facebook-icon Twitter-icon

พระจันทร์ที่อ่อนโยนและงามสง่า แท้จริงแล้วซ่อนเร้นด้านที่เฉยชาไร้ใจ #จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม

จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.5 (2/2) [ เจ้าวาฬกับดวงอาทิตย์ ทะเล ดวงจันทร์ ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

ชื่อตอน : จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.5 (2/2) [ เจ้าวาฬกับดวงอาทิตย์ ทะเล ดวงจันทร์ ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์

คำค้น : เจ้าวาฬ , YAOI , ธัญล่าฝัน , จักรวาฬพระจันทร์ยิ้ม , ความฝัน , พระอาทิตย์ , พระจันทร์ , ทะเล

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.1k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มี.ค. 2562 20:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จักร’วาฬ’พระจันทร์ยิ้ม Ep.5 (2/2) [ เจ้าวาฬกับดวงอาทิตย์ ทะเล ดวงจันทร์ ] ฉบับรีไรท์ตีพิมพ์
แบบอักษร

​5

เจ้าวาฬกับดวงอาทิตย์ ทะเล ดวงจันทร์

​(ต่อจากตอนที่แล้ว)







พอพระจันทร์โคจรไกลออกไป น่าแปลกที่ดาวฤกษ์ดวงใหม่ที่โคจรเข้ามาใกล้คือดวงอาทิตย์


การฝึกซ้อมยังคงดำเนินต่อไป ทวีความอึดอัดและบรรยากาศอึมครึมด้วยเมฆฝนสีดำที่ลอยอยู่บนหัวพี่ที่ห้อยป้ายฉายาว่าโกโก้อาม่า เจ้าวาฬสังเกตจากคนนั้นคนนี้อยู่นานถึงได้รู้ว่าจริงๆ แล้วพี่เขาชื่อโก ชื่อในวงการคือเจ๊โกโก้ ปกติพี่ก็ดูใจดี แต่วันนี้ดูเหมือนจะเป็นองค์ผีเสื้อสมุทรอวตาร


แน่นอนว่าพอปีนี้กระแสของวิทยาศาสตร์กำลังมาแรง เด็กใหม่ที่พุ่งขึ้นมาเป็นเดือนบนฟ้าภายในเวลาไม่ทันข้ามเดือนก็กลายเป็นเป้าหมายแสนท้าทายที่ทุกคนจับตา เรื่องตลกก็คือทุกคนเดินเกมโดยไม่ถามคนเล่นเกมว่าสะดวกใจกับวิธีนี้หรือไม่ เมินเฉยต่อสายตาวิงวอน ขีดกรอบให้วิ่งตามครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่สนใจความเป็นจริงว่าวาฬน่ะเป็นสัตว์น้ำ สัตว์น้ำที่ไหนมันจะขึ้นไฮโน้ตได้กัน


ใช่ ความสามารถพิเศษที่สตาฟร่วมกันเลือกก็คือการเล่นละครเวทีในฉากที่นพพรและคุณหญิงกีรติเต้นรำด้วยกัน มันต้องจำท่าเต้นพร้อมกับเนื้อร้องที่โคตรโหดหิน แถมยังมีทั้งลูกแอดลิบ[1] มะเหงกมะเกลืออะไรอีกเยอะแยะก็ไม่รู้


ยิ่งไปกว่านั้นคือเจ้าวาฬแค่เคยได้ยินชื่อ แต่ไม่เคยอ่านนิยายเรื่องข้างหลังภาพด้วยซ้ำ ดังนั้นการจินตนาการฉากเต้นรำสุดแสนโรแมนติกพร้อมกับเปล่งเสียงสั่นลูกคอด้วยเนื้อร้องที่ถูกเขียนขึ้นมาใหม่ทั้งหมด มันจึงดึงเอาความมั่นใจที่ปั้นมาเองกับมือโยนออกไปนอกหน้าต่าง แถมยังโบกมือบ๊ายบายซ้ำเข้าไปอีกทีเหมือนสมน้ำหน้า


“พักก่อนก็แล้วกันนะคะ อีกสิบนาทีมาเจอกันใหม่”


พอได้ยินแบบนั้นเจ้าวาฬก็ก้มหัวขอโทษพี่โกโก้ที่ลูบหัวเขาเบาๆ ว่าไม่เป็นไร แต่อ่านจากสายตาแค่แวบเดียวก็มองออกแล้วว่าพี่อยากกินหัวเจ้าวาฬจะตาย แม้ลิซ่าจะยังไม่ได้เข้าถึงความเป็นคุณหญิงกีรติมากนัก แต่ก็ยังทำได้ดีกว่าเจ้าวาฬที่ตอนนี้เป็นนพพรระดับตลาดล่าง


ร่างเล็กปลีกตัวออกมาจากห้องซ้อม แล้วนั่งเหม่อมองพระจันทร์อยู่ที่ม้านั่งใกล้ๆ กับลานจอดรถ เดินเยื้องออกไปอีกแค่ไม่กี่ก้าวก็จะถึงตึกศึกษาศาสตร์แล้ว แต่กลับทำได้แค่นั่งมองหลังคาคณะของผู้ที่เป็นกำลังใจเพียงหนึ่งเดียว


ถ้าทำได้แย่ขนาดนี้ ตอนที่คืนผ้าเช็ดหน้าให้พี่จะเอาความมั่นใจจากไหนไปยิ้มให้


“น้องวาฬ น้ำอุ่นครับ”


แสงสว่างที่ทอลงมากลางใจเป็นดาวดวงใหม่ที่เคลื่อนที่เข้ามาในจักรวาฬ พี่คนนั้น...จำได้สิ หนึ่งในพันของคนในโรงเรียนที่ไม่ได้ใช้มือทั้งสองผลักเขาให้จมน้ำ


เอกตะวัน ศุภฤกษ์

“ขอบคุณครับ”


“เครียดมากเลยเหรอเรา” รุ่นพี่จากโรงเรียนเดียวกันหย่อนก้นลงนั่งบนม้านั่งที่ถัดออกไปไม่ใกล้ไม่ไกล รักษาระยะห่างระหว่างโลกกับพระอาทิตย์เอาไว้อย่างดีราวกับรู้ว่า ระยะห่างที่เหมาะสมเท่านั้นที่จะทำให้ความร้อนแผดเผากลายเป็นความอบอุ่น ไม่ทำให้ระดับน้ำระเหยเป็นไอ และไม่ทำให้สัตว์ใหญ่แต่บอบบางอย่างเจ้าวาฬหวาดกลัว


“เปล่าครับ ผมสบายๆ”


ถึงระยะที่พี่นั่งไม่ใช่ระยะที่จะเอื้อมมือมาลูบหัวเขาถึง แต่สายตาที่ส่งมาเหมือนกับพี่ยกมือมาวางบนผมแล้วเกลี่ยเส้นไหมที่พลิ้วไหวตามลม สัมผัสแผ่วเบาราวกลับกลัวว่าน้องชายตัวน้อยที่เพิ่งเข้าโรงเรียนอนุบาลจะร้องไห้เพราะถูกคุณครูดุที่ร้องเพลงชาติตามเพื่อนไม่ได้


พอพูดออกไปแบบนั้นแล้วร่างบางก็ได้ประจักษ์ว่าตัวเองโกหกไม่เก่งเลย ไม่กล้าสบตากับดวงตะวันด้วยซ้ำเพราะเกรงว่าความกังวลที่ซ่อนไว้ใต้ทะเลลึกจะโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ


พี่เค้าอ่านออกแน่ๆ แต่ก็ขอบคุณที่เลือกจะไม่พูดย้ำถึงมันอีก เพราะคนร่างสูงมองขึ้นไปยังพระจันทร์บนฟ้าดวงเดียวกับเจ้าวาฬ แล้วก็ชวนคุยเรื่องนั่นนี่เพื่อให้ลืมความกังวล


“ชอบออกกำลังกายหรือเปล่า”


“ออกบ้างครับ” ตามคำแนะนำของพี่หมอ


หนึ่งสัปดาห์เจ้าวาฬต้องออกกำลังกายอย่างน้อยสามวัน ครั้งละสามสิบถึงสี่สิบห้านาที ทำแบบนี้มาปีกว่าแล้ว และตั้งใจว่าจะทำต่อไปจนกว่าจะหาย


“มันดีนะว่าไหม บางทีก็ทำให้เรื่องที่คิดไม่ออก กลับคิดออกซะง่ายดายเหมือนไม่เคยยาก” พี่ตะวันละสายตามามองน้องปีหนึ่ง ยิ้มให้จางๆ กับเดือนคนใหม่ที่สโมฯ เลือกมาได้ถูกใจคนทั้งคณะ “พี่ชอบเล่นบาส”


“ผมชอบว่ายน้ำ”


ร่างสูงยิ้มขันให้คู่สนทนาที่คลายความขมวดของคิ้วลงบ้างแล้ว “ก็เป็นวาฬนี่นา ชอบว่ายน้ำก็ถูกแล้ว ถ้าบอกว่าชอบถลาลมเหมือนนกเมื่อไหร่พี่คงช็อกตายเลย”


แล้วทั้งสองก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน


โดยที่พระอาทิตย์อาจไม่รู้ว่าความฝันอันสูงสุดของเจ้าวาฬบางตัว คือการยืมปีกของนกมาพาตัวเองถลาขึ้นไปบนฟ้า มองพระจันทร์อยู่บนพื้นดินมานานก็อยากจะรู้ว่า ความรู้สึกของการได้เข้าไปนั่งที่ใจกลางแทนเจ้ากระต่ายซื่อบื้อจะเป็นอย่างไร วิวคงจะสวยมากเลยสินะ ถ้ามองลงมาจากบนนั้น...


ร่างเล็กในชุดกีฬาสีน้ำเงินเหมือนมหาสมุทรยามค่ำคืนวางกระเป๋าเป้ตัวเองลงในล็อกเกอร์แล้วคว้าเอาเครื่องเล่น MP3 หูฟัง กับผ้าเช็ดเหงื่ออีกหนึ่งผืนคล้องคอมา ความมุ่งหมายของคืนนี้คือการออกกำลังกายตามปฏิทินที่กากบาทไว้ว่าถึงคิวของฟิตเนสอีกแล้ว ไม่ได้ไปไหนไกล ก็ข้างล่างคอนโดฯ นี่แหละ บัตรสมาชิกก็ไม่ต้องใช้เพราะแม่เป็นเจ้าของโครงการ


น้องปีหนึ่งพรูลมหายใจออกมาแล้วมุ่งตรงไปที่ห้องสารพัดเครื่องเล่น หมายมาดว่าจะเดินบนลู่วิ่งเรียกเหงื่อให้ตัวเองเสียก่อน แล้วค่อยถ่ายรูปไปอวดพี่หมอว่าเจ้าวาฬคนเก่งทำตามตารางที่พี่วางไว้ไม่ขาดตกบกพร่องเลย แต่ฟิตเนสที่คอนโดฯ นี้ครบวงจร จึงมีทั้งสมาชิกที่อยู่ในคอนโดฯ และคนนอกเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ลู่วิ่งตั้งยี่สิบลู่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ


หันไปมองมุมยกเวทและมุมเครื่องเล่นอื่นๆ ก็ไม่คุ้นเคยกับมัน เลยเปลี่ยนเส้นทางเข้ามาที่ห้องคาร์ดิโอหรือห้องออกกำลังกายแบบแอโรบิก อยู่ดีๆ ห้วงลมหายใจก็สะดุดเหมือนมีอะไรไปอุดกลั้นหลอดลม ถ้าพระจันทร์จะโคจรเข้ามาใกล้โลกบ่อยขนาดนี้คงไม่ใช่หลักวิทยาศาสตร์แล้วมั้ง นี่มันบุพเพศาสตร์ชัดๆ


ชัดเลย


พี่พระจันทร์ยิ้มสวมเสื้อกล้ามกับกางเกงวอร์มขายาวขยับตัวตามจังหวะเสียงเพลงอยู่ในห้องแอโรบิก เจ้าวาฬอมยิ้มมองพี่เขาที่เคลื่อนไหวอย่างมีเสน่ห์ ใจเต้นตึกตักให้กับเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ซึมอยู่บนสันจมูกโด่ง ที่ข้างๆ ของพี่ว่างพอดี เจ้าวาฬเลยเข้ามาจองพร้อมกับขยับร่างกายไปตามเสียงเพลง พี่หมอบอกให้เจ้าวาฬเต้นแอโรบิกบ่อยๆ เพราะมันช่วยเพิ่มเส้นเลือดฝอยมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น แต่ไม่เห็นบอกเลยว่าหัวใจมันจะเต้นแรงขึ้นจนแทบจะกระเด้งขึ้นไปอยู่บนเวทีต่อหน้าเจ้าชายแห่งท้องฟ้าแบบนี้


เขาไม่แน่ใจว่าการพยายามสั่งตัวเองให้หายใจเข้าพุทธหายใจออกโธมันเป็นผลพวงมาจากการที่ปอดขยายเพราะรับออกซิเจนมากขึ้นหรือเปล่า แต่รู้สึกว่าปอดของตัวเองกำลังมีอากาศมากมายไหลเวียนอยู่ภายใน แอโรบิกดีต่อระบบประสาทและจิตใจ ลดความเครียดดีเยี่ยม เพราะพอเราจดจ่ออยู่กับเสียงเพลงและท่าเต้น เราก็จะลืมคิดถึงเรื่องอื่น


เจ้าวาฬไม่เถียงเรื่องที่ว่าแอโรบิกมันดี แต่ขอเถียงเรื่องความคิดว่าจะไม่คิดถึงอะไรนอกจากเพลง


คนเราจะไม่คิดอะไรเลยได้ยังไง ในเมื่อสิ่งเร้าที่กระตุ้นให้คิดมายืนอยู่ตรงหน้า


พอเพลงจบก็เหลือแค่ท่าคูลดาวน์ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้าย ร่างเล็กกลืนน้ำลายหนืดๆ ลงคอ ก่อนจะออกมาก็เช็กทุกอย่างแล้วแต่สุดท้ายก็ลืมกระบอกน้ำจนได้ (เขกหัวตัวเอง) กว่าจะเดินไปหยิบกระบอกน้ำกลับมาพี่พระจันทร์ยิ้มก็ไม่อยู่ที่นี่แล้ว


โล่งเลย ไม่ใช่สมองที่รู้สึกดีหลังเอนโดรฟินหลั่งนะ แต่เป็นสภาพห้อง โล่งง.งูล้านตัว ไม่เหลือแม้แต่มดแมว เหลือแต่วาฬงั่งที่ยืนคว้างอยู่กลางห้องเพราะพระจันทร์ได้โคจรหายออกไปจากระยะสายตา


พอเดินไปส่องดูที่สระว่ายน้ำ ห้องสนุกเกอร์ ห้องบลาๆ ก็ไม่เจอ พี่เขาอาจจะกลับไปแล้วก็ได้ ไหล่บางของเจ้าวาฬลู่ลงเหมือนกับน้องหมาหูตกเวลาเจ้านายไม่ยอมทำตามใจ พาร่างเปื่อยๆ ของตัวเองเดินกลับมาที่ห้องล็อกเกอร์เพื่อจะเก็บของกลับขึ้นไปพักผ่อน อย่างน้อยได้เจอพี่เขาอีกตั้งครึ่งชั่วโมงก็ดีแค่ไหน อย่าฝึกตัวเองให้เป็นเด็กโลภมากสิ


แผ่นหลังกว้างของบุคคลที่เปลือยช่วงบนให้เห็นความมันเงาของเหงื่อที่เปียกชุ่มทำเอาคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องล็อกเกอร์แทบกระโดดเหยงๆ ด้วยความดีใจ ก็ผู้ชายคนนั้นที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวใช้ผ้าเช็ดเหงื่อซับตามแผ่นหลังของตัวเองอย่างเก้ๆ กังๆ คือบุคคลที่ต้องตั้งคำถามว่าตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหม ที่เขียนให้เป็นอย่างนั้น


เจ้าวาฬกลั้นยิ้มแล้วเดินไปหยิบของในตู้ของตัวเองอย่างช้าๆ อยากเอาบัตรเครดิตเต็มวงเงินไปยื่นให้ผู้ควบคุมเวลา ขอซื้อมันให้เดินช้าลงอีกนิด เพราะยังอยากเป็นผู้เฝ้ามองพระจันทร์ใกล้ๆ อย่าเพิ่งโคจรห่างออกไปไกลเลยนะพระจันทร์เอ๋ย


ของในชั้นล็อกเกอร์ไม่ได้เยอะ ต่อให้หยิบมันด้วยความเร็วเท่าตัวสล็อต มันก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะประวิงเวลาได้นาน ดังนั้นร่างเล็กเลยยืนหันรีหันขวางอยู่หน้าตู้เพราะไม่รู้จะทำยังไงกับตัวเองต่อดี จะเดินออกไปเลยก็ยังไม่อยากไป จะนั่งถอดเสื้อเช็ดเหงื่อตัวเองแบบพี่เขาก็อายพุงกะทิ ซิกซ์แพ็กแน่นๆ แบบนั้นน่ะเจ้าวาฬไม่มีหรอก แค่พุงไม่ยื่นล้ำหน้าจมูกออกมาก็ดีเท่าไหร่แล้ว


“ขอโทษนะครับ ถ้าไม่รบกวนช่วยเช็ดหลังให้ทีได้ไหม มือพี่ไม่ถึง”


เยส!!!


เจ้าวาฬแทบถลาตัวพุ่งไปคว้าผ้าผืนนั้นมากอดด้วยความไวเกือบเท่าการเดินทางของแสง


“ได้ครับ” ขอบคุณพระเจ้าที่หาอะไรมาให้ทำได้อย่างทันท่วงที


คนตัวเล็กวางผ้าลงบนแผ่นหลังอย่างเบามือ ไม่แน่ใจว่าควรจะเช็ดอย่างไร มือไม้เกะกะเนื่องจากความตื่นเต้นเหลือประมาณ พี่เขาเงียบแล้วก็เอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าสีดำใบเบ้อเร่อที่มีลักษณะคล้ายกระเป๋าใส่เครื่องดนตรีบางอย่าง แต่แผ่นหลังของพี่ก็กว้างเกินไปจนมองเห็นไม่ถนัด


เราสามารถด่าตัวเองว่าลามกได้หรือไม่...ที่ชื่นชอบกลิ่นเหงื่อจางๆ ของคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ หรือเราจะสามารถควบคุมตัวเองได้หรือไม่...ไม่ให้เผลอยิ้มกว้างตอนที่พี่เขาหันมา


หะ...หันมาแล้ว


ร่างเล็กไม่แน่ใจว่าเก็บอาการตาโตทันหรือเปล่าตอนที่พี่พระจันทร์ยิ้มเปลี่ยนจากนั่งหันหลังมาเป็นหันหน้าให้ โชว์กล้ามเนื้อลอนสวยที่หน้าท้องซึ่งเคยเห็นมาแล้วครั้งหนึ่งตอนไปว่ายน้ำ เจ้าวาฬผ่อนลมหายใจให้เบาที่สุด มองคนตรงหน้าที่หยิบกีตาร์ออกมาจากกระเป๋าแล้วใช้ปลายนิ้วเรียวเกลาเบาๆ ราวกับจะเสกมันให้เป็นเสียงพิณจากสวรรค์


“เช็ดข้างหน้าให้ด้วยได้ไหม เดี๋ยวเล่นกีตาร์ให้ฟัง”


ตอนที่ตัวเองพยักหน้าเร็วๆ นั้น เหมือนกับสติหลุดลอยไปแล้วด้วยซ้ำ มือค่อยๆ วางผ้าขนหนูสีขาวลงบนแผงอกกว้างแล้วเช็ดเบาๆ เพราะกลัวว่าเปลือกของพระจันทร์จะถูกกะเทาะจนแตกหากเขาทำรุนแรงเกินไป บางช่วงเหมือนว่าแขนเจ้าวาฬจะสั้นเกินไปเลยต้องเอื้อมจนสุดมือ แล้วพี่เขาก็แก้ปัญหานั้นให้ด้วยการขยับเข้ามาใกล้เจ้าวาฬมากขึ้น


ถ้ามีทะเลอยู่ตรงหน้าก็จะกระโดดลงไปเสียเดี๋ยวนี้ สติแทบไม่เหลืออยู่ให้เป็นผู้เป็นคน


มั่นใจมากว่าหน้าต้องแดงแบบที่บรัชออนยี่ห้อไหนก็ไม่อาจสู้ แต่ก็ทำเฉยๆ ไม่รู้ไม่ชี้เข้าไว้ พี่เค้าจับไม่ได้หรอกว่าวาฬเป็นสัตว์ขี้เขิน


ทำนองที่ได้ยินเป็นเพลงที่เจ้าวาฬคุ้นเคย จำได้คร่าวๆ ว่ามันถูกเจ้าของเพลงแต่งขึ้นมาเพื่อให้กำลังใจคนรักที่กำลังจะแต่งงานกัน แต่ดันมารู้ว่าเธอป่วยเป็นมะเร็งนอนแบ็บอยู่ในโรงพยาบาล


น้องปีหนึ่งนับหนึ่งถึงสิบในใจแล้วเอ่ยถามออกไปเพื่อทำลายบรรยากาศความเงียบแปลกๆ เพราะถ้าไม่พูดอะไรสักนิด ก็ไม่รู้ว่าพี่พระจันทร์ยิ้มจะหยุดจ้องหน้าเจ้าวาฬเมื่อไหร่กัน


“พี่ไม่ลองร้องดูเหรอครับ เสียงของพี่ต้องเหมาะกับเพลงนี้มากแน่ๆ”


แทนที่เจ้าวาฬจะได้ยินเสียงทุ้มนุ่มร้องเพลงให้ฟัง กลับกลายเป็นเสียงหัวเราะอย่างน่าหลงใหลแล้วตอบกลับมาว่า “พี่ร้องเพลงเพี้ยน”


บ้าน่า โทนเสียงแบบนี้น่ะเหรอจะร้องเพี้ยน แล้วเสียงแบบที่แค่หาวยังหลงคีย์อย่างเจ้าวาฬจะไปเหลืออะไร


“พี่ชอบเล่นดนตรีนะ เล่นได้แทบทุกอย่าง แต่ร้องเพี้ยนชะมัดเลย”


“...”


“ใครมันจะไปเก่งทุกอย่างล่ะว่าไหม คนเรามันก็ต้องมีสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัดบ้างสิ”


เจ้าวาฬกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มจนตาปิดพอได้ยินเรื่องที่ถูกใจสุดชีวิต...ใช่ครับ ต่อให้ไอคิวสูงก็ไม่ได้แปลว่าจะร้องเพลงละครเวทีได้เสียหน่อย


“อยากลองเล่นดูไหม”


เจ้าวาฬยังไม่ได้ตอบคำถามด้วยซ้ำ พี่พระจันทร์ยิ้มก็คว้าข้อมือบางให้ขยับเข้าไปใกล้ หยิบผ้าสีขาวออกจากมือไปวางไว้ที่อื่น วางกีตาร์ลงบนตักเล็กและถือวิสาสะจัดการนิ้วของเจ้าวาฬให้ทาบลงบนตำแหน่งคอร์ดที่ถูก


อูคูเลเล่สี่สายเจ้าวาฬยังกางนิ้วออกจนสุดเหมือนเล็บครุฑ นี่กีตาร์หกสาย ยากจนอยากจะเอาสองมือมาช่วยกันกด แถมเสียงที่เกลาก็บอดตลอด เหมือนแขนขามันไม่มีเรี่ยวแรงเอาเสียเลย


จริงๆ แล้วตอนเด็กๆ เจ้าวาฬก็ถูกคุณแม่ส่งเข้าเรียนเสริมทักษะทางดนตรีเหมือนกัน ซึ่งเขาเลือกที่จะเล่นเปียโนเพราะมันดูเล่นง่ายกว่าอย่างอื่น แค่จิ้มและเหยียบ ไม่ต้องเป่าจนปากบวม และไม่ต้องดีดจนนิ้วด้าน


จู่ๆ ก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าระยะห่างที่เคยไกลมันถูกย่นระยะจนเหลือใกล้เพียงแค่ฝ่ามือกั้น พี่พระจันทร์โน้มหน้าลงมาเพื่อจัดนิ้วของเจ้าวาฬให้เปลี่ยนไปตามคอร์ดของเพลง แต่นิ้วเล็กๆ ของเจ้าวาฬมันกำลังสั่นเพราะไม่เคยมีวาฬตัวไหนมีโอกาสได้ใกล้พระจันทร์ขนาดนี้


ถ้าไม่รีบทำอะไรสักอย่างเพื่อพลิกสถานการณ์ หัวใจของเขาคงระเบิดตู้ม แล้วกลายเป็นโกโก้ครันช์แน่ๆ


“พี่ชอบประโยคไหนในเพลงนี้เหรอครับ”


“หืม” รุ่นพี่ปีสี่เงยหน้าแล้วทำหน้านึกนิดหนึ่ง “ ‘ศรัทธาในกำลังใจที่ผมส่งถึงคุณสิที่รัก ก้าวผ่านความเจ็บปวดจากฝันร้าย เงยหน้าขึ้นรับจุมพิตในฤดูหนาวของเรา’ ละมั้ง ความหมายดีนะ”


ตู้ม!

วาฬคือสิ่งมีชีวิตที่ระเหิดตัวเองได้ด้วยความร้อนจากดวงจันทร์


น้องปีหนึ่งก้มหน้าลงมองเส้นกีตาร์ จริงๆ จุดประสงค์คือซ่อนรอยยิ้มเอาไว้กับเหนียงยืดๆ ของตัวเอง เอ่ยออกไปแผ่วเบาว่าผมก็ชอบท่อนนั้นเหมือนกัน พอจู่ๆ นึกสงสัยว่าทำไมพี่พกกีตาร์มาฟิตเนสด้วย สายตาก็เหลือบไปเห็นหนังสือเรื่องการกำเนิดเสียงที่เป็นเหมือนหนังสือแบบเรียนพร้อมกับชุดนิสิตที่พับอยู่ในกระเป๋าเป้ที่เปิดอ้า เลยได้เข้าใจว่ากีตาร์คงเป็นหนึ่งในสื่อการสอน พอพี่กลับจากโรงเรียนสาธิตฯ แล้วคงมุ่งตรงมาที่นี่เลยแบบที่ไม่ได้กลับไปเปลี่ยนชุดที่หอพัก


ยิ่งหลุบตาลงต่ำเพื่อซ่อนความรู้สึกเอาไว้ให้ลึกเท่าไหร่ ภาพคลาสเรียนเมื่อเช้าก็ยิ่งฉายชัดในความรู้สึกมากเท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ทำให้เราทราบว่าการเกิดน้ำขึ้นน้ำลงเป็นผลมาจากความแตกต่างของแรงโน้มถ่วงระหว่างโลก พระอาทิตย์ และพระจันทร์ พระอาทิตย์ดูมีพลังมากกว่าในทุกๆ ด้านเลยใช่ไหม แต่ดวงจันทร์อยู่ใกล้กว่าไง เลยมีอิทธิพลต่อทะเลในโลกมากกว่า


แม้ดวงจันทร์จะโคจรรอบโลกเป็นวงรี ระยะห่างก็เลยมีใกล้บ้างไกลบ้าง แต่สักวันหนึ่งก็ต้องมีวันที่ดวงจันทร์เข้าใกล้โลกมากที่สุด...เหมือนตอนนี้


แรงดึงดูดของดวงจันทร์ก็เลยส่งผลให้น้ำทะเลในโลกขึ้นสุดลงสุด หรือที่ทางดาราศาสตร์เรียกกันว่าปรากฏการณ์น้ำเป็น

เป็นอะไร...


ก็เป็นบ้าน่ะสิ เจ้าวาฬเนี่ยจะเป็นบ้าแล้ว


จับนิ้วเขาวางบนสายกีตาร์แล้วก็อมยิ้มให้แบบนั้น ถึงจะหลงใหลในดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นแค่ไหน ตอนนี้กลับอยากโยนมันออกไปไกลๆ ถามจริงๆ ไปเรียนรู้วิธีที่ทำให้ใจสั่นแบบนี้มาจากไหนกัน ช่วยหยุดมันทีก่อนที่เขาจะหัวใจวาย


ร่างเล็กอมยิ้มแล้วส่งกีตาร์คืนให้พี่เขา ขอให้ตัวเองเป็นแค่ผู้ฟังที่ดี เจ้าเพลงละครเวทีที่ทำให้เขาขนลุกเหมือนฝันร้ายเมื่อตอนหัวค่ำน่ะเหรอ เข้ามาเถอะ เพราะตอนนี้เขาคิดออกแล้วว่าจะจัดการกับมันยังไง


คืนนี้นอกจากจะโทรไปโม้ให้พี่หมอฟังก่อนนอน กระทู้ก็จะมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับปริศนาแห่งจักรวาลว่า ระหว่างพระอาทิตย์กับพระจันทร์ โลกเลือกจะปฏิพัทธ์ต่อสิ่งใดมากกว่ากัน


ทุกคนล้วนมีคำตอบที่ตัวเองเลือกอยู่ในใจ


ส่วนคำตอบของเจ้าวาฬถูกเลือกเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว


...ในดวงตาคู่นั้นของผู้เป็นดั่งความฝันของเขา...








TBC.

​กรี๊ดเลยค่ะ...เอาให้สุดเสียง



ความคิดเห็น