matchty

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กับดักที่ 9

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 40.6k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ค. 2558 23:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักที่ 9
แบบอักษร

กับดักรัก...เกมหัวใจ

 

กับดักที่

- 9 -

 

            แสงแดดสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา ทำให้เลิฟที่นอนอยู่ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตา หูได้ยินเสียงน้ำดังแว่วๆไม่ไกล เลิฟค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นนั่งพิงหัวเตียงสายตากวาดมองไปทั่วห้อง ไม่เห็นปออยู่ในห้องแสดงว่าคงอยู่ในห้องน้ำ

 

ร่างกายเจ็บร้าวไปหมดโดยเฉพาะช่วงล่าง ขยับทีเหมือนตัวจะหลุดออกจากกัน ลำคอแห้งผากไปหมด ความปวดเมื่อยทางร่างกายที่แสดงออกทำให้เขาขยับตัวไม่ได้อย่างที่คิด เลยต้องนั่งอยู่เฉยๆนิ่งๆอยู่แบบนั้น

 

            “ไม่ใช่ฝันสินะ” พึมพำเสียงแผ่วแล้วก็หน้าแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

 

            ความทรงจำค่อยๆย้อนกลับมาย้ำเตือน อยากจะคิดว่าฝันไปแต่อาการปวดตัวรวมทั้งความเจ็บที่ด้านหลังมันตอกย้ำว่าไม่ใช่ความฝัน  เมื่อคืนเขามีอะไรๆกับไอ้ปอไปแล้วแบบไม่ตั้งใจ จากที่คิดว่าโดนลากมาฆ่ากลับโดนลากมาเสียจิ้นซะได้ สายตาเหลือบมองที่นาฬิกาบนพนังตอนนี้พึ่งจะสิบโมง ถึงว่าสิทำไมเขายังรู้สึกง่วงๆเมื่อคืนได้นอนกี่โมงก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าก่อนที่จะหลับไปไอ้ปอมันยังขยับอยู่บนตัวเขาอยู่เลย

 

 

คิดมาถึงตรงนี้หน้าของเลิฟก็เห่อร้อนขึ้นอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ ไอ้ปอมันโรคจิตเอาแต่ใจบอกว่าพอๆก็ไม่ยอมหยุด ว่าแล้วก็หันไปมองประตูห้องน้ำอย่างเคืองๆ อยากจะลุกขึ้นไปบีบคอมันชะมัดแต่ว่าร่างกายตอนนี้มันไม่เอื้ออำนวยเลยซักนิด อีกอย่างเขาเองก็ไม่พร้อมจะเจอหน้าไอ้ปอตอนนี้ด้วย

 

คิดได้แบบนั้นเลิฟเลยตัดสินใจก้าวขาลงจากเตียง ทันทีที่สัมผัสพื้นขาเขาถึงกับสั่นไม่มีแรงและทรุดฮวบลงไปกองกับกระเบื้อง

 

“โอ๊ยยยยยย” เอามือยกขึ้นปิดปากแทบไม่ทัน เมื่อกี้ตอนที่ล้มลงสะโพกมันกระแทกพื้นอย่างแรง เจ็บจนเผลอแหกปากเสียงดัง

 

 

พอตั้งสติได้ก็หันไปมองรอบๆห้องอีกครั้ง แล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่เห็นไอ้ปอเดินออกมาจากห้องน้ำ เลิฟจับเตียงนอนและค่อยๆพยุงตัวเองขึ้น ก่อนจะเดินช้าๆตรงไปเก็บเสื้อผ้าของตัวเองที่กระจายเกลื่อนพื้น ทุกครั้งที่ก้าวขาเขาจะรู้สึกเจ็บเสียดที่ด้านหลังตลอด ความรู้สึกเหมือนมีอะไรมาเสียบคาไว้ข้างใน เนื้อตัวมันเหนียวเหนอะหนะไปหมด พอก้มลงไปมองก็เห็นน้ำสีขาวขุ่นไหลย้อยออกมาเปื้อนที่ขา

 

เลิฟก้มลงหยิบเสื้อที่พื้นขึ้นมาเช็ดออกลวกๆ น้ำใสๆคลอเบ้าก่อนจะไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาไม่ได้อยากจะร้องไห้ฟูมฟายเป็นผู้หญิงพึ่งเสียตัว แต่มันก็อดไม่ได้จะโทษใครก็ไม่ได้ ถึงอยากจะโทษว่าปอข่มขืนเขาแต่เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่ทีแรกเหมือนจะโดนบังคับ แต่หลังๆเป็นเขาเองที่สมยอมทั้งนั้น

 

ที่ร้องไห้ไม่ใช่เสียใจแต่เจ็บใจตัวเองต่างหาก ที่ยอมง่ายๆจนเรื่องมันเลยเถิดไปแบบนี้ มีอะไรกับคนที่ตัวเองทะเลาะด้วยมาตลอด เขาจะกล้าสู้หน้าคนอื่นได้ยังไงโดยเฉพาะหน้าไอ้ปอ มันต้องคิดว่าเขาแกล้งมันเพราะอยากอ่อยแน่ๆคิดแล้วอยากตาย ยิ่งคิดน้ำตาก็ยิ่งไหลเหมือนเขื่อนแตก มือยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาแรงๆจนตาแดงช้ำไปหมด อีกมือก็ก้มลงเก็บเสื้อผ้าขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

 

“ทำอะไร” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นด้านหลังทำเอาเลิฟสะดุ้งเฮือกยืนตัวแข็งทื่อ

 

“แล้วนี่มึงเป็นอะไรร้องไห้ทำไม” ปอจับคนตัวเล็กให้หันมา ก็เห็นเลิฟร้องไห้น้ำตาไหลเต็มหน้าไปหมดตากลมโตแดงช้ำจนน่าสงสาร 

 

 

เลิฟสบตาปอแววตาสั่นระริก ยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาออกลวกๆ พยายามข่มไม่ให้มันไหลออกมาอีก ริมฝีปากบางถูกเจ้าของกัดแน่นจนเลือดซิบเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น

 

“จะกลับบ้าน” บอกเสียงสั่นๆแผ่วเบา

 

“สภาพนี้?” ปอยกคิ้วขึ้นข้างนึงถามเสียงนิ่ง

 

ปอก้มลงมองเลิฟที่ยืนเปลือยตัวเปล่า ในสภาพดูอิดโรยยืนแทบจะไม่อยู่ จะล้มไม่ล้มแหล่ สองแขนเล็กๆกอดเสื้อผ้าตัวเองแนบอกแน่นเหมือนกลัวใครขโมย

 

 

เขาตื่นขึ้นมาในตอนสายๆเพราะแดดที่ส่องมาจากระเบียงมันแยงตาจนต้องตื่น หันไปมองข้างๆก็เห็นเลิฟนอนซุกตัวกอดแขนเขาแน่น เมื่อคืนกว่าเขาจะปล่อยให้คนตัวเล็กได้นอนก็รุ่งเช้าเข้าไปแล้ว แถมไอ้ตัวแสบสลบคาอกเขาไปในรอบสุดท้ายแล้วหลับแน่นิ่งไปเลย

 

 

ตอนแรกว่าจะปลุกพาไปอาบน้ำล้างตัว เพราะเมื่อคืนเขาปล่อยให้คนตัวเล็กนอนไปทั้งๆยังงั้นโดยที่แค่เช็ดทำความสะอาดภายนอกให้ แต่เห็นสภาพแล้วเขาก็ไม่อยากกวนเลยปล่อยให้นอนต่อ กะว่าเดี๋ยวเขาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จบ่ายๆค่อยปลุกให้ตื่น

 

พอเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นแผ่นหลังขาวๆยืนโป๊ก้มๆเงยๆเก็บเสื้อผ้าอยู่ เดินเข้ามาใกล้ๆก็เห็นยืนร้องไห้น้ำตาไหลอยู่ มองไปตามตัวนี่อย่าให้บอกไอ้ผิวขาวๆมีแต่รอยแดงเป็นจ้ำที่เขาทำเมื่อคืนเต็มไปหมด เห็นแล้วน่าจับมาเอาให้ครางปากสั่นอีกรอบ แต่สงสารว่ะครับ

 

“อือ” เลิฟเงยหน้ามาตอบคำถามปอก่อนจะก้มหน้างุดมองพื้นอีกครั้ง เพราะตอนนี้ปออยู่ในสภาพที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวผืนเดียว

 

“งั้นมึงก็เดินไปลงไปโบกรถกลับบ้านที่หน้าคอนโดละกัน” ปอว่าไม่ใส่ใจหันหลังเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าหยิบกางเกงมาใส่ลวกๆไม่ใส่เสื้อ มือข้างนึงก็เอาผ้าเช็ดตัวที่พันเอวเมื่อกี้ขึ้นมาเช็ดผม ก่อนจะเดินมาหยุดยืนที่หน้าเลิฟ ซึ่งตอนนี้กำลังทำหน้าเบ้ปากยื่น

 

“ไอ้เหี้ย” เลิฟจ้องหน้าปออย่างเคืองๆ

 

“แล้วนี่มึงยืนทำไมไม่กลับบ้านแล้วหรอ”

 

“สัส” เลิฟไม่ตอบคำถามแถมยังด่าต่อ

 

“เอาไงมึงจะกลับมั้ยบ้านน่ะ”

 

 

“เรื่องของกู” เลิฟว่าเสียงสะบัดหันหลังให้ปออย่างหงุดหงิด ถึงจะไม่ได้พิศวาสอะไรกันแต่มันก็ได้เขาแล้ว มันควรจะมีน้ำใจถามอาการกันบ้างป่ะวะ อย่างน้อยเขาบอกจะกลับบ้านมันควรจะไปส่งไม่ใช่หรอ แต่นี่นอกจากไม่ถามมันยังให้ไปโบกรถกลับเองอีก ไอ้ปอ ไอ้เหี้ย ไอ้เลว

 

“ไปอาบน้ำไป” ปอไล่เลิฟไปอาบน้ำเพราะเห็นคนตัวเล็กหันหลังให้ไม่ทำอะไรซักที อะไรของมันอยากกลับก็ให้กลับ มาทำท่าไม่พอใจใส่

 

เลิฟยังคงยืนนิ่งไม่หือไม่อืออะไร เขารู้สึกน้อยใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทีเมื่อคืนอยากได้ทำมาเป็นพูดจาดีแต่ตอนนี้มาไล่ให้กลับบ้าน

 

ปอยืนมองแผ่นหลังของเลิฟนิ่งแล้วถอนหายใจส่ายหัวหน่ายๆ ก่อนจะตัดสินใจอุ้มคนตรงหน้าขึ้นเดินตรงไปห้องน้ำ ไม่สนใจเสียงโวยวายของคนในอ้อมแขน

 

นี่มันแดกข้าวบ้างป่ะวะ ตัวเบาฉิบหาย

 

“ปล่อยกูนะมึงจะพากูไปไหน” เลิฟแหกปากโวยวายเสียงดังลั่น แต่ไม่กล้าดิ้นเพราะยังรู้สึกเจ็บอยู่ ปล่อยให้ปอเดินอุ้มเข้ามาในห้องน้ำอย่างง่ายดาย

ปออุ้มเลิฟมาถึงในห้องน้ำวางลงใต้ฝักบัว ก่อนจะเปิดน้ำราดตัวแล้วจัดการอาบให้โดยที่ไม่พูดอะไร เพราะขี้เกียจจะเถียงด้วย อาบๆให้เลยจะได้เสร็จๆ

 

“ไม่ต้องกูอาบเอง” เลิฟพยายามปัดมือปอที่กำลังบีบสบู่มาถูตัวให้เขาออก แต่ปอไม่สนใจยังคงตั้งหน้าตั้งตาถูสบู่ให้ ก่อนจะเลื่อนมือมาที่บั้นท้ายด้านหลังของเลิฟ

 

“จะทำอะไร” เลิฟจับมือปอเอาไว้ก่อนจะถามกลับไปด้วยน้ำเสียงตื่นๆ

 

“เอาที่มันค้างอยู่ข้างในออกให้ไงหรือว่ามึงชอบ”

 

 

“มะ...ไม่ต้องเดี๋ยวทำเอง” เลิฟว่า เขารู้สึกอายขึ้นมาอีกแล้ว ไอ้ปอก็หน้าด้านพูดออกมาโต้งๆเลย

 

“ปล่อยดิบอกว่าเดี๋ยว.....อื้อ” เลิฟพูดไม่ทันจบประโยคดีก็ต้องร้องเสียงหลง เพราะจู่ๆปอก็ดันนิ้วเข้าไปทางด้านหลังแบบไม่ทันตั้งตัว มือที่พยายามผลักไสเปลี่ยนมาเป็นยึดต้นแขนปอไว้แน่น

 

“งั่ม” เลิฟรู้สึกแสบที่ช่องทางด้านหลังจนต้องกัดไหล่ปอเพื่อระบายความเจ็บ ยิ่งปอควานนิ้วเอาสิ่งที่ตกค้างข้างในออกให้มันยิ่งแสบ

 

ปอควานนิ้วไปทั่วช่องทางด้านกวาดเอาของข้างในออกจนแน่ใจว่าหมดแล้ว ก็จัดการล้างตัวแล้วเอาผ้าเช็ดตัวห่มให้เลิฟก่อนที่จะอุ้มคนตัวเล็กออกมาวางบนเตียง

 

เลิฟก้มหน้างุดไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองอะไรนอกจากเตียงนอน ทั้งหน้าทั้งตัวตอนนี้แข่งกันแดงไปหมดเพราะความอาย เกิดมาจนโตขนาดนี้ยังไม่เคยให้ใครต้องมาอาบน้ำให้แบบลึกซึ้งขนาดนี้เลย

 

 

ปอเหลือบมองดักแด้ตัวสีชมพูที่ม้วนตัวอยู่ในผ้าห่ม เพราะเจ้าตัวคว้ามันมาพันตัวซะมิดอย่างขำๆ เขาหันกลับไปที่ตัวเสื้อผ้าค้นเอาเสื้อผ้าตัวที่คิดว่าเล็กที่สุดในตู้มาให้เลิฟใส่

 

“ใส่เสื้อผ้า” ปอยื่นเสื้อผ้าไปที่หน้าเลิฟแต่เจ้าตัวไม่รับแถมยังเอาแต่ก้มหน้าไม่มองเขาอีก ปอเลยวางไว้บนเตียงก่อนจะยื่นโทรศัพท์ไปให้เลิฟ

 

“โทรศัพท์มึงเพื่อนมึงโทรหาทั้งคืนกูรำคาญเลยปิดเครื่อง” เลิฟเงยหน้ามองปอแล้วรับโทรศัพท์มา

 

“แต่งตัวให้เรียบร้อยเสื้อผ้ามึงเดี๋ยวกูส่งซักแห้งให้ ไว้แห้งค่อยใส่กลับ” ปอว่าแค่นั้นก่อนจะหันหลังหยิบเสื้อผ้าของเลิฟที่กองอยู่กับพื้นแล้วเดินออกนอกห้องไป

 

เลิฟมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินออกจากห้องไปจนประตูห้องปิดสนิท ก้มลงมองที่โทรศัพท์ในมือก่อนจะจัดการเปิดเครื่อง ทันทีที่เปิดเครื่องก็มีข้อความแจ้งเตือนว่าเขาไม่ได้รับสายโทรเข้าเกือบร้อยสาย ทั้งเบอร์ไอ้พีท ไอ้กั้ม พี่โชน และนาว โดยเฉพาะคนหลังสุดโทรหาเขาเยอะมาก มีข้อความส่งมาด้วยว่าให้โทรกลับ นี่เขาทำให้เพื่อนเป็นห่วงสินะ เลิฟถอนหายใจเบาๆก่อนจะโทรหานาว

 

“(นี่มึงอยู่ไหนทำไมพึ่งโทรหากูเนี้ย กูโทรหามึงเป็นร้อยสายโทรไปก็เสือกไม่รับปิดเครื่องอีก ไปหาที่หอมึงก็ไม่อยู่ รู้มั้ยพวกกูเป็นห่วง)” ทันทีที่โทรออกปลายสายก็รับสายเลิฟอย่างรวดเร็วเหมือนเจ้าตัวรออยู่แล้ว

 

 

“โทดทีกูอยู่บ้านโทรศัพท์แบตหมดเลยไม่ได้รับสาย” เลิฟตัดสินใจโกหกเพื่อนเพราะไม่อยากให้เป็นห่วงมากกว่าเดิม

 

“(อยู่บ้าน?มึงมีอะไรป่ะวะจู่ๆทำไมกลับบ้าน)”

 

“ไม่มีอะไรพอดีพ่อเขาโทรตามให้กลับไปนอนบ้าน”

 

“(แน่นะมึง...แล้วเมื่อคืนมึงกลับยังไง)”

 

“อือไม่มีอะไรจริงๆเมื่อคืนก็โบกแท็กซี่กลับ”

 

“(เออไม่มีอะไรก็ดีแล้วจะกลับก็ไม่โทรบอกพวกกูเลย พวกกูก็เป็นห่วงกันเสือกโทรหาไม่ติดอีกแถมพี่รหัสมึงเขาเป็นห่วงมึงมากเลยนะเว้ยขับรถตามหามึงทั้งคืนเลยนะ)”

 

“พี่โชนตามหากูทั้งคืนเลยหรอวะ”

 

“(ก็เออดิมึงเล่นนัดว่าจะให้พี่เขาไปส่งแต่ดันหายหัวไปเฉย พี่เขาก็เป็นห่วงขับรถไปดูมึงที่หอไม่เจอก็กลับมาหากูที่บ้านพึ่งจะกลับไปนอนเมื่อเช้านี่เอง)”

 

“กูขอโทษ”

 

“เออๆช่างเหอะมึงไม่ป็นรัยก็โอเคแล้ว พวกมึงแม่งชอบทำให้กูเป็นห่วงนี่ไอ้เอยก็ยังไม่กลับบ้านอีกคนโทรหาก็ไม่ติด)”

 

“เอยมันไปไหนอ่ะ” เลิฟถามกลับอย่างสงสัยเพราะปกติเอยไม่เคยค้างนอกบ้านแล้วก็ไม่ชอบเที่ยวกลางคืน

 

 

นาวกับเอยเช่าบ้านอยู่ด้วยกันเพราะบ้านไกลจากมหาลัย และนาวก็ห่วงเพื่อนตัวเล็กอีกคนมากจนลากให้มาเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน เวลาเอยจะไปไหนมาไหนจะต้องโทรรายงานนาวตลอด ไม่เคยหายไปเฉยๆแบบนี้มันเลยทำให้นาวเป็นห่วงเพื่อนมาก

 

“(กูก็ไม่รู้ แต่มึงไม่ต้องคิดมากหรอกกูว่ากูก็พอจะเดาออกว่ามันไปไหน แค่กูหงุดหงุดที่มันไม่รับสายกูไม่โทรกลับมาซักทีเนี้ย มึงก็เหมือนกันโทรกลับไปหาพี่โชนหน่อยก็ดีนะเว้ยเขาจะได้รู้ว่ามึงไม่เป็นไรตอนเย็นๆก็ได้)”

 

“อือ...กูขอโทษนะเว้ยที่ทำให้เป็นห่วงฝากบอกไอ้พีทไอ้กั้มด้วย”

 

“(เออๆเดี๋ยวกูบอกให้แล้วมึงก็เลิกขอโทษได้แล้ว เดี๋ยววันจันทร์เจอกันแล้วนี่มึงจะกลับหอยัง)”

 

“กำลังจะกลับ”

 

“(เออกลับดีๆนะมึง อ้อกูเกือบลืมวันจันทร์กูจะพามึงไปขอโทษพี่ปอเรื่องที่มึงกรีดรถเขานะ ห้ามเถียงห้ามปฏิเสธนะมึง เรื่องนี้มึงผิดไปขอโทษพี่เขาให้มันจบๆส่วนเขาจะเอาไงค่อยว่ากันอีกดีกว่าพี่เขาจับได้เองแล้วพาเพื่อนมากระทืบมึงเข้าใจมั้ย)”

 

“อือ” เลิฟรับคำ ในใจเขาอยากตะโกนบอกเพื่อนใจจะขาดว่าไอ้ปอมันทำยิ่งกว่ากระทืบไปแล้ว

 

“(งั้นแค่นี้นะ)”

 

“นาว...” เลิฟเรียกเพื่อนด้วยเสียงสั่นๆรู้สึกว่ากระบอกตาร้อนผ่าวอยากร้องไห้

 

 

“(มึงมีไร มึงโอเคป่ะวะ)”

 

“อือ กูไม่ป็นไร”

 

 

“(แน่นะแต่กูว่าเสียงมึงแม่งไม่โอเคเลยมีไรจะบอกกูมั้ย)”

 

“กูโอเคดี” เลิฟรีบปฏิเสธเพราะกลัวทำให้เพื่อนเป็นห่วงมากไปกว่านี้

 

“(เออๆไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด แต่กูเป็นห่วงมึงนะเว้ย)”

 

“อือ..ขอบใจ กูรักมึงนะ”

 

“(รมณ์ไหนวะมึงมาบอกรักกู กูขนลุกแค่นี้นะเดี๋ยวกูโทรหาไอ้เอยก่อนดูแลตัวเองดีๆด้วย)”

 

“อือ” แล้วนาวก็วางสายไป

 

 

เลิฟก้มลงมองโทรศัพท์ในมือด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง อยากบอกอยากเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนฟังแต่ว่ามันไม่รู้จะเริ่มพูดยังไง ยิ่งได้ยินเสียงที่แสดงความเป็นห่วงของเพื่อนมันทำให้เขาอยากร้องไห้ แต่ดีที่ว่าห้ามน้ำตาไว้ทัน ถ้าเผลอร้องไห้ใส่โทรศัพท์ไปไอ้นาวมันได้ถามจี้ไม่หยุดแน่ ถ้าเป็นงั้นเขาก็ไม่รู้จะตอบคำถามเพื่อนยังไงเหมือนกัน เขาไม่อยากให้นาวเป็นห่วงเขามากไปกว่านี้แล้ว เพราะทุกวันนี้มันก็เป็นห่วงดูแลยิ่งกว่าพี่น้องท้องเดียวกันซะอีก

 

เลิฟกดโทรศัพท์อีกครั้งตั้งใจว่าจะโทรหาพี่รหัส แต่แล้วก็ตัดสินใจกดปิดเครื่องเพราะยังไม่มีอารมณ์จะคุยกับใคร หยิบเสื้อผ้าที่ปอเอามาให้ขึ้นมาใส่ก่อนจะก้าวขาลงจากเตียงค่อยๆเดินไปที่ประตูเพื่อออกไปหาปอข้างนอก

...

...

ปอเดินออกมานอกห้องกดโทรศัพท์เรียกแม่บ้านให้มาเอาเสื้อผ้าเลิฟไปซัก ก่อนจะกดโทรสั่งข้าวให้ขึ้นมาส่งที่ห้อง กำลังจะเดินไปที่ตู้เย็นหาน้ำกินก็ต้องชะงักเท้าเพราะเสียงกดออดกับเสียงทุบประตูดังลั่น

 

ออดดดดดดดดดด

 

ปัง! ปัง! ปัง!

 

ปอเดินมาเปิดประตูออกก็เจอปิงยืนหน้าบึ้งโมโหอยู่หน้าห้อง ปอเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้พี่ชายเข้ามาข้างในก่อนจะปิดประตู

 

“มึงทำอะไรกับรถกู” ทันทีที่ประตูปิดลงปิงก็ตะคอกถามน้องชายเสียงดัง

 

“ก็อย่างที่มึงเห็น” ปอว่าไม่สนใจเดินไปที่ตู้เย็นเปิดเอาน้ำขึ้นมากระดกขวดดื่ม

 

“กูไม่ได้ตาบอดแต่กูหมายถึงว่ามึงไปมีเรื่องกับใครมา แม่งถึงได้มากรีดรถกูเละไปหมดแบบนี้”

 

“กูไม่ได้มีเรื่องกับใคร”

 

“อย่าโกหกกูปอถ้ามึงไม่มีเรื่องกับใครเหี้ยที่ไหนจะมากรีดรถชาวบ้านวะ”

 

“อ่า จริงๆจะว่ามีก็มีนะ”

 

“นั่นไงกูว่าแล้ว มึงนี่แม่งยังไงวะไหนสัญญากับพ่อแล้วไงว่าจะไม่มีเรื่องจะทำตัวดีๆแต่นี่เสือกไปหาเรื่องจนเขามากรีดรถเละขนาดนี้ มึงบอกกูมาดิว่าแม่งเป็นใคร”

 

แกร๊ก!

 

ระหว่างที่ปิงกำลังตะโกนถามปอด้วยความโมโห เลิฟก็เปิดประตูห้องนอนออกมาพอดี ปิงที่เห็นเลิฟเดินออกมาก็หยุดพูดแล้วมองเลิฟด้วยความสงสัย ส่วนเลิฟเองเปิดประตูออกมาเจอคนอื่นในห้องก็ตกใจจนหยุดยืนที่ประตูอยู่อย่างนั้น

 

“นี่ใคร?” ปิงหันไปถามปอด้วยความสงสัย

 

“คนที่กรีดรถมึงไง” ปอยักไหล่ให้

 

“มึงพูดจริง” ปิงว่าก่อนจะหันมามองเลิฟแบบไม่เชื่อสายตา ไอ้เด็กหน้าสวยเนี้ยนะจะกล้ามีเรื่องกับน้องชายเขาจนถึงขั้นกรีดรถ เป็นไปไม่ได้ว่ะ

 

“น้องเป็นคนกรีดรถพี่หรอครับ” ปิงตัดสินใจถามตรงๆไม่อ้อมค้อม

 

“ขอโทษครับ” เลิฟไม่ตอบแต่ขอโทษแทน ก่อนจะก้มหน้างุดมองพื้น

 

เลิฟไม่กล้ามองหน้าคนมาใหม่ในห้องเพราะกลัวความผิด เท่าที่เขามองเห็นเมื่อกี้ถ้าจำไม่ผิดพี่คนนี้คือคนดังประจำคณะบริหาร อดีตเดือนคณะและเดือนมหาลัยเมื่อสองปีก่อน เขารู้จักเพราะว่าไปตามจีบเด็กคณะบริหารอยู่ช่วงนึงแต่จีบไม่ติดเลยเลิกไป

 

ปิงไม่ได้เป็นแค่คนดังของคณะเท่านั้นแต่เป็นคนดังของมหาลัยก็ว่าได้ ด้วยความสูงกว่า 182 ซม. (เตี้ยกว่าปอ) รูปร่างสมส่วนอาจจะดูบางไปหน่อยเมื่อเทียบกับปอแต่ไม่ได้ผอมแห้ง ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดตา เรียนเก่งระดับรอใบเกียรตินิยม บ้านมีฐานะ สุภาพอ่อนโยน ไม่เจ้าชู้และรักเดียวใจเดียว เป็นคนดังที่มีแฟนแล้วคนก็ยังปลื้มไม่มีลด เพราะบุคลิกที่เหมือนเจ้าชายนี่เองทำให้สาวแท้สาวเทียมเทใจให้ทั้งมหาลัย

 

ปิงยืนมองคนตัวเล็กอึ้งๆ ถ้าเจ้าตัวไม่ยอมรับออกมาเองเขาก็คงไม่เชื่อแน่ๆ หรือว่าไอ้ปอมันบังคับน้องเขาให้ยอมรับผิด

 

 

“มันบังคับน้องให้ยอมรับรึป่าวบอกพี่ได้นะครับ พี่เป็นพี่ชายมันไม่ต้องกลัวบอกพี่ได้” ปิงถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่เลิฟส่ายหัวให้เป็นคำตอบ

 

“แล้วนี่มึงลากน้องเขามาทำไม” ปิงเลยเปลี่ยนเป้าหมายจากเลิฟมาถามปอแทน

 

“แล้วมึงคิดว่าไง” ปอกระตุยิ้มมุมปาก ทำให้ปิงอ้าปากค้างก่อนจะลากแขนปอออกมาคุยอีกมุมนึงของห้อง

 

“มึงอย่าบอกนะว่าลากน้องเขามากระทืบ”

 

“มึงเห็นว่าเหมือนคนโดนกระทืบมั้ยล่ะ” ปอย้อนกลับ

 

“นี่มึงอย่าบอกนะว่า....” ปิงถามตาโต ปอเลยหัวเราะในลำคอเบาๆไม่ตอบคำถาม

 

“ไอ้ปอ ไอ้น้องเวรนี่มึงทำอะไรวะห๊ะนั้นมันผู้ชายนะเว้ย แล้วมึงเอาลูกเขามาปู้ยี่ปู้ยำแบบนี้มึงไม่กลัวเขาจะเอาเรื่องรึไงวะ แล้ว....”

 

 

“พอๆมึงจะบ่นทำเหี้ยรัยวะ กูไม่ได้เอามันมาข่มขืนสมยอมโอเคทั้งคู่” ปอยกมือขึ้นมาห้ามปิงไม่ให้บ่นมากไปกว่านี้ ไอ้ปิงมันชอบบ่น

 

 

บ่นๆเหมือนผู้หญิงมันบอกว่ามันบ่นเขาแทนแม่กับพ่อ รู้นะว่ามันเป็นห่วงแต่บางทีแม่งก็น่ารำคาญ ไม่รู้พวกผู้หญิงชอบมันลงไปได้ยังไง บางคนถึงกับเรียกมันว่าเจ้าชาย อะไรจะขนาดนั้นวะครับ

 

 

ไอ้ปิงมันไม่เหมือนเขากลับไอ้ป้อง มันเป็นเด็กในกรอบบุหรี่ไม่สูบเหล้าแดกบ้างตามโอกาศส่วนมากก็ไม่แตะ ไม่เจ้าชู้ไม่มั่วรักเดียวใจเดียว มันคบกับแฟนคนปัจจุบันตั้งแต่มันอยู่ม.4 จนตอนนี้ปี3 ไม่เคยนอกใจแฟนเลยซักครั้งไม่เคยทะเลาะกันรักกันดีฉิบหาย เป็นอันว่ารู้กันทั้งบ้านถ้าไม่มีอะไรพลาดสะไภ้คนกลางของบ้านคือคนนี้แน่ๆ มันนี่โคตรจะเป็นลูกตัวอย่าง จริงๆพี่เขามันก็ดีทุกอย่างนั้นแหละยกเว้นเรื่องบ่นแม่งบ่นจนผู้หญิงอาย

 

“แต่นั้นมันผู้ชายนะเว้ย” ปิงยังคงท้วง

 

“แล้วไงเอาได้เอามันส์กูเอาหมด” ปอบอกหน้าตาย ปิงกำลังจะพูดต่อแต่มีเสียงเปิดประตูหน้าห้องพร้อมกับเสียงเรียกดังขึ้นซะก่อน

 

“ปออยู่มั้ย....อ้าวเลิฟทำไมมาอยู่นี่อ่ะ” คนมาใหม่เรียกปอเสียงใสก่อนจะหันมาถามเลิฟอย่างแปลกใจ

 

“ปราง....” เลิฟได้แต่ครางออกมาเบาๆ

 

 

 

ทำไมโลกมันกลมอะไรแบบนี้วะครับ

 

 

2 Be Con...

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++

คุยกันซักนิด

วันนี้ไม่มีอะไรจะคุย 55

เอาเป็นว่าอัพให้แล้วนะ

จัดให้ยาวๆเลย

อ่านให้สนุกนะคับ

รักคนอ่าน^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}