Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 2 (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2562 12:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 (1)
แบบอักษร

ผมจ้องสติ๊กเกอร์ดุ๊กดิ๊กบนหน้าจอโทรศัพท์อยู่นานก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างเซ็งๆ แล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งลงข้างเบาะ กำลังจะเลี้ยวรถออกไฟหน้ารถผมก็ปะทะเข้ากับร่างสูงโปร่งของคนสองคนที่ข้ามถนนมาในจังหวะนี้พอดี ผมชะลอให้อย่างไม่ใส่ใจ สองคนนั้นหันมาก้มหัวขอบคุณตามมารยาทแล้วเดินผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมก็คงไม่อะไรถ้าหนึ่งในนั้นมันไม่สะดุดตาจนผมต้องชะเง้อคอมองตาม

ไอ้ไนท์... ถึงจะแค่แวบสั้นๆ แต่ผมก็มองออกว่าเป็นมัน แล้วไอ้คนที่มากับมันนั่นใครวะ คับคล้ายคับคลา.... หุ่นสูงๆ แบบนั้น ตัวแน่นๆ แบบนั้น อืม.... ใครวะเหมือนจะนึกออกแต่ก็ไม่นึกออก ช่างแม่งเหอะ จะมานั่งคิดเรื่องไอ้เวรนั่นทำไม โว้! กูนี่ก็แปลก

ผมสลัดเรื่องไอ้ไนท์ออกจากหัวแล้วออกรถทันที ขับรถบนถนนอยู่ดีๆ จู่ๆ ผมก็ดันนึกขึ้นได้ คนที่อยู่กับไอ้ไนท์นั่นใช่คนเดียวกับบาร์เทนเดอร์ที่เคยใส่ยาในเหล้าให้มันดื่มไหมวะ ผมว่าต้องใช่แน่ๆ แล้วทำไมไอ้ไนท์ถึงไปอยู่กับคนแบบนั้นได้ หรือมันจะโดนไอ้หมอนั่นล่อลวงอีกแล้ว แต่จะเป็นไปได้เหรอวะ โว้ย! แล้วทำไมผมต้องมากลุ้มใจเรื่องไอ้ไนท์มันด้วยเนี่ย มันจะไปไหนมาไหนกับใครก็ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อย

….แต่ก็อีกนั่นแหละ มีคนเป็นร้อยเป็นพันทำไมมันไม่ยุ่ง เสือกไปยุ่งกับคนที่เคยคิดไม่ดีกับตัวเอง แม่งยังสติดีอยู่หรือเปล่า ไม่ใช่ไอ้ไนท์ ผมนี่แหละ ดันตบไฟเลี้ยวตรงยูเทิร์นพอดี ผมต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ที่วกกลับมาที่เดิม

ขับวนอยู่หลายรอบกว่าจะหาที่จอดได้ ลำบากตัวเองไปอีก เพื่ออะไรกันวะ

ผมทุบพวงมาลัยอย่างคิดไม่ตก ไม่อยากสนใจมันเลยสักนิดแต่ก็ตัดความกังวลในหัวไม่ขาด เอาวะ ลองไปดูให้เห็นกับตาว่ามันไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ แล้วค่อยกลับก็ได้ ดีกว่าปล่อยให้คาใจแล้วนอนไม่หลับอีกหลายคืน

ผมตัดสินใจลงจากรถ เดินมุ่งหน้าไปทางร้านที่เห็นไอ้ไนท์กับหมอนั่นเดินเข้าไป

ห่าเอ๊ย ขนาดไม่สนใจ กูดันเสือกจำร้านได้อีก งงใจฉิบหาย

ผมตรวจบัตรประชาชนผ่านประตูร้านเข้ามาข้างในเหมือนลูกค้าคนอื่นๆ แต่ที่นี่คนไม่เยอะเท่าไหร่ สไตล์การตกแต่งอัพเกรดกว่าร้านเหล้าทั่วไปมาก บรรยากาศเงียบสงบเหมาะสำหรับนั่งคุยธุระปะปังพร้อมกับกรึ๊บเหล้าเบาๆ แต่ดูแล้วน่าจะแพง

“ลูกค้า... จองโต๊ะไว้หรือเปล่าครับ”

พนักงานคนหนึ่งเดินเข้ามาทักจากด้านหลัง ผมสะดุ้งเบาๆ เพราะกำลังกวาดสายตามองหาไอ้ไนท์อยู่พอดี ผมหันกลับไปมองพนักงานหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวขาวผ่องนวลเนียนไปทั้งตัวอย่างกลับกระเบื้องเคลือบ ทำไมดูเปราะบางแบบนี้วะ ผมมองสบตาพนักงานครู่หนึ่ง รีบเก็บสีหน้าไม่เผยความแตกตื่นให้เห็น

“เปล่า แค่มาหาร้านนั่งระหว่างรอแฟน” ผมหาข้ออ้างที่ใกล้เคียงกับความจริงที่สุด พนักงานมองหน้าผมครู่หนึ่งก่อนจะถามว่าผมจะเปิดโต๊ะนั่งหรือไปที่เคาน์เตอร์บาร์ ผมแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด คำตอบก็ต้องเคาน์เตอร์บาร์อยู่แล้ว

“ทางนี้ครับลูกค้า”

พนักงานผายมือเชิญจะนำทางผมไปที่บาร์ ท่าทางเอาใจใส่เหมือนเป็นลูกค้าคนสำคัญของร้านแบบนี้ทำผมอึดอัดยังไงบอกไม่ถูก ผมพยักหน้าให้ตามมารยาท

“ขอบใจ แต่ผมอยากเข้าห้องน้ำก่อน ห้องน้ำไปทางไหน”

“อ่อ เดินตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายจะเจอป้ายบอกทาง ห้องน้ำของร้านอยู่ลึกสักหน่อย ลูกค้าเพิ่งมาครั้งแรกหรือเปล่าครับ? ผมจะได้นำทาง”

“ไม่ต้อง ไปเองได้” ผมรีบโบกมือปฏิเสธแล้วเดินออกมา

ภายในร้านแสงไฟค่อนข้างสลัวแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผมที่เที่ยวกลางคืนบ่อย คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมแบบนี้ดี ไม่ว่าร้านเหล้าไหนๆ ก็ปกคลุมไปด้วยบรรยากาศกึ่งหลับกึ่งตื่นกับแสงบางเบาทั้งนั้น ไม่นานผมก็เจอป้ายบอกทางไปห้องน้ำ ระหว่างนั้นก็สอดส่ายสายตามองรอบๆ ไปด้วยเผื่อจะเจอไอ้ไนท์ แต่ไม่เจอว่ะ ชักสงสัยแล้วว่ามันมาร้านนี้จริงๆ หรือเปล่า

ผมเลิกสนใจโต๊ะรายทางเมื่อถึงทางแยกหน้าห้องน้ำ พอผลักประตูเข้ามาเท่านั้นผมก็ต้องตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นผู้ชายสองคนกำลังดูดปากกันอย่างดูดดื่ม

เสียงหอบหายใจกับมือไม้ที่โอบกอดลูบไล้กันและกันบอกให้รู้ถึงขีดอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านของทั้งสองฝ่าย

ผมไม่ใช่พวกถ้ำมอง ไม่คิดจะยืนดูให้อุจาดตาไปมากกว่านี้ กำลังจะหันหลังให้แล้วเดินหนีออกมาทันทีที่ได้สติ แต่ดันเหลือบเห็นเสี้ยวหน้าของไอ้คนที่ถูกดันร่างชิดผนังเข้าพอดิบพอดี

“สัสไนท์!”

คนที่หันหลังให้ประตูหันใบหน้าด้านข้างกลับมามองนัยน์ตาขวาง คล้ายไม่พอใจที่โดนขัดจังหวะ แต่ไม่ถึงอึดใจมันก็ถูกไอ้ไนท์ผลักออก

“ตะวัน....” ไนท์มองสบสายตาผมอย่างคาดไม่ถึง สีหน้ามันแตกตื่นแต่ก็แค่แวบสั้นๆ เท่านั้นก่อนจะเปลี่ยนเป็นราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำลายบนปาก เดินไปเปิดน้ำล้างมือที่หน้ากระจกแล้วพูดกับผมอย่างใจเย็น

“มาเที่ยวเหรอ”

เที่ยวกับผีสิ ผมจ้องคนตรงหน้าด้วยสายตาร้อนรุ่ม อยากพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อมันมาเขย่าแรงๆ แล้วตะโกนถามว่าแม่งกล้าทำเรื่องทุเรศทุรังแบบนี้ในห้องน้ำสาธารณะได้ยังไง แต่พอถูกสายตาสงสัยของไอ้ไนท์มองกลับมาผมก็จุกตันอยู่ในลำคอ เอื้อนเอ่ยอะไรไม่ออกสักคำ อย่างกับมีใครบีบลูกกระเดือกเอาไว้

ขณะที่ผมตกอยู่ในสภาวะอ้ำอึ้ง คู่ขาไอ้ไนท์ซึ่งเป็นคนเดียวกับบาร์เทนเดอร์ที่เคยมีเรื่องกัน [1] ก็หันมามองหน้าผมด้วยประกายตาสงสัย

“เด็กมึงเหรอ”

“เปล่า” ไนท์ตอบเสียงเรียบระหว่างดึงกระดาษทิชชู่มาเช็ดมือ

“แต่กูได้ยินมันเรียกชื่อมึง เดี๋ยว… กูคุ้นๆ ว่ะเหมือนเคยเจอที่ไหน” บาร์เทนเดอร์กระดิกนิ้วชี้ที่ชี้หน้าผมอย่างใช้ความคิดแต่ยังไม่ทันคิดออกไอ้ไนท์ก็โพล่งขึ้น

“คนรู้จักกูเอง ไม่มีอะไรหรอก มึงออกไปก่อน” สองคนนั่นสบตากันครู่หนึ่งก่อนที่ไอ้บาร์เทนเดอร์จะถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

“งั้นกูจะเช็คบิลรอ เสร็จแล้วออกไปเจอกันที่รถ”

“อืม”

ไอ้ไนท์ขานตอบสีหน้าเรียบนิ่ง รอจนบาร์เทนเดอร์เดินออกไปจากห้องน้ำ เสียงไอ้ไนท์ก็ดังขึ้น

“ตกลงมีอะไร”

ไนท์มันตวัดสายตามามองผม ทั้งน้ำเสียง ทั้งแววตาให้ความรู้สึกห่างเหินจนผิวหน้าผมรู้สึกสะเทือนนิดๆ ที่อยู่ดีไม่ว่าดีดันมาเสือกเรื่องมัน

ผมกัดฟันกรอด “ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่ามีอะไร”

“....” ไนท์เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจ ท่าทางไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดีของมันยิ่งกระตุ้นอารมณ์ที่ร้อนรุ่มของผมให้พลุ่งพล่านไปอีก

“มึงแม่งทุเรศว่ะ”

นอกจากคำนี้ก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่ามัน ผมมองไอ้เวรตรงหน้าด้วยสายตารังเกียจก่อนจะกลั้นใจเดินออกมา แต่ดันถูกไอ้ไนท์ผลักกระเด็นจากด้านหลัง หน้าคะมำใส่ขอบอ่างอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ทำเหี้ยไรวะ!” ผมหันกลับไปทำตาขวางใส่ทว่ายังไม่ทันจะได้เอาเรื่องร่างสูงของไอ้ไนท์ก็เข้ามาประชิด แขนยาวๆ กดลงคร่อมลำตัวผมกับอ่างล้างหน้า กักร่างผมเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน

“มึงเข้ามาขัดจังหวะกูแล้วก็จะไปง่ายๆ อย่างนี้น่ะเหรอ”

ไนท์มันพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ผมทั้งโกรธทั้งผวา มองใบหน้าหล่อเหลาที่ค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ

หมับ!

“หยุด… มึงคิดจะทำอะไร”

ผมบีบแก้มนุ่มๆ ของไอ้ไนท์เอาไว้ทันควัน ผิวขาวๆ ของมันขึ้นรอยแดงตามแรงกดทันตาเห็น ผมเพิ่งเคยเห็นผู้ชายผิวเนียนแล้วก็นุ่มลื่นมือแบบนี้กระทั่งนวดจางๆ บนชานจมูกยังดูไม่ขัดตา เดี๋ยวเฮ้ย นี่ใช่เวลามาคิดเรื่องนั้นที่ไหน ผมรีบดึงสติกลับมา จ้องใบหน้าที่อาบไล้ด้วยอารมณ์คลุมเครือของไอ้ไนท์อย่างไม่ไว้ใจ ต่อให้หน้ามันโดนบีบจนเสียรูปยังไงแต่แววตามันยังคงคมเหมือนใบมีดไม่มีบิ่นแถมยังบวกพลังทำลายล้างสูงอีกต่างหาก

“ถอยออกไปห่างๆ ไม่งั้นกูต่อยมึงจริงๆ แน่” ผมขู่แต่เสียงกลับฟังดูแปร่งไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด แม่งเอ๊ย ขณะที่ผมนึกผิดหวังกับความไม่น่ายำเกรงของตัวเอง ไอ้ไนท์ก็จับข้อมือผมบิดออกอย่างไม่ปรานี ความเจ็บทำผมขมวดคิ้ว ร้อง “โอ๊ย” ออกมาคำหนึ่ง มองไอ้ไนท์ด้วยสีหน้าแตกตื่น ไม่รู้มันเอาแรงมาจากไหนเยอะแยะ ผมสู้ไม่ได้เลยสักครั้ง ยิ่งชวนให้รู้สึกโมโห

“ไนท์มึงปล่อย ไอ้เหี้ยกูเจ็บ...”

“มือนี่เหรอที่คิดจะต่อยกู” ไนท์มันดึงข้อมือผมเข้าไปเลียแพร่บ ผมสะดุ้งเฮือก ความรู้สึกหวิวไหวทำเอาอารมณ์พุ่งพล่านอย่างไม่อาจควบคุม

“สัส ปล่อยกู”

“ทำไม หรืออยากให้กูเลียตรงอื่น”

สายตาแวววาวของไอ้ไนท์หลุบลงต่ำทำเอาผมแทบลุกเป็นไฟ เหวี่ยงหมัดใส่หน้ามันด้วยมืออีกข้างแต่มันกลับรู้ทันยกฝ่ามือขึ้นมารับหมัดผมเอาไว้อย่างแม่นยำ แม่งไปเรียนศิลปะการต่อสู้มาหรือไงวะ จะเทพเกินไปแล้ว

“มึงนี่เอะอะก็จะต่อย คุยกันดีๆ สักทีมันจะตายหรือไง”

“มึงยังมีหน้ามาบอกให้กูคุยดีๆ อีกเหรอ” ผมจ้องมันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ดึงรั้งมือออกจากการจับกุมแต่ไม่ได้ผล

“หึ ก็ถ้ามึงทำตัวดีๆ กูก็ไม่ต้องใช้กำลังไง”

“สัส ใครจะยอมให้มึงทำตามใจชอบวะ” ผมเถียงกลับไปทันควัน

ไนท์แสยะยิ้ม ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในตาผมราวกับจะค้นหาอะไรบางอย่าง ยิ่งมันมองนานเท่าไหร่ผมก็ยิ่งร้อนรนแปลกๆ

“มึงตามกูมาเองไม่ใช่เหรอ”

“อย่ามาตลก กูจะรู้ได้ยังไงว่ามึงอยู่ที่นี่ มันก็แค่บังเอิญ...”

“กูจำป้ายทะเบียนรถมึงได้”

ผมกำลังจะแก้ตัวแต่ไอ้ไนท์ตัดบทพูดออกมาซะก่อน ผมนิ่งอึ้ง ไม่คิดว่ามันจะรู้ว่านั่นคือรถผม...

ไอ้เหี้ยนี่ใส่ใจถึงขนาดจำป้ายทะเบียนรถได้ ผมไม่รู้ว่าควรซาบซึ้งหรือขยะแขยงดี ถึงแบบนั้นสายตาจ้องจับผิดของมันก็ทำผมกระสับกระส่าย ลมหายใจติดๆ ขัดๆ อย่างไม่อาจควบคุม

“ละ... แล้วไง กูแค่บังเอิญมาเที่ยวที่นี่ ไม่เกี่ยวอะไรกับมึง”

“อ้อ...” ไอ้ไนท์ลากเสียงยาวเหมือนไม่เชื่อ “แล้วมึงรู้หรือเปล่าว่าที่นี่เป็นร้านแบบไหน”

ผมเริ่มใจคอไม่ดี มองรอยยิ้มหยันที่ผุดขึ้นบนมุมปากของไอ้ไนท์แล้วก็นึกถึงบรรยากาศแปลกๆ ตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาในร้าน ไหนจะท่าทางของพนักงานเสิร์ฟที่ออกมาต้อนรับนั่นอีก แม่ง... อย่าบอกนะว่า...

“ร้านแบบไหน หมายความว่ายังไง”

“ก็เป็นร้านสำหรับเกย์อย่างพวกกูไง สำหรับคนที่เกลียดอะไรแบบนี้เข้ากระดูกดำอย่างมึนเดินเข้ามาขัดจังหวะคนที่เขากำลังพลอดรักกันในห้องน้ำเนี่ยมึงคิดว่ามันเหมาะสมแล้วเหรอ”

“....”




-------------------------------

Talk~

ขอโทษที่ช้าจ้า มีปัญหากับส่วนท้ายตอนนิดหน่อย เขียนหลายแบบมาก และนี่คือหนึ่งในแบบที่ตัดออก เอามาให้ดูเพราะเราจะไม่ยอมทรมานคนเดียว แง้~~

sds

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น