email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 1 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2563 21:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 1 {100%}
แบบอักษร

 

 

 

มหาวิทยาลัย T คณะวิศวกรรมศาสตร์ 

ทำไมช่วงนี้ฉันถึงเหนื่อยง่ายยังไงก็ไม่รู้ หรือว่าจะพักผ่อนน้อย ก็คงอาจจะใช่ เพราะมีเรื่องในหัวให้ฉันต้องคิดมากมาย คงไม่แปลกหรอกที่ร่างกายจะเหนื่อยง่ายแบบนี้ 

“นินาว ยัยนินาว!” ฉันสะดุ้งตัวอย่างแรงตามเสียงที่ได้ยิน ก่อนจะหันไปมองแรงใส่เพื่อนตัวเองที่มาทำให้ฉันตกอกตกใจ 

“โอ้ย ตกใจหมด จะเรียกเสียงดังทำไมเนี่ย” ฉันเหวใส่เพื่อนตัวเองทันทีอย่างไม่เกรงกลัว 

“ฉันเรียกแกแล้วแกเหม่อหาพระแสงอะไรหละ” แต่ดูมันตอบฉันสิทุกคนมันกลัวฉันที่ไหนกันหละ แถมยังชอบแกล้งฉันอีกต่างหาก เพราะในกลุ่มมีแค่ฉันคนเดียวที่เป็นหญิงสาวนอกนั้นก็เป็นชายหนุ่มกันหมดเลย 

“ไอ้อาร์ค ! ”  ฉันร้องเสียงแหลมใส่หูมันทันที เพราะเอาคืนที่มันชอบแกล้งฉันมากกว่าเพื่อนคนอื่น 

“จะตะโกนเสียงดังใส่หูฉันทำไมเนี้ย แก้วหูฉันแตกขึ้นมาจะทำยังไงห่ะ” 

“เดี๋ยวฉันจัดงานศพให้ ไม่ต้องห่วงเพื่อนจ๋า” 

“ยัยนาว ฉันยังไม่ตายเว้ย เดี๊ยะๆ” มันทำท่าจะตีฉันเลยเอี้ยวตัวไปหลบอยู่ที่หลังเพื่อนอีกคน พร้อมกับทำหน้าตาทะเล้นใส่มันด้วยเป็นการแกล้ง และดูมันสิทุกคนมันตกลงมันเห็นฉันเป็นเพื่อนไหม อ้อฉันลืมแนะนำตัวเลย สวัสดีทุกคนฉันชื่อนินาว นริศราภรณ์ ปาร์ค อัครสุพัฒนา ลูกครึ่งไทยเกาหลี เรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธาชั้นปีที่ 4 แล้ว ส่วนไอ้คนที่ชื่อออาร์คหนะ มันเป็นเพื่อนรักของฉันเองเรียนวิศวกรรมอุตสาหการ มันเป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษ  หล่อ ขาว สูงแต่ติดตรงที่มันเป็นคนปากหมามาก มันไม่เคยเห็นฉันเป็นผู้หญิงหรอกนะ ดูจากการที่พูดเมื่อกี้นั่นแหละค่ะ อ้อลืมบอกไปฉันมีเพื่อนสนิทอีกสองคนนะ คือแฟรงค์ มันเรียนวิศวกรรมไฟฟ้า คนนี้เป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษ เหมือนกันกับไอ้อาร์ค มันจะเป็นคนที่ สนุกสนาน เฮฮา ขี้เล่น สาวๆในคณะนะ เป็นแฟนคลับมันเกือบหมดนั่นแหละ ส่วนคนสุดท้ายเมล เรียนวิศวกรรมเครื่องกล ลูกครึ่งไทยสเปน เมลจะเป็นสุภาพบุรุษ ใจดี ส่วนความเป็นมาของการเป็นเพื่อนของพวกเราเดี๋ยวจะมาอธิบายทีหลังแล้วกันนะ 

“ทำไมช่วงนี้แกเหม่อบ่อยจังนินาว มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า หรือมีเรื่องอีกแล้ว” อาร์คถามขึ้นหลังจากที่เราแกล้งกัน 

“เปล่าหรอก แค่เหนื่อยกับโปรเจ็คหนะ ใกล้จะถึงกำหนดส่งแล้วด้วย ยังเหลืออีกเยอะ ก็เลยเครียดๆหนะ” 

“โปรเจ็คมันไม่ได้ทำคนเดียวหนิ ทำไมแกต้องทำคนเดียวหมดเลยว่ะ ไอ้ฟิวเจอร์แฟนแกไม่ช่วยทำหรือไง หรือมีแต่เอาเวลาไปทำอย่างอื่นจนไม่สนใจงานของตัวเอง” 

“เขาก็ช่วยอยู่ แต่ช่วงนี้เขาเหนื่อยๆหนะ” ฉันบอกเพื่อนไป มันก็เหมือนการแก้ตัวแทนเขานั่นแหละ เพราะไม่อยากให้เพื่อนไปว่าเขา 

“เหอะ เหนื่อยเพราะมันไปเอากับผู้หญิงมาหนะซิ เมื่อคืนฉันเห็นมันไปผับแล้วก็หิ้วหญิงกลับด้วย”  มันจะพูดขึ้นทำไมเนี้ย ฉันรู้อยู่แล้วแหละว่าเขาเป็นคนยังไง เพราะเมื่อคืนก็ไม่ยอมกลับมานอนที่ห้องคงไปนอนที่ห้องผู้หญิงพวกนั้นแหละ และที่สำคัญมันยิ่งพูดมันยิ่งทำให้ฉันเหมือนคนโง่ยอมอยู่กับคนที่ไม่เคยรักฉันเลย 

“จ๊ะเอ๋ ! นินาวเพื่อนรัก อะ อ้าว ทำไมทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้หละ ไอ้อาร์คมึงไปพูดอะไรแทงใจไอ้นินาวอีกว่ะ” ฉันหันไปทางเสียงของเพื่อนรักฉันอีกสองคนที่กำลังเดินมาทางโต๊ะที่เรานั่งอยู่ 

“กูเปล่านะไอ้แฟรงค์”  อาร์คมันส่ายหน้าอย่างแรง เพราะโดนเพื่อนอีกสองคนมองแรงใส่ที่มันบังอาจมาทำฉันเกือบร้องไห้ ก็คงไม่แปลกหรอกมั้งนะที่เพื่อนในกลุ่มจะโอ๋เราเป็นพิเศษ 

“เปล่ากับผีมึงหนะสิ อีกอย่างมึงยิ่งปากไวอยู่ด้วย ไปเจออะไรมาก้บอกมันหมด เงียบๆไว้บ้างก็ได้ เพราะยิ่งพูดเพื่อนยิ่งเสียใจ ” 

“นินาว ฉันขอโทษ ปากฉันมันไวเองแหละ ก็มันน่าโมโหไหมหละ แกโกรธฉันใช่ไหมนินาว หันมาคุยกับฉันก่อน เค้าขอโทษนะนินาวคนสวย นะ นะ นะ” อาร์คกำลังง้อฉันอยู่ แต่ฉันก็ทำเป็นไม่สนใจ แต่ที่อาร์คพูดมันก็ถูกนะ ตั้งแต่ที่เราทะเลาะกันครั้งนั้น ก็ทำให้ทุกอย่างมันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ มองเห็นความจริงที่มันปรากฏมากขึ้น ไม่เหมือนเดิมและคงไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้แล้วหละ 

“พอเลยไอ้อาร์ค ไปทำงานมึงต่อเลย” เหมือนเมลจะรำคาญไอ้อาร์คมันเลยไล่ให้กลับไปทำงานของตัวเอง 

“ไม่เอากูไม่ทำแล้ว กูจะง้อนินาว มึงก็รู้นี่ว่าถ้ามันโกรธแสดงว่ามันจะไม่พูดกับเราหนึ่งอาทิตย์อ่ะ กูไม่เอาด้วยหรอกนะแบบนั้นหนะ ทรมาณจะตายชัก” อาร์คทำหน้าขยาดกลัว เพราะฉันก็เป็นแบบนั้นจริงๆนั่นแหละเวลาที่โกรธใครหนะ 

“มันโกรธมึงที่ไหน ดูดินั่งหัวเราะมึงอยู่อ่ะ” ก็จริงอย่างที่แฟรงค์มันบอกนะ ฉันไม่ได้โกรธมันหรอกแค่แกล้งมันเฉยๆ เวลามันง้อแล้วน่ารักดีถ้าสาวๆมาเห็นแบบที่ฉันเห็นในตอนนี้นะคงคลั่งมันตายเลย แต่จะว่าเพื่อนฉันทั้งสามคนนี้ มันก็ฮอตไม่หยอกเหมือนกันนะ ในคณะนี่อยู่อันดับต้นๆเลยในเรื่องของความหล่อลากดินของพวกมัน สาวๆในคณะนี่กรี๊ดแล้วกรี๊ดอีก ไม่รู้มันมีอะไรให้คนอื่นคลั่งไคล้หลงใหลกัน 

“หยุดเลยสองคนหนะ” ฉันพูดปามเพื่อนเพราะทั้งอาร์คทั้งเมลเริ่มจะเสียงดังจนคนในแถวนั้นหันมามองแล้ว 

“นินาวจ๋าไม่โกรธอาร์คแล้วใช่ไหม” ดูสิทุกคน มันอ้อนฉันอีกแล้ว ถ้าฉันไม่ใช่เพื่อนมันนะคงหลงเสน่ห์มันแล้ว ถึงจะเป็นเพื่อนก็ไม่หลงหรอกกลัวเสียเพื่อน แต่ถ้าจะคิดคงคิดนานแล้ว 

“นินาวไม่โกรธอาร์คจ๋าหรอก กลับไปทำงานได้แล้ว ไม่ต้องมายิ้มแบบนี้นะ ฉันเห็นแล้วสยองอ่ะ บรึ๊ย”   ไอ้อาร์คมันยิ้มแล้วตะโกนขึ้นเสียงดังไม่อายใคร มั่นหน้าไปอีกเพื่อนฉัน 

“ออกจะหล่อ เชอะ อย่ามาชอบฉันแล้วกันนะยัยนินาว” 

“เชอะไปเลยแกหนะ ไม่สนหรอก” พวกเราหันกลับมาทำงานของตัวเองกัน ถึงพวกเราสี่คนจะเรียนกันคนละภาควิชาก็ใช่ว่าจะไม่ได้เจอกัน จะยากอะไรหละ ก็ลงเรียนเวลาเดียวกันเกือบทุกวิชาจะได้มีเวลาว่างมาเจอกันครบทุกคน แต่ความจริงมันก็ไม่ตรงกันหรอก ตอนปีสองเข้าภาคมาใหม่ยิ่งไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันเลยเพราะต้องปรับตัวกับวิชาภาคตัวเอง แถมทั้งงานกลุ่มการบ้านอีกมากมายก่ายกองเลยทำให้พวกเราไม่ค่อยมีเวลามาอยู่ด้วยกันพอขึ้นปีสี่มาวิชาต่างๆเราก็เก็บกันหมดแล้วคงจะเหลือแต่พวกวิชานอกคณะเท่านั้นที่เราเอาไว้ดึงเกรด และทำให้กลุ่มเพื่อนฉันกลับมาอยู่ด้วยกันมากขึ้น 

“เป็นไง ทำไมหน้าหงอยอย่างกับหมาแบบนี้หละ นินาว” 

“ฉันไม่ใช่หมานะแฟรงค์ ”  ฉันตอบอย่างเร็ว จนทำให้เมลมันหัวเราะออกมาเสียงดัง ซะใจมาหรือไงกัน คิดถูกหรือคิดผิดเนี่ยที่คบพวกมันสามตัวเป็นเพื่อนเนี่ย แต่ทำไงได้ก็คบกับพวกมันมาจะสิบปีแล้วมั้ง 

“อ้าว แล้วถ้าไม่อยากเป็นหมาก็อย่าทำหน้าหงอยสิ ” 

“นาวไม่พูดกับแฟรงค์แล้ว ชิ ” 

“ฮ่าๆๆๆ กวนนิดเดียวเองชิอีกแล้ว ” ดูสิกวนเพื่อนสำเร็จ ทำหน้าระรื่นเชียว 

“เอ้อ ! ลืมบอกไป” เมลพูดขึ้นเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ 

“บอกอะไร” แฟงรค์หันไปถาม 

“วันนี้น้องๆสตาร์ฟสโมปีสองบอกให้พวกเราทั้งสี่ทุกคนเข้าไปช่วงที่รับน้องน้องปีหนึ่งหน่อยอ่ะ” 

“เข้าไปทำไม ปกติก็ไม่ใช่หน้าที่ของพวกเราหว่า น้องปีสองหนิต้องเข้าเยอะ” อาร์คพูดขึ้น ก็จริงนะ พวกเราสี่คนไม่ได้ทำงานให้กับฝ่ายๆต่างๆในคณะหนิ ชักจะสงสัยแล้วหละสิ 

“เห็นน้องมันบอกว่าน้องปีหนึ่งอยากรู้จักพี่ปีสี่แต่หละภาควิชาหนะ เหมือนจะเป็นการบอกน้องๆปีหนึ่งด้วยว่าแต่ละภาคมีพี่ๆหน้าตาแบบไหน ” 

“แสดงว่าวันนี้ตอนเย็นปีสี่ก็จะเข้าไปเยอะเลยหนะสิ” เมลถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ 

“กูว่าน่าจะใช่นะ เห็นบอกว่าจะให้ช่วยไปเลือกน้องปีหนึ่งที่จะเป็นตัวแทนไปประกวดดาวเดือนมหาลัยด้วย” 

“เจ๋งไปเลยมึงเอ้ย ได้ข่าวว่าน้องๆปีหนึ่งปีนี้นะสวยๆกันทั้งนั้นเลย กูว่ากูต้องได้สักคนหละว่ะ” 

“หยุดทำหน้าหื่นเลยไอ้อาร์ค น้องเขาไม่ตาต่ำเอามึงเป็นแฟนหรอก” 

“ไอ้แฟรงค์!!! ว่าแต่กูมึงก็คิดเหมือนกันนั่นแหละ ไอ้เพื่อนเวร”  ฉันนั่งมองมันสองคนทะเลาะกันเรื่องน้องปีหนึ่ง ฉันส่ายหัวไปมากับความปัญญาอ่อนของเพื่อนตัวเองที่นับวันยิ่งโตยิ่งเหมือนเด็ก 

“พอเลยทั้งสองคนหนะ จะทำเลาะกันทำไม ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้” ฉันด่ามันสองคน 

“ครับ” ทีนี้หละตอบพร้อมเพรียงกันเชียว 

“ดีมาก ทำงานได้แล้ว นี่ก็ใกล้จะถึงเวลารับน้องแล้วหนิ” 

“งั้นเราก็ไปกันเลยเนอะ” 

“หยุดเลยอาร์คแกหนะ อย่ามาเนียนไปหน่อยเลย มาทำให้เสร็จก่อนค่อยไป อย่าเวอร์” ฉันชี้หน้ามันอย่างบอกว่าอย่าเยอะไปหน่อยเลย อะไรจะเว่อร์ขนาดนั้น 

“นินาวอ่ะ ก็อาร์คอยากไปเห็นหน้าน้องปีหนึ่งเร็วๆนี่หน่า” ไอ้เพื่อนตัวเองดีของฉันแกล้วทำหน้าสลด ซึ่งความจริงไม่แค่แสดงเท่านั้นแหละ ฉันดูออกหรอกย่ะ 

“ได้ไปแน่ค่ะ แต่ตอนนี้มาทำงานก่อน ตอนเย็นจะพาไปกินหมูกระทะด้วย” 

“ใครเลี้ยง” ทั้งอาร์ค เมล และแฟรงค์ต่างพากันร้องถามพร้อมเพรียงกัน 

“นินาวคนสวยค่ะ” ฉันพูดไปด้วยก็ขยับมือไปสะบัดผมยาวสวยของตัวเอง ด้วยท่าทางมั่นใจ 

“เย้ๆๆ ” 

“ลาบปากจริงเชียว” 

“ฉันรักแกจังเลย นินาวคนสวยจ๋า” 

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ” ฉันหัวเราะให้กับความงกของเพื่อนทั้งสามคน เวลากินหละมาขอฉันกิน พอเวลากินเหล้าไม่ต้องบอกเงินเนี้ยเป็นฟ่อนๆเลยจะบอกให้ 

เบิกฤกดิ์ตอนแรก สนับสนุนไรท์กันเยอะๆนะคะ เม้นให้กำลังใจไรท์ด้วยค่ะ 

รัก 

#ลีมุนอา 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว