่อยๆ เหมือนจะสื่อความหมายว่า ‘ขอโทษนะ’ ‘ฝากด้วย’ แล้วพยักหน้า โดยองจับความแตกต่างเล็กๆ ที่ไม่ต้องพูดก็เข้าใจได้ก่อนจะพยักหน้าตาม ถ้าจะให้ดีก็ต้องเข้าฟังบรรยายสิ จริงๆ มันแค่เช็กชื่อเข้าเรียนแต่พอรู้ว่าต้องดูแลยูซอนอูด้วยก็ปวดหัวขึ้นมาเลย

ตลอดการฟังบรรยายคลาสสนทนาภาษาอังกฤษกว่าสองชั่วโมง ซอนอูก็เอาแต่อ้าปากหาวหวอดๆ ส่วนโดยองที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ตั้งใจเรียนอย่างมีสมาธิราวกับจะจำคำพูดแต่ละคำของอาจารย์เจ้าของภาษาให้ได้อย่างแม่นยำตอกเข้าในหัวสมอง ถ้ามองจากสายตาของคนอื่นโดยองก็คงเป็นนักศึกษาที่จริงจังแถมยังหมกมุ่นกับการเรียน ทว่าในความเป็นจริงแล้ว เหตุผลจริงๆ ของเขาก็คือการดิ้นรนใช้ชีวิต เพราะคำพูดของแม่ที่บอกไว้ว่า 'ถ้าได้เกรดรวมต่ำกว่าสี่* ล่ะก็คลานสี่ขาออกจากบ้านไปเลย' สัตว์กินเนื้ออย่างโดยองที่ถูกปล่อยไว้ในสภาพแวดล้อมการเอาตัวรอดใกล้เคียงกับสัตว์กินพืชจึงต้องอดกลั้นฝืนทนไม่ให้ฟันตัวเองโผล่ออกมา

“นี่ นี่ เฮ้ยย ดูนี่สิ โคตรตลกเลย สุดยอด”

แล้วทำไมต้องมาดูคลิปตลกอะไรแบบนั้นในเวลาเรียนด้วย ถึงแม้คนที่เป็นรุ่นพี่จะไม่ได้ช่วยรุ่นน้องในเรื่องเรียน แต่จะมาขัดขวางหรือเอาวางไว้ให้ดูเขาก็ไม่ได้อยากดูด้วยซะหน่อย โดยองอยากจะปาปากกาที่ตัวเองถือแล้วดีดหน้าผากซอนอูดูสักครั้ง เขากัดฟันจนดังกรอดๆ ก่อนจะบ่นพึมพำเบาๆ

“รุ่นพี่ อาจารย์มองอยู่นะ ช่วยตั้งใจฟังบรรยายหน่อยเถอะครับ”

หลังจากนั้นใบหน้าของซอนอูก็นิ่งตึง แล้วบทละครก็เป็นไปอย่างที่เคยเริ่มด้วย ‘ตอนนี้นายไม่สนใจคำพูดของรุ่นพี่ผู้ยิ่งใหญ่แล้วยังจะเมินกันแบบนี้อีกเหรอ’ แน่นอนว่าก่อนที่เสียงบ่นอุบจะเริ่มประโยคที่สองโดยองก็คว้าหูฟังที่ซอนอูถืออยู่ พร้อมกับฟังการบ่นพึมพำว่าเขาคว้าอย่างไม่เอาใจใส่เลยครั้งที่สองจุดห้าแต่ยังไงก็ดีกว่าเสียงบ่นอุบนั่นอยู่ดี ซึ่งสิ่งที่ซอนอูเปิดให้ฟังก็คือตอนหนึ่งของรายการตลกที่ไม่ตลกสักเท่าไหร่ พวกรายการตลกหรือรายการวาไรตี้ในทีวีน่ะมันไม่ได้สนุกสำหรับโดยองมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะอย่างนั้นไม่ว่าจะบอกว่าเป็นรายการที่ฮอตฮิตแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางจะรู้สึกประทับใจ แต่มันเป็นเพราะไอ้เจ้ารุ่นพี่ที่เอาแต่ซักถามว่าไม่สนุกเหรอ จึงได้แต่พยักหน้าเพราะทนไม่ไหวก่อนจะตอบว่า ‘ครับ สนุกดีครับ ฮ่าฮ่า...’ ทว่าใบหน้าของซอนอูกลับนิ่งตึงขึ้นอีกครั้ง

“ถ้าจะบอกว่ามันสนุกด้วยน้ำเสียงไร้วิญญาณแบบนั้น ไม่คิดถึงหัวใจคนยื่นให้ดูอย่างฉันเลยนะ เจ้าเด็กนี่ไม่มีความใส่ใจเอาซะเลย ความใส่ใจอะ”

คนที่ส่งเสียงดังในเวลาเรียนแล้วยังทำให้คนอื่นเดือดร้อนอย่างนาย ยังจะถามหาความใส่ใจอีกเหรอ!

วันนี้ภายในใจของโดยองมีแต่เสียงตะโกนก้องจากความโมโหดังกังวาน


รายการตลกไร้สาระจบลงก่อนซอนอูจะตั้งใจจดจ่อกับการบรรยาย แต่ในขณะนั้นท้องของซอนอูก็ส่งสัญญาณน้อยๆ ออกมา ซุปแก้เมาค้างที่กินเข้าไปหลังจากท้องว่างจากการดื่มเหล้าจนเมามายกระตุ้นความอยากถ่ายหนักขึ้นมาได้เป็นอย่างดี

ไม่ได้ ฉันจะทำหน้าเหมือนปวดอึต่อหน้าโดยองของฉันไม่ได้! นั่นมัน...

ไม่มีมนุษย์คนไหนสามารถอดทนอดกลั้นกับความต้องการพื้นฐานทางธรรมชาติได้แม้แต่คนเดียว ตอนแรกก็พอจะทนได้อยู่หรอก แต่ยิ่งเวลาผ่านไปซอนอูก็ยิ่งขาสั่นเพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับสัญญาณที่แข็งข้อขึ้นมาดี อีกตั้งชั่วโมงกว่าถึงจะเวลาเลิกคลาส ใบหน้าเขาเริ่มซีดเซียว จิตใจก็กระวนกระวายมากขึ้น

เมื่อยูซอนอูไม่สามารถแก้ปัญหาความต้องการขับถ่ายได้จึงเริ่มร้องโอดโอย โดยองที่ตั้งใจจะจดจ่อกับการบรรยายก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากหันไปสนใจความสั่นไหวที่ส่งมาจากคนตรงหน้า ถ้าหากไม่ถามว่าเกิดอะไรขึ้นอีกฝ่ายก็คงจะทำตัวไร้สาระมาเซ้าซี้เขาอีกว่าทำไมไม่ถามแน่ๆ  โดยองเหมือนเป็นสุนัขที่อยู่ในสำนักเรียนอักษรจีนสามปีก็สามารถประพันธ์บทกวีได้** จากความคุ้นเคยกับรุ่นพี่อย่างซอนอู เขาจึงรู้หมดว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปแล้วก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ หลังจากนั้นโดยองก็วางปากกาลงพร้อมกับถามนิ่งๆ

“รุ่นพี่ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะครับ”

“มะ ไม่มีอะไร... อืม... ท้องไส้... ไม่ค่อยดีน่ะ”

“รู้สึกไม่สบายตรงไหนเหรอครับ ถ้าไม่สบายให้ผมพาไปห้องพยาบาลไหม”

ถึงจะไม่มีกระจิตกระใจอยากจะพาไปแม้แต่เสี้ยวเดียวแต่โดยองก็ถามออกไปตามมารยาท แน่นอนว่าถ้าอาการป่วยของซอนอูเป็นแค่อาการปวดท้องก็อาจจะค่อยๆ ถูกหามขึ้นบนแผ่นหลังกว้างที่ไว้ใจได้ แต่ในขณะที่ท้องน้อยได้รับการโจมตีอย่างแรง ลีโดยองก็ลีโดยองเถอะ ซอนอูตัวงอและปฎิเสธการหาหมอก่อนจะค่อยๆ ยืดตัวขึ้นอย่างช้าๆ

“ดะ... เดี๋ยวจะไปคนเดียว ไม่เป็นไร!”

นี่มันเรื่องอะไรอีกล่ะเนี่ย ปกติแล้วยูซอนอูไม่มีทางปฏิเสธการช่วยเหลือของโดยองแต่กลับบอกปัดน้ำใจเขา ซึ่งแน่นอนว่าโดยองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรและทำเพียงแค่พยักหน้าตอบไปเท่านั้น สำหรับมารยาทที่โดยองหยิบยื่นให้ในครั้งนี้โอกาสที่ต้องปฏิเสธมันดันมีมากกว่าการทำตามใจตัวเอง ซอนอูจึงตัดสินใจปฏิเสธมันก่อนจะลุกขึ้นออกจากห้องไป เขาขอบคุณที่โดยองไม่ตามมาและรู้สึกว่ารุ่นน้องของตัวเองทั้งน่ารักทั้งเท่จนน่าประทับใจ แต่เพราะการไปห้องน้ำมันเร่งรีบมากๆ ก็เลยเลือกที่จะไม่นึกถึงมัน ซอนอูก้าวเท้ามุ่งไปยังห้องน้ำอย่าโซซัดโซเซเหมือนเป็นบันไดขึ้นไปยังสวรรค์เบื้องบนที่ทั้งเหนื่อยแล้วก็ตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน


ระหว่างที่รุ่นพี่ไปห้องน้ำเพียงไม่กี่นาทีโดยองก็เริ่มชะงักและพลาดการจดเลคเชอร์ แต่ในช่วงที่เขาสามารถไล่ตามความเร็วของคลาสได้ทันโทรศัพท์มือถือก็สั่นสะเทือนวุ่นวายอีก ถ้าสายนี้เป็นยูซอนอูจริงๆ เขาก็จะไม่อยู่เฉยแล้วนะ ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาทว่าคนที่โทรเข้ามากลับเป็นแจโฮ แจโฮรู้ตารางเรียนของคุณชายอย่างชัดเจนเพราะฉะนั้นการโทรมาในเวลาแบบนี้ มันจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากมีเรื่องด่วนมากๆ หรือไม่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับครอบครัว โดยองดันโทรศัพท์มือถือเก็บเข้าในกระเป๋าอีกครั้งก่อนจะลุกออกจากที่นั่งไปอย่างเบาที่สุด เปิดประตูห้องเรียนด้านหลังออกไปและรับโทรศัพท์ไปพร้อมๆ กัน เขาไม่ทันจะได้ทักทายด้วยคำว่าฮัลโหลด้วยซ้ำ น้ำเสียงของแจโฮก็สวนกลับมาอย่างรีบร้อน

“มีเรื่องอะไรถึงตื่นตระหนกขนาดนั้น”

“คือ... คุณชายครับ มันมีไอ้พวกเด็กๆ ปากพล่อย อยู่สองสามคน...”

“รอก่อน ตอนนี้ผมอยู่ที่ทางเดิน แป๊บนึงค่อยพูด”

โดยองเดินเข้าไปตรงมุมห้องน้ำที่ไม่มีใครเดินผ่านไปผ่านมาพร้อมกับเช็กให้แน่ใจอีกทีว่ามีคนตามมาหรือไม่ ก่อนจะล็อกประตูพลางต่อบทสนทนากับแจโฮ ‘มีเรื่องอะไรกันน้ำเสียงถึงดูรีบร้อนแบบนั้นล่ะพี่’ แจโฮเกรงกลัวน้ำเสียงจบประโยคของโดยองจึงรายงานสถานการณ์อย่างละเอียด

“เรื่องที่เมื่อวานคุณชายจัดการกับลูกค้าน่ะครับ”

“แล้วยังไง”

“บอสกับคุณผู้หญิงรู้แล้วครับ...”

ชั่วขณะนั้นโลกของโดยองก็หยุดชะงักราวกับได้ยินเสียงตี๊ดดด! เหมือนอัตราการเต้นของหัวใจหยุดลง ก่อนจะควบคุมจิตใจเอาไว้ได้อีกครั้งแล้วเช็กกับแจโฮว่าบรรยากาศภายในบ้านเป็นยังไงบ้าง น้ำเสียงที่ใช้ถามไถ่ก็เริ่มสั่นรวมถึงมือของเขาก็สั่นเทาด้วย ความกลัวกับความโมโหผสมปนเปกันไปหมดจนไม่สามารถจัดการได้ แจโฮรายงานสถานการณ์ปัจจุบันภายในบ้านตามที่คุณชายถามอย่างละเอียด เมื่อไม่สามารถจัดการความหงุดหงิดที่โถมเข้ามาได้ ไหนพ่อที่จองกกหูเขาไว้ ไหนจะเสียงบ่นของแม่ในขณะที่กลับบ้าน โดยองจึงตะโกนแผดเสียง แม่ง เวรเอ้ย! ผ่านโทรศัพท์จนแจโฮผงะไปครู่หนึ่ง

สุดท้ายคุณชายก็ระเบิดจนได้ ระเบิดแล้ว


แจโฮรักษามารยาทและจัดการอย่างทุกอย่างเป็นอย่างดีมาโดยตลอดเพื่อไม่ให้ตัวตนจริงๆ ของโดยองปะทุขึ้นมา เขาคิดไว้ว่าถ้าคุณชายพูดขึ้นมาว่า 'พูดว่าอะไรนะ' จะขอโทษออกไปทันทีแต่มันกลับต่อด้วยการตะโกนดังลั่นของคุณชายแทน

“นายไม่ได้จัดการไอ้พวกลูกหมานั่นทันทีรึไง มัวแต่ทำอะไรอยู่!”

โดยองเอาแต่เรียกแจโฮที่เป็นเลขาติดตามและอายุมากกว่าตัวเองว่าพี่ ทว่าหากโกรธจนไม่ลืมหูลืมตาแล้วล่ะก็มันจะไม่มีอะไรแบบนั้นเหลือเลย เจ้าตัวโวยวายเสียงดังพร้อมกับสาดคำหยาบคลายอยู่หลายครั้งก่อนจะพร่ำบ่นใส่แจโฮ

“ทำแบบนี้แล้วจะให้ฉันเรียกนายว่าเป็นมือขวาเหรอ ฉันสั่งให้นายไปจัดการไอ้ลูกหมาพวกนั้นไง แล้วตอนนี้คืออะไร อ้าปากพูดแค่ คุณชาย คุณชายอยู่ทุกวันมันจะต่างอะไรจากพวกลูกหมาที่ตั้งใจวิ่งไล่ตามหางไปมาแล้วขอข้าวกินกัน!”

แจโฮเองก็ทำตัวไม่ถูกกับคำพูดบ่นที่พ่นรัวออกมาเหมือนกับปืนกล ฟังคำพูดของคุณชายโดยองแล้วเหมือนได้ฟังบทสวด เขาจึงกล่าวขอโทษคุณชายผ่านโทรศัพท์ทั้งที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าตอนนี้ หลังจากโดยองจัดการกับความโมโหอย่างยากลำบากก็เสยผมขึ้น พอได้ระบายความโกรธไปอย่างเต็มที่ก็เหมือนจะรู้สึกผิดที่โทษว่าเป็นความผิดของแจโฮ จากนั้นก็ถามด้วยเสียงทุ้มต่ำ ‘คนปากมากมันเป็นใคร’

“ไอ้ลูกหมานั่นยังอยู่ในองค์กรไหม”

“ครับ แล้วก็อยู่ในสภาพที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ครับ”

“ให้มันอยู่ดีๆ ล่ะ อย่าให้หนีไปได้”

“อะไรนะครับ”

“จะให้พูดซ้ำเหรอ ก่อนที่ไอ้เวรนั่นจะหนีไปฉันจะทำให้ชีวิตมันพังด้วยมือฉันเอง เพราะงั้นก็จับไว้อย่าให้มันหนีไปได้”

“อ่า ครับ เข้าใจแล้วครับคุณชาย”

และการสนทนาของโดยองและแจโฮจึงจบลงเพียงเท่านั้น โดยองดันโทรศัพท์เก็บเข้าไปในกระเป๋าแล้วเปิดก๊อกน้ำอ่างล้างหน้าอย่างแรง เขาตั้งใจจะล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อลดความร้อนผ่าวลง หยดน้ำทั้งหลายที่เปียกปอนอยู่บนหน้าก็ไหลหยดลงมา โดยองมองอ่างล้างหน้าสีขาวที่ยังคงมีสายน้ำไหลออกมาเขม็งพลางถอนหายใจ แล้วคิดแผนว่าจะทำยังไงกับไอ้เด็กใหม่ที่ไม่คำนึงถึงกฎเหล็กของตัวเองดี กฎที่ว่าห้ามให้เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นตรงทางเข้าออกรั่วไหลออกมาข้างนอก โดยองเช็ดความเปียกชุ่มของใบหน้าด้วยแขนเสื้อก่อนจะกดก๊อกลงเพื่อปิดน้ำอีกครั้ง เพราะมันแต่กังวลกับความไม่สบายใจและความโมโหเขาจึงเช็กแค่ว่าไม่มีใครตามตัวเองมา แต่กลับลืมเช็กว่ามีใครอยู่ในห้องน้ำก่อนหน้านี้หรือไม่

ไม่รอบคอบเลยนะลีโดยอง ไม่ได้เช็กอะไรสักอย่างแต่ดันโมโหแบบนั้น


โดยองปรับจังหวะหายใจอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ประตูห้องน้ำที่ปิดแล้วก็เคาะก๊อกๆ เสียงดัง แน่นอนว่าไม่มีการตอบรับกลับมาแต่ตรงห่วงประตูห้องน้ำกลับขึ้นว่า ‘ไม่ว่าง’ อยู่อย่างชัดเจน ซึ่งก็ไม่ได้มีพวกอุปกรณ์ทำความสะอาดอยู่ด้วย ถ้าให้ทำตามความต้องการของตัวเองแล้วล่ะเขาอยากเข้าไปในห้องน้ำห้องข้างๆ แล้วลองตรวจสอบดู เพราะอย่างน้อยก็คงจะเห็นหัวของคนที่นั่งอยู่บนชักโครกแต่มันก็จะดูเหมือนโรคจิตไปเลยเลิกคิดจะทำ ดังนั้นโดยองจึงเคาะอีกครั้ง ปังๆ เสียงที่เหมือนเป็นการคุกคามดังลั่นในห้องน้ำซึ่งในสถานการณ์แบบนี้เป็นใครก็ต้องเปิดประตูออกมาข้างนอกแล้วสิ

“เฮ้ย แก ใครวะ”

ถามออกไปจะมีคนตอบไหมนะ โดยองเตะประตูที่ปิดอยู่พร้อมกับคำราม ‘แอบฟังนี่สนุกเหรอ สนุกเหรอ ฮะ ไอ้เวร แกตื่นเต้นกับชีวิตฉันขนาดนั้นเลยหรือไง ฮะ?!’ อารมณ์ที่หายไปพักหนึ่งตีกลับขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้อยู่ล่ะก็คงปล่อยให้มีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้ คงได้มีเรื่องก่อนจะปล่อยไป

อดทนหน่อย โดยองอา อดทนเหมือนตอนที่ถูกยูซอนอูกระแซะอยู่ข้างๆ หน่อย ทำได้ไม่ใช่เหรอ นายทำแบบนั้นมาทุกวันเลยไม่ใช่หรือไง

“ถ้าเกิดวันไหนนายปากเปราะแล้วมันดันมาเข้าหูฉันขึ้นมา”

“...”

“ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม ฉันจะตามหานายให้เจอแล้วจับกดน้ำฝังหัวทิ้งไว้ตรงชายทะเลซะ”

“...”

“เพราะงั้นทำตัวดีๆ ล่ะ”

“...คร้าบบ”

ได้ยินเสียงสั่นๆ ทะลุประตูที่ถูกปิดไว้อย่างแผ่วเบา


ก่อนที่โดยองจะออกมาจากห้องน้ำก็เตะเข้าไปที่ประตูห้องนั้นอีกครั้ง ประตูสั่นสะเทือนอย่างไม่ปลอดภัยจนเหมือนว่ามันจะพังลงมา เขาตั้งใจหาเรื่องคนที่ไม่ยอมแสดงตัวตนและไม่ยอมออกจากที่นั่น จนกระทั่งโดยองออกมาจากห้องน้ำพักนึงแล้ว คนที่ขังตัวเองอยู่ในพื้นที่คับแคบก็ยังไม่ออกมา เมื่อคนที่อยู่ในห้องน้ำคิดว่าโดยองออกไปแล้วจึงปลดล็อกและแง้มประตูดูว่ามีใครรอตัวเองอยู่หรือเปล่าด้วยความสั่นกลัว แต่โชคดีที่อีกฝ่ายหายตัวไปแล้ว ซึ่งคนที่เปิดประตูและปรากฏตัวออกมาก็คือซอนอูที่สิ้นสุดความผ่อนคลายแต่ไม่เหมือนผ่อนคลาย

เขาทำธุระเสร็จแล้วกำลังจะสวมกางเกงและตั้งใจจะออกไป แต่เหมือนว่ามีใครบางคนเข้ามาในห้องน้ำเลยไม่สามารถออกไปได้ในทันที ทว่าน้ำเสียงของคนที่เข้ามาน่ะพอฟังดีๆ แล้วก็คือรุ่นน้องลีโดยองที่เป็นรักข้างเดียวของเขานี่นา นี่มันเรื่องอะไรกัน ซอนอูสงสัยว่าอีกฝ่ายจะคุยเรื่องอะไรกับคนแบบไหนจึงยืนพิงผนังห้องน้ำแล้วแอบฟัง ตอนแรกก็คิดว่าแค่คิดไปเอง แต่ฟังไปฟังมาก็รู้สึกว่าชีวิตในมหาวิทยาลัยของตัวเขาคงไม่ได้ราบรื่นเหมือนที่คิดไว้และผิดคาดไปอย่างยิ่งใหญ่มหาศาลซะแล้ว

“ฮึก ฮือออออ แม่...”

แม่ ตอนนี้ผมจะทำไงดี... ผมทำให้นักเลงโมโหหห

ซอนอูนั่งลงที่พื้นห้องน้ำแล้วร้องไห้คร่ำครวญแบบไม่มีน้ำตาพร้อมกับร้องหาแม่ ถึงแม้การร้องหาแม่จะไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา แต่วันแบบนี้ก็เป็นวันเขาที่คิดถึงแม่ขึ้นมาตลอดเลยล่ะ


* ที่เกาหลีเกรดรวมจะเต็ม 4.5

** สำนวนภาษาเกาหลีแปลว่า ถึงแม้จะเป็นคนที่ไม่มีความรู้ในแขนงใดเลยก็ตามแต่ถ้าอยู่ในแขนงนั้นนาน ๆ ก็จะมีความรู้และมีประสบการณ์ได้

ความคิดเห็น