เฌอรามิล/ษุรอยยา/วาเลนไทน์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตามแผน ตอนที่ 1

ชื่อตอน : ตามแผน ตอนที่ 1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 411

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2562 12:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตามแผน ตอนที่ 1
แบบอักษร


“นี่ของคุณ...” หลังจากขายของเสร็จ เก็บร้านทำความสะอาดทุกอย่างโคตรจะเอี่ยมอ่อง ชายหนุ่มก็ยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้ณธิดา หล่อนรับเอาไว้ด้วยท่าทีงง ๆ

แต่ก็เอา!

“ให้ฉันทำไมเหรอ เมื่อวันก่อนก็พาไปซื้อของแล้วนี่” หล่อนถาม เพราะเป็นมารยาท

“ค่าแรงไง ผมไม่ชอบเอาเปรียบใคร คุณจะได้มีเงินไว้ใช้ส่วนตัวด้วย” เขายิ้ม...

ยิ้มแบบโลกละลาย ให้ตายเถอะ พ่อค้าลูกชิ้นจำเป็นต้องเท่เถิดเทิงขนาดนี้ไหม หรัณย์เป็นคนหน้าตาดี ตาคม สูงใหญ่อย่างมาตรฐานชายไทยแท้ ผิวไม่ขาวจัดแต่ก็ไม่ได้คล้ำมาก เค้าโครงหน้าตาไม่ถึงกับหล่อจนสะกดใจ แต่เมื่อได้มองซ้ำจนเคยคุ้น กลับตรึงสายตาให้ละไปทางอื่นไม่ได้เลย เสื้อผ้าหน้าผมที่เขามี ไม่ได้ราคาแพงหรู แต่ดูสะอาด เรียบร้อย เหมือนเติบโตมาจากครอบครัวที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี ผิดแผกแตกต่างจากคนในย่านที่เขาอยู่อาศัยโดยสิ้นเชิง

“ขอบใจนะ...” หญิงสาวก้มงุด ในขณะที่เขากำลังปิดประตูร้าน และนำหน้าไปที่รถ ซึ่งจอดอยู่ในลานจอดรถ ไม่ห่างกัน

“ไม่เป็นไร ปกติผมจ้างพม่าให้วันละห้าร้อยน่ะ ไว้อีกหน่อยคุณทำงานคล่องผมจะเพิ่มให้เท่าพม่า” เขากล่าวไม่ยี่หระ แต่คนฟังถึงกับจุกเหมือนถูกใครเอาค้อนมาทุบหัว

หล่อนทำงานในห้องแอร์ มีโต๊ะทำงานส่วนตัว เงินเดือนสี่หมื่นเชียวนะ! ต้องมานั่งเสียบลูกชิ้นปิ้งแลกค่าแรงวันละสี่ร้อย ควรดีใจมากเลยใช่ไหม!

            พอนึกถึงเรื่องงาน... หล่อนก็รู้สึกโล่งใจที่ได้ยื่นเรื่องขอลาล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว เนื่องจากมีแผนจะไปฮันนีมูนยังต่างประเทศหลังแต่งงาน ใครจะไปคิด ว่านอกจากจะไม่มีวันนั้นแล้ว หล่อนกลับต้องมีวันนี้...

            “ปลื้มใจจัง” หล่อนประชดประชันเสียงอ่อน เรี่ยวแรงก็อ่อนกำลังลงตามค่าแรงไปด้วย

            “ดีใจขนาดนั้นเชียว นี่เธอคงไม่เคยได้จับเงินเยอะ ๆ เลยสินะ” ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปนั่งประจำที่ แต่ยังชวนคุยต่อ

            “เยอะจนกินใช้ทั้งชีวิตก็ยังไม่หมดกันเลยทีเดียว”

            “หือ... ว่าอะไรนะ” เขาถามเมื่อหญิงสาวเข้ามานั่งในรถพลางบ่นพึมพำ ฟังไม่ได้ศัพท์

            “หิวข้าว ตั้งแต่เช้าเพิ่งได้กินไปมื้อเดียวเอง” เจ้าหล่อนทำหน้ามุ่ย ถอนหายใจเฮือกใหญ่

            “เรื่องแค่นี้เอง... แล้วก็ไม่รีบบอก” ชายหนุ่มดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดตัวไว้ แล้วเอื้อมมือไปลูบศีรษะหญิงสาวเชิงหยอก เพราะหล่อนยังนั่งขมวดคิ้วเป็นปม ยกมือกอดอกเหมือนเด็กน้อยอยากได้ขนม แต่มีคนขัดใจ

            “ไม่ต้องมายุ่ง...” หล่อนปัดมือเขาออก บุ้ยปากใส่

            เขาออกรถ สายตาละจากหล่อนไปมองทางถนน ส่ายหน้าพลางยิ้มจนเห็นฟันขาว

            ยิ้ม... ยิ้มอีกแล้ว หมอนี่ต้องเมากัญชาแน่ ๆ เลย และหล่อนก็เมาเขาอีกที!

คืนนั้นหรัณย์พาหล่อนไปรับประทานอาหารง่าย ๆ ที่ร้านแห่งหนึ่ง จากนั้นก็พาแวะเซเว่นอีเลฟเว่นเพื่อซื้อของบางอย่าง หล่อนจึงถือโอกาสแอบซื้อโทรศัพท์ราคาหนึ่งร้อยเก้าสิบเก้าบาท เผื่อไว้ใช้ยามจำเป็น กว่าจะเสร็จธุระก็ล่วงเวลาไปกว่าเกือบสามทุ่ม เป็นวันที่ณธิดารู้สึกทั้งล้าทั้งเหนื่อย และเหนียวตัวคิดถึงอ่างอาบน้ำอุ่น ๆ ที่บ้านเป็นที่สุด

ชายหนุ่มขับรถฮัมเพลงไปเรื่อย ๆ ส่วนหล่อนก็เผลอหลับไปบ้างตื่นไปบ้าง เขาก็ไม่ได้สนใจไปมากกว่าเพื่อนร่วมทางคนหนึ่ง

“จะไปไหนเหรอซัน... ไม่ใช่ทางกลับบ้านนี่” หล่อนเอ่ยถาม เขาเลิกคิ้วมองแล้วแสร้งจุ๊ปาก สร้างความน่าหงุดหงิด

“ไม่พาไปขายหรอกน่า ตัวเท่านี้จะได้สักกี่บาท”

“มุกเก่า ๆ อย่าท่าเยอะ ฉันเหนื่อยจะแย่ นายจะแวะไปไหนมาไหนตามใจไม่ได้นะ ฉันอยากกลับห้องไปอาบน้ำนอนเต็มทีแล้ว”

“โห่... สรุปผมหรือคุณเป็นผู้อาศัยกันแน่” แล้วรถก็จอดนิ่ง

ณธิดาหันกลับไปมองนอกหน้าต่างฝั่งที่ตัวเองนั่ง สองข้างทางถนนมีแต่ป่า และกองขยะเรี่ยราด หล่อนเบะปากกลืนน้ำลายลงคอ ในขณะที่ประตูด้านคนขับถูกเปิดออก กลิ่นอันไม่พึงประสงค์เล็ดลอดเข้ามาในบัดดล จนต้องเอามือปิดจมูก และนึกขึ้นได้ว่าในรถมีหน้ากากอนามัยอยู่ หล่อนไม่รอช้ารีบเอื้อมมือไปรื้อกล่องใส่ของด้านหลัง จึงได้เห็นหรัณย์เปิดกระโปรงรถพอดี เขาดึงเอากระสอบใส่ของบางอย่างออกจากท้ายรถ

หมาเห่าเสียงระริกระรี้ยิ่งทำให้แปลกใจ จึงรีบนำหน้ากากอนามัยมาสวม แล้วเอี้ยวตัวกลับเปิดประตูรถลงไปดู แล้วก็ต้องชะงัก นิ่งงัน แสงไฟจากรถที่ยังติดเครื่องยนต์ทำให้สามารถมองเห็นทุกอย่างได้ไม่ยาก

หรัณย์ถือไฟฉายมือหนึ่ง อีกมือกำลังลากถุงกระสอบ เดาว่าคงเป็นอาหารสุนัข โดยมีเพื่อนจรจัดสี่ขาล้อมหน้าล้อมหลังเดินตามไม่ห่าง พวกมันส่งเสียงดีใจ บ้างก็กระโดดเกาะจนชายหนุ่มต้องยกมือขึ้นปราม ซึ่งพอส่งสัญญาณเช่นนั้นดูเหมือนพวกมันจะเข้าใจ และยอมสงบ ทั้งที่ดูอาการแล้วคงหิวโหยกันเหลือเกิน

ย้อนนึกถึงตัวเอง... หากหรัณย์ไม่เก็บไปเลี้ยง หล่อนก็คงไม่รู้จะเร่ร่อนไปทางไหนเหมือนกัน ในเมื่อตัดสินใจจะหันหลังให้โลกของตัวเองแล้ว ก็ไม่ได้มีกะจิตกะใจเดินกลับไปในตอนนี้

“ใจเย็นไอ้หนู... โทษทีวันนี้มาช้า” ชายหนุ่มหยอกเย้ากับพวกมัน พลางคาบไฟฉายไว้ในปาก แล้วเทอาหารใส่ในภาชนะที่ถูกทิ้งเรี่ยราดสี่ห้าใบ พวกมันไม่รอช้า กรูกันเข้าไปล้อมถาดที่มีอาหารเต็มจนล้น รุมกินอย่างตะกละตะกลาม บางตัวส่งเสียงขู่เพื่อนร่วมชะตากรรม แต่หรัณย์ก็คอยห้ามปรามไม่ให้พวกมันทะเลาะกัน

“หิวล่ะสิ... กินตามสบาย ข้าไม่แย่งพวกเอ็งหรอก” เขากล่าวกลั้วหัวเราะ รอยยิ้มเรืองรองจนไฟฉายที่กำลังถือตวัดไปมาเล่นกับเหล่าหมาจรดูมืดไปเลย สีหน้าบริสุทธิ์ของเขาเปล่งประกายเสียกว่าแสงไฟเป็นไหน ๆ

ณธิดารู้สึกว่า... โลกทั้งใบ มันสว่างออร่า ทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มกว่า ๆ น่าจะได้

“ว่าไงสาวน้อย อยากไปร่วมแจมกับพวกมันไหม”

“ว้าย!” หล่อนสะดุ้งโหยง กะพริบตามองชายหนุ่มที่ยืนประชิดตัวด้วยความงุนงง แทบไม่รู้ว่าเขามาถึงตัวตอนไหน

“ทำหน้าทำตาเหมือนหิวนะเนี่ยเรา” เขายังแซวไม่เลิก พลางเดินอ้อมไปทางฝั่งคนขับ แล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งประจำที่

“บ้าเหรอ... ฉันเพิ่งกินข้าวเมื่อกี้เอง” หล่อนเปิดประตูเข้ามานั่งบ้าง พยายามไม่สนใจสายตาคมปลาบ กับรอยยิ้มยียวน

“นึกว่าอยากกิน...”

“ใครจะไปกินอาหารหมา”

“ผมหมายถึง... อาจจะอยากกินหมา” แล้วก็โพล่งหัวเราะร่วน ชอบอกชอบใจ

“นี่! จะกลับได้หรือยัง ที่นี่ทั้งมืดทั้งเปลี่ยว น่ากลัวจะตาย”

“ถ้าไม่อยากกินหมา... กินผมก็ได้นะ ผมเต็มใจเสิร์ฟ” มิวายยังหยอด ก่อนจะหันไปมองถนน อมยิ้มแล้วลอบเลียริมฝีปากและออกรถสู่เส้นทางอีกครั้ง

ณธิดาพยายามไม่มองพลขับ แต่ไม่รู้ทำไมเหมือนกันลูกตาหล่อนมันถึงเกเรไม่เชื่อฟังคำสั่งเอาเสียเลย รอยยิ้มของเขามันมีอาถรรพ์! เหมือนมีมือใครสักคนจับศีรษะให้หันไปทางนั้นทุกครั้งที่เผลอ ทฤษฎีแรงดึงดูดของโลกไม่ได้ดูดให้น้ำหนักหน่วงไปทางด้านข้างนี่!

ทำไมหน้าของหล่อนถึงถูกชักนำให้หันไปทางเขาตลอด! ต้องขืนคอจนตาจะเหล่อยู่แล้ว

และเมื่อมาส่งหล่อนที่ห้อง ต่างก็ผลัดกันอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน เขาก็ทำท่าจะออกไปข้างนอกเสียดื้อ ๆ

            “นายจะไปไหน...”

            “ไปซุ้มมือปืน”

เป็นอันรู้กัน... ว่าเขาจะไปซุ้มยาดอง

เมื่อแน่ใจว่าชายหนุ่มขับรถออกไปแล้ว ณธิดาจึงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าหิ้ว แล้วทิ้งตัวนอนลงบนเตียง ซึ่งหรัณย์ยกให้เป็นการชั่วคราว ส่วนตัวเขาก็ปูผ้านวมนอนกับพื้น เป็นอย่างนี้มาหลายวัน ไม่ได้มีท่าทีว่าชายหนุ่มจะปฏิบัติเกินเลยกับหล่อน แม้จะชอบดื่ม แต่ก็ควบคุมตัวเองได้ดีมาก จนบางครั้งหญิงสาวก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เขาเป็นสุภาพบุรุษ หรือเป็นเกย์กันแน่

“ญา นี่กูเอง ปลาย” หล่อนกล่าวกับปลายสาย เมื่ออีกฝ่ายกดตอบรับ...

‘ปลาย! มึงอยู่ไหน ทุกคนเป็นห่วงมากมึงรู้ไหม ทำไมไม่กลับบ้าน’ เสียงแหลมหวีดร้อง แล้วซัดคำถามรัว ซึ่งหล่อนก็คาดการณ์เอาไว้แล้วว่าต้องเป็นเช่นนั้น

“กู... สบายดี แต่ยังไม่อยากกลับตอนนี้”

‘ปลอดภัยก็ดีแล้ว ทำไมมึงไม่ติดต่อมาเลยปลาย รู้ไหมพวกเราจะเป็นบ้าอยู่แล้ว’

“ขอโทษนะญา ฝากขอโทษทุกคนด้วย ส่วนคุณแม่เดี๋ยวกูจะโทร.ไปคุยกับท่านเอง” เมื่อได้ยินน้ำเสียงทั้งดีใจและตำหนิของเพื่อน ทำให้หล่อนสำนึกได้ว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้มีแต่หล่อนที่เจ็บปวด คนรอบข้าง ญาติสนิทมิตรสหายต่างก็เสียใจเหมือนกัน และยิ่งทุกข์ตรมไปกว่า เมื่อหล่อนมาหายตัวไม่ส่งข่าวคราวถึงใครเลย

‘แล้วมึงอยู่ไหน อยู่กับใคร คืนนั้นเกิดอะไรขึ้น ตำรวจตามไปเจอรถจอดอยู่ร้านเหล้าริมทะเล แต่ออกตามหาก็ไม่พบมึง หลายคนก็คิดว่ามึงเดินลงทะเลฆ่าตัวตายไปแล้วรู้ไหม’ เพื่อนสาวถามย้ำพร้อมเล่าเหตุการณ์อีกด้าน หลังจากหล่อนขับรถออกจากโรงแรมในคืนนั้น

“กูไม่ทำบ้า ๆ แบบนั้นหรอก กูก็ขับรถมาเจอร้านเหล้า เลยนั่งดื่ม ทีนี้เริ่มเมา กูก็ยิ่งเฮิร์ทอะมึง กูก็เดินมาเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว กูก็หลับ... แล้วก็มีคนมาช่วยกูไว้ กูเลยขออยู่กับเขาชั่วคราว”

‘เขาให้มึงอยู่เหรอ... แล้วเขาเป็นใคร ไว้ใจได้เหรอปลาย’

“เป็น... พ่อค้าขายลูกชิ้นปิ้ง ก็เป็นคนดีนะ ช่วยเหลือกูทุกอย่าง”

‘พ่อค้าขายลูกชิ้น!’ ปลายสายอุทานเสียงสูง

“แต่หล่อนะเว้ย ขยันด้วย แล้วก็เจ้าสำอาง สะอาดมาก ๆ เลยมึง”

‘เพื่อนสาว?’ อีกฝ่ายตั้งข้อสงสัย

“ไม่รู้เหมือนกันว่ะ ดูไม่ออกเลย นอกจากเรื่องความสะอาดเกินผู้ชายไทย แล้วก็... ไม่ค่อยสนใจผู้หญิง อย่างอื่นก็ปกติ ดื่มเหล้า ชอบดูนางแบบโป๊” หล่อนตอบเพื่อนคร่าว ๆ

‘ระวังตัวนะปลาย กูจะรีบไปหามึงตอนนี้เลย ยังอยู่ชลบุรีใช่ไหม’

“เออ... ยังอยู่ชลบุรี ขอบใจมากนะญา กูบอกมึงแล้วไงว่าขออยู่แบบนี้สักพัก กูยังไม่อยากกลับไปที่จุดเดิม เห็นอะไรเดิม ๆ บรรยากาศเดิม ๆ มึงเข้าใจกูไหม... กูยังไม่พร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับใครต่อใคร กูไม่รู้จะวางตัวยังไง”

‘ก็ได้ กูเข้าใจ... แต่มึงต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะปลาย อย่าลืมโทร.ไปคุยกับคุณแม่ด้วยนะ ท่านเป็นห่วงมึงมาก’

“เข้าใจแล้ว กูสัญญาแล้วไง... ว่าแต่มึงเป็นยังไงบ้าง โธมัสล่ะ กลับอังกฤษหรือยัง” ณธิดาชวนเปลี่ยนเรื่องคุย กลับเป็นฝ่ายถามสารทุกข์สุกดิบของเพื่อนบ้าง

‘ยังเลย รอบนี้คงกลับพร้อมกัน เป็นห่วงก็แต่มึงนี่แหละ’

“ห่วงอะไรกู... กูไม่เป็นไรง่าย ๆ หรอก โธมัสเขาเป็นคนดี อย่าทำให้เขาไม่สบายใจเพราะกูเลย ให้เวลากับเขาเต็มที่เถอะญา” เมื่อกล่าวถึงสามีของเพื่อนรัก หญิงสาวรู้สึกสะท้อนใจเหลือเกิน ยอมรับว่าอิจฉาญารตีที่ได้พบผู้ชายแสนดีอย่างโธมัส แถมยังเป็นหนุ่มอังกฤษรูปงาม คุณสมบัติเพียบพร้อม เพียงกระดิกนิ้ว ผู้หญิงก็พร้อมจะวิ่งเข้าใส่ แต่โธมัสกลับซื่อสัตย์ และมอบความรักให้แก่ญารตีเพียงผู้เดียว แม้แต่ปลายหางตายังไม่เคยเหลือบมองหญิงอื่น

พวกหล่อนยังเคยเอ่ยปากแซวกันในกลุ่มเพื่อน ว่าญารตีต้องมีของดี ไม่ก็ลีลาแซ่บทรวงระดับพริกสดมาทั้งสวนแน่ ๆ โธมัสถึงได้ติดอกติดใจ ในช่วงที่คบกันแรก ๆ ถึงขนาดกลับประเทศไม่ถูกอยู่หลายเดือน จากนั้นก็พัฒนาความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว กระทั่งได้แต่งงานกัน

แต่ความอิจฉา ณ ที่นี้ ไม่ได้เป็นความอิจฉาในทำนองคิดร้ายทำลายเพื่อน แต่มันคือความประทับใจในสิ่งที่เพื่อนได้รับ และอยากให้สิ่งดี ๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นกับตัวเองบ้าง แม้สักเสี้ยวหนึ่งให้พอชื่นใจ

แต่ความคิดนั้นคงต้องพับเก็บ ในขณะที่หล่อนอายุยี่สิบแปดแล้ว ยังจะมีผู้ชายดี ๆ ที่ไหนเหลือมาตกถึงท้องถึงพุง ขนาดคบกันเป็นสิบปี สุดท้ายเวลาก็ไม่ช่วยอะไรเลย...

‘โธมัสเขาโอเคมึง... ถ้าวันไหนมึงพร้อมจะกลับมาในโลกแห่งความจริง บอกกูนะ กูจะไปรับมึงกลับมาเอง’

“ขอบใจมากญา... อิจฉามึงว่ะ อยากเจอคนดี ๆ อย่างผัวมึงบ้าง สักครึ่งก็ได้กูแก่แล้ว กูอยากแต่งงาน อยากมีครอบครัว ทำไมกูต้องเจออะไรแบบนี้ด้วยวะมึง” แม้จะบอกตัวเองให้เข้มแข็ง แต่เมื่อได้พูดคุยกับเพื่อนรู้ใจ มันก็อดไม่ได้จริง ๆ ที่จะปลดปล่อยความรู้สึกออกมา หลังจากเก็บกลั้นมาหลายวัน

‘ปลาย กูเชื่อว่ามึงต้องได้พบคนคนนั้น การที่มึงกับพี่ก้องไม่ได้อยู่ด้วยกัน บางทีมันก็เป็นเพราะมึงยังมีบุญอยู่นะ ลองคิดดูถ้าเรื่องมันไม่แดงขึ้นมา งานแต่งพ้นไป ถึงขั้นมีลูกมีเต้า แล้วชีวิตมึงจะไม่แย่กว่านี้เหรอ’

“มันก็จริง...” หล่อนเช็ดน้ำตาป้อย ๆ ถอนหายใจดึงสติไม่ให้จมอยู่กับความเศร้า เพราะมันช่างไร้ค่า และเสียเวลาของชีวิตที่เหลืออยู่

‘สรุปมึงจะยังไม่กลับจริง ๆ ใช่ไหมปลาย’ เพื่อนสาวย้ำ เป็นใครก็คงไม่ไว้ใจให้บุคคลที่ตัวเองรักระเหเร่ร่อนในสภาพเหมือนนกปีกหักได้สนิทใจหรอก

“ใช่... กูยื่นลาพักร้อนไว้สามเดือน ยังมีเวลาอีกถมเถ ถึงตอนนั้นอะไร ๆ ก็ต้องดีขึ้น”

‘ตามใจ... อย่าเผลอหลงไอ้หนุ่มขายลูกชิ้นปิ้งเข้าล่ะ พี่ก้องคงได้อกแตกตาย ที่มึงหนีงานแต่งไปอยู่กินกับคนขายลูกชิ้น’

“ญา... ไอเดียมึงเริ่ดว่ะ”

‘เฮ้ย! กูพูดเล่น มึงก็ล้อกูเล่นใช่ไหม’

“มึง เขากลับมาแล้ว... แค่นี้ก่อนนะ” ยังไม่ทันขาดคำ ประตูห้องก็เปิดออก ทันเวลาพอดีกับที่หล่อนซุกมือถือเครื่องเล็กกะทัดรัดไว้ใต้ผ้าห่ม แอบเสียใจลึก ๆ ที่ยังไม่ทันได้โทร.หามารดา

“ยังไม่นอนเหรอคุณ” เขามองนิ่งชั่วครู่ ก่อนจะก้าวเข้ามาในห้องพัก ถอดรองเท้าผ้าใบใส่ในตู้แล้วเดินมานั่งตรงโต๊ะเล็ก ๆ ริมหน้าต่าง ใช้มือทุบนวดต้นคอเบา ๆ คล้ายจะเมื่อยล้าเสียเต็มประดา

“กำลังจะนอนพอดี...” หล่อนแสร้งขยับร่นตัวจนศีรษะวางบนหมอน แล้วดึงผ้าห่มมาคลุมถึงอก แต่พลันสายตา ก็เห็นความผิดปกติบางอย่างเข้าพอดี

“พรุ่งนี้จะไปตลาดกับผมอีกไหมจะได้ปลุก หรือเข็ดแล้ว”

“นายไปโดนอะไรมา ทำไมมีเลือด...” แทนคำตอบ หล่อนมองต่ำไปที่ขากางเกงยีน ซึ่งเปื้อนสีแดงสดประปราย และหล่อนมั่นใจว่ามันคือเลือด หมอนี่ต้องไปตีรันฟันแทงกับใครมาแน่ ๆ เลย พอดื่มแล้วเมา มีเรื่องชกต่อยกันคงเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนในละแวกนี้ แต่สำหรับหล่อนแล้ว มันคือความรุนแรงที่ทำให้สังคมเสื่อมโทรม เป็นวิธีการถ่อย ป่าเถื่อน และไม่ควรได้รับการยอมรับเลย

หญิงสาวเบะปาก...

“เลือดหมาน่ะ...”

“หือ... นายนี่มัน ทุเรศจริง ๆ ทำได้แม้กระทั่งหมา” หล่อนกล่าวหาด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง นึกว่าไปทะเลาะกับใครมา ที่ไหนได้... ทะเลาะกับหมา! ก่อนหน้าก็เห็นเป็นคนดีรักสัตว์รักสิ่งแวดล้อมแท้ ๆ

            เรื่องที่คุยกับญารตีคงเป็นอันยกเลิกเด็ดขาด หล่อนไม่มีวันญาติดีกับพวกไร้มนุษยธรรม แม้จะขยันปานใด รักสะอาดเท่าไหร่ รูปร่างหน้าตาดีแค่ไหน ก็ไม่ช่วย!

            “คุณเนี่ยนะ... วัน ๆ คิดได้แต่เรื่องอุตริ ผมไปช่วยหมาถูกฟันที่ซุ้มเฮียอ้าย เพราะไม่มีใครอยากสนใจหมาจรจัด เฮียเขาเลยโทร.ตามให้ผมไปรับมันส่งโรง’บาลสัตว์” เขากล่าว สีหน้าท้อแท้เหนื่อยหน่าย

            “อย่างนี้นี่เอง... ฉันขอโทษนะ ก็นายไม่รีบบอกนี่” หล่อนถึงกับเสียงอ่อน ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับหล่อนเข้าใจผิดตั้งแต่แรกเริ่มเลย เพราะคิดว่าเขาไปดื่ม...

            “ช่างเถอะ ๆ ผมจะอาบน้ำ วันนี้เหนื่อยมาก พรุ่งนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้าอีก”

            “ถ้างั้น... พรุ่งนี้ฉันไปช่วยนายดีกว่า”

            “ตามใจ” หรัณย์เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบของใช้ส่วนตัว เดินเข้าห้องน้ำไป โดยไม่ได้สนใจหันมองหล่อนขณะเอ่ยรับปาก

            ณธิดาดึงหมอนมากอด รู้สึกไม่สบายใจกับสีหน้าของเขา หลายวันที่ผ่านมาหากเขาคิดมิดีมิร้าย หล่อนคงไม่เหลือซากแล้ว และหล่อนก็เป็นอย่างที่ชายหนุ่มตัดพ้อจริง ๆ อะไรนิดอะไรหน่อยก็พาลกล่าวหาในแง่ร้ายทุกอย่าง  แม้หรัณย์จะไม่เคยพูดรุนแรง แต่หล่อนก็พอเล็งเห็นถึงความอ่อนอกอ่อนใจ เพราะการใช้ชีวิตประจำวันของเขา จู่ ๆ ก็ต้องวุ่นวายต้องเปลี่ยนไปจากเดิมเพราะใครมาจากไหนก็ไม่รู้ อย่างหล่อน...  


ความคิดเห็น