หลินหลิน / แมวสีหม่น

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 ในอ้อมแขน 4

ชื่อตอน : บทที่ 7 ในอ้อมแขน 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 150

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มี.ค. 2562 18:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 ในอ้อมแขน 4
แบบอักษร

สวัสดีค่า กลับมาอัปให้อ่านต่อแล้วนะคะ ขอโทษที่หายไปนานค่า

ช่วงนี้เลี้ยงลูกแทบไม่ได้นอนเลย เป็นหวัดอีก ลูกก็เป็นหวัด TT

ตอนนี้รูปเล่มยังไม่เรียบร้อยนะคะ คาดว่าสามารถจัดส่งได้ประมาณ 12 มีนาคมค่ะ ส่วนอีบุ๊กไรท์จะลงวันจันทร์ที่ 3 มีนาคมนะคะ ต้องขออภัยในความล่าช้าด้วยค่ะ

=====================================

ฉบับที่ลงให้อ่านหลังจากนี้เป็นฉบับรีไรต์นะคะ จากตอนที่แล้วมีแก้ฉากตอนท้ายๆ นิดหน่อยค่ะ 

แล้วจะเข้ามาแก้ตอนต้นๆ ให้ทีหลังนะคะ

ภูดิศยืนกอดอกพิงประตู ทอดสายตามองแผ่นหลังบอบบางของเดือนดาเรศน์ที่นั่งอยู่ตรงเทอเรสเพียงลำพังอย่างเงียบๆ เขาเพิ่งมาถึง และ...หยุดยืนมองอยู่ตรงนี้สักพักแล้ว ตอนแรกคิดจะเข้าไปรวบตัวเดือนดาเรศน์เข้ามาจูบให้สมกับที่ไม่ได้สัมผัสแตะต้องเธอมาทั้งคืน แต่ภาพที่เธอนั่งกอดไวโอลินไว้แนบอกทำให้เขาต้องชะงักฝีเท้า

มองจากด้านหลัง เดือนดาเรศน์ยิ่งตัวเล็กและบอบบาง ดูราวกับแทบจะปลิวลม ภูดิศขมวดคิ้วไม่ชอบใจ เขาควรต้องขุนเธอให้อ้วนกว่านี้ อย่างน้อยให้พอมีน้ำมีนวลอีกสักนิดก็ยังดี

“บอส...” แทนคุณซึ่งยืนอยู่ข้างๆ กระซิบเรียกเบาๆ เมื่อเห็นผู้เป็นนายไม่ขยับเขยื้อนกายไปทางใด “บอสครับ”

เสียงทุ้มนุ่มดังแทรกเสียงเพลงจากไวโอลิน ฟังน่ารำคาญจนคนที่ไม่เคยนั่งฟังเพลงอย่างจริงๆ จังๆ หันไปมองอย่างตำหนิ

“ชู่ว์...” เขายกนิ้วชี้แตะริมฝีปากปราม พลางบุ้ยปากไปทางเดือนดาเรศน์ “แกมันตัวทำลายบรรยากาศจริงๆ ให้ตาย!”

คนถูกต่อว่า กะพริบตาปริบ มองเจ้านายที่ไม่เคยนั่งฟังเพลงจริงๆ จังๆ ด้วยความงุนงง

ใครกันนะเคยบ่นตอนเขาเปิดเพลงฟังในรถว่า

‘หนวกหู!’

ใครกันที่เคยเดินดุ่มออกจากคอนเสิร์ตบรูโน่ มาร์ส ทั้งที่เพิ่งเข้าไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

ใครกันที่เคยขายแผ่นเสียงซึ่งเป็นมรดกตกทอดจากผู้เป็นปู่อย่างไม่เห็นคุณค่า

ใครกันที่เคยขายเปียโนสไตน์เวย์แอนด์ซันอย่างไม่นึกเสียดาย

จู่ๆ วันนี้กลับมีอารมณ์สุนทรีย์ยืนฟังเพลงจากไวโอลินเก่าๆ คันหนึ่ง

เออหนอ...บอสเขาเปลี่ยนนิสัยได้ง่ายดายถึงเพียงนี้เชียวหรือ

“เรื่องที่ฉันสั่งเมื่อวานเรียบร้อยหรือยัง”

พอถูกทวงงาน สีหน้าเคลือบแคลงสงสัยของแทนคุณพลันเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น

“ยะ...ยังครับบอส”

“เอ้า แล้วรอไรวะ รีบไปทำให้เสร็จๆ ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเรื่องด่วน”

“ครับๆ! ไปเดี๋ยวนี้แล้วครับ!”

ชายหนุ่มรับคำ ก่อนรีบอ้าวออกจากบ้านไปโดยเร็วก่อนที่ผู้เป็นนายจะมีน้ำโหไปมากกว่านี้

ภูดิศมองตามพลางส่ายหน้า จนอีกฝ่ายจนลับหายไปจากสายตาจึงหันกลับไปมองเดือนดาเรศน์ เสียงไวโอลินยังคงดังเคล้าคลอเสียงลมและเสียงคลื่น สร้างบรรยากาศชนิดหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ชายหนุ่มจรดปลายเท้าแผ่วเบา พยายามเดินให้เงียบเชียบที่สุดด้วยไม่อยากทำลายบรรยากาศอันสุนทรีย์นี้ไป เขาเอามือไพล่หลัง เท้าก้าวเดิน สองตาจับจ้องด้านหลังของเดือนดาเรศน์ เธอยังมีสมาธิจดจ่อกับไวโอลินคันนั้น ยามขยับเคลื่อนไหวมือข้างขวา ผมดำขลับที่ถูกรวบไว้เป็นหางม้าจะแกว่งไกว ลมพัดมาหอบหนึ่ง ปลายผมปลิวสะบัดส่งกลิ่นหอมโชยมาแตะปลายจมูก เป็นกลิ่นที่คุ้นเคย จำได้ว่าเขาซื้อแชมพูกลิ่นนี้มาให้เธอใช้ตั้งแต่วันแรกที่เธอมาอยู่ที่นี่

กลิ่นนี้เหมาะกับเดือนดาเรศน์...กลิ่นอ่อนๆ หอมละมุนเข้ากับกลิ่นกายสาว ทำให้เขานึกถึงยามหญิงสาวเปลือยเปล่าอยู่ใต้ร่าง

ภูดิศผ่อนฝีเท้า ก่อนจะหยุดยืนอยู่ทางด้านหลังห่างจากเดือนดาเรศน์เพียงช่วงข้อศอก เธอยังคงจดจ่อกับไวโอลิน ไม่รับรู้การมาถึงของเขา เสียงไวโอลินดังแจ่มชัดก้องอยู่ในหู เพลงของเธอค้ลายดั่งมีกลิ่น...หวานละมุนเจือความเศร้า ดวงตาที่เจิดจ้าด้วยแรงอารมณ์จ้องมองปลายผมที่กวัดแกว่งไปมา เขาเอื้อมมือออกไป ใช้ปลายนิ้วเกี่ยวพันปลายผมที่เรียบลื่นราวกับแพรไหมนั้น คนที่ยังจดจ่อกับไวโอลินจึงรู้สึกตัว หญิงสาวสะดุ้ง หันขวับมามองพลางยกมือตั้งการ์ดพร้อมสู้เต็มที่

“คุณดิศ” พอเห็นว่าเป็นใคร เธอพลันอุทาน ผงะก้าวถอยหลัง ทำหน้าตาตื่นราวกับเขาเป็นปีศาจหรือเป็นตัวอะไรก็ตามที่เธอรังเกียจ

ความหงุดหงิดพาดผ่านดวงตาดุดัน เส้นเลือดตรงขมับปูดโปน เดือนดาเรศน์มองเห็นจึงหน้าเสียเมื่อเห็นว่าเขากำลังไม่พอใจ หญิงสาวกอดไวโอลินไว้กับตัว กอดรัดอย่างหวงแหนราวกับเกรงว่าเขาจะแย่งมันไป

“เดือนแค่คิดถึงพ่อ” เดือนดาเรศน์อธิบายสั้นๆ เสียงดังอุบอิบในลำคอ “ถ้าคุณดิศไม่ชอบเดือนจะไม่เล่นมันอีก”

คิ้วที่ขมวดอยู่แล้วยิ่งผูกกันเป็นปม ภูดิศมองคนตรงหน้าแล้วสั่นศีรษะ เขาหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดก่อนรั้งตัวเธอให้นั่งบนตักของตนเอง

เดือนดาเรศน์ปลิวตามแรงฉุด เซเข้าสู่อ้อมกอดแล้วล้มลงบนตักของเขา

“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ”

แสงแดดลอดผ่านหลังคาไม้ระแนงกระทบผิวแก้มผุดผ่อง ความร้อนแผดเผาจนเกิดเป็นรอยเลือดฝาด ยิ่งปลายนิ้วของภูดิศลูบไล้สัมผัสตรงนั้นมันก็ยิ่งแดงจัดราวกับลูกตำลึงสุก

“ถ้าอยากเล่นก็เล่น ฉันไม่คิดห้าม ดีใจด้วยซ้ำที่เธอมีอะไรให้ทำแก้เบื่อ” เขาเลื่อนมือจากแก้มไปยังปอยผมที่ถูกลมพัดจนปลิวมาปรกใบหน้าของเดือนดาเรศน์ “ที่เธอเล่นเมื่อกี้ ฟังเพลินดีนะ เพลงอะไร”

“winter sonata ค่ะ”

“อืม เพิ่งเคยได้ยิน ปกติฉันไม่ฟังเพลงบรรเลงพวกนี้หรอก ยิ่งเป็นไวโอลินฉันยิ่งไม่อยากฟัง”

“ทำไมล่ะคะ” เดือนดาเรศน์มองเขาด้วยความสงสัย ดวงตาทั้งสองที่เคยอิดโรยและบวมช้ำ ยามนี้ค่อยดูสดใสเปล่งประกายงดงามเหมือนเมื่อครั้งแรกที่ได้พบกัน ภูดิศรู้ว่าเดือนดาเรศน์ร้องไห้...อาจจะทุกวันนับตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ เขาควรจะปลอบเธอแต่ก็ไม่ทำ เขาไม่ใช่คนอ่อนโยน จะให้มานั่งปลอบผู้หญิงสักคนหนึ่ง ภูเขาทำไม่เป็นและไม่คิดทำ คงทำได้แค่รอให้เธอเยียวยาตัวเองจนหายดี

“เคยคิดว่าเสียงมันสูงเกินไป ฟังแล้วปวดหู”

“แล้วเมื่อกี้...”

“ก็ฟังได้ ไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่คิด”

เดือนดาเรศน์คงจะชอบดนตรีจริงๆ ยามพูดถึง ดวงตาของเธอจึงเปล่งประกายความสุขออกมาอย่างชัดเจน แม้แต่ริมฝีปากที่มักจะเม้มเข้าหากันยังคลี่ออกเป็นรอยยิ้มบางๆ

“ยิ้มแรกของเธอ ฉันควรจะถ่ายรูปเก็บไว้ไหม”

ภูดิศคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพของเธอไว้หนึ่งภาพ ไม่ใช่ภาพที่มีรอยยิ้ม ไม่ใช่ภาพหน้าตรง แต่เป็นภาพที่เธอกำลังจะยกแขนขึ้นปิดหน้าอย่างตกอกตกใจ

ไอโฟนของเขาไม่มีภาพอย่างอื่นนอกจากภาพพื้นที่รกร้าง โรงแรมหรือตัวอาคารที่กำลังก่อสร้าง บางทีก็มีพวกเอกสารต่างๆ นับสิบนับร้อย เดือนดาเรศน์นับว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่มีภาพบันทึกไว้ในโทรศัพท์ของเขา ชายหนุ่มเปิดภาพของเธอขึ้นมา มองแล้วหัวเราะ

เดือนดาเรศน์ขมวดคิ้ว พยายามชะโงกมอง หากเขากลับซ่อนมันไว้ไม่ยอมให้เธอเห็น

“ขอดูหน่อยสิคะ” เธอร้องขอ “เดือนน่าเกลียดมากเลยเหรอ”

“อืม น่าเกลียดจนดูแทบไม่ได้”

“คะ?” เธอทำสีหน้าไม่อยากเชื่อ ต่อเมื่อเห็นแววตาจริงจังของคนพูด สีหน้าจึงสลดลง “งั้นลบเถอะค่ะ”

“ลบทำไม ฉันจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก”

“ไม่ได้ค่ะ ลบเถอะ ไว้ถ่ายใหม่ก็ได้”

“ไม่ต้องถ่ายใหม่หรอก ฉันชอบรูปนี้นี่”

“ชอบรูปน่าเกลียดๆ หรือคะ” เธอย้อนถาม น้ำเสียงขุ่นเขียว ภูดิศเพิ่งเคยได้ยินสุ้มเสียงเช่นนี้ ปกติเสียงของเดือนดาเรศน์ถ้าไม่เต็มไปด้วยความคับแค้นก็เศร้าสร้อยจนน่าสงสาร

“ไม่ชอบ” เขาตอบชัดถ้อยชัดคำ “เพราะเป็นรูปเธอเลยอยากเก็บไว้”

“มีกี่คนแล้วล่ะคะ”

“ห๊ะ?”

“รูปผู้หญิงในโทรศัพท์ของคุณมีกี่สิบคนแล้ว” เธอว่าก่อนจะโบกมือไปมา “ช่างเถอค่ะ จะมีกี่คนเดือนไม่รู้หรอก แต่เดือนไม่อยากให้มีรูปของเดือนในโทรศัพท์ของคุณ”

“แต่ฉันอยากให้มี เธอกล้าขัดใจฉันหรือ”

ใครจะไปกล้า...ขัดใจเขาครั้งหนึ่ง ไม่รู้ว่าจะโดนลงโทษยังไงบ้าง เดือนดาเรศน์นิ่งเงียบไม่ยอมตอบ ภูดิศหัวเราะอย่างนึกขัน โคลงศีรษะไปมาแล้วค่อยกระซิบข้างหูเธอ

“คืนนี้ทำให้ฉันพอใจสิ แล้วฉันจะลบให้”

สุดท้ายไม่ว่าอย่างไร เธอก็หนีไม่พ้นเรื่องบนเตียง เดือนดาเรศน์คิดอย่างขมขื่น เมื่อตระหนักว่าชีวิตเธอไม่มีค่าใด นอกจากเป็นนางบำเรอให้กับเขาเท่านั้น

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น