พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แสดงความเป็นเจ้าของ (40%)...หึง! หึง! หึง!

ชื่อตอน : แสดงความเป็นเจ้าของ (40%)...หึง! หึง! หึง!

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.6k

ความคิดเห็น : 51

ปรับปรุงล่าสุด : 03 มี.ค. 2562 19:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
แสดงความเป็นเจ้าของ (40%)...หึง! หึง! หึง!
แบบอักษร



วาจาร้ายกาจของพงษ์สวัสดิ์ที่ทิ้งท้ายไว้ในวันนั้นทำให้คิริมาพยายามเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับเขา เธอก็อยู่ส่วนเธอ เขาก็อยู่ส่วนเขา จะข้องเกี่ยวกันแค่ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง และเพื่อนร่วมงานเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าปลายสัปดาห์นี้เธอจะบังเอิญเจออีกฝ่ายอยู่บ่อยครั้ง บ่อยจนหลบแทบไม่ทัน และหากจะต้องเผชิญหน้ากันเพราะหลีกเลี่ยงไม่ได้คิริมาก็จะทำเป็นเชิดหน้าคอตั้งเข้าไว้ทั้งที่ในใจอดจะหวั่นไหวไม่ได้       

ยิ่งเขาทำเหมือนจงใจเข้าหา น้ำคำทำร้ายหัวใจที่เอ่ยตอกย้ำให้จำขึ้นใจว่าเธอก็แค่ผ่านเข้ามาในชีวิต เป็นความพลาดพลั้งที่เขาไม่ได้ตั้งใจ ก็ยิ่งทำให้คิริมาฟุ้งซ่านจนไม่มีสมาธิทำงาน ไม่รู้ทำไมถึงไปหวั่นไหวกับคำพูดร้ายๆ ของผู้ชายพรรค์นั้น แต่เธอควบคุมตัวเองไม่อยู่อย่างน่าเจ็บใจ   

แล้วไหนจะยังเรื่องที่เขาเอ่ยว่าถ้าพลาดท้องขึ้นมานั่นอีกล่ะ ถึงแม้จะรู้ตัวดีว่าป้องกันด้วยการกินยาคุมฉุกเฉิน แต่ใช่ว่าจะหายห่วงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ อย่างน้อยเธอก็ต้องรอลุ้นว่าประจำเดือนตัวเองจะมาไหม แต่ที่น่ากังวลใจคือประจำเดือนของเธอมักจะคาดเดาไม่ได้ เพราะมาไม่ตรงแทบจะทุกเดือน ซึ่งสาเหตุหลักๆ นั้นมาจากความเครียดจากการทำงาน ใครว่าตำแหน่งใหญ่โตในองค์กรยิ่งสบายเพราะมีคนใต้บังคับบัญชาคอยเป็นมือเป็นเท้าทำงานให้ เธอเถียงสุดใจขาดดิ้น เพราะการเป็นผู้บริหารพ่วงด้วยตำแหน่งหมอเป็นอะไรที่ค่อนข้างหนัก ต้องแบกรับทั้งความรับผิดชอบในหน้าที่บริหารงานในองค์กร และหน้าที่ในการออกตรวจและให้คำปรึกษากับคนไข้   

ความกังวลใจและความหวาดหวั่นเรื่องกลัวว่าตัวเองจะท้องทำให้คิริมาไม่มีสติเท่าที่ควร เธอนั่งกวาดตาอ่านเอกสารไปมาทว่ากลับจับใจความไม่ได้ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือดันเผลอไปเอ่ยรับปากมารดาไปส่งๆ เมื่อท่านโทรมาบอกว่าเธอจะต้องไปดินเนอร์กับผู้ชายคนหนึ่งในอีกห้าวันข้างหน้า    

ตายแล้ว!!!

เผลอไปรับปากสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ยั้งคิดแบบนั้นได้ยังไง  ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ชายที่แม่ขยันจับคู่ให้นั้นเป็นใคร แต่รับปากไปแล้วครั้นจะคืนคำง่ายๆ ก็ไม่ได้เสียด้วย เพราะรู้ดีว่าคุณหญิงปรางทิพย์คือขาใหญ่ประจำบ้าน หากใครรับปากอะไรไว้แล้วก็ต้องทำตามเพราะท่านเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น     

ครั้นอดรนทนไม่ไหวคิริมาก็ทำใจกล้าโทรไปอ้อนวอนมารดา แต่ท่านกลับบอกว่าฝ่ายชายตกปากรับคำแล้ว หากจะไปยกเลิกเสียดื้อๆ ก็กลัวจะเสียคำพูดผู้ใหญ่ สุดท้ายไปๆ มาๆ เธอก็ต้องยอมรับสภาพตกที่นั่งลำบากเพราะปากพาซวย ฟังอะไรแล้วไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนจะตอบรับ    

แต่เอาเถอะ อย่างน้อยก็อีกตั้งห้าวันแน่ะ เดี๋ยวถ้ามีโอกาสเธอค่อยหาทางเลี่ยงโดยขอให้น้องชายช่วยก็ได้ รายนั้นเห็นหน้านิ่งๆ แต่อ้อนแม่เก่งจะตาย


ผ่านไปกว่าชั่วโมงคิริมาจึงเริ่มรวบรวมสมาธิกลับมาทำงาน เธอกำลังศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดบริษัทผลิตเครื่องมือแพทย์ ซึ่งจะใช้เงินส่วนตัว และหาผู้ร่วมทุน เพราะอยากพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง และไม่ต้องการให้ใครพูดว่าเธอก็แค่โชคดีเกิดในตระกูลที่ร่ำรวย ฉะนั้นคิริมาจึงลงมือทำทุกอย่างเอง จะเรียกว่าเริ่มตั้งแต่ศูนย์เลยก็ว่าได้ แรงบันดาลใจที่อยากจะทำธุรกิจก็เพราะว่าเครื่องมือแพทย์จะนำเข้าจากต่างประเทศเสียส่วนใหญ่ ที่สำคัญคือราคาแพง แต่ถ้าผลิตเองก็จะสามารถกระจายไปยังโรงพยาบาลในเครือ แถมยังสามารถเอาไปตีตลาดในแถบเพื่อนบ้าน ซึ่งคิริมาไม่ได้หวังว่าจะเปิดตัวให้ยิ่งใหญ่อลังการไปเลยทีเดียว แต่ก็ไม่เล็กจนขาดความน่าเชื่อถือ

คิริมานั่งจมอยู่กับกองเอกสารจนถึงเวลาพักเที่ยง เลขาสาวเข้ามาขออนุญาตออกไปข้างนอก เพราะหมอดนัยมารับไปกินข้าว โดยไม่ลืมสอบถามว่าเที่ยงนี้คิริมาจะทานอะไรอีกฝ่ายจะไปซื้อมาให้ก่อนที่จะออกไป แต่เธอปฏิเสธและบอกเพียงสั้นๆ ว่าเธอแวะไปหาอะไรกินที่โรงอาหารก็ได้ แต่อีกฝ่ายยังไม่วายทำท่าละล้าละลังจนเธอต้องไล่ถึงได้ยอมไปกับคนที่กำลังยืนรอด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์

การมาเยือนโรงอาหารในรอบปีของท่านรองคิริมาสร้างความฮือฮาให้แก่บุคลากรที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่ไม่น้อย และยิ่งแปลกใจเข้าไปใหญ่เมื่อข้างกายของเธอว่างเปล่าไร้เงาเลขา ท่าทางนิ่งๆ พร้อมกวาดตามองรอบๆ ทำให้ทุกคนในที่นั้นต่างหลบวูบ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารในจานของตัวเอง

การตกเป็นเป้าสายตาของผู้ใต้ปกครองใช่ว่าจะเป็นเรื่องน่าอภิรมย์สำหรับคิริมา เอาจริงๆ เธอแทบทำตัวไม่ถูกเสียด้วยซ้ำ แต่พ่อสอนเสมอว่าต่อหน้าลูกน้องห้ามแสดงความหวั่นไหวหรือความอ่อนแอออกมาให้พวกเขาเห็นอย่างเด็ดขาด ถึงแม้จะรู้สึกเช่นนั้นก็ให้พยายามทำหน้านิ่งและเชิดเข้าไว้ ฉะนั้นเธอจึงมักใช้ความนิ่งสงบสยบทุกความเคลื่อนไหวได้ดีเสมอ และครั้งนี้เธอก็ต้องทำมันให้ได้เช่นกัน       

ท่านรองผู้อำนวยการสาวมองหาที่นั่งขณะที่ขายังก้าวเดินไปข้างหน้า แต่ดูเหมือนว่าวันนี้คนจะแน่นไปทั้งโรงอาหาร ขนาดแยกในส่วนของบุคลากรและลูกค้าของโรงพยาบาล ก่อนที่เท้าทั้งสองข้างจะก้าวมาหยุดลงตรงกลางโถง ขณะที่หัวสมองกำลังคิดไตร่ตรองว่าในเมื่อไม่มีที่ว่างเธอก็ควรลงไปหาซื้ออะไรง่ายๆ ที่ร้านสะดวกซื้อดีไหม แต่ยังไม่ทันที่จะหมุนตัวออกไปจากตรงนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน      

“พี่ครีม!”

คิริมาหันไปตามเสียงเรียกทันควัน แล้วก็เห็นว่าเป็นแพทย์หญิงปิยฉัตร สิทธิประเสริฐ หมอเด็กลุคห้าวเป้ง มาดทอมบอย ตัดผมสั้น หน้าใสกิ๊ก ไม่ต่างจากเพื่อนซี้ที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างหมอสูติเช่นธารธารา อัศวนนท์ ถึงแม้รายหลังนั้นจะดูหญิงกว่าและไม่ก๋ากั่นเท่า แต่บุคลิกก็ออกจะห้าวๆ พอกัน      

ทันใดนั้นท่านรองผู้อำนวยการสาวก็ถึงกับลมหายใจสะดุดกึก เพราะนอกจากปิยฉัตรและธารธาราที่พร้อมใจกันยกมือขึ้นไหว้เธออย่างนอบน้อมแล้ว ยังมีพงษ์สวัสดิ์นั่งทำหน้านิ่งพาดแขนที่พนักเก้าอี้ของธารธาราอยู่ด้วย เธอทำเป็นมองเลยผ่านเขาไป แล้วคลี่ยิ้มบางๆ ให้สองคุณหมอสาว ทว่าครั้นจะหมุนตัวออกไปจากโรงอาหารปิยฉัตรก็ลุกขึ้นจากโต๊ะที่ห่างออกไปไม่มากนัก แล้วเดินมาหาเธอ  

“พี่ครีมจะไปไหนคะ มาทานข้าวไม่ใช่เหรอ” วาจาฟังดูสุภาพไม่โผงผางเช่นที่เห็นจนชินตาทำให้คนที่นั่งอยู่โต๊ะแถวนั้นต่างมองหมอที่ใครต่อใครคิดว่าเป็นทอมอย่างสนใจ

“อืม…แต่พี่เปลี่ยนใจแล้วล่ะ ไม่มีที่ว่างเลย ไปหาอะไรง่ายๆ ที่ร้านสะดวกซื้อท่าจะดีกว่า” คิริมาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงมองหน้าปัดนาฬิกาที่คาดอยู่ตรงข้อมือกลมกลึง พร้อมกันนั้นสมองอันชาญฉลาดก็คำนวนเวลาเพราะถ้าเธอยังมัวมายืนอยู่ตรงนี้ต้องเสียเวลาสะสางงานแน่ๆ      

“งั้นไปนั่งกับปี่ไหมคะ”

“เอ่อ…ไม่ดีมั้ง ปี่มีเพื่อนนั่งด้วย”

คิริมาเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจ ถึงแม้เธอจะเข้าขั้นที่เรียกได้ว่าสนิทสนมกับปิยฉัตรระดับหนึ่ง แต่กับธารธาราและพงษ์สวัสดิ์แล้วเธอไม่ต่างอะไรจากคนแปลกหน้าเสียด้วยซ้ำ

“ดีสิคะ มาค่ะ” คนที่สนิทสนมกับคิริมาตั้งแต่สมัยเรียนมหา’ลัย เพราะเคยไปทำหน้าที่อาสาสมัครอ่านหนังสือให้คนแก่ที่บ้านพักคนชราฟังด้วยกันเอ่ย พลางถือวิสาสะลากแขนเธอให้เดินตาม   

“เชิญนั่งค่ะท่านรอง”

ทันทีที่ไปถึงโต๊ะธารธาราซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ผู้ชายที่เอาแต่ทำหน้านิ่งอ่านอารมณ์ยากก็เอ่ยเชื้อเชิญด้วยท่าทางนอบน้อม ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้คิริมาจึงยิ้มบางๆ แล้วจำใจนั่งลงในฝั่งตรงข้ามกับพงษ์สวัสดิ์

จากนั้นก็เพ่งสายตากลมโตภายใต้กรอบแว่นอันใหญ่มองไปยังร้านอาหารที่ตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบในล็อกที่ทางโรงพยาบาลจัดสรรพื้นที่เอาไว้ ขณะชั่งใจว่าจะกินอะไรดี เมื่อเช้านี้เธอรีบจนไม่ได้ทานมื้อเช้าที่แม่อุตส่าห์ลุกขึ้นมาทำของโปรดให้ แถมยามสายก็ได้จิบกาแฟกับขนมปังแค่แผ่นเดียว ทำให้เวลานี้หิวจนไส้จะกิ่ว เห็นอะไรก็เหมือนจะน้ำลายไหลไปหมด ที่สุดก็ตัดสินใจลุกขึ้นเมื่อคิดได้แล้วว่าจะทานเมนูไหนดีในเที่ยงวันนี้       

“เดี๋ยวพี่ไปซื้อข้าวก่อนนะ”

คิริมาหันไปพูดกับปิยฉัตรด้วยท่าทางเป็นกันเอง ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ให้ธารธารา ส่วนหนึ่งเดียวในโต๊ะที่ถูกเมินมีสีหน้ากระด้างขึ้น กรามแกร่งขบเข้าหากันแน่น     

ฮึ่ม! ท่าทางนิ่งๆ เชิดๆ นั่นมันน่ากระชากมาจูบสั่งสอนชะมัด

“พี่ครีมไม่ต้องไปหรอกค่ะ ให้ไอ้ป๋าไปซื้อให้ดีกว่า ไปยืนรอคิวตั้งนานเดี๋ยวปวดขาแย่” ยังไม่ทันที่จะลุกขึ้นก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินประโยคที่ปิยฉัตรเอ่ยออกมา 

“เฮ้ย! ไอ้ปี่ ถ้าจะให้กูทำอะไรให้ใครกรุณาถามกูด้วยว่ากูเต็มใจไหม” น้ำคำราบเรียบติดจะหงุดหงิดทำให้ผู้ที่คิดว่าตนมาอยู่ผิดที่ผิดทางถึงกับทำหน้าไม่ถูก       

“มึงไปซื้อให้พี่เขาหน่อยไม่ได้เหรอ”

“ให้เขาไปซื้อเองก็ได้มั้ง ถ้าให้คนอื่นทำให้หมดทุกอย่างคงได้เป็นง่อยเข้าสักวัน”

วาจาไม่ไว้หน้าทำให้คิริมามีสีหน้าเรียบตึง ผุดลุกขึ้นโดยไม่พูดไม่จา แล้วก้าวฉับๆ จากไปท่ามกลางความตกละลึงของธารธารา ส่วนปิยฉัตรนั้นถึงขั้นขมุบขมิบปากด่าทอพงษ์สวัสดิ์ว่า ‘ไอ้ปากหมา’ แต่แทนที่จะสะทกสะท้านจอมเย็นชากลับทำเพียงลอยหน้าไหวไหล่เบาๆ   

คิริมามุ่งหน้าไปยังร้านอาหาร ขณะที่ในใจก็นึกตำหนิตัวเองที่ตัดสินใจผิดลงมาทานข้าวที่นี่ หากหาขนมกับกาแฟกินประทังชีวิตก็คงไม่ต้องมาเจอกับสถานการณ์กระอักกระอ่วนใจเช่นนี้  

“ครีม!” เสียงร้องทักทำให้ผู้ที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยท่วงท่ามั่นคงและสง่าแฝงไว้ซึ่งความเป็นผู้นำถึงกับชะงักลง แล้วหันไปมองคนที่กำลังส่งยิ้มหวานมาให้   

“สวัสดีค่ะพี่หมอกฤษ” ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้คิริมาจึงจำต้องเอ่ยทักทายพร้อมคลี่ยิ้มบางๆ ไปตามมารยาท ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วอยากจะแจ้นหนีหน้าคนที่ตามตื๊อเธอไม่เลิกเสียเหลือเกิน   

“ไม่นึกว่าครีมจะลงมากินข้าวที่โรงอาหาร” ได้โอกาสหมอออร์โธปิดิกส์หุ่นหมีขี้หม้อก็เอ่ยเป็นเชิงชวนคุย ทำเอาคนที่ไม่อยากจะยืนเด่นอยู่ตรงนั้นแทบจะกรอกตาขึ้นฟ้า  

“พอดีว่าวันนี้เลขาไม่ว่างค่ะ ครีมเลยต้องลงมาหาอะไรทานเอง” คิริมาจำใจตอบคำถามที่เจ้าของใบหน้าแต้มยิ้มส่งมา พยายามไม่หลุดทำท่ารำคาญเพราะต้องรักษามารยาท  

“มานั่งกับพี่ไหมครับ” คราวนี้คุณหมอหนุ่มที่คนลือกันให้แซ่ดว่าจีบดะไม่เว้นแม้กระทั่งสาวประชาสัมพันธ์ยันพนักงานเอ่ยชักชวนด้วยท่าทางกระตือรือร้น   

“ที่นั่งเขาอยู่กับผมโน่น!”  

ยังไม่ทันที่คิริมาจะได้เอ่ยตอบว่ากระไรเสียงแข็งกระด้างเจือดุดันของใครบางคนก็โพล่งขึ้นเสียก่อน วินาทีถัดมาเจ้าของร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างก็เดินมาหยุดลงข้างกายเธออย่างหน้าตาเฉย     

ท่าทางกร่างๆ วางมาดกวนแบบนี้ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นพงษ์สวัสดิ์ และยังไม่ทันที่นายแพทย์กฤษจะได้อ้าปากด่าทอผู้ที่มาหักหน้าแบบจังๆ พ่อหนุ่มฮาร์ดคอร์ก็แทรกขึ้นเสียก่อน     

“มานี่…เดี๋ยวผมพาไปซื้อข้าว”

อยู่ๆ คนที่ทำท่าเย็นชาหมางเมินใส่เธอในก่อนหน้านี้ก็ถือวิสาสะฉวยข้อมือกลมกลึง การกระทำที่เหมือนตบหัวแล้วลูบหลังทำให้คิริมาบิดข้อมือ พร้อมเค้นเสียงต่ำตอบโต้   

“ฉันไปเองได้ ไม่ใช่เด็ก”

“รู้ว่าไม่ใช่เด็กตั้งแต่ ‘คืนนั้น’ แล้วล่ะ แต่คิดว่าคุณคงไม่เคยมาทานข้าวที่นี่” พงษ์สวัสดิ์ย้อนกลับด้วยวาจาชวนแสลงใจทำให้ใบหน้าเนียนร้อนวูบ เม้มปากเเน่น       

ขาดคำคนที่ชักจะทำตัวแปลกๆ ก็ลากแขนเธอไปยังร้านอาหารท่ามกลางความตกตะลึงของคนที่เห็นเหตุการณ์ เพราะไม่คิดว่าท่านรองผู้อำนวยการที่นิสัยออกจะเย่อหยิ่งและไว้ตัวจะยอมให้หมอหนุ่มที่เพิ่งย้ายมาจับมือถือแขน บ้างก็พากันซุบซิบว่าคิริมากำลังซุ่มคบกับพงษ์สวัสดิ์

จากนั้นคนเดาใจยากก็ทำให้คิริมาทำหน้าไม่ถูกด้วยการสั่งอาหารให้เธอโดยไม่ถามสักคำว่าเธอจะกินอะไร จัดการประหนึ่งว่าตัวเองจะกินเองเสียอย่างนั้น  

“ฉันสั่งเองก็ได้ คุณไม่รู้หรอกว่าฉันชอบหรือไม่ชอบกินอะไร” ครั้นเห็นเขาตั้งท่าจะสั่งอาหารอีกหนึ่งเมนูให้คิริมาก็รีบเดินเข้าไปเอ่ยทักท้วงทันควัน

“ทำไมจะไม่รู้ ผมรู้ว่าคุณชอบเมนูกุ้งทุกประเภท ชอบมาตั้งแต่สมัยม.ปลาย”

วาจาฉะฉานที่หลุดออกมาจากปากหยักทำให้คนฟังถึงกับแทบอ้าปากค้าง เพราะที่เขาเอ่ยมานั้นมันใช่เลย เธอชอบทานกุ้งเป็นชีวิตจิตใจ แต่ทำไมเขาถึงรู้ว่าเธอชอบมันมาตั้งแต่ม.ปลาย ก็รู้อยู่หรอกว่าเขาเคยบอกว่าเขารู้จักเธอ แต่ในหัวของเธอไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับเขาเลย   

“ฉันไม่…”

คิริมากำลังจะปฏิเสธตอกย้ำว่าเธอไม่ได้เรียนมัธยมปลายในไทย แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยให้ครบประโยคเสียด้วยซ้ำร่างบางก็ต้องสะดุ้งน้อยๆ หัวใจเต้นผิดจังหวะ เมื่อปลายนิ้วกระด้างจรดลงบนกลีบปากนุ่ม

“ถ้าจะพูดว่าไม่เคยรู้จักผมก็เงียบซะ…เบื่อจะฟัง!”  

เขาเอ่ยเสียงห้าวห้วน ใบหน้ากระด้างขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์ และนั่นก็ทำให้คิริมาปัดนิ้วใหญ่ออกจากปากตัวเอง แล้วขยับไปยืนห่างๆ แต่ไม่นานก็ต้องหลุดอุทานออกมาเล็กน้อยเมื่อเจ้าของร่างสูงใหญ่ตั้งใจขยับตามมายืนกระทบไหล่ จนเธอต้องขยับหนีพร้อมส่งสายตาปราม   

คิริมาจำใจยืนรออาหารโดยมีคนช่างเจ้ากี้เจ้าการยืนอยู่ข้างๆ แถมยังแสนจะหน้าทนเพราะเธอไล่ยังไงก็ไม่ไป กระทั่งได้อาหารที่สั่งเขาก็แย่งไปถือเสียเอง

จากนั้นคิริมาก็รีบเดินไปยังโต๊ะที่ปิยฉัตรอุตส่าห์ลากไปนั่งด้วย โดยมีพงษ์สวัสดิ์ตามมาติดๆ ทว่าในจังหวะที่กำลังจะก้าวผ่านโต๊ะของหมอกฤษ อีกฝ่ายกลับเอ่ยรั้งเอาไว้     

“ครีม เย็นพรุ่งนี้ไปดินเนอร์กับพี่นะครับ”

“เอ่อ…” คนโดนชวนแบบซึ่งๆ หน้าทำท่าอึกอักเพราะแสนจะลำบากใจ และนั่นก็เท่ากับเป็นการเปิดช่องให้ผู้ที่อยากเป็นเขยตระกูลใหญ่รีบเอ่ยเป็นเชิงรบเร้า   

“อย่าปฏิเสธเลยนะครับ ครีมเบี้ยวนัดพี่มาหลายรอบแล้วนะ”

“งั้นครีมขอดูก่อนนะคะ ว่าจะติดอะไรหรือเปล่า” คิริมาตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะไม่ต้องการให้อีกฝ่ายรั้งเธอไว้นานกว่านั้น ด้วยไม่อยากตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน    

“ครั้บ งั้นพี่จะรอนะ หวังว่า…”

ยังไม่ทันที่นายแพทย์ร่างใหญ่หุ่นหมีจะได้เอ่ยจบประโยคคนที่ถือวิสาสะหยุดยืนข้างเธอตั้งแต่ทั้งคู่เริ่มสนทนากันก็คว้าหมับเข้าที่ลำแขนกลมกลึง แล้วลากร่างบางติดมือไปอย่างหน้าตาเฉย ทำเอาหมอกฤษถึงกับอ้าปากค้าง ครั้นจะสบถด่าด้วยความหัวเสียอีกฝ่ายก็ลากคิริมาไปไกลเสียแล้ว        

“แค่ผู้ชายเอ่ยปากชวนไปกินข้าวไม่ต้องดีใจจนพูดไม่ออกขนาดนั้นก็ได้”

ก่อนจะถึงโต๊ะคนที่กุมแขนเรียวเสลาอยู่ก็พาเธอหยุดเดินเสียดื้อๆ แล้วจงใจกระซิบกระซาบข้างใบหูน้อยให้พอได้ยินกันแค่สองคนด้วยวาจาตีรวนชวนหาเรื่อง    

“ถ้าอยากจะมีเรื่องก็เดินกลับไปหาหมอกฤษโน่น อย่ามาหาเรื่องฉัน ฉันหิว…ปล่อย!” คิริมากดเสียงต่ำลอดไรฟันเกือบเป็นกระซิบ ก่อนจะบิดแขนออกจากอุ้งมือใหญ่  

จากนั้นทั้งคู่ก็กลับมานั่งลงที่โต๊ะ ปิยฉัตรชวนคิริมาคุยเรื่องไปทำจิตอาสาที่สถานสงเคราะห์คนพิการ ส่วนพงษ์สวัสดิ์ก็คุยกับธารธาราอย่างถูกคอ หมั่นตักอาหารใส่จานให้สาวเจ้าแบบไม่แคร์สายตาใคร จนโดนปิยฉัตรแซวยกใหญ่ แต่นอกจากจะไม่สะทกสะท้านแล้วพ่อคุณยังยิ้มร่าเหมือนถูกอกถูกใจเสียเต็มประดา ส่วนคิริมาก็ได้แต่พยายามทำเหมือนไม่มีตัวตน ก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารในจานของตนเงียบๆ ตอนมาหิวจนแทบตาลายแต่กลับแทบกลืนข้าวไม่ลง เสียงหยอกเย้าสาวของเขามันทำให้ปากของเธอขมปร่าไปหมด แต่แล้วก็ต้องชะงักกึกเมื่อคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตักกุ้งตัวโตในถ้วยต้มยำมาวางแหมะบนจานข้าวของเธอ ท่ามกลางความตะลึงงันของทั้งปิยฉัตรและธารธารา คิริมานิ่งค้างไปหลายวินาที ก่อนจะเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างงงๆ               

“กินสิ…ผมรู้ว่าคุณชอบ”

จอมเย็นชาเอ่ยหน้าตาย ขณะมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่วางตา แล้วก็ต้องเกือบหลุดคำรามออกมาด้วยความไม่พอใจเมื่อคนที่เขาอุตส่าห์สละกุ้งสุดโปรดให้บอกว่าอิ่มแล้ว จากนั้นก็ผุดลุกขึ้น เอ่ยขอตัวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วเดินเชิดหน้าจากไปแบบไม่เหลียวหลัง



คิริมาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อกลับมาถึงห้องทำงานของตน การไปทานข้าวเที่ยงในโรงอาหารเป็นครั้งแรกในรอบปีนอกจากจะทำให้เธอทำตัวไม่ถูกแล้ว ยังแสนจะอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก  

“ไปแอบคุยกับไอ้ลูกหมานั่นอยู่หรือไง ถึงเพิ่งมาถึง”

น้ำคำรวนๆ ที่โพล่งขึ้นทำให้คนที่ตั้งท่าจะทรุดกายลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ถึงกับสะดุ้งเฮือกสุดตัว แล้วหันขวับไปมองผู้ที่บุกเข้ามาในห้องทำงานของเธอทันควัน

“คุณ!”

“ปฏิเสธไอ้หมอหน้าหม้อนั่นไปซะ!”   


อิอิ อิป๋าหึงหนูครีมสุดๆ ไปเลยจ้า บอกเลยว่าหนูครีมจะมีหนุ่มมาจีบให้อีป๋าได้หึงอีกเพียบ เอาให้อกแตกตายไปเลย เอิ๊กๆๆๆ ตอนหน้าจะเป็นยังไง อิป๋าเล่นบุกห้องทำงานหนูครีมเลย ต้องไปตามลุ้นกันต่อจ้า เอ้า…ใครรออยู่ ใครยังตามอ่านตลอดๆ เม้นท์มาแสดตัวอย่างด่วนๆ จ้า ^^

###ปล.หายไปหลายวันเพราะไม่สบายจ้า แพ้อากาศหนักมาก มีอาการปวดและแน่นหน้าอกซ้ายจนทำอะไรแทบไม่ได้ และนอนไม่หลับจ้า มันเป็นค่อนข้างหนักเลยค่อนข้างต้องระวังอาการตัวเองและกินยาสเตียรอยด์เพิ่มจ้า อ่านแล้วเป็นยังไงเม้นท์มาบอกกันบ้างนะคะ ^^


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น