จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

น้ำไหลใต้น้ำนิ่ง

ชื่อตอน : น้ำไหลใต้น้ำนิ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 86

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มี.ค. 2562 01:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
น้ำไหลใต้น้ำนิ่ง
แบบอักษร

                จริงๆ ใช้แพต ชยานิตเป็นต้นแบบของ คิตตี้ กับ ริต้า หรือจินดาพิสุทธิ์ แต่แต่งๆไป ชักจะห่างไกลต้นแบบทุกที

………………………………

ในสภาวะแห่งจิตที่ลึกล้ำ...

จิตของสองเจ้าสำนักสูญญตากำลังละลิ่วไปสู่ห้วงอนันตกาลของสภาวะแห่งจิต...

แคทกับออยเหมือนช่วยเหลือกันดิ่งไปยังสภาวะประหลาดนั้น...

จิตเหมือนก่อเป็นร่างสองร่าง..แคทกับออย..

..แคทยิ้มให้กับน้องสาวฝาแฝด...

“..ออย..เราเกิดมาเพื่อสำนักสูญญตาจริง ๆ ..”

“..แคท..มันเป็นชะตากรรมของเรา..”ออยเหมือนไม่นำพา..

“..สำนักสูญญตาเกิดมาเพื่ออะไรนะ..”แคทอดครุ่นคิดคำนึงไม่ได้..

ออยไม่ตอบในเรื่องที่แคทสงสัย..แต่ก็พูดอีกเรื่องหนึ่ง..

“..ใกล้ถึงตำแหน่งที่ลูกสาวเราอยู่แล้ว..แคท..เตรียมตัวนะ..เราจะต้องหยุดเวลาทั้งหมดเพื่อทำให้ริต้าได้รับการสอนสั่งจากเธอ..”

“..ฉันไม่เคยคิดเลยนะว่า..จะต้องสอนวิชาหมัดสูญญตาให้ริต้า..”

“..ริต้าตอนอยู่กับเรา..ไม่มีท่าทีสนใจวิชาสายตึกแดงเลย..”ออยยังคงจำลูกสาวคนนี้ได้เสมอ..

“..แต่หลายต่อหลายครั้งที่นางเดินผ่านตอนที่ฉันสอนลูกศิษย์..ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก..นางแค่เดินผ่าน..แต่เหมือนกับจะเหลียวมาหาฉันหลายครั้งที่สอนอะไรที่มันประหลาดไปบ้าง..”

แคทเหมือนกำลังรำลึกถึงลูกสาวสุดที่รักอีกคน..ที่จากกันนานเหลือเกินแล้ว..

สำหรับบุพการี..การที่ลูกคนหนึ่งต้องเสียไป..มันคือเวลาที่นานแสนนาน..และทรมาณต่อความรู้สึกอย่างที่สุด..

ออยกลับครุ่นคิด..

“..ไม่แน่ว่า..ริต้าตอนนั้นฝึกจิตสูญญตาถึงขั้นไหน..”

“..ก็อาจจะยังไม่เด่นล้ำนัก..”แคทหัวเราะ..ไม่ว่าลูกสาวจะเป็นอย่างไร..แคทยังรักเสมอ..

“..ไม่เด่นล้ำ..แต่หากได้ถึงขั้น..น้ำไหลใต้น้ำนิ่ง..ก็นับว่าไม่เลวนักนะ..”

แคทขมวดคิ้ว..

“..น้ำไหลใต้น้ำนิ่ง..”

“..ใช่..แม้ว่าภายนอกจะเหมือนไม่มีอะไร..แต่มีการเรียนรู้ที่ภายใน..”

แคทนิ่งคิดอีก..

“..ริต้าเดินผ่านบริเวณที่ฉันสอนหมัดสูญญตาติด ๆ กันทุกวัน..ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย..นับแรมปี..ถึงกับหลายปี..”

ออยหัวเราะ..

“..ดูท่าการสอนหมัดสูญญตาไม่จำเป็นแล้วล่ะ..เราคงไม่ต้องเสียพลังชีวิตอย่างที่คาดไว้..”

ออยดิ่งลึกไปเบื้องหน้า..

“..แค่ทำให้น้ำไหลที่อยู่ภายใต้น้ำนิ่งนั้น..ปรากฏขึ้นอีกครั้ง..”

แคทนิ่งนึก..ใช่..

ถ้าหากมีเหตุการณ์น้ำไหลในน้ำนิ่งเกิดขึ้นกับริต้าจริง..

นั่นแปลว่า..ริต้าเรียนรู้วิชาหมัดสูญญตาแล้ว..เพียงแต่ทำให้จิตที่เรียนรู้หมัดสูญญตาทำงานอีกครั้งเท่านั้น..

.....

หนึ่งปราณครึ่ง..

เวลาเหลือเพียงแค่ครึ่งปราณเท่านั้น..

จินดาพิสุทธิ์ยังไม่เห็นทางชนะยอดองครักษ์สางฟ้าในระยะเวลาอันสั้น..

เหงื่อซึมออกมาจากหน้าผาก..

“..ไม่มีทางชนะองครักษ์สางฟ้าในเวลาสองปราณได้เลย..”จินดาพิสุทธิ์ร่ำร้อง..

ถ้าหากจะต้องเสี่ยงชีวิต..อาจจะเอาชนะได้..แต่ก็ไม่แน่ใจว่า..จะเป็นอะไรต่อไป..

หมัดเมฆอนันต์ขององครักษ์สางฟ้ารุกไล่รุนแรงขึ้น..

ไม่มีทางเลือก..ถ้าจะเอาชนะ..อาจจะต้องยอมเสี่ยงบาดเจ็บ..หรือว่าอาจจะถึงชีวิต..

“..หรืออีกหนึ่งส่วนสี่ปราณ..”เสียงเจ้าเมฆแดงร้องเตือน..

ฉับพลันนั้น..จิตส่วนลึกของจินดาพิสุทธิ์ได้ยินเสียง ๆ หนึ่ง..

เสียงตวาดที่คุ้นเคย..

นี่มัน..

เสียงของนายแม่ตึกแดง..ที่กำลังสอนสั่งลูกศิษย์..เสียงตวาดนี้..พร้อมทั้งต่อยหมัดเป็นเคล็ดหมัดสูญญตา..

วินาทีที่ได้ยินเสียงตวาดนี้..จินดาพิสุทธิ์ก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในดวงจิตอันละเอียดอ่อนที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน..

วิชาหมัดสูญญตาที่นายแม่ตึกแดงสอนลูกศิษย์..

การเดินผ่านบริเวณที่นายแม่ตึกแดงฝึกสอนศิษย์เป็นเวลาแรมปี..แม้ตัวเองเหมือนจะไม่ใส่ใจ..แต่ใครจะรู้..จิตสูญญตาที่น้อยนิดของตัวเอง..กลับได้สภาวะ..น้ำไหลใต้น้ำนิ่ง..

ภาวะนี้ทำให้จดจำวิชาหมัดสูญญตาได้อย่างไม่รู้ตัว..

“..หมัดที่ใช้ความว่างเป็นพลัง..ที่ต่อยได้ในระยะสั้น..เพราะหมัดสูญญตาอาศัยพลังหมัดที่ต่างจากหมัดทั่วไป..นั่นคือพลังแห่งความว่าง..”

เสียงแคทสอนลูกศิษย์ดังก้อง..

“..ถ้าเรียนรู้การใช้พลังแห่งความว่างมาเป็นพลังหมัด..ดังนั้น..อะไรก็เป็นหมัดได้..ไม่ใช่เฉพาะการกำมือเท่านั้น..”

มือของจินดาพิสุทธิ์..เคลื่อนไหวในท่าทางที่ทั้งแคว้นสนธยาไม่มีทางรู้ว่ามันคืออะไร..

ทำให้ร่างขององครักษ์สางฟ้าเข้าใกล้..และหมัดที่ต่อยออกพลาดเป้า..กรงเล็บที่ตระเตรียมไว้..จึงตะปบใส่ตามลีลาหมัดเมฆอนันต์..

เพียงแต่..สิ่งที่เข้าใกล้ร่างเขาในเวลานี้..คือหัวไหล่..

ฉับพลันนั้น..ไหล่ก็กระแทกเข้าใส่ดุจสายฟ้า..

มันแม้จะมีพลังอากาศมนตราแฝงอยู่..แต่พลังอากาศมนตรา..กลับรุนแรงชึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ..

สางฟ้าอุทานเบา ๆ ..ไม่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้..

ร่างเขาถูกกระแทกด้วยไหล่..ลอยคว้าง..กระเด็นออกมา...

ไม่น่าเชื่อว่าแรงกว่าวิชาอากาศมนตราที่จินดาพิสุทธิ์ใช้แต่ดั้งเดิมหลายเท่า..

สางฟ้าลุกขึ้นอย่างยากเย็น..แต่แล้วก็มีคำพูดของเจ้าเมฆแดงพูดขึ้นว่า..

“..ครบเวลาสองปราณ..สางฟ้า..เจ้าแพ้แล้ว..”

จินดาพิสุทธิ์หอบหายใจ..เคล็ดหมัดสูญญตา..ใช้การได้ทันท่วงทีพอดี..

แต่ก็ยังเอาชนะเจ้าชายอนันตรัยไม่ได้..

เพราะนางใช้เวลาในการเอาชนะเท่ากับสองปราณ..ตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้แต่แรก..

แต่เวลานี้..จินดาพิสุทธิ์กลับไม่เกรงกลัววิชาอากาศมนตราของใครอีกแล้ว..

เพราะวิชาอากาศมนตราของนาง..ยังมีบางอย่างที่ทำให้บรรลุถึงจุดสูงสุดของวิชาได้เช่นกัน..

นั่นคือ..เคล็ดหมัดสูญญตา..

จินดาพิสุทธิ์ถึงกับพูดว่า..

“..เจ้าชายอนันตรัย..การประลองรอบแรก..เราเสมอกัน..ดังนั้น..ท่านควรจะประลองรอบสองกับข้าให้สิ้นสงสัย..”

เจ้าชายอนันตรัยฝืนยิ้ม..

แม้จินดาพิสุทธิ์จะใช้เวลาสองปราณในการเอาชนะ..แต่เรื่องหนี่งที่ไม่ยอมรับก็ไม่ได้..นั่นคือ..นางยังไม่ได้ใช้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..

หากตัดแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกออกไป..บางที..เขาอาจจะต้องใช้เวลาถึงสองปราณกว่าจะชนะสางฟ้าได้..

แต่ครั้งนี้..จินดาพิสุทธิ์กลับมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม..พูดขึ้นว่า..

“..การประลองรอบสองนี้..ท่านกับข้าสู้กันโดยตรง..ข้ารำคาญจะยืดเยื้อต่อไปแล้ว..”

....

สองปีศาจแห่งอนันตกาล..แพคเกจและศศินาบุกขึ้นชั้นบนของตึกทรงกลด..

แต่แล้ว..ทั้งสองก็ชะงัก..

สถานที่แห่งนี้..มีแต่ความมืด..

แต่ความมืด..ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก..เพราะทั้งสอง..หนึ่งเป็นฮาล์ฟบลัดแวมไพร์..อีกหนึ่งเป็นเจ้าหญิงแห่งเผ่าหมาป่า..ซึ่งสามารถมองในที่มือได้สบาย

เพียงแต่..ทำไมสถานที่นี้ต้องมืดด้วย..

หรือว่า..

ทั้งศศินาทั้งแพคเกจ..เข้าใจแล้ว..

บางสิ่งที่คุ้นเคยปรากฏขึ้น..

แวมไพร์..

แวมไพร์ทำไมถึงอยู่ที่นี่ด้วย..

หรือว่าพวกมันจะเป็น...

สองร่างปรากฏตัวแล้ว...

ร่างที่มีกลิ่นอายที่คุ้นเคยของทั้งสอง..

หนึ่งในสองพูดขึ้นว่า..

“..ดูท่า..พวกเจ้าทั้งสอง..จะจัดการสหายของข้าเรียบร้อยแล้ว..”

สหายหรือ..

“..เรามีสี่คน..บริวารของท่านสิตา..องค์เทพอสูรไม่อาจให้ปีศาจอย่างพวกเราเกิดขึ้นอีก..”แวมไพร์ตัวหนึ่งพูด.. “..หน้าที่เรา..คือการปกป้องคำภีร์ความรู้เล่มที่สี่..หากพวกเจ้าทั้งสองเสาะหามาถึงที่นี่..แปลว่า..พวกเจ้าจัดการสหายของพวกเราทั้งสองผู้ปกป้องคำภีร์ความรู้เล่มที่สาม.และได้คำภีร์เล่มนั้นอยู่ในครอบครองแล้ว..”

อีกคนพูดขึ้นว่า..

“..เจ้าชายอนันตรัยนำตัวพวกเรามา..ให้เราอยู่ในตึกทรงกลด.มีหน้าที่พิทักษ์ตำราของนายท่านสิตาที่นี่..ในแคว้นสนธยาแห่งนี้..ท่านยังทำให้เรามีอำนาจเพิ่มขึ้นกว่าเดิม..”

แพคเกจแค่นเสียง..

“..จะเก่งแค่ไหนเชียว..”

พูดจบก็วางท่าต่อยหมัดสูญญตาออก..

แวมไพร์ตนหนึ่งผงะถอย..แต่ก็รับหมัดสูญญตานั้นไว้..

แพคเกจเริ่มขัดใจ..ต่อยหมัดต่อเนื่อง..

แวมไพร์ตนนั้นรับไว้ได้หมด..

ก่อนจะต่อยหมัดสวน..ทำให้แพคเกจถึงกับผงะออกมา..

ศศินาเม้มปาก..

ในสถานที่แห่งนี้..พลังของสองปีศาจแห่งอนันตกาลลดลง..แต่พลังของแวมไพร์บริวารสองตัวสุดท้ายของราชาแวมไพร์รุ่นที่สามอย่างสิตา..กลับเพิ่มขึ้น..

ดูท่าจะเอาชนะไม่ได้ง่าย ๆ เสียแล้ว..

ศศินาเป่าปาก..ชักดาบเสี้ยวจันทร์..ปราดเข้าฟาดฟันตามวิชาดาบวายุจันทราที่ฝึกมาจากมารดาของตน..

แวมไพร์ที่เหลืออีกหนึ่งตัว..กางกรงเล็บ..รับดาบวายุจันทราไว้..ก่อนจะตอบโต้..

ตะกุยกรงเล็บสองครั้ง..ชายเสื้อของศศินาก็ฉีกขาดออก..

เจ้าหญิงหมาป่าเม้มปาก..ฟาดฟันดาบเสี้ยวจันทร์อย่างกราดเกรี้ยวคล้ายสายลม..

เป็นการต่อสู้ที่ยากจะบอกว่าใครแพ้ชนะในช่วงเวลาสั้น ๆ ...

.......

ในขณะเดียวกัน..

จินดาพิสุทธิ์สูดลมหายใจ..กำหนดจิตสูญญตา..

เมื่อกำหนดจิตได้..ก็เห็นนายแม่ทั้งสอง..

ทางหนึ่ง..อยู่กับความเป็นจริงของเวทีประลองตำหนักชิงพลบ..แห่งแคว้นสนธยา..

จิตอีกทางหนึ่ง..ก็เห็นนายแม่ทั้งสองของตนเอง..

จินดาพิสุทธ์ทางหนึ่งสนทนากับนายแม่ทั้งสองอย่างเต็มตื้น..

“..นายแม่ตึกแดง..นายแม่อารามขาว..”

แคทกับออยยิ้มอย่างเอ็นดู..

“..ริต้า..นายแม่มาช่วย..”แคทพูด.. “..โชคดี..ริต้าจำวิชาหมัดสูญญตาได้..ด้วยจิตที่เหมือนเคลื่อนไหวราวกับน้ำไหลในน้ำนิ่ง..”

จินดาพิสุทธิ์มองดูหน้าแคท..

เสียงเครือลงเมื่อเห็นบุพการีผู้ให้กำเนิด..

และหันไปหาใบหน้าที่เหมือนกันของออย..ซึ่งเป็นนายแม่อีกคนซึ่งเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก..

ออยพูดขึ้นว่า..

“..ริต้า..บนโลกที่นายแม่ทั้งสองอยู่..มีเวลาอีกไม่มาก..เทวีแวมไพร์กำลังจะบุกเข้ามาในสำนักสูญญตาแล้ว..ไม่น่าจะเกินวันสองวันนี้..”

แคทพยักหน้า..

“..ตำราสี่เล่มของราชาแวมไพร์สิตา..มีวิธีชนะนางอยู่..เป็นความหวังเดียวของเรา..”

ออยพูดอีกว่า..

“..นายแม่ทั้งสองจะอยู่ช่วยหนู..ให้หนูทำภารกิจให้สำเร็จให้ได้..”

จินดาพิสุทธิ์ไม่เคยรู้สึกอะไรอย่างนี้มาก่อน..

แม้จะตายจากกันนานหลายปี..แต่ตลอดเวลา..กลับรู้สึกถึงความรักของบุพการีผู้ให้กำเนิดและผู้เลี้ยงดูอย่างไม่ห่างหาย..โดยเฉพาะครั้งนี้..

การสนทนากับนายแม่ทั้งสองทางจิตเสี้ยวหนึ่ง..ไม่มีใครในตำหนักชิงพลบทราบเลย..

จินดาพิสุทธิ์เผชิญหน้ากับเจ้าชายอนันตรัยอีกครั้ง..

น้ำตาไหลออกมาข้างหนึ่ง..เป็นน้ำตาของความรักและปลื้มปิติ..

นายแม่..นายแม่ทั้งสองอยู่กับเรา..

ขณะที่เจ้าเมฆแดงร้องขึ้นว่า..

“..การตัดสินแพ้ชนะอาจจะไม่เป็นธรรมเท่าใดนัก..ในฐานะที่เจ้าหญิงแห่งจันทราไม่ใช่คนของแคว้นสนธยาเรา..ไม่อาจจะฝึกปรือวิชาอากาศมนตราได้เด่นล้ำเช่นเดียวกับชาวแคว้น..ทั้งยังเป็นสตรีที่ปรกติแล้วจะแข็งแกร่งไม่เท่าบุรุษ..ดังนั้น..ข้าจึงขอตรากฎการประลองดังนี้..อนันตรัยหลายข้ากับเจ้าหญิงแห่งจันทราต้องประลองกันในระยะเวลาห้าลมปราณ..ในระยะเวลานี้..หากเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ยังคงยืนหยัดอยู่โดยไม่พ่ายแพ้..ก็นับว่า..อนันตรัยปราชัย..”

จินดาพิสุทธิ์พยักหน้า..

“..ข้าจะชนะเจ้าชายอนันตรัยในเวลาห้าลมปราณเช่นกัน..”

คำพูดนี้ทำให้ทุกคนตื่นตระหนก..

ไม่มีทางที่จินดาพิสุทธิ์จะเหนือกว่าเจ้าชายอนันตรัยในวิชาอากาศมนตราได้..

อนันตรัยกลับรู้สึกประหลาด..

จินดาพิสุทธิ์คนนี้เหมือนจะแตกต่างจากจินดาพิสุทธิ์คนเมื่อสักครู่โดยสิ้นเชิง..

มีอันใดเกิดขึ้นนะ..

ทั้งสองเผชิญหน้ากันแล้ว..

และเจ้าชายอนันตรัยก็ตั้งกระบวนท่าต่อสู้..คราครั้งนี้..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของตนเองก็สยายออกเป็นท่าเพลงหมัดที่ทุกคนที่ชมการประลองในตำหนักชิงพลบ..ต่างก็ตื่นตะลึง

ใช้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกกับผู้ซึ่งมีแพรพรรณแห่งทางช้างเผือกด้วยกัน..ไม่ถือว่าเอาเปรียบ..

จินดาพิสุทธิ์เองจิตเสี้ยวหนี่ง.เห็นนายแม่ตึกแดงวาดมือตั้งท่า..ก็วาดมือตั้งท่าตาม..

แคทกระทืบเท้า..จินดาพิสุทธิ์ก็กระทืบเท้าตามนายแม่..

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกของตนเอง..ก็คลี่ออกเป็นท่าร่างที่ไม่มีใครในแคว้นสนธยาเคยพบเห็นมาก่อน..

เจ้าเมฆแดงอุทานเบา ๆ ..

“..นี่เป็นวิชาอะไรหรือ..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..”

“..นี่คือ..”จินดาพิสุทธิ์พูดด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย.. “..หมัดสั้นสูญญตา..”

สำนึกของจิตน้ำไหลใต้น้ำนิ่ง..ที่ได้เรียนรู้หมัดสูญญตาแบบไม่รู้ตัว..ได้พูดถึงอะไรบางอย่างออกมา..

“..หมัดสูญญตาขั้นสูงสุด..เคล็ดทลายใจ..”

กระแสพลังแห่งความว่างเปล่าของอากาศมนตราแผ่ออกมา...

นี่เป็นเพลงหมัดสูญญตาที่แฝงด้วยพลังแห่งความว่างของวิชาอากาศมนตรา..ซึ่งสอดรับกันเป็นอย่างดี..

เจ้าชายอนันตรัยรู้สึกถึงอะไรสักอย่างที่ไม่อาจจะดูแคลนได้..

ตัวเองเปลี่ยนแปลงท่าทาง..เป็นท่าทางที่ทุกคนของตำหนักชิงพลบทราบดี..

นี่เป็นวิชาหมัดของแคว้นสนธยาอย่างแท้จริง..

หมัดรุ้งสนธยา..

เพลงหมัดที่ร้ายกาจแห่งสองภพ..กำลังจะปะทะกันแล้ว...

......

การต่อสู้ที่ตึกทรงกลดเป็นไปอย่างดุเดือด..

ที่ชั้นเกือบบนสุด..สี่ยอดฝีมือทานตะวันปะทะกับสองนางกำนัลและสององครักษ์แห่งจินดาพิสุทธิ์..

ยอดฝีมือใบทานตะวันแทงหอกสั้นไม่หยุดยั้ง..

ปักษานับเป็นยอดทหารองครักษ์แห่งแคว้นจันทรา..เดิมที..นางเป็นคนหนึ่งในกองนาคบาศ..ได้รับความไว้วางใจให้ใกล้ชิดและปกป้ององค์หญิงจินดาพิสุทธิ์..

ถ้าหากเอ่ยชื่อทหารกองนาคบาศ...อย่าว่าแต่ในแคว้นจันทราเลย..กระทั่งแคว้นอื่น ๆ ..ก็ต่างยำเกรง..

ตลอดระยะเวลาที่ติดตามองค์หญิงจินดาพิสุทธิ์..เวลาว่าง..จินดาพิสุทธิ์ก็อดนึกถึงสิ่งที่ผ่านตาในการสอนวิชาของนายแม่ตึกแดง..และนำมาถ่ายทอดให้ปักษา..มีนา..สองนางกำนัลผู้ซึ่งถือเป็นองครักษ์ใกล้ชิดไม่ได้..

แม้จะผิวเผิน..แต่ปักษามีนา..กลับนำมาประยุกต์ใช้กับวิชาการต่อสู้ของตนเองได้อย่างพิสดาร..

ในชีวิต..ปักษาเคยปะทะกับใครคนหนึ่ง..ซึ่งนางคิดว่าไม่มีทางชนะได้..นั่นคือเจ้าหญิงกัษษากร..ผู้ซึ่งมีกำลังแห่งแม่พระธรณี..

วันนั้น..นางอยู่ในกองนาคบาศ..ได้รับคำสั่งให้มาจับกุมคนของเทพอสูร..แต่เจ้าหญิงกัษษากรไม่ยินยอม..จนต้องปะทะกัน..และกองนาคบาศซึ่งได้รับว่านยา..จนมีกำลังเหนือมนุษย์..กลับระเนระนาดไปเพราะกำลังแห่งแม่พระธรณีของเจ้าหญิงกัษษากร..(เหตุการณ์อยู่ในตอน ..กำลังแม่พระธรณี..ของสาวเสียงใสฯภาค 2 เพลงอสูรกลืนอาทิตย์)

นางก็อยู่ในกลุ่มทหารซึ่งพ่ายแพ้กลุ่มนั้น..

แต่ในเวลานี้..หากจะต้องเผชิญกับเจ้าหญิงกัษษากรอีกครา..ปักษาบอกกับตัวเองว่า..นางไม่น่าจะแพ้ได้อีก..

เสียดาย..เจ้าหญิงกัษษากร..พลีชีพบูชารักไปแล้ว..

นับแต่วันนั้น..ยังไม่เคยเห็นใครมีพลังระดับนี้มาก่อน..

ยอดฝีมือใบทานตะวัน..ดูจะมีฝีมือสูงส่ง..แต่สำหรับปักษาแล้ว..นางมีความมั่นใจเพียงพอจะเอาชนะ..

ดาบประกับหอกสั้นในระยะประชิดแล้ว..

ระยะประชิด..คือจุดเด่นของดาบของนาง..

ปักษาใช้หลักการของหมัดสูญญตาทำให้ดาบที่ประกันในระยะประชิดมีความหมาย..

ดาบประกับหอกสั้นดันกัน..หากว่าปักษาอยู่ในยุคสมัยปัจจุบัน..นางคงจะประหลาดใจแน่..เพราะการดันกันในระยะประชิดเช่นนี้..เหมือนกับการประดาบแบบญี่ปุ่น..คือเคนโด้..

แม้นางจะเป็นสตรี..แต่วิธีการของหมัดสูญญตา..ไม่ทำให้นางเสียเปรียบแม้แต่น้อย..

เพราะนางหมุนตัวถ่ายเทพลังการผลักดันของอีกฝ่าย..

นี่คือการถ่ายเทพลังของหมัดสูญญตา..ทำให้อีกฝ่าย..พลังเป็นศูนย์..

เคล็ดการทำให้อีกฝ่ายมีพลังเป็นศูนย์..เป็นเคล็ดผิวเผินเพียงเล็กน้อยของวิชาหมัดสูญญตาที่จินดาพิสุทธิ์ถ่ายทอดให้..

ยอดฝีมือใบทานตะวันอ่านความคิดนางไม่ออกเฉกเช่นการต่อสู้กับคนนอกแคว้นทั่วไปเพราะผงไร้ลักษณ์..ดังนั้น..เมื่อประหอกสั้นกับดาบ..และถูกทำให้พลังเป็นศูนย์..ร่างจึงหมุนคว้าง..

เขารู้สึกว่าเขาพลาดอะไรไปบางอย่าง..รีบขืนแรงกลับ..

แต่การขืนแรงกลับ..ทำให้พลังการผลักดันอันเป็นหัวใจของการประดาบระยะประชิดเสียไป..

เมื่อรั้งพลังกลับ..ดาบของปักษาก็จู่โจมตามติดดุจสายฟ้า..

นี่คือหลักการของหมัดสูญญตาที่จินดาพิสุทธิ์รู้อย่างผิวเผินและถ่ายทอดให้..พลังกระแทกสั้น..

ยอดฝีมือใบทานตะวันใจหายวาบ..

แต่แล้ว..ก็รู้สึกเหมือนทุกอย่างดำมืด..

เพราะดาบของปักษาเปลี่ยนเป็นด้านสัน..ฟาดใส่กลางแสกหน้าเขา..

จิตใจของปักษายังไม่อยากจะฆ่าฟัน..เพราะไม่สมควรจะทำ..เพียงแค่สยบได้ก็เพียงพอแล้ว..

ร่างของยอดฝีมือใบทานตะวันล้มครืนลง...เลือดอาบหน้า..แต่ยังไม่ตาย..

ปักษาปาดดาบ..สอดเข้าฝัก..

หันไปทางการต่อสู้ด้านอื่น...

มีนารับมือกับยอดฝีมือรากทานตะวันที่ใช้ดาบใหญ่..

และยิ่งดาบใหญ่..พลังมาก..เมื่อถูกเคล็ดพลังเท่ากับศูนย์ไป..ดาบใหญ่ก็ไร้ความหมาย..

เคล็ดต่อสู้ผสมผสานเหล่านี้..ปักษากับมีนา..ต่างก็เรียนรู้ค้นคว้ามาด้วยกัน..

เคล็ดพลังเท่ากับศูนย์..ทำให้ดาบที่ประกันของยอดฝีมือรากทานตะวัน..ที่ไม่อาจรั้งกลับเฉกเช่นยอดฝีมือใบทานตะวัน..ถึงกับฟันใส่พื้นดังโครม..ร่างคะมำอย่างเสียหลัก..

การถูกชักนำด้วยเคล็ดพลังเท่ากับศูนย์..จนฟาดดาบหนักลงพื้น..ทำให้ยอดฝีมือรากทานตะวันถึงกับคะมำลง..

เปิดช่องให้มีนาใช้สันดาบ..ฟาดใส่ก้านคอเขาเต็มแรง..

ร่างของยอดฝีมือรากทานตะวันล้มลงเพราะถูกสันดาปฟันใส่ก้านคอ..สลบเหมือด..

มีนาสอดดาบเข้าฝัก..ยิ้มให้เพื่อน..

ปักษาพูดขึ้นว่า..

“..หวังว่า..ท่านสินธุท่านวาหุ..คงจะออมมือเช่นเดียวกับเรา..”

เสียงโครม..

สินธุใช้ดาบสายธาราแทงใส่จุดที่ไม่ทำให้ถึงแก่ชีวิต..แต่หมดสภาพการต่อสู้..ยอดฝีมือเมล็ดทานตะวันถึงกับล้มลงไม่เป็นท่า..

ส่วนวาหุ..สิ่งที่ยากที่สุดคือการทำใจไม่ให้ฆ่า..

เพราะดาบของเขาเป็นดาบไร้เมตตาอย่างแท้จริง..

วาหุตัดสินใจใช้ดาบสะกดกระบองของยอดฝีมือดอกทานตะวัน..แล้วต่อยหมัดออก..

ยอดฝีมือดอกทานตะวัน..ถูกหมัดของวาหุ..ถึงกับร่วงลง..หมดสติคาที่..

ทำใจให้ไม่ฆ่า..ช่างยากเย็นนัก..

ทั้งสี่สบตากัน..และหัวเราะ..

แต่เสียงหัวเราะ..ก็สงบลง..

เพราะกองทหารองครักษ์ของตำหนักชิงพลบ..ต่างก็กรูกันขึ้นมา..

สี่องครักษ์นางกำนัล..ต่างหันหลังชนกัน..

มือของปักษากุมมือของวาหุ..

มือของมีนากุมมือของสินธุ..

ปักษารู้สึกถึงมือหยาบกร้านแต่อบอุ่น..

พลางสบตากับนักดาบผู้เย็นชาคนนี้..

“..ท่านวาหุ..”ปักษาพูด.. “..เราต้องปกป้องไม่ให้ใครขึ้นไปด้านบน..เพื่อให้ท่านค้างคาวท่านหมาป่า..ทำภารกิจให้เสร็จสิ้น..การปกป้องของเรา..อาจจะทำให้เราถึงแก่ชีวิต..”

วาหุสีหน้าเย็นชา..

แต่แววตาเขากลับอบอุ่น..

“..ปักษา..เราเป็นคนของเจ้าหญิง..การทำงานให้กับนางจนตัวตาย..ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของข้า..”

“..ข้าก็เช่นกัน..ข้ากับท่านถ้าจะตาย..ก็ตายพร้อมกันเถิด..”

วาหุไม่กล่าวมากความ..

แต่กุมมือปักษาแนบแน่นขึ้น..

ในขณะที่มีนากับสินธุก็กุมมือกัน...

แม้ทั้งสองจะช่างเจรจา..แต่ไหนเลยจะทราบว่า..ช่วงเวลาคับขันเช่นนี้..วาหุกับปักษายังจะเจรจากันมากกว่าอีก

“..ท่านสินธุ..”มีนาพูดขึ้น.. “..ท่านสอนวิชาดาบสายธาราของสำนักท่านให้ข้าได้หรือไม่..”

สินธุงุนงง..

“..สำนักสายธารามีกฎไม่สอนคนนอก..ท่านอาจารย์นกคุ้มตรากฎไว้เข้มงวด..เกรงว่า..”

”..งั้น..ข้าคงไม่ใช่คนนอกของท่านแล้วล่ะ..”

พูดจบก็ประกบปากกับสินธุ..

และถอนร่างออกมา..

สินธุหัวใจพลุ่งพล่าน..

“..มีนา..”

“..เราอาจจะไม่มีชีวิตอยู่ในวันนี้..แม้ว่าใจในของข้า..มีคน ๆ หนึ่งที่ทำให้ข้าหลงรัก..และทำได้เพียงรับใช้ใกล้ชิด..แต่สำหรับวันนี้..ถ้าข้าไม่ได้ทำเยี่ยงนี้กับท่าน..เกรงว่าจะไม่มีโอกาส..และอาจเสียใจไปทั้งชีวิต..”

สินธุใจเต้นแรง..

“..ไม่ว่าจะตายหรือจะอยู่..มีนา..ข้ารักเจ้า..”

ต่างก็หันไปเผชิญหน้ากับศัตรู..

ปักษาร้องว่า..

“..แยกกันไป..กระจายกำลังรับมือ..”

มีแต่วาหุที่ยังอยู่ที่เดิม..

เพราะที่เดิมของเขา..คือทางที่จะผ่านไปยังบันไดขึ้นไปด้านบน..

ในขณะที่ทหารองครักษ์กรูเข้ามารายล้อมและต่อสู้กับคนทั้งสี่..

.....

เวลานี้..การต่อสู้ในห้องมืด..ทำให้ทั้งศศินาและแพคเกจ..ต่างก็ร่ำร้องในใจ..

ศัตรูสองคนนี้..ร้ายกาจเกินไปแล้ว..

หนึ่งใช้หมัดและมือเปล่าเช่นเดียวกับแพคเกจ..

แต่อีกหนึ่ง..ใช้กรงเล็บที่มีความคมกล้าเพื่อสู้กับดาบเสี้ยวจันทร์ของศศินา..

หมัดของแพคเกจต่อยสวนหมัดของแวมไพร์ที่เป็นคู่ต่อสู้ตรงหน้า..

แต่หมัดของแวมไพร์บริวารของราชารุ่นที่สาม…ก็ต่อยสวนหมัดของแพคเกจ…

ต่างคนต่างถูกหมัดที่หน้าอก

ซี่โครงซี่หนึ่งแตกร้าว…แพคเกจถึงกับกระอักเลือด…

อีกฝ่ายก็กระอักเลือดเช่นกัน…

เพียงแต่ปีศาจแวมไพร์ตัวนั้นกล้ำกลืนเลือด…ก่อนจะก้าวหาแพคเกจอีกครั้ง…

ในขณะเดียวกัน…ศศินาก็ฟันดาบเสี้ยวจันทร์…โลหิตสาดกระเซ็น…

แต่สีข้างก็ถูกกรงเล็บคมกล้าตะกุยบาดเจ็บ…

ศศินาโซเซผงะถอยมาชนกับร่างแพคเกจ…

หนึ่งบาดเจ็บซี่โครงหัก…อีกหนึ่งเป็นแผลฉกรรจ์ที่สีข้าง…

แต่ปีศาจแวมไพร์ทั้งสองก็ก้าวเข้ามา…

สิ่งที่ทั้งแพคเกจศศินาต่างก็ตกตะลึงคือสองปีศาจแวมไพร์…ต่างก็เหมือนไม่มีอาการบาดเจ็บอีก…

นี่มันอะไร…

ศศินาเม้มปาก…แพคเกจก็ตื่นตระหนก…

“…พี่นา…เราไม่มีพลังจากการข้ามมิติ…นับแต่ที่ย่างก้าวเข้ามาในแคว้นสนธยา…”

ศศินาแค่นเสียง…

“…แต่พวกมันทั้งสอง…มีพลังนั้น…”

แพคเกจสยิวกาย

“…พลังที่ทำให้อมตะ…ไม่มีวันเจ็บวันตาย…”

นี่คือความน่ากลัวอย่างแท้จริง…

สู้กับแวมไพร์ที่มีพลังข้ามมิติ…พลังเดียวกับที่ทั้งสองเสียไป…

แล้วจะชนะได้อย่างไร…

แพคเกจศศินาต่างกุมมือกันและกัน…

หรือเราสองต้องตายพร้อมกัน…

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น