ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 05 ทางเลือก Loading…60%

ชื่อตอน : EP 05 ทางเลือก Loading…60%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 09 มี.ค. 2562 22:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 05 ทางเลือก Loading…60%
แบบอักษร

image

EP 05

ทางเลือก Loading…60%


Nami’s Part :


“แบล็กสกอร์เปี้ยนต้องการเสือขาว”


นั่นแหละคือความต้องการที่แท้จริงของพวกแบล็กสกอร์เปี้ยน นั่นแหละความจริงที่เจ็บปวดที่มันคอยทิ่มแทงหัวใจของฉันมาตลอด ความจริงที่เขาบอกว่าเขาไม่เคยรักฉันเลย มันยังไม่ทำให้รู้สึกทรมานเท่ากับตอนที่เขาแกล้งทำเป็นรักฉันเลยสักนิด


“ฉันเข้าใจแล้ว” ยามาดะส่งผ่านกำลังใจมาให้ฉันด้วยการบีบมือฉันเบาๆ พร้อมกับส่งยิ้มมาให้ อย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ฟังที่ดี รวมไปถึงการที่ได้อธิบายทุกอย่างให้เขาฟัง มันทำให้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้นเพราะอย่างน้อยฉันก็ไม่มีอะไรปิดบังเขาอีกแล้ว


“นามิ”


“ฉันรู้ว่ามันยากแต่...”


“การจะต่อกรกับองค์กรใหญ่ขนาดนั้นมันไม่ใช่แค่ยากนะนามิ แต่มันยากมากๆ และยิ่งการที่เธอจะรอให้เรื่องเงียบลงไปเอง มันยิ่งไม่มีทางเป็นได้ มีแต่ยิ่งเงียบยิ่งอันตราย” ยามาดะเตือนสติ ซึ่งฉันเองก็เข้าใจดีถึงสิ่งที่เขาเตือน


“ฉันรู้ เพียงแต่ฉันไม่อยากทำให้นายต้องเดือดร้อนไปมากกว่านี้อีกแล้ว ขอฉันอยู่ที่นี่แค่ไม่นาน ถ้าฉันหาทางออกได้เมื่อไหร่ ฉันจะไปทันที” ฉันยืนยันอย่างนั้น แต่สีหน้าของยามาดะกลับยังไม่สู้ดีนัก แววตาของเขาฉายแววกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด


“ฉันขอนายมากไปใช่มั้ย”


“ไม่ใช่แบบนั้นเลยนามิ บอกแล้วไงว่าฉันยินดีช่วยเธอเสมอ แต่ทางออกของปัญหาที่เธอเผชิญอยู่ มันมีอยู่แค่สองทาง”


สองทางเหรอ ทำไมฉันถึงมองไม่เห็นทางออกเลยสักทางนะ


“ทางแรกก็คือทำตามเงื่อนไขของพวกมัน”


“ไม่มีทาง” ฉันรีบบอก ถ้าฉันจะยอมทำตามเงื่อนไขนั้น ฉันจะพยายามหนีออกมาทำไม


“ฟังฉันนะนามิ จะว่าไปแล้วเราทุกคนก็เหมือนกัน ยามาดะกรุ๊ป แบล็กสกอร์เปี้ยน หรือแม้แต่จะเสือขาวเองก็ตาม ไม่มีใครขาวสะอาด เสือขาวเองก็ไม่ได้ต่างจากแบล็กสกอร์เปี้ยนที่กว่าจะยิ่งใหญ่ได้ก็ต้องผ่านการแลกเปลี่ยนเพื่อการเติบโตกันมาทั้งนั้น และถ้ามองในแง่ดี ฉันว่ามันจะเป็นผลดีกับเสือขาวเอง เพราะในช่วงเวลาที่ทุกอย่างกำลังจะต้องเปลี่ยนมือแบบนี้ยิ่งอันตราย ยิ่งเธอเป็นผู้หญิงด้วย ฉันว่า...”


“ฉันไม่มีทางยอมให้เสือขาวตกเป็นของแบล็กสกอร์เปี้ยนเด็ดขาด” ฉันรีบบอกเมื่อรู้ดีว่ายามาดะต้องการอะไร


จริงอยู่ว่าการยึดผลประโยชน์ของเสือขาวเป็นหลักเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และถ้าจะมองมุมนั้น วิธีนี้ที่ยามาดะพูดถึงก็คงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด แต่ฉันกลับไม่คิดแบบนั้น และต่อให้ยามาดะจะยกเหตุผลขึ้นมาอ้างอีกสักร้อยข้อและทุกข้อเป็นความจริงฉันก็จะไม่มีทางยอม


ถึงก่อนหน้านี้เรื่องที่พี่โยชิดะเองก็ต้องการจะให้ฉันแต่งงานกับไดสึเกะด้วยเหตุผลเรื่องผลประโยชน์อยู่แล้ว แต่ตอนนั้นพี่โยชิดะยังอยู่ และเขาต้องการเพียงใช้ความแข็งแกร่งของแบล็กสกอร์เปี้ยนเป็นใบเบิกทางให้เสือขาวยิ่งใหญ่ขึ้นมาเท่านั้น ซึ่งมันต่างจากตอนนี้ที่เขาไม่อยู่แล้ว การที่พวกแบล็กสกอร์เปี้ยนต้องการเสือขาว มันไม่ใช่เพื่อทำให้เสือขาวแข็งแกร่งหรือยิ่งใหญ่ขึ้น แต่มันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงต่างหาก จะมีใครที่ไหนอยากเห็นคนอื่นยิ่งใหญ่ไปกว่าตัวเองล่ะ ฉันไม่มีทางหลงกลคนพวกนั้นเด็ดขาด พวกมันก็แค่จะสร้างภาพให้ตัวเองดูดีด้วยการยืมมือฉันทำลายเสือขาวด้วยตัวเองเท่านั้น


“ถ้าอย่างนั้นก็เหลืออีกแค่ทางออกเดียว คือถ้าหนีแล้ว ก็ต้องไปให้สุด” ยามาดะพูดพลางถอนหายใจ


“ฉัน…”


“แต่การจะหนีคนอย่างไอ้ไดสึเกะมันไม่ใช่เรื่องง่าย อีกอย่างเรื่องนี้เธอทำคนเดียวไม่ได้”


“ตอนนี้ยังพอมีคนของเสือขาวที่ฉันไว้ใจได้อยู่คนหนึ่ง”


“แล้วเขาอยู่ที่ไหน”


ตั้งแต่ที่คุยกับยามาดะมา คำถามนี้ของเขาตอบยากที่สุดเลย


“อยู่กับไดสึเกะ”


ฟู่~


ยามาดะพ่นลมหายใจออกทางปากเบาๆ ซึ่งนั่นทำให้ฉันรู้สึกใจฝ่อสนิท


ก่อนที่ฉันจะหนีออกมา เรื่องเดียวที่ฉันหนักใจก็คือเรื่องของชินจินี่แหละ แต่ฉันจะยอมปล่อยให้ไดสึเกะใช้ชินจิต่อรองกับฉันทุกครั้งต่อไปไม่ได้ และคิดว่าชินจิเองก็คงคิดไม่ต่างกัน ถ้าเขารู้ว่าฉันหนีออกมาได้แล้ว ฉันเชื่อว่าการที่เขาจะหนีเอาตัวรอดออกมาโดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังกับฉันมันจะเป็นเรื่องที่ง่ายกว่า


“แปลว่าตอนนี้คนของเสือขาวอยู่ภายใต้ความควบคุมของแบล็กสกอร์เปี้ยนทั้งหมดแล้วสินะ”


ต่อให้อยากจะปฏิเสธเท่าไหร่ฉันก็ทำไม่ได้หรอก และถึงจะไม่มีการยืนยันด้วยหลักฐานหรือแม้แต่ยังไม่เห็นกับตา ฉันก็เดาได้จากภาพที่เห็นว่าคนของแบล็กสกอร์เปี้ยนตรึงกำลังอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเสือขาวอย่างแน่นหนาในคืนนั้นแล้ว


“ถ้าอย่างนั้นก็เหลืออีกคนเดียวที่ช่วยเธอได้”


“ใคร”


“ฉัน” ยามาดะพูดพลางสบตาฉันนิ่งๆ คำพูดเดียวของเขาทำให้ฉันรู้สึกใจหายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก


“ไม่ได้หรอก”


“ทำไม ไม่เชื่อใจฉันเหรอ”


“ไม่ใช่แบบนั้นนะยามาดะ แต่ฉันไม่อยากทำให้นายเดือดร้อนมากไปกว่านี้อีกแล้ว” ฉันรีบบอก


ยามาดะส่ายหัวเบาๆ ก่อนที่เขาจะปล่อยมือฉันที่เขากุมเอาไว้ได้สักพักหนึ่งแล้วออก จากนั้นเขาก็ลุกออกไป เหมือนตั้งใจจะเดินไปหยิบอะไรบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะที่บริเวณมุมห้องแล้วเดินกลับมานั่งลงที่เดิม


เขายื่นส่งซองสีแดงมาให้ และเพียงแค่เห็นตราสัญลักษณ์บนซอง ฉันก็รู้สึกว่าลำคอแห้งผากขึ้นมากะทันหัน


“ฉันได้รับมาเมื่ออาทิตย์ก่อน เปิดดูสิ” ยามาดะบอกเบาๆ ก่อนที่เขาจะจับมือฉันขึ้นมาเพื่อรับเอาซองนั้นที่เขาพยายามจะยื่นให้มาถือเอาไว้ ซึ่งเมื่อปฏิเสธไม่ได้ ฉันก็ต้องเปิดซองนั้นแล้วดึงการ์ดด้านในออกมานั่นแหละ


“ฉันได้รับเชิญให้ไปร่วมงานเลี้ยงที่แบล็กซิโนที่จะจัดขึ้นในวัน...พรุ่งนี้”


“งานเลี้ยงอะไร” ฉันรีบถาม จำได้ว่าในคืนที่เกิดเรื่อง ก็เป็นคืนที่แบล็กซิโนเองจัดงานเลี้ยงขึ้นด้วยเหมือนกัน และมันเพิ่งจะผ่านมาได้ไม่ถึงเดือนนี่เอง


“ไม่รู้สิ ในการ์ดไม่ได้บอกรายละเอียดว่างานเลี้ยงอะไร บอกแค่วัน เวลา สถานที่ แล้วก็เชิญเฉพาะแขกคนสำคัญเท่านั้น” ยามาดะพูดพลางเบะริมฝีปากนิดหน่อยราวกับว่าเขาเองก็กำลังรู้สึกว่ามันแปลก


“นายว่ามันจะใช่รึเปล่า”


“ไม่เห็นต้องเดาเลยนามิ ก่อนหน้านี้ฉันเองก็สงสัยอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจอะไร เชิญมาก็ไปตามมารยาท แต่เพิ่งคิดได้เมื่อกี้นี้เองว่าพวกแบล็กสกอร์เปี้ยนไม่เคยทำอะไรโดยไม่หวังผล” พูดจบยามาดะก็แค่นหัวเราะเบาๆ


“พวกมันคงตั้งใจจะใช้งานนี้ประกาศเรื่องการแต่งงานของเธอกับไดสึเกะ”


“แล้วแบบนี้จะทำยังไง” ฉันหลุดปากออกไปโดยไม่ตั้งใจ ถ้าการจัดงานเลี้ยงนั้นขึ้นมาเพื่อประกาศเรื่องการแต่งงานของฉันกับไดสึเกะ แต่ตอนนี้ฉันไม่อยู่แล้ว มันต้องกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ ดูเหมือนว่าฉันจะทำให้ยามาดะเดือดร้อนหนักกว่าที่คิดเอาไว้


“งานเลี้ยงที่แจกการ์ดไปแล้วยังไงก็ต้องจัด เพราะยังไงซะก็คงไม่มีใครรู้ว่าเหตุผลที่แท้จริงของการจัดงานคืออะไร และถ้าเธอจะหนี นี่ก็เป็นโอกาสที่เหมาะที่สุด”


ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่ยามาดะกำลังพูดเลยสักนิด


“เธอต้องไปงานเลี้ยงนี้กับฉัน”


“นายจะบ้าเหรอยามาดะ” ฉันรีบร้องถาม หัวใจเต้นแทบผิดจังหวะเมื่อได้ยินแผนการของยามาดะที่ยิ่งฟังฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ เขาบอกว่านี่เป็นโอกาสที่เหมาะที่สุดที่ฉันจะหนี แต่กลับบอกให้ฉันไปงานเลี้ยงกับเขาเนี่ยนะ มันเรียกว่าการหนีตรงไหนกันล่ะ


“ก่อนหน้านี้ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะบ้าได้ขนาดนี้เหมือนกัน แต่พอได้ฟังเรื่องทั้งหมดของเธอแล้ว ต่อให้สติฉันจะกลับมาดีตอนนี้ ก็ไม่น่าเปลี่ยนแปลงอะไรได้แล้วนามิ นี่เป็นโอกาสเดียวที่เธอจะสลัดไดสึเกะออกไปจากชีวิตได้”


“ฉันไม่เข้าใจ นายจะพาฉันกลับไปหาเขาแล้วบอกว่าเป็นวิธีที่ฉันจะสลัดเขาออกไปจากชีวิตได้เนี่ยนะ”


“อย่าลืมสิว่าเธอไปกับฉัน และไปในฐานะผู้หญิงของฉัน” ยามาดะบอกเบาๆ แต่นั่นกลับทำให้ฉันยิ่งว้าวุ่นใจ รู้สึกหายใจได้ไม่ทั่วท้องเลย


ถึงต่อหน้าไดสึเกะเมื่อครู่ ยามาดะจะพูดเรื่องที่ฉันเป็นผู้หญิงของเขาไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ฉันรู้ว่าความหมายของมันต่างกัน เพราะเมื่อครู่เขาแค่ต้องการยั่วยุไดสึเกะเท่านั้น แต่ถ้าหากเป็นในงานเลี้ยง เราจะพูดอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนั้นออกไปไม่ได้ เพราะทุกคำพูดจะมีผลต่อทุกการเคลื่อนไหวของตัวฉันและตัวของเขาเอง รวมไปถึงธุรกิจของเขาด้วย


”ฉันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก”


“กลัวว่าฉันจะยึดเสือขาวของเธอแทนพวกแบล็กสกอร์เปี้ยนรึไง” ยามาดะถามทีเล่นทีจริง


“ฉันจะกล้าคิดแบบนั้นกับนายได้ยังไงล่ะ” ฉันรีบบอก ฉันรู้ว่ายามาดะไม่มีทางคิดแบบนั้นกับฉันแน่ๆ เราเป็นเพื่อนกันมานาน อีกอย่างตอนนี้เขาเองก็รู้แล้วว่าแบล็กสกอร์เปี้ยนต้องการจะยึดเสือขาว ดังนั้นถ้าเขาคิดจะทำแบบนั้นเหมือนกัน ก็ไม่ต่างจากการประกาศว่าตัวเองเป็นศัตรูกับแบล็กสกอร์เปี้ยน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่จะเสี่ยงทำในเวลาที่เราทุกคนก็รู้ดีว่าแบล็กสกอร์เปี้ยนมีอำนาจล้นมือ และนั่นแหละเหตุผลที่ฉันยังคิดไม่ตกเลยว่าฉันจะทำยังไง


ฉันเข้าใจแผนการของยามาดะ เพราะถ้าหากทุกคนเข้าใจว่าฉันเป็นผู้หญิงของเขาแล้ว การที่ไดสึเกะยังพยายามจะเข้ามาวุ่นวายกับฉัน นั่นคงเป็นเรื่องที่ทำให้เขาเสียหายและอาจมีผลกระทบกับองค์กรของเขาแน่ๆ ยามาดะถึงได้บอกว่านี่เป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุด แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากฉันทำแบบนั้นก็เท่ากับฉันเห็นแก่ตัว เพราะนั่นเท่ากับว่าฉันดึงยามาดะเข้ามาอยู่ในเกมความแค้นระหว่างฉันกับพวกแบล็กสกอร์เปี้ยน ยิ่งกับไดสึเกะด้วยแล้ว ฉันว่าเขาต้องไม่ยอมจบเกมนี้ง่ายๆ แน่


“ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะทำให้นายต้องลำบากขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ไม่ทันคิดไปไกลถึงขนาดนั้นจริงๆ” ฉันสารภาพเสียงอ่อย มันผิดที่ฉันไม่คิดให้รอบคอบ วินาทีนั้นฉันรู้แต่ว่าต้องหนี


“อย่าคิดมากน่า เอาเป็นว่าค่อยๆ คิดก็แล้วกัน ฉันแล้วแต่เธอจะตัดสินใจ”


“ฉัน...ไม่อยากทำให้นายต้องเดือดร้อน คนอย่างไดสึเกะไม่มีทางเล่นตามกติกาหรอกยามาดะ”


“การ์ดใบนั้นการันตีกับเธอได้ดีว่าฉันไม่มีอะไรที่ด้อยไปกว่าไอ้ไดสึเกะเลยสักนิดเดียว” ยามาดะพูดพลางเหลือบสายตามองมาที่การ์ดที่ฉันยังคงถือเอาไว้ เขายกมุมปากยิ้มนิดๆ เหมือนไม่ได้กังวลอะไร ทั้งที่ฉันคิดมากมายไปถึงไหนต่อไหน กังวลและสับสนไปหมด


ฉันรู้ว่ายามาดะเองก็ไม่ใช่คนกระจอกงอกง่อย จะว่าไปแล้วถึงเขาจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับมาเฟียเหมือนอย่างไดสึเกะ แต่ถ้าจะพูดกันถึงเรื่องของคำว่าอิทธิพลแล้วละก็ ฉันว่าเราหาความต่างกันได้ยาก ไม่อย่างนั้นการ์ดเชิญใบนี้คงไม่อยู่ในมือของเขาแน่ๆ อย่างน้อยก่อนที่ไดสึเกะจะตัดสินใจทำอะไร เขาก็ต้องเกรงหรือไว้หน้าลุงของเขาบ้างนั่นแหละ


“นายแน่ใจเหรอยามาดะ ถ้าทุกคนเข้าใจว่าฉันเป็นผู้หญิงของนาย สถานการณ์ของเสือขาวอาจทำให้นายต้องลำบาก” ฉันรีบถามถึงเหตุผลหลักๆ ที่ฉันยังกังวล เป็นเพราะฉันเข้าใจถึงสถานการณ์ของเสือขาวดีว่าตอนนี้เราไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเมื่อตอนก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นนอกจากระแสโจมตีจากภายนอกแล้ว ฉันคิดว่ากระแสจากภายในเองก็น่ากลัวไม่แพ้กัน ไม่มีใครอยากต่อกรกับแบล็กสกอร์เปี้ยนหรอก ถ้าผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ รู้เข้าว่ายามาดะเลือกจะช่วยฉันด้วยเหตุผลส่วนตัว ผลกระทบมันอาจจะแย่กว่าที่คิด


“คิดมากน่า ฉันไม่ล้มง่ายๆ หรอก บอกแล้วไงว่าฉันยินดีจะช่วย และที่ช่วยก็ไม่ใช่เพราะต้องการค่าตอบแทนหรือหวังอะไรจากเธอเลย แต่เป็นน็นเพราะเธอเป็นเพื่อนของฉัน และพี่โยชิดะเองก็เป็นเหมือนพี่ชายของฉัน ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจยังไง ฉันจะคอยซัปพอร์ตเสมอ” ยามาดะบอกยิ้มๆ ยิ่งพูดกับเขา ฉันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนติดหนี้บุญคุณของเขาที่ไม่รู้ว่าต้องชดใช้เท่าไหร่มันถึงจะพอ


“ขอบใจนายมากนะยามาดะ”


“ฉันยินดี ตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอต้องกังวลก็คือ...ตรงนี้นามิ” ยามาดะพูดพลางชี้มาที่อกด้านซ้ายของฉัน และมันก็ทำให้ฉันก้มลงเพื่อมองมันให้ชัดๆ อีกครั้ง


“ตัดสินใจได้แล้วค่อยบอกฉัน ถามหัวใจของเธอให้ดีว่ามันต้องการอะไร และมันทนได้มั้ยถ้าจะต้องทรยศเหตุผลที่เธอพยายามอธิบายออกมา มากกว่าซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง”


ฉันต้องพูดขอบคุณเขากี่ร้อยครั้งพันครั้งมันถึงจะทำให้หนี้บุญคุณครั้งนี้ลดทอนลงไปได้นะ

ความคิดเห็น