ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 05 ทางเลือก Loading…100%

ชื่อตอน : EP 05 ทางเลือก Loading…100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มี.ค. 2562 18:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 05 ทางเลือก Loading…100%
แบบอักษร

image

EP 05

ทางเลือก Loading…100%


Nami’s Part :


“ขอบใจนายมากนะยามาดะ”


“ฉันยินดี ตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอต้องกังวลก็คือ...ตรงนี้นามิ” ยามาดะพูดพลางชี้มาที่อกด้านซ้ายของฉัน และมันก็ทำให้ฉันก้มลงเพื่อมองมันให้ชัดๆ อีกครั้ง


“ตัดสินใจได้แล้วค่อยบอกฉัน ถามหัวใจของเธอให้ดีว่ามันต้องการอะไร และมันทนได้มั้ยถ้าจะต้องทรยศเหตุผลที่เธอพยายามอธิบายออกมา มากกว่าซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง”


ฉันต้องพูดขอบคุณเขากี่ร้อยครั้งพันครั้งมันถึงจะทำให้หนี้บุญคุณครั้งนี้ลดทอนลงไปได้นะ


“ฉันจะลองคิดให้รอบคอบ”


“มีเวลาตัดสินใจไม่นานนะนามิ ถ้าเธอตกลง ฉันจะรีบจัดการทุกอย่างให้ และขอย้ำอีกครั้งว่าฉันไม่ได้หวังอะไรตอบแทนจากเธอเลย ทุกอย่างระหว่างเราจะจบลงเมื่อเธอต้องการ ไม่มีอะไรต้องกังวลและไม่ต้องตอบแทนอะไรให้ฉันทั้งนั้น” ยามาดะย้ำอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะลอบถอนหายใจเบาๆ แล้วลุกขึ้นยืน ฉันไม่รู้หรอกว่าเขาแค่ซ่อนความกังวลเอาไว้เพราะอยากให้ฉันสบายใจหรือเป็นเพราะว่าเขามองเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวลจริงๆ


“ฉันให้คนของฉันเตรียมห้องไว้ให้เธอแล้ว ไปสิ ฉันจะพาไปดู”


“อืม” ฉันพยักหน้าเบาๆ พร้อมกับรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามยามาดะออกมาจากห้องรับรอง ถึงแม้จะยังรู้สึกไม่ดี มิหนำซ้ำยังมีเรื่องให้ต้องกังวลเพิ่มขึ้นมากมาย แต่อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็คิดว่าฉันมีทางเลือกมากกว่าตอนที่อยู่กับไดสึเกะ เพราะผู้ชายคนนั้นไม่เคยเหลือทางเลือกอะไรเอาไว้ให้ฉันเลย


“จริงสิ เมื่อกี้ฉันได้ยินเธอพูดถึงคนของเสือขาวที่ชื่ออะไรนะ”


“ชินจิ”


“ใช่ๆ เธอพอจะรู้รึเปล่าหมอนั่นถูกไดสึเกะจับตัวไปไว้ที่ไหน เผื่อว่าฉันจะพอช่วยได้” ยามาดะหันมาถามระหว่างที่เรากำลังเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของตัวบ้าน


“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน หลังจากที่ไดสึเกะให้คนพาชินจิไป ฉันก็ยังไม่ได้ติดต่อกับเขาอีกเลย” ฉันบอกไปตามความจริง พูดไปแล้วฉันก็รู้สึกผิดกับชินจิขึ้นมาอีกคน


“ไม่เป็นไร ฉันจะพยายามหาทางช่วยเขาให้ได้ก็แล้วกัน ระหว่างนี้เธอก็ดูแลตัวเองดีๆ ถ้าอยากได้หรือต้องการอะไร บอกฉันได้ทันที” ยามาดะบอกด้วยความเต็มใจ


“ฉันขอบใจนายมากจริงๆ นะยามาดะ ถ้ามีอะไรที่ฉันพอจะตอบแทนนายได้ ฉันจะไม่รีรอเลย”


“ไม่เอาน่า ถ้าเธอพูดแบบนี้อีกที ฉันจะคิดว่าเธอมองฉันเป็นคนอื่นแล้วนะนามิ” ยามาดะแกล้งว่า ทำเอาฉันต้องรีบเม้มริมฝีปากเข้าหากันเบาๆ


“นี่ห้องของเธอ อยู่ที่นี่ได้จนกว่าจะสบายใจ หรือจะอยู่ตลอดไปเลยก็ไม่มีใครว่า”


“ขอบคุณนะคะ” ฉันบอกแล้วยิ้มกว้างจนตาหยี ก่อนจะรีบเดินเข้ามาในห้องที่ยามาดะเป็นคนเปิดประตูให้ ซึ่งพอฉันเดินเข้ามาแล้ว เขาก็เดินตามเข้ามาทางด้านหลังนั่นแหละ


ห้องที่ยามาดะให้คนเตรียมเอาไว้ให้ฉันมีขนาดกว้างมากๆ มันใหญ่โตไม่ต่างจากห้อง...ช่างเถอะ ฉันไม่ควรจะคิดถึงห้องห้องนั้นอีกแล้ว


“เสื้อผ้าอยู่ในตู้เรียบร้อยแล้ว ของใช้อื่นๆ ก็ของใหม่ทั้งหมด พอเธอบอกให้ไปรับ ฉันก็รีบสั่งให้คนเตรียมมาให้เลย ลองเช็กดูสิว่าต้องการอะไรเพิ่มอีกรึเปล่า จะได้ให้คนเอามาเพิ่มให้”


“ไม่ต้องหรอก แค่นี้ฉันก็...ขอบคุณมากๆ แล้ว” ฉันบอกพลางยิ้มแหยๆ เมื่อสายตาของยามาดะที่มองมาทำให้ฉันต้องกลืนคำว่าเกรงใจกลับลงไปแล้วเปลี่ยนเป็นคำขอบคุณเขาแทน


ยามาดะหัวเราะเบาๆ ก่อนที่เขาจะมองไปรอบๆ ห้องอีกครั้งเหมือนจะสำรวจความเรียบร้อย ซึ่งถึงตอนนี้ฉันเองก็ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ แต่อย่างน้อยก็น่าจะพอมีเวลาให้คิดและตัดสินใจอะไรให้รอบคอบขึ้นกว่าเดิม


Rrrr~


เสียงโทรศัพท์มือถือของยามาดะดังขึ้นมาระหว่างที่เราบังเอิญหันกลับมามองตากันพอดี นั่นทำให้ฉันต้องรีบละสายตาออกจากใบหน้าของยามาดะแล้วเสมองไปทางอื่นเพราะไม่อยากจะเสียมารยาท


“ฉันไปก่อนก็แล้วกัน เธอจะได้พักผ่อนด้วย แล้วเดี๋ยวถึงเวลาอาหารจะให้คนขึ้นมาตาม”


“อืม” ฉันบอกยิ้มๆ ก่อนจะก้มหัวให้ยามาดะแทนคำขอบคุณเขาเล็กน้อยอีกครั้ง แล้วรอจนกระทั่งเขาเดินออกจากห้องไป


“ว่าไงนะ”


ฉันตั้งใจจะเดินตามยามาดะออกมาเพื่อปิดประตูห้อง แต่เสียงของเขาที่เพิ่งจะกรอกลงไปตามสายเหมือนคนตกใจก็ทำให้ฉันพลอยตกใจตามไปด้วย


“มีอะไรเสียหายมากรึเปล่า”


เสียหายเหรอ?


ทำไมฉันสังหรณ์ใจว่าเรื่องนี้มันต้องเกี่ยวกับฉันกันนะ ยิ่งเห็นว่ายามาดะหันกลับมามองฉันด้วยสายตาเป็นกังวลแบบนั้นฉันยิ่งรู้สึกไม่ดีเลย จากที่ตั้งใจจะเดินตามเขามาปิดประตู ก็กลายเป็นว่ากำลังยืนมองเขาคุยโทรศัพท์อย่างเสียมารยาท


“อืม ได้เรื่องยังไงแล้วโทรรายงานฉันด้วยก็แล้วกัน” ยามาดะสั่งทิ้งท้ายก่อนที่เขาจะกดวางสาย ใบหน้าของเขาเรียบตึง สายตาที่มองมาเริ่มทำให้ฉันนึกหวั่นใจขึ้นกว่าเดิม และถึงแม้ว่ามุมปากของเขาจะยกยิ้ม แต่ถ้าสังเกตจากเสียงลมหายใจที่เขาเพิ่งจะพ่นมันออกมาก็ทำให้ฉันมั่นใจว่าเกิดเรื่องกับเขาแล้วแน่ๆ


“ฉัน...”


“ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกนามิ”


ฉันรู้ว่าเขาไม่อยากให้ฉันไม่สบายใจ แต่จะรู้สึกดีขึ้นได้ยังไงในเมื่อฉันเพิ่งทำให้เขาต้องเดือดร้อนไปหยกๆ ถึงจะยังไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่คำว่าเสียหายที่ได้ยินนั่นก็แปลว่าไม่ใช่เรื่องดี


“ไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันจะจัดการเรื่องทั้งหมดเอง”


“นายจะจัดการยังไงงั้นเหรอ”


“ก็ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ ที่แน่ๆ ก็คงต้องตามรถดับเพลิง”


“หมายความว่า...”


“โกดังสินค้าที่ฉันเพิ่งเช่าและสั่งของสำหรับล็อตใหม่เข้าไปสต็อกไฟไหม้ แต่ยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรรึเปล่า หรือไม่ก็คงเป็นเพราะฉันบังเอิญไปทำใครบางคนหัวร้อนเข้า” ยามาดะพูดพลางแค่นหัวเราะ จนถึงป่านนี้แล้วทำไมเขาถึงยังยิ้มได้อยู่นะ


“ฉันช่วยอะไรได้บ้างมั้ย”


“เอาเป็นช่วยกลับเข้าไปพักก็แล้วกัน”


“ยามาดะ”


“ฟังฉันนะนามิ มันไม่มีประโยชน์เลยถ้าเธอจะยังเอาแต่โทษตัวเอง เพราะฉะนั้นกลับเข้าไปพักซะ ถ้าเลือกจะให้ฉันช่วยแล้ว เธอต้องเชื่อใจฉัน” ยามาดะย้ำเบาๆ พร้อมกับเอื้อมมือมาตบบ่าฉันสองสามครั้ง ทำเอาฉันต้องแสร้งยิ้มทั้งที่อยากจะร้องไห้


“เชื่อฉันนะนามิ เชื่อในตัวเพื่อนคนนี้”


เขาคือเพื่อนแท้...


“อืม ถ้างั้นให้ฉันไปงานเลี้ยงกับนายก็แล้วกัน”


“เธอว่าไงนะ” ยามาดะถามย้ำเหมือนจะได้ยินสิ่งที่ฉันเพิ่งจะพูดออกไปไม่ชัดนัก อีกอย่างคือสิ่งที่ฉันพูด มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เรากำลังพูดกันอยู่เลยด้วยซ้ำ


“ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไปงานเลี้ยงที่แบล็กซิโนกับนาย”


“ไม่ต้องรีบตัดสินใจขนาดนั้นก็ได้นามิ”


“แต่งานเลี้ยงมันจัดขึ้นพรุ่งนี้แล้วนี่นา ถ้าไม่รีบตัดสินใจ ฉันกลัวว่าฉันจะเตรียมตัวไม่ทันน่ะ นายคงไม่อยากควงผู้หญิงหน้าตาโทรมๆ ไปออกงานหรอกจริงมั้ย”


“ฉัน...”


“หรือว่านายเปลี่ยนใจแล้ว”


“ไม่ๆๆ ฉันไม่ได้คิดจะเปลี่ยนใจ เฮ้อ เอาเถอะ เธอว่าไงก็เอาตามนั้นก็แล้วกัน ฉันไม่มีปัญหาหรอก แต่เดี๋ยวขอฉันสั่งคนให้โทรตามรถดับเพลิงไปเฝ้าโกดังฉันทุกโกดังก่อนก็แล้วกัน งานนี้น่าจะมีโอกาสวอดอีกหลายโกดังเลย” ยามาดะพูดพลางหัวเราะ คำพูดที่ดูตลกร้ายของเขาทำให้ฉันได้แต่ยิ้มเจื่อน ทั้งที่ข้างในหัวเราะไม่ออกสักนิด


“โทษที ฉันแค่ไม่อยากให้เธอคิดมากน่ะ” ยามาดะรีบบอกเมื่อเขาเห็นว่าฉันมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ทำไมฉันยิ่งพยายามแก้ไข ทุกอย่างมันเหมือนจะยิ่งบานปลายแบบนี้กันนะ


“ฉันขอโทษอีกทีก็แล้วกันนะยามาดะ แต่ฉันจะพยายามจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด” ฉันย้ำออกไปอีกครั้งเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะต้องรีบจัดการกับปัญหาทุกอย่างให้มันเรียบร้อย เพราะไม่อยากให้มีใครต้องเดือดร้อนเพราะฉันอีกแล้ว และฉันก็ตั้งใจแล้วว่าถ้ามีทางไหนที่ฉันพอจะชดใช้ให้กับยามาดะได้ ฉันจะทำอย่างไม่ลังเล


“งั้นเริ่มจากการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับงานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” ยามาดะบอกยิ้มๆ


“อืม ฉันรับรองว่าจะไม่ทำอะไรให้นายต้องขายหน้าแน่”


“เรื่องนั้นฉันไม่ห่วงหรอก ตอนนี้ที่ฉันห่วงมีแค่เรื่องเดียว”


“อะไร”


“เสื้อผ้าน่ะสิ ปุบปับขนาดนี้ตัดชุดใหม่ให้เธอไม่ทันแน่ มันจะกลายเป็นฉันทำให้เธอต้องขายหน้าแทน”


นับตั้งแต่ที่เราคุยกันมา ฉันว่าสีหน้าของยามาดะดูจริงจังกับเรื่องนี้ที่สุดเลย


“ซื้อเอาก็ได้นี่ เดี๋ยวนี้มีแบบสวยๆ ให้เลือกเยอะแยะไป ฉันไม่เรื่องมากหรอก เว้นแต่นายจะถือ” ฉันรีบบอก


“ฉันกลัวเธอจะคิดว่าฉันไม่ให้เกียรติเธอต่างหาก”


“ไม่หรอกน่า ฉันไม่ใช่คนคิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้น กลัวแต่มันจะไม่สมเกียรตินายมากกว่า” ฉันบอกบ้าง


“ถ้างั้นเอาตามนี้ก็แล้วกัน เธอมีร้านไหนที่ต้องการเป็นพิเศษหรือว่าเป็นร้านประจำของเธอมั้ย หรือว่าอยากให้ฉันสั่งให้คนของฉันจัดการให้เลย”


“เอาตามที่นายสะดวกดีกว่า”


“งั้นเดี๋ยวฉันสั่งให้คนของฉันจัดการให้ก็แล้วกัน จะสั่งให้เขาส่งมาให้เธอเลือกพรุ่งนี้เช้าเลย เพราะฉันว่าทางที่ดีช่วงนี้เราอย่าเพิ่งออกไปข้างนอกจะดีกว่า” ยามาดะอธิบาย ซึ่งฉันก็รีบพยักหน้าเพราะเข้าใจดีว่าการเคลื่อนไหวของเราในตอนนี้มันเสี่ยงและไม่ปลอดภัย ถึงจะไม่กลัว แต่การป้องกันตัวเองเอาไว้เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจ้องจะเล่นงานเราอยู่ตลอดเวลาก็เป็นเรื่องที่ดี


“นามิ”


“ว่าไง ฉันยังต้องเตรียมอะไรเพิ่มอีกรึเปล่า”


“อีกอย่างนึง”


“อะไร เครื่องประดับเหรอ” ฉันรีบถาม ถึงจะรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ฉันควรจะให้ความสำคัญ แต่อีกใจก็รู้ดีว่ายังไงซะยามาดะเองก็ต้องให้คนของเขาจัดเตรียมของพวกนั้นให้ฉันอยู่แล้วแน่ๆ มันเป็นมารยาททางสังคมที่คนระดับเขาไม่มีทางพลาด


“เตรียมใจน่ะ”


ฉันลืมข้อนี้ไปจริงๆ ด้วยสินะ


“เธอคงรู้ว่าถ้าเราก้าวเข้าไปในงานเลี้ยงแล้ว มันจะไม่มีทางให้ถอยหลังกลับได้อีก”


คำพูดของยามาดะทำให้ฉันต้องฝืนยิ้มออกไปอีกครั้ง ก้อนเนื้อในอกเต้นตึกตักๆ ไปหมด เหมือนถูกผลักให้เดินไปหยุดยืนอยู่ตรงทางแยก ที่ไม่ว่าจะเลือกเดินไปทางไหนก็มองเห็นแต่ความมืดมิด ไม่เห็นปลายทาง แต่ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือไม่ว่าฉันจะตัดสินใจยังไง การถอยหลังกลับมันก็ไม่ได้มีอยู่ในตัวเลือกของฉันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว


“ถ้านายไม่ทิ้งฉันไว้ในงานเลี้ยงคนเดียว ฉันก็ไม่ถอยหรอก” ฉันบอกออกไปอย่างนั้นทั้งที่ไม่ได้มั่นใจอย่างที่ปากพูดออกไปเลยสักนิด ใจหนึ่งก็คิดว่าจะไม่ถอย แต่อีกใจกลับรู้ดีว่าต้องมีคนคอยที่จะกระชากฉันกลับไปแน่ๆ


ยามาดะส่งยิ้มให้ฉันอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะยกมือโบกเบาๆ เพื่อไล่ให้ฉันเดินกลับเข้าไปในห้อง ซึ่งก่อนที่ฉันจะถอยหลังกลับเข้ามายืนอยู่ด้านใน ก็เหมือนจะเห็นว่าโทรศัพท์มือถือในมือของเขาสั่นขึ้นอีกรอบพอดี


“เหมือนว่าฉันจะต้องออกไปข้างนอกสักพัก”


“อืม นายไปเถอะ ฉันอยู่ได้”


“ฉันจะรีบกลับ มีอะไรโทรหาฉันได้ทันที โทรศัพท์ภายในโทรออกได้เลย” ยามาดะบอกยิ้มๆ ซึ่งฉันก็ได้แต่ยิ้มตอบก่อนจะมองตามแผ่นหลังของเขาที่กึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับลงไปที่ชั้นล่าง


ตลอดเวลาที่ฉันได้พูดคุยกับยามาดะที่ถึงแม้จะไม่ได้เจอเขามานานหลายเดือน แต่ฉันกลับไม่รู้สึกว่าเราเป็นคนแปลกหน้าต่อกันเลย และนอกจากนั้นฉันก็ยังรู้สึกว่าเขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ฉันสบายใจ เขายิ้มให้ฉันเสมอเวลาที่เราสบตากัน ทั้งที่เมื่อครู่พอเขาละสายตาออกจากใบหน้าของฉันไปแล้ว สีหน้าของเขาไม่สู้ดีเลยสักนิด มันทำให้ฉันยิ่งต้องพยายามให้มากกว่านี้ และไม่ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะตอบแทนเขาให้สมกับที่เขาพยายามช่วยเหลือฉัน

ความคิดเห็น