Sakuya Aika

พี่ไนท์จะไม่อ่อนโยนแล้ว~ ขอบคุณที่ยังไม่ลืมคู่นี้นะคะ เมนต์ติชมได้คร่า

ชื่อตอน : บทที่ 1 (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มี.ค. 2562 18:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 (3)
แบบอักษร

ผ่านไปสักพักสองคนนั้นก็กลับมาที่โต๊ะ ไอ้ไนท์สะบัดหน้าพลางเอามือขยี้ตาข้างที่ถูกปูกระเด็นใส่จนผิวขาวๆ ตรงเบ้าตากับนัยน์ตาของมันแดงเป็นปื้น ผมเห็นแล้วก็ตกใจ ไม่คิดว่าจะหนักขนาดนี้

“พี่ไนท์ทำไมหน้าแดงแบบนั้นพี่” เอิร์ธมันลุกขึ้นมองอย่างเป็นห่วง

“พี่ใส่คอนแทคเลน พอมีอะไรเข้าตาเลยเคืองๆ กว่าปกติ เอาเศษปูออกได้แล้วแต่ยังไม่หายแสบเลยว่ะ เดี๋ยวพี่จะกลับก่อนนะเอิร์ธ เป็นแบบนี้คงกินต่อไม่ไหว”

“ครับ…”

“ปายถ้ามึงยังไม่อิ่มจะนั่งต่อก็ได้”

“พูดอะไร ผมต้องไปส่งพี่อยู่แล้ว” ปายโต้กลับ

“แล้วรถมึงอ่ะ”

“ก็เดี๋ยวผมขับรถไปส่งพี่ จากนั้นค่อยนั่งแท็กซี่กลับมาเอา”

“มึงเพิ่งกลับจากเมืองนอก ไม่น่าชินทางแถวนี้ พี่กลับเองดีกว่า” ไนท์มันตบบ่าไอ้ปายอย่างเป็นห่วงโดยไม่ดูสภาพตัวเองเลยสักนิด

“ถ้าอย่างงั้นผมขับรถตัวเองไปส่งพี่ด้วย ถ้าไม่เห็นว่าพี่ถึงห้องอย่างปลอดภัยผมก็ไม่สบายใจ”

ไอ้ปายนี่ก็ตื๊อจริงวุ้ย เป็นผมผมปล่อยให้แม่งกลับเองนั่นแหละ ดื้อดีนัก ผมขี้เกียจฟังสองคนนั้นโต้แย้งกันไปมา ยื่นตะเกียบออกไปหวังคีบเนื้อบนกระทะแต่เอิร์ธมันก็ขัดจังหวะขึ้นมาซะก่อน

“ถ้างั้นให้ตะวันขับรถไปส่งพี่ไนท์ที่ห้อง แล้วผมขับรถมันตามไปรับมันที่ห้องพี่ดีไหมครับ”

ไอ้เชี่ยเอิร์ธ... ผมหันขวับไปมองหน้ามันอย่างไม่อยากเชื่อหู แม่งเอาอะไรคิดวะ แค่พูดมาก็ฟังยากแล้วไอ้ห่านี่

สายตาของไอ้ไนท์กับไอ้ปายตวัดมามองผมทันทีที่ได้ยินไอ้เอิร์ธมันพูด

“ไม่เป็นไร ไม่รบกวนพวกคุณ เดี๋ยวผมไปส่งพี่ไนท์เอง” ปายยังคงยืนกรานแบบนั้น ซึ่งก็ดี ผมไม่ได้อยากไปส่งไอ้เวรนั่นให้ยุ่งยากสักนิด เอิร์ธเม้มปากอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ แต่มันดันเตะขาผมยิกๆ เตือนให้ผมทำอะไรสักอย่างเพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบที่เป็นต้นเหตุให้ไอ้ไนท์มันเจ็บตัว

แค่เศษปูกระเด็นเข้าตา จะสำออยอะไรขนาดนั้นวะ อ่อนแอฉิบ ผมยกขาหลบเท้าไอ้เอิร์ธพลางถลึงตาใส่มันเตือนให้หยุดเล่นเป็นเด็กๆ ก่อนชำเลืองไปมองไอ้ไนท์ด้วยสายตาจริงจัง ซึ่งไนท์มันก็กำลังมองผมกับเอิร์ธอยู่เหมือนกัน

“เออ กูขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ มึงกลับดีๆ แล้วกัน”

“เออ! ถ้ามึงตั้งใจตากูคงบอด กูไปก่อน ค่าอาหารฝากจ่ายด้วย แล้วก็คอนแทคเลนส์ซื้ออันใหม่มาคืนกูด้วย ไปเถอะปาย”

“ครับพี่”

ไอ้ไนท์พูดเสร็จก็หันไปเรียกไอ้ปายแล้วเดินออกไปทันที

“เดี๋ยวดิเฮ้ย! ค่าอาหารกูเข้าใจแต่คอนแทคเลนส์... ไอ้เหี้ย กลับมาก่อน”

ผมรีบลุกขึ้นตะโกนเรียกไล่หลังสองคนนั่นจนคนในร้านหันมามองด้วยสายตาตื่นตกใจปนตำหนิ แต่ไอ้ไนท์ก็ยกมือขึ้นโบกไหวๆ แล้วไม่หันกลับมาอีกเลยจนกระทั่งแผ่นหลังมันพ้นประตูร้านไป สัส! หมายความว่าไงวะ จะให้ผมซื้อคอนแทคเลนส์อันใหม่ให้งั้นเหรอ งั้นกูก็ต้องเจอมึงอีกน่ะสิ บ้าเอ๊ย ฝันไปเถอะ ผมทิ้งตัวลงนั่งอย่างหัวเสีย ก่อนตวัดสายตาฉุนๆ ไปทางไอ้เอิร์ธที่ตอนนี้กำลังจ้องผมอย่างกับว่าผมเป็นตัวประหลาด

“เดี๋ยวกูซื้อแล้วฝากมึงเอาไปให้มันด้วย” ผมบอก

“เกี่ยวอะไรกับกู มึงเอาไปให้เองสิ จริงใจหน่อย”

“จริงใจเหี้ยอะไร แค่เรื่องจิ๊บจ้อยแม่ง ความจริงมันจะรอเอาเงินกับกูตอนนี้เลยก็ได้ ไม่เห็นต้องรีบกลับไปก่อน”

“มึงว่าพี่ไนท์อยากได้เงินมึงหรือไง กูว่าเขาแค่ต้องการคำขอโทษจากมึงเท่านั้นแหละ ต่อให้มึงไม่ได้ตั้งใจก็เถอะตะวัน แล้วนี่จะกินต่อหรือเปล่าหรือว่าจะกลับ”

ผมมองอาหารบนโต๊ะ เพิ่งจะกินไปแค่นิดเดียวเอง อีกอย่างตัวเกะกะสายตาก็กลับไปแล้ว ต่อให้ตอนนี้ผมอารมณ์ไม่ดียังไงก็ต้องนึกถึงปากท้องตัวเองก่อนล่ะวะ

“กินสิ จะกินให้พุงกางเลยสัส” ผมพยักหน้าให้ไอ้เอิร์ธ สีหน้าคลายความตึงเครียดลงทันทีเมื่อรู้ว่าจะได้กินข้าวอย่างสะดวกใจสักที



หลายวันต่อมา

ผมกลับจากเตะบอลมาเหนื่อยๆ รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะออกไปดูหนังกับบีบี จังหวะเปิดประตูออกจากห้องไอ้เอิร์ธที่เพิ่งกลับมาก็กำลังไขกุญแจเข้ามาพอดี ผมกับมันยืนผงะมองตากันที่หน้าประตู

“มึงไปไหนมาเนี่ย ทำไมเพิ่งกลับ” ผมเป็นฝ่ายทักมันก่อน มองไอ้เอิร์ธยกแขนเสื้อนักศึกษาที่พับร่นถึงข้อศอกขึ้นซับเหงื่อด้วยแววตาสงสัย

“เดินดูหอมา แล้วแม่งเจอพี่กันต์ ซวยฉิบ แล้วมึงจะออกไปไหนเนี่ย”

“กูนัดบีบีดูหนัง คืนนี้อาจจะไม่กลับห้องนะ เมื่อกี้มึงบอกเจอพี่กันต์แล้วเกิดอะไรขึ้น”

“ก็ไม่อะไร เห็นปุ๊บกูก็รีบหลบออกมาเลย”

“อ่อ อืม… มึงรีบเหรอ กูเห็นออกไปเดินดูหอแทบทุกวัน อยู่กับกูไปก่อนก็ได้นะโว้ย ไม่ต้องเกรงใจ”

“อืม กูรู้ แต่กูเกรงใจบีบี ไม่อยากให้แฟนมึงอึดอัด”

“คิดมากน่า กูไปละเดี๋ยวสาย” ผมตบบ่าไอ้เอิร์ธไม่อยากให้มันกังวลมากไป เอิร์ธมันพยักหน้าก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ ตะโกนเรียกไล่หลังมา “ตะวัน! แล้วนี่มึงซื้อคอนแทคเลนส์ให้พี่ไนท์แล้วเหรอ”

ผมชะงักเท้าทันควัน

“ทำไมวะ แค่คอนแทคเลนส์อันเดียวจะจริงจังอะไรนักหนา อีกอย่างกูไม่รู้ด้วยว่าค่าสายตาแม่งเท่าไหร่ จะซื้อได้ยังไง”

“ไม่ต้องมาพูดตะวัน ถ้ามึงจะซื้อจริงๆ แค่ค่าสายตาทำไมจะหาไม่ได้ นี่กูถามจริงมึงมีปัญหาอะไรกับพี่ไนท์วะ กูเห็นจงเกลียดชังเขาจังเลย”

“ไม่มี แค่ไม่ชอบขี้หน้า” ผมบอกปัดก่อนจะถือโอกาสเดินออกมาแบบเนียนๆ ไม่เปิดโอกาสให้เอิร์ธซอกแซกอะไรอีก



“ดูหนังต้องจัดเต็มขนาดนี้เลยเหรอ”

ผมมองบีบีในชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสีดำเข้ารูปสวมทับด้วยแจ็คเก็ตอย่างข้องใจ บีบีเดินนวยนาดเข้ามาคว้าแขนผมไปกอดหมับ พลางฉีกยิ้มหวานหยดชวนให้รู้สึกเครียดตาม

บีบียิ้มแบบนี้ทีไรผมมีอันต้องเสียเงินตลอด

“คือว่า... ดูหนังเสร็จจะไปดื่มต่อ วันไปด้วยกันนะ”

“ที่ไหน”

“ยังไม่รู้เลย รอเพื่อนบอกอีกที”

“ไม่ใช่ว่าผับหลังมอหรอกนะ”

“ไม่หรอก เห็นเพื่อนบีบอกอยากเปิดหูเปิดตา น่าจะเป็นผับข้างนอกแหละ เราดูหนังกันก่อน ถึงตอนนั้นพวกนั้นน่าจะเลือกร้านกันได้แล้ว”

“อืม ได้สิ” ผมพยักหน้าอย่างไม่ขัดข้อง ขับรถตรงมาที่โรงหนังใกล้ๆ เลือกเรื่องเลือกรอบที่จะดูได้แล้วซื้อตั๋วเสร็จบีบีก็ลากแขนผมพุ่งไปที่เคาน์เตอร์เพื่อซื้อป๊อปคอร์นกับแก้วน้ำที่เป็นชุดเซตทันที

“แก้วน่ารักอ่า ถังป็อปคอร์นก็ดี เอาเซตนี้เถอะวัน บีอยากได้กลับบ้าน”

“อืม เอาสิ” ผมพยักหน้าอย่างไม่เรื่องมาก ทันทีที่ผมตอบตกลงบีบีก็หันไปสั่งของกับพนักงานอย่างตื่นเต้น ได้แก้วน้ำอัดลมแก้วใหญ่ที่มีฝาปิดเป็นหัวการ์ตูนสุดอลังการมาสองใบกับถังป๊อปคอร์นลายเดียวกันหนึ่งถัง หลังจ่ายเงินเสร็จผมก็ช่วยบีบีหอบหิ้วของกิ๊กก๊อกหลอกเด็กพวกนี้มานั่งรอที่โซฟาด้านหน้าทางเข้าโรงหนัง

บีบีหยิบแก้วน้ำกับถังป๊อปคอร์นขึ้นมาสลับกันถ่ายรูปยุกยิกๆ อยู่ตลอดเวลา ไม่นั่งนิ่งๆ สักที มีลากผมเข้าเฟรมบ้างเป็นครั้งคราว ผมให้ความร่วมมือตามปกติไม่ได้บ่นอะไร ให้ยิ้มก็ยิ้ม หรือให้เก๊กหน้าหล่อๆ ผมก็ทำได้ ระหว่างที่บีบีวุ่นวายอยู่กับการถ่ายรูปผมก็แชทคุยกับเพื่อนๆ ไปด้วย

กลุ่มชายสี่หมี่เกี๊ยว (4)

ตะวัน : คืนนี้กูไปต่อผับ พวกมึงคนไหนสนใจไหมวะ มาเป็นเพื่อนกูหน่อย

แต้ม : ที่ไหน

ตะวัน : ยังไม่รู้ รอเพื่อนบีบีคอนเฟิร์ม

แต้ม : แถวมอไหม ถ้าแถวนี้กูออกไปได้ แต่ถ้าไกลกว่านี้กูบาย ขี้เกียจนั่งรถ

ตะวัน : ไม่ใช่แถวมอ ถ้ามึงจะไปเดี๋ยวกูแวะไปรับ

แต้ม : แล้วคนอื่นล่ะ ว่าไง

เก้า : กูเล่นเกมอยู่ไม่ว่าง

เอิร์ธ : เหนื่อย อยากนอน

แต้ม : งั้นก็ตามสบายมึงเลยตะวัน กูจะเล่นเกมเป็นเพื่อนไอ้เก้า

ตะวัน : เออๆ ตามใจพวกมึง

เอิร์ธ : สรุปว่าคืนนี้มึงค้างกับบีบีเลยใช่ไหม

ตะวัน : ใช่ อย่าลืมล็อกห้องด้วยล่ะ

เอิร์ธ : เออ ไม่ต้องห่วง

“วันๆ จะได้เวลาแล้วไปเถอะ”

“อ้อ” ผมมองข้อความสุดท้ายที่ไอ้เอิร์ธส่งมาก่อนลุกขึ้นเดินตามบีบีเข้าไปข้างใน

หนังฉายเกือบสองชั่วโมง ออกมาอีกทีก็ห้างปิดพอดี ผมกับบีบีเดินมาที่ลานจอดรถเงียบๆ เห็นบีบีก้มหน้ากดโทรศัพท์ตลอดทางก็อดถามขึ้นมาไม่ได้

“ตกลงรู้หรือยังว่าร้านไหน”

“เอ่อ... มีการเปลี่ยนแผนนิดหน่อยน่ะ” บีบีเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มองผมอย่างลำบากใจ

“อะไร”

“พอดีเพื่อนบีอยากเที่ยวแบบส่วนตัว... เฉพาะเพื่อนๆ ในแก๊ง มันไม่ให้เอาแฟนไปด้วย”

ผมกำลังจะเปิดประตูรถหยุดฟังบีบีพูดนิ่งๆ ถามว่าเสียดายไหมที่โดนปฏิเสธกลางคันก็ไม่เท่าไหร่ แต่เสียอารมณ์มากกว่าเพราะผมอุตส่าห์เตรียมใจจะไปด้วยแล้วแท้ๆ สุดท้ายก็แห้ว

บีบีให้ผมมาส่งที่ผับแล้วให้กลับมาก่อนเพราะจะให้เพื่อนไปส่ง แต่ผมปฏิเสธและจะรอรับบีบีกลับพร้อมกัน

“วันไม่ต้องรอก็ได้ บีเป็นห่วง ไม่รู้ว่าเพื่อนมันจะกลับกันกี่โมงด้วย” บีบีพูดกับผมอย่างลำบากใจ

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวนั่งร้านแถวนี้รอ เสร็จเมื่อไหร่ก็โทรมา”

“นี่... วันโกรธอะไรบีหรือเปล่า”

บีบีจ้องผมด้วยสายตาจับผิด พอผมเล่นบทดื้อเธอก็ทำหน้าเข้มใส่ ผมโกรธเหรอก็ไม่เชิงหรอก แค่รู้สึกรำคาญความเรื่องมากของแก๊งเพื่อนบีบีนิดหน่อย อีกอย่างผมเป็นห่วงด้วย แฟนทั้งคน ไหนๆ ก็มาส่งแล้วก็รอรับกลับด้วยเลยจะเป็นไรไป ผมอุตส่าห์บอกเอิร์ธแล้วว่าวันนี้จะค้างห้องบีบี จะกลับห้องไปให้มันทำหน้างงใส่ทำไมล่ะวะ

“ไม่ได้โกรธ แค่เป็นห่วงไม่อยากปล่อยเอาไว้คนเดียว”

“คนเดียวที่ไหนบีอยู่กับเพื่อนนะวัน อย่าทำตัวคุมเข้มบีแบบนี้สิ”

“คุมเข้มอะไร ถ้าคุมเข้มไม่ปล่อยให้มาเที่ยวแบบนี้หรอก”

“วัน!”

บีบีเรียกชื่อผมเสียงขุ่นพร้อมกับทำตาแข็งใส่ ผมไม่เข้าใจว่าแค่ผมอยู่รอมันจะมีปัญหาตรงไหน

“บีจะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ วันไม่เร่ง รอกลับห้องด้วยกันมันไม่ดีเหรอบี”

“แต่บีไม่อยากพะวงไงวัน บีจะสนุกเต็มที่ได้ยังไงถ้าเกิดรู้ว่ามีคนนั่งคอยอยู่น่ะ” บีบีโพล่งความในใจออกมาก่อนจะชะงักค้างเมื่อสบสายตาเข้ากับแววตาที่หรี่ลงของผม

“งั้นแปลว่าวันอยู่ด้วยมันไม่สนุกใช่ไหม”

“วัน... บีไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ” บีบีละล่ำละลักบอก เอามือมาจับแขนผมอย่างขอร้องให้เข้าใจ แต่ผมดึงแขนออกเบาๆ ขี้เกียจฟัง

“พอแล้วบี”

“วัน...”

“เที่ยวให้สนุกแล้วกัน” ผมบอกเสียงเรียบแล้วเดินออกมาทันที บีบียืนมองผมด้วยท่าทางอึดอัดใจจนลับสายตา แต่ท้ายที่สุดเธอก็ไม่ได้ตามผมมา ส่งแค่สติ๊กเกอร์ไลน์มาง้อในโทรศัพท์แล้วก็เงียบไปเลย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น