email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 2 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2563 21:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 2 {100%}
แบบอักษร

 

 

 

“ได้ไปแน่ค่ะ แต่ตอนนี้มาทำงานก่อน ตอนเย็นจะพาไปกินหมูกระทะด้วย” 

“ใครเลี้ยง” ทั้งอาร์ค เมล และแฟรงค์ต่างพากันร้องถามพร้อมเพรียงกัน 

“นินาวคนสวยค่ะ” ฉันพูดไปด้วยก็ขยับมือไปสะบัดผมยาวสวยของตัวเอง ด้วยท่าทางมั่นใจ 

“เย้ๆๆ ” 

“ลาบปากจริงเชียว” 

“ฉันรักแกจังเลย นินาวคนสวยจ๋า” 

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ” ฉันหัวเราะให้กับความงกของเพื่อนทั้งสามคน เวลากินหละมาขอฉันกิน พอเวลากินเหล้าไม่ต้องบอกเงินเนี้ยเป็นฟ่อนๆเลยจะบอกให้ 

ตอนเย็น ช่วงรับน้องปีหนึ่งคณะวิศวกรรมศาสตร์ 

น้องปีหนึ่งปีนี้ก็เยอะเหมือนกันนะเนี่ย  เห็นบรรยากาศแบบนี้แล้วนึกถึงตอนเข้ามาเรียนตอนปีหนึ่งใหม่ๆ ฉันคิดไปยิ้มไป 

“นินาว” 

“หืม มีไรอาร์ค” ฉันหันไปหาเพื่อนตามเสียงเรียก 

“นั่นแฟนแกหนิ ทำไมมากับยัยน้องริสาได้ แล้วทำไมคนนอกคณะถึงเข้ามาได้ ยัยเด็กนั่นเสนอหน้าซะไม่มี ” ฉันหันไปตามสิ่งที่อาร์คมันบอก จริงๆด้วย มาด้วยกันจริงๆด้วย ฟิวเจอร์มองหน้าฉันอย่างไม่ละสายตาไปไหนทั้งนั้นส่วนคนข้างๆเขาก็มองฉันอย่างกับบอกว่าตัวเองเหนือกว่า จนฉันทำหน้าเอือมระอาอย่างเหนื่อยๆจนฉันต้องหันไปทางอื่นมันไม่อยากเห็นหน้าเขาตอนนี้ มันทั้งเจ็บทั้งน้อยใจที่เขาไม่เคยให้ความสำคัญกับฉันเลยแต่ก็ต้องเก็บน้ำตาเก็บความน้อยใจเอาไว้ส่วนลึกของหัวใจเอาไว้ไม่ให้เขารู้ ไม่ให้เขาเห็นว่าเราอ่อนแอแค่ไหน 

“ชั่งเขาเถอะอาร์ค อย่าไปสนใจเลย ” ฉันหันไปบอกไอ้อาร์คด้วยเสียงเหนื่อยๆ ก่อนจะละสายตาจากเขาแล้วหันไปมองน้องปีหนึ่งที่กำลังร่วมทำกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน มันก็พอจะทำให้ฉันหายเศร้าได้ แม้จะแค่ไม่กี่นาทีก็ตาม 

“เฮ้อ แกก็เป็นซะอย่างนี้ไง ยอมมันตลอด นาวเลิกกับมันเหอะนะ แค่นี้แกก็เจ็บไม่รู้จะเจ็บยังไงแล้ว” 

“……………” ฉันเงียบเพราะยังไม่มีคำตอบให้เพื่อน เพราะในหัวฉันตอนนี้คือยังไม่พร้อมที่จะเลิกกับเขา ขอทนอยู่แบบนี้ก่อน ถ้าไม่ไหวจริงฉันจะถอยออกมาเอง 

“เฮ้อ เอาเถอะฉันเชื่อการตัดสินใจของแก ถ้ามีเรื่องอะไร ยังไงก็ยังมีพวกฉันอยู่ข้างแกนะนินาว” 

“ขอบใจมากนะ อาร์ค” ฉันยิ้มให้เพื่อนก่อนที่มันจะขยับมือมาวางที่หัวฉันก่อนจะโยกเบาๆ ราวกับว่าฉันเป็นเด็กน้อยอย่างนั้น แต่ฉันก็ไม่ได้ขยับออกหรอกเพราะรู้สึกถึงความห่วงใยที่เพื่อนส่งมาให้ 

“อืม ตอนนี้อย่าพึ่งดราม่าว่ะ ไปดูน้องๆปีหนึ่งกันดีกว่า น่ารักทั้งนั้นเลย ใจที่สั่นไปหมดแล้วน้องเอ๋ย เด็กสมัยนี้มันโตวัยเนอะ” 

“เขาโตวัยหรือแกแก่แล้วย่ะ และฉันบอกไว้เลยนะน้องเขาไม่มีทางมาเอาคนอย่างแกหรอกนะเพื่อนอาร์ค ฮ่าๆๆ” 

“เอาหละน้องๆ วันนี้มีพี่ๆปีสี่จะมาพูดคุยกับน้องด้วยนะค่ะ ขอให้น้องๆตั้งใจฟังพี่ๆเขาด้วยนะ” 

“ค่ะ/ครับ” สิ้นเสียงน้องสตาร์ฟกับน้องปีหนึ่งพูดเสร็จ 

“สวัสดีครับน้องปีหนึ่งทุกคน พี่ชื่อฟิวเจอร์เป็นหัวเจอร์ของภาควิชาโยธาปีสี่นะครับ” 

ฉันยืนมองคนคนหนึ่งที่กำลังยืนพูดอยู่ต่อหน้าน้องๆปีหนึ่ง  ทุกคนคงพอจะเดาออกอยู่หรอกเนอะว่าเป็นใ คร ฉันกับฟิวเจอร์เราเรียนโยธาเหมือนกัน เราสองคนคบกันตั้งแต่ตอนปีสามจนถึงตอนนี้ เขาเป็นคนที่ทำให้ฉันรู้จักคำว่ารักอย่างแท้จริง แต่แล้วทุกอย่างที่ฉันคิดมันกลับไม่เป็นอย่างที่ฉันหวังไว้ เขาต้องการเพียงแค่ร่างกายของฉัน ไม่ใช่หัวใจ เขาไม่เคยรักฉันไม่เคยคิดที่จะรัก ไม่เคยเลยจริงๆ จนวันหนึ่งฉันต้องการเดินออกมาจากเขาเขากลับยื้อฉันไม่ให้ไปไหน เขาต้องการอะไรกันแน่ ทำไมต้องทำแบบนี้ แค่นี้ฉันก็เจ็บมากพอแล้วนะ ฟิวเจอร์ 

“เอาหละค่ะน้องๆ ต่อไปพี่ปีสี่จะเลือกคนที่จะเป็นตัวแทนของคณะเราไปประกวดดาวเดือนมหาลัยกันในปีนี้นะค่ะ ขอเชิญพี่นินาวมาด้านหน้าด้วยค่า” 

“นาว นินาว” ฉันสะดุ้ง ตื่นจากความคิดของตัวเองก่อนจะหันไปมองคนที่เรียก 

“ว่าไงนะ” ฉันหันไปถามเพื่อนภาคผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆฉัน 

“น้องปีสองเรียกนินาวให้ไปข้างหน้าหนะ” 

“อ๋อ ขอบใจนะ” ฉันยิ้มให้เพื่อนแล้วเดินออกไปยืนข้างหน้าคู่กับฟิวเจอร์ที่ตอนนี้ยืนทำหน้าเย็นชาไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เอาแต่มองหน้าฉันอยู่นั่นแหละ จนเป็นฉันเองที่เริ่มทำตัวไม่ถูก 

“น้องๆคงสงสัยใช่ไหมว่าพี่คนสวยนี่เป็นใครกัน” ฉันยิ้มให้กับน้องๆปีหนึ่งที่มองฉันมาอย่างสนใจ 

“ค่ะ/ครับ” เด็กๆสมัยนี้น่ารักกันจริง โตวัยด้วย 

“งั้นให้พี่คนสวยแนะนำตัวกับน้องๆ แล้วก็ให้คำแนะนำเล็กๆน้อยให้กับน้องๆด้วยค่ะ” น้องปีสองบอกให้ฉันแนะนำตัวกับน้อง ฉันพยักหน้ารับทราบก่อนจะหันไปพูดกับน้องปีหนึ่ง 

“สวัสดีน้องๆปีหนึ่งทุกคนค่ะ พี่ชื่อนินาวอยู่ภาควิชาโยธาปีสี่ค่ะ พี่ก็ไม่มีอะไรมาหรอกนะค่ะ ขอแค่น้องทำทุกอย่างให้เต็มที่และมีความสุขกับมันค่ะ” 

พูดจบทั้งน้องทั้งๆทั้งพี่ๆและก็ทั้งเพื่อนๆรุ่นเดียวกันที่อยู่ในสนามพากันปรบมือเสียงดังสนั่น ส่วนไอ้เพื่อนฉันสามคนนั้นไม่ต้องพูดถึง โห่แซวอย่างไม่อายใคร จนฉันต้องหันไปทำค้อนใส่มันแทน 

“เอาหละคะน้องๆ พี่ฟิวเจอร์กับพี่นินาว ทั้งสองคนเป็นถึงดาวมหาลัยกับเดือนมหาลัยเมื่อสามปีที่แล้วด้วยนะค่ะเด็กๆ อ้าวปรบมือ แล้วสุดท้ายเลยนะค่ะ น้องๆคนไหนมีคำถามที่อยากจะถามพี่นินาวคนสวยของเราไหมค่ะ ยกมือเลยคะ” สิ้นเสียงน้องสตาร์ฟปีสอง ก็มีน้องผู้ชายหน้าตาหล่อมากคนหนึ่ง ยกมือขึ้นมาเหมือนมีคำถามที่อยากจะถามฉัน ทำไมถึงรู้หนะหรอ เพราะน้องเขาเอาแต่มองหน้าฉันไงตอนยืนขึ้นจะพูดหนะ 

“พี่นินาวครับ พี่มีแฟนหรือยังครับ” ทุกเสียงเซ็งแซ่เงียบลงทันทีที่ได้ยินคำถามจะน้องคนนั้น ส่วนฉันก็ยืนอึ้ง รุ่นพี่ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็อึ้ง เพราะไม่คิดว่าน้องจะกล้าถามถึงขนาดนี้แถมยังยิ้มหวานส่งมาให้ฉันอีก เด็กมันใจกล้าจริงแท้ ส่วนคนข้างๆฉันตอนนี้นี่แทบจะกินหัวฉันแล้ว พร้อมกับตวัดสายตาไปมองน้องคนนั้นอย่างหาเรื่อง ฉันลืมบอกไปว่าที่เราสองคนคบกันในคณะไม่ค่อยมีใครรู้หรอก จะมีก็แต่เพื่อนของฉันกับเพื่อนของเขาแค่นั้น และไม่มีใครรู้ส่วนหนึ่งก็มาจากเขาเองนั่นแหละที่ไม่ต้องการประกาศและยอมให้บอกใครรู้ คงจะกลัวว่าสาวๆจะหมดความสนใจในตัวเขา 

“เอ่อคือว่า” ฉันกำลังจะพูดออกไปแต่กลับมาคนมาพูดสวนขึ้นอย่างเสียงดังโดยไม่แคร์คนที่เขาพามาด้วย ที่ตอนนี้ยืนกำมือแน่นมองมาทางฉันด้วยสายตาอาฆาต 

“นินาวมีแฟนแล้วน้อง สวยๆแบบนี้ไม่มีแฟนก็คงไม่ใช่ !” ฉันหันไปทางฟิวเจอร์ทันที ก็เจอเขาทำหน้าหงุดหงิดซะงั้นทั้งๆที่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย เอะอะจะมาลงที่ฉันคนเดียวได้ไง แถมยังบีบแขนฉันแน่นจนรู้สึกเจ็บไปถึงกระดูกอีกต่างหาก 

“กลับห้องไปมีเรื่องต้องเคลียร์กันยาว” ฟิวเจอร์กระซิบบอกจบแล้วก็เดินจากไปพร้อมกับริสาที่วิ่งตามหลังเขาไป ทิ้งให้ฉันยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว ฉันก้มลงมองแขนตัวเอง จนต้องถอนหายใจ เจ็บไม่รู้จักจำเพราะรักคำเดียวใช่ไหมฉันถึงต้องยอมทนทุกข์ใจอยู่แบบนี้ 

ร้านหมูกระทะหน้ามหาวิทยาลัย T 

“ขอให้เจ้าภาพจงเจริญ สวยวันสวยคืน สวยยิ่งๆขึ้นไป และที่สำคัญเลี้ยงพวกข้าพเจ้าอีกบ่อยๆ นะขอรับ ” ไอ้อาร์คพูดประจบฉัน จนฉันต้องหลุดยิ้มออกมาให้กับความขี้ประจบของเพื่อน 

“เวอร์แล้วย่ะ” 

“พอๆทั้งสองคน กินเลยสุกแล้วเนี่ย อ่ะนินาวเพื่อนรัก เดี๋ยวแฟรงค์คีบให้” นี่ก็อีกคนประจบสอพอแบบเงียบๆ 

“ขอบพระคุณมากคะ คุณแฟรงค์เพื่อนรักขา” ฉันหันไปยิ้มให้เพื่อนที่คีบสารพัดของอร่อยลงมาใส่ในจานให้ เอาใจฉันกันยกใหญ่ไอ้พวกเพื่อนชั่วเอ้ย ฮ่าๆๆๆ 

“มาๆ ชนดีกว่า” เมลยกแกล้วขึ้นก่อนที่พวกเราจะยกแล้วชนกัน อย่าพึ่งตกใจนะว่าจะใส่ช้อปนั่งกินเหล้า เพราะพวกเรากลับไปเปลี่ยนชุดกันมาแล้ว เพราะระเบียบช้อปของคณะนั้นเคร่งมาก เราต้องปฏิบัติให้เป็นตัวเองกับน้องๆด้วย 

“อ้าว ชนนนนนนน” เราสี่คนก็ทั้งกินไปคุยไปอย่างสนุกสนาน  ขุดเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเม้ามอย แถมไอ้เพื่อนผู้ชายสามคนของฉันนี้ขอบอกเลยเท้าเก่งยิ่งกว่าผู้หญิงอย่างเราๆอีกด้วย 

“ฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันบอกเพื่อนก่อนจะลุกออกไปเข้าห้องน้ำในร้าน 

“เออ รีบไปรีบมานะ” 

“รับทราบคะ คุณพ่อทั้งสามของบ่าว” ฉันรับปากเพื่อนก่อนจะตรงไปเข้าห้องน้ำ ฉันส่ายหัวไปกับความขี้หวงของพวกเพื่อนทั้งสามคนของฉัน  ตั้งแต่รู้จักกับพวกมันมา มันทั้งดี ทั้งเอาใจใส่ คอยอยู่ข้างๆ ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันมีเพื่อนที่ดีแบบนี้ ร้านนี้ถือว่าเป็นร้านยอดนิยมของเหล่านักศึกษาทั่วมหาลัย เพราะทั้งอร่อย ทั้งมีวงดนตรีสดมาเล่นให้ฟังด้วย คล้ายๆร้านนั่งชิวอะไรประมาณนั้น 

“นินาว” หลังจากทำธุระเสร็จฉันก็เดินออกมาก่อนจะได้ยินเสียงคนเรียกและเสียงก็คุ้นมากๆฉันจึงหันไปตามเสียงที่เรียกก็เจอกับ 

“อ้าว ฟิล์ม” ฟิล์มคือแฟนเก่าของฉันเองคะ และเป็นคนที่ฟิวเจอร์เกลียด ถึงแม้ว่าเราจะเลิกกันไปแล้วแต่เราสองคนก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีกัน 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว