เจ้าโง่_

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

21th Shoot : พี่ศรเป็นแฟนผม

ชื่อตอน : 21th Shoot : พี่ศรเป็นแฟนผม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 737

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2562 21:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
21th Shoot : พี่ศรเป็นแฟนผม
แบบอักษร

21th Shoot

พี่ศรเป็นแฟนผม

น้องปุณย์’s Part

                “พี่ศร ผมเดินเองได้ครับ พี่…พี่ไม่ต้องโอบไหล่ผมก็ได้”

หลังจาก…เอ่อ…ผ่านเหตุการณ์นั้นมา สกิลความตีเนียนของพี่ศรก็เพิ่มขึ้นเป็นร้อยเท่า ตั้งแต่ที่ผมตกลงคบกับพี่ศรผมก็เตรียมใจไว้แล้วว่าต่อจากนี้ไปทั้งสถานะและความสัมพันธ์รวมไปถึงอะไรรอบๆตัวเรามันก็คงจะต้องเปลี่ยนไปด้วย  อย่างวันนี้การเดินไปเรียนของผมกับพี่ศร จากแต่ก่อนที่ถึงแม้จะเดินด้วยกันอยู่แล้วก็จริง แต่มันก็เป็นการที่ต่างคนต่างเดินไม่ใช่แบบที่ผมโดนพี่ศรโอบไหล่กอดตัวผมอย่างหลวมๆอยู่ตอนนี้ แถมอีกคนยังทำหน้าตาเนียนๆอย่างไม่รู้สึกราวกับว่าเราเป็นคู่รักที่คบกันมานานอย่างนั้นแหละ

                “ทำไมกูจะโอบไม่ได้ เป็นแฟนกันแล้วไม่ใช่เหรอ”

                “มันก็ใช่ครับ แต่ว่าเราไม่ต้องเดินโอบไหล่กันแบบนี้ไม่ได้เหรอครับ ผมก็แค่…ยังไม่ค่อยชิน” พูดจบผมก็หลบตามองต่ำ รู้สึกร้อนๆขึ้นมาที่แก้มทั้งสองข้างอีกแล้ว

                “นี่” แต่พี่ศรก็ยังไม่ยอมปล่อยผมไปง่ายๆ อีกคนค่อยๆสัมผัสลงที่แขนทั้งสองข้างของผมอย่างแผ่วเบา ก่อนจะออกเสียงเป็นเชิงสั่งให้ผมเงยหน้าขึ้นมอง

                “…” ผมสบตากับพี่ศรอย่างหวั่นๆ พี่ศรค่อยๆย่อตัวและยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม เสี้ยวหน้าหล่อของพี่ศรเข้ามาอยู่ในสายตาของผมอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตอนนี้ผมใจสั่นเป็นบ้าเลย ได้เห็นหน้าพี่ศรในระยะประชิดแบบนี้ทีไรผมเหมือนหัวใจจะหยุดเต้นทุกทีเลย

                “มึงลืมไปแล้วเหรอว่ามึงมาที่นี่เพราะอะไร”

                “คือผม…ผมมาที่นี่ก็เพราะ…” ประโยคสุดท้ายผมไม่ได้ตอบออกมาเป็นคำพูด แต่เลือกที่จะค่อยๆยื่นมือชี้ออกไปทางอีกคนแทน

  อีกคนที่ว่านั้นคือ…พี่ศร

                “ในเมื่อมึงมาที่นี่เพราะกู มึงมาที่นี่เพราะความรักที่มึงมีให้กู ตอนนี้กูเองก็รักมึงเหมือนกันมึงรู้ใช่ไหม”

                “ระ…รู้ครับ”

                “แล้วรู้ใช่ไหมว่าชีวิตคนเรามันไม่ได้ยืนยาวอะไรขนาดนั้น  ในเมื่อเราต่างคนต่างก็รักกัน ต่อจากนี้มึงไม่ว่าอะไรใช่ไหมถ้ากูจะแสดงความรักกับมึงอย่างที่ใจกูอยากทำ”

                “คือผม…”

                “ถามว่าได้ไหม”

                “ก็…ได้ครับ แต่ว่าผม…”

                “ยังเขินอยู่เหรอ”

                “ไม่ใช่สักหน่อย ผมก็แค่ยังไม่ชิน…ก็แค่นั้น”

                “หึ! เถียงยังไงก็เถียงไม่ขึ้นหรอก ไม่เขินอะไรหน้าแดงซะขนาดนี้ห๊ะ?”

                “อือ…พี่ศร” ไม่ว่าเปล่า พูดจบพี่ศรก็มาจับแก้มผมดึงเล่นอีกแล้ว

ผมพยายามเบี่ยงหน้าหลบจนพี่ศรยอมปล่อย พี่ศรดูเหมือนจะสนุกกับการดึงแก้มผมเล่นเอามากๆเพราะตอนนี้พี่ศรยิ้มกว้างไม่หยุดเลย จะมีก็แต่ผมที่ทำอะไรคืนไม่ได้นอกจากทำหน้ามุ่ยใส่

                “หน้ามุ่ยเป็นตูดลิง” แนะ! ยังจะมาว่าผมอีก

                “ก็พี่ชอบแกล้งผม”

                “ก็มึงอยากน่ารักเองช่วยไม่ได้ อยากมาทำตัวน่ารักให้กูเห็นเองทำไม ตอนนี้กูก็เลยรักมึงเข้าเต็มๆเลยเห็นไหม”

                “ผมไม่คุยกับพี่แล้ว”  ผมขมวดคิ้วมองค้อนพี่ศรไปทีนึงก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา พี่ศรน่ะชอบแกล้งผมอยู่เรื่อยเลย เดี๋ยวจับแก้มผมเล่นบ้างละ บีบจมูกผมบ้างละ เหลืออะไรในหน้าผมที่พี่ศรยังไม่ได้เล่นอีกไหม

                พอเลี่ยงออกมาได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆของพี่ศรเดินตามผมมาติดๆ ตอนแรกผมก็ทำใจแข็งไม่ยอมหันกลับไปมอง เลือกที่จะก้าวเท้าเดินให้เร็วขึ้นกว่าเดิมจนเสียงฝีเท้าที่เคยดังตามมาค่อยๆเงียบหายไป

                “…” ผมหันกลับไปมองข้างหลังไม่เห็นพี่ศรเดินตามมาแล้ว อะไรกันนี่ผมถูกพี่ศรทิ้งให้ไปเรียนคนเดียวจริงๆเหรอ ถึงแม้วันนี้พี่ศรจะไม่มีเรียนเพราะต้องไปซ้อมยิงธนูก็เถอะ แต่ยังไงก็ไม่ควรมาทิ้งกันกลางทางแบบนี้หรือเปล่า

                “เฮ้อ! ช่างเถอะ เราเป็นคนเดินหนีพี่เขามาเองนี่น่า” คิดได้แบบนั้นผมกถอนหายใจกับตัวเองอีกสองสามทีจนกระทั่งหันกลับมานั้นแหละถึงได้ชนเข้ากับอะไรบางอย่างเข้าอย่างจัง

                “เหวอ!”

                หมับ! ผมเกือบจะหงายหลังล้มลงไปอยู่แล้วเชียวถ้าไม่ติดว่ามีมือของใครบางคนฉุดรั้งไว้ได้ทัน เหตุการณ์มันเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนผมยังตกใจไม่หาย

                “ซื่อบื้อแล้วยังซุ่มซ่ามอีก” จนน้ำเสียงดุๆที่คุ้นหูดังขึ้นผมถึงรู้ว่าตอนนี้ผมกำลังถูกใครอีกคนรวบตัวผมมากอดไว้ กอดแน่นจนหน้าจมลงกับแผ่นอกกว้างของเขา

                “พี่ศร” ผมเอ่ยเสียงเบา พยายามจะเงยหน้าขึ้นมองแต่ก็ถูกอีกคนออกแรงกอดไว้จนขยับแทบจะไม่ได้

                “ซุ่มซ่ามแล้วอย่าดื้อ”

                “ผมไม่ได้ดื้อสักหน่อยแล้วผมก็ไม่ได้ซุ่มซ่ามด้วย พี่นั้นแหละที่แกล้งผม”

                “กูแกล้งอะไรมึง”

                “พี่อ้อมมาดักหน้าผมทำไมละ”

                “ก็กูเห็นใครไม่รู้กำลังถอนหายใจซะดังเลย ทำไมกลัวกูทิ้งให้เดินคนเดียวเหรอ”

                “ไม่ใช่สักหน่อย”

                “ไม่ใช่อะไรเมื่อกี้กูแอบเห็นมึงหน้าเสียด้วย มึงเป็นคนเดินหนีกูมาเองไม่ใช่หรือไง”

                “ผมไม่ได้หนีนะครับ ก็วันนี้พี่ศรไม่มีเรียนไม่ใช่เหรอ ผมก็แค่คิดว่าพี่จะไปซ้อมยิงธนูแล้วต่างหาก”

                “แค่นั้น? ไม่ได้หน้าเสียเพราะคิดว่ากูทิ้งให้มึงไปเรียนคนเดียวจริงๆอ่ะ”

                “จริงครับ”

                “เด็กโกหกต้องโดนลงโทษ”

                “อื้อ…พี่ศร”

                ก็ยอมรับจริงๆนั้นแหละว่าผมโกหก ตอนแรกผมใจเสียเลยเพราะคิดว่าพี่ศรคงจะทิ้งผมให้เดินไปเรียนคนเดียวจริงๆซะแล้ว แต่ตอนนนี้ปัญหาใหม่ที่ผมต้องเจอก็คือพี่ศรเอาแต่กอดผมไว้ไม่ยอมปล่อยแถมอีกคนยังก้มหน้าลงมาหอมแก้มผมอย่างเอาเปรียบอีกต่างหาก ผมที่ถูกกอดไว้แน่นจนไม่สามารถทำอะไรได้แบบนี้ก็ทำได้แค่หลับตาปี๋พลางส่งเสียงร้องห้ามสลับกับเสียงตกใจเพราะถูกหอมแก้มอย่างแรง

                ฟอด!

                “เด็กโกหกต้องโดนลงโทษ”

                “ผมไม่ได้โกหกสักหน่อย อื้อ…” พูดไม่ทันจบเลยพี่ศรหอมแก้มผมอีกแล้ว

                “เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่ามึงน่ะเป็นเด็กเลี้ยงแกะที่โกหกได้แย่ที่สุดในโลกเลย ยังคิดว่าตัวเองเป็นคนโกหกเก่งอยู่อีกหรือไง”

                “ผม…อื้อออ…”  พี่ศรหอมแก้มผมอีกแล้ว  คราวนี้ดูเหมือนพี่ศรได้ใจกระหน่ำหอมแก้มผมไม่หยุดเลย ผมไม่มีโอกาสแม้แต่จะส่งเสียงร้องอะไรออกมา ตอนนี้ชุดนิสิตผมยับไปหมดเพราะแรงกอดจากวงแขนแกร่งของอีกคน จะออกแรงขัดขืนก็ทำไม่ได้เพราะยังไงพี่ศรที่อยุ่ในชุดกีฬาก็ทะมัดทะแมงกว่าผมอยู่แล้ว

                จนสุดท้ายกลายเป็นผมเองที่เงียบสงบลง เหลือไว้แค่เสียงหอบหายใจแรงๆเพราะตอนนี้ใจผมเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาอยู่แล้ว

                “หมดฤทธิ์แล้วใช่ไหม”

                “…” ผมไม่ได้ตอบคำถามของพี่ศร แต่ยอมที่จะเงยหน้าขึ้นส่งสายตาค้อนให้กับใบหน้าหล่อเหลาที่ยิ้มมุมปากมองลงมาสบตาผม

                “สงสัยยังไม่หมดฤทธิ์” ว่าจบพี่ศรก็ทำท่าจะก้มลงมาจู่โจมผมอีก

                “หมดแล้วครับๆ” ผมรีบร้องห้าม ผมรับการจู่โจมของพี่ศรอีกไม่ไหวแล้ว ขืนปล่อยให้พี่ศรทำต่อมีหวังผมได้ตายคาอกพี่ศรแน่ๆ

                “ยอมแล้วใช่ไหม”

                “ครับ ผมยอมแล้ว” ผมตอบเสียงอ่อย

                “จะไม่ดื้อแล้วใช่ไหม”

                “ไม่ดื้อแล้วครับ”

                “รู้ใช่ไหมว่าถ้าดื้อจะต้องเจอกับอะไร ตอนนี้มึงเป็นแฟนกูแล้วถ้าดื้อก็ต้องเจอลงโทษเข้าใจไหม”

                “ครับ” ผมพยักหน้ารับ พี่ศรได้ยินแบบนั้นก็ยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจก่อนจะยื่นมือมาบีบจมูกผมเล่นอย่างเอ็นดู และสุดท้ายพี่ศรก็ผมปล่อยผมออกจากอ้อมกอดของเขา ผมรีบกอบโกยเอาอากาศเข้าปอด รู้สึกชาๆตามลำตัวเพราะถูกพี่ศรกอดไว้เป็นเวลานาน

                พี่ศรนะพี่ศร ชอบใช้กำลังกับผมอยู่เรื่อยเลย ถึงมันจะเป็นการใช้กำลังที่ทำให้ผมใจเต้นแรงก็เถอะ

                “พี่ไปซ้อมยิงธนูเถอะครับ ผมเดินไปเรียนคนเดียวได้”

                “ได้ยังไงละ ก็กูบอกแล้วว่าวันนี้จะเดินไปส่งมึงก่อน”

                “แต่ผม…”

                “อย่าดื้อ” 

                “…” ผมมุ่ยหน้าเพราะโดนพี่ศรดุ ไม่ได้อยากดื้อสักหน่อย เพียงแต่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ยังทำผมใจเต้นไม่หาย

                ตอนที่รู้จักกันทีแรกสกิลการโจมตีของพี่ศรก็สูงมากแล้วนะสำหรับผม ตอนที่พี่ศรบอกว่าจะจีบผมตอนนั้นผมคิดว่าหนักสุดๆแล้ว ยิ่งมาตอนนี้ที่ตกลงเป็นแฟนกันสลิกการโจมตีพี่ศรยิ่งรุนแรงว่าเดิมอีก แถมยังมีผลต่ออัตราการเต้นของ

หัวใผมโดยตรงอีกด้วย

                ไม่ไหว ไม่ไหว ถ้าโดนพี่ศรโจมตีบ่อยๆแบบนี้สักวันผมคงได้หัวใจวายขึ้นมาจริงๆแน่ๆ

                “เลิกทำหน้ามุ่ยแล้วก็ยื่นมือมานี่” ว่าจบพี่ศรก็ยื่นมือมาให้ผมจับตอบ

                “….”

                “ยังอีก ยื่นมือมาเร็วๆ”

                หมับ!

                เมื่อเร่งเร้าแล้วผมก็ยังไม่ยอมยื่นมือไปจับตอบอยู่ดี อีกคนที่เหมือนจะหมดความอดทนก็เลยคว้าจับเข้าที่ขอมือของผมเองซะเลย

                “เดี๋ยวกูเดินไปส่งที่คณะเอง ซื่อบื้อแบบนี้จะไปคนเดียวได้ยังไง”

                “…” ผมเงยหน้าขึ้นมอง คิ้วเริ่มจะขมวดเข้าหากันอีกครั้งเพราะสัมผัสได้ว่ากำลังโดนอีกคนหลอกด่า

                “กูเป็นห่วง” จนพี่ศรพูดประโยคต่อมาผมถึงได้เม้มปากแน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองเผยรอยยิ้มออกมา พี่ศรเหมือนจะจับทางได้ก็เลยยื่นมือมายีหัวผมเบาๆก่อนจะจัดการเอากระเป๋าเป้ของผมไปสะพายไว้เอง

                “จะยิ้มก็ยิ้มจะเขินทำไม”

                “อะไรเล่า”

                “ไปได้แล้วเดี๋ยวสาย”

                “…”

                ทุกอย่างเหมือนจะจบลงแค่นั้น จบลงด้วยการที่พี่ศรหอมแก้มผมจนพอใจ จบลงด้วยการที่ผมรู้สึกทั้งร้อนทั้งปวดระบมที่แก้มทั้งสองครั้ง แต่ว่าภาพที่ผมเห็นต่อจากการที่ยอมจับมือพี่ศรคือ…พี่แทน

                พี่แทนกำลังยืนอ้าปากค้างทำอย่างกับว่าพึ่งจะเห็นสงครามหรือเหตุการณ์อะไรที่มันร้ายแรงมาอย่างนั้นแหละ แต่จะว่าไปมันก็คงจะเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงจริงๆ เพราะตั้งแต่ที่ผมยอมตกลงคบกับพี่ศรก็ยังไม่เคยมีใครรู้เรื่องของพวกเราเลย ขนาดพวกเจนกับเจสสิก้าที่เป็นเพื่อนที่ผมสนิทที่สุดผมก็ยังไม่ได้บอก ส่วนพี่ศรน่ะเหรอ รายนั้นไม่ต้องห่วง ปกติก็ไม่ค่อยจะมีเพื่อนแล้วก็ไม่ยอมคุยกับใครอยู่แล้ว เรื่องที่จะบอกใครน่ะตัดทิ้งไปได้เลย

                จริงๆถึงคนอื่นจะรู้เรื่องของพวกผมมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไรหรอก เพียงแต่ว่าสำหรับพี่แทนที่พี่ศรบอกผมตลอดว่าพี่แทนอาจจะ…ชอบผมอยู่ ถ้าเกิดว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ ถ้าพี่แทนชอบผมจริงๆ งั้นภาพที่เห็นเมื่อกี้พี่แทนจะรู้สึกยังไงนะ

                “พะ…พี่แทน…” ผมรวบรวมน้ำเสียงที่เหมือนจะขาดหายไปกลับมาก่อนจะเอ่ยเรียกใครอีกคนที่ยังยืนอ้าปากค้างอยู่เหมือนเดิม ผมลองที่จะเงยขึ้นมองหน้าพี่ศรว่าจะเอายังไงดีแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือแรงกระชับตรงฝ่ามือทีเราทั้งสองคนสอดประสานกันอยู่ แรงพยักหน้าเบาๆกับรอยยิ้มอย่างอบอุ่นของพี่ศรเป็นคำตอบให้ผมอย่างชัดเจน

                และสุดท้ายพี่ศรก็จับมือผมเดินเข้าไปหาคนที่มาใหม่อย่งพี่แทนช้าๆทีละก้าว

                “ไอ้แทน” เป็นพี่ศรที่เลือกที่จะเอ่ยทักขึ้นก่อน

                “นะ…นี่พวกมึงสองคน”

                “พวกกูสองคนคบกัน”

                “…”

                ถ้าโลกนี้จะมีอะไรที่เร็วกว่าแสงก็คือพี่ศรนั้นแหละครับ แทบจะทันทีที่พี่แทนเอ่ยถาม น้ำเสียงพี่แทนที่ถามมายังดูล่องๆลอยๆเหมือนคนที่ไม่มีสติต่างกับพี่ศรที่ตอบแบบฉะฉานชัดถ้อยชัดคำจนผมเองยังต้องชะงักแล้วเงยหน้าขึ้นมอง

                “คะ…คบเหรอ” พี่แทนทวนคำ

                “อืม” พี่ศรก็ยังคงพยักหน้ารับเสียงเรียบ

                “จริงเหรอไอ้ปุณย์”

                หมับ!

คราวนี้เป็นแรงจับและบีบของพี่แทนลงมาที่ต้นแขนผม อาการเจ็บจากแรงบีบทำให้ผมต้องแสดงสีหน้าเจ็บปวดออกมาให้เห็น

                “ไอ้แทนน้องมันเจ็บ” ว่าจบพี่ศรก็ปัดมือพี่แทนออก

                “กูขอโทษ กูก็แค่จะถามไอ้ปุณย์ให้แน่ใจ”          

                “มึงจะถามมันทำไมก็ในเมื่อกูบอกมึงไปแล้ว”

                “มันก็ใช่ แต่กูแค่…แค่ไม่คิดว่ามึงจะชอบน้องมันได้”

                “ทำไมกูจะชอบมันไม่ได้ มึงยังชอบมันได้เลย”

                “กะ…กู” โดนพี่ศรพูดแบบนี้พี่แทนถึงกับออกอาการเลิกลัก ตอนนี้ผมว่าก็คงจะจริงอย่างที่พี่ศรพูดที่ว่าพี่แทนชอบผม ที่ผ่านมาผมไม่เคยมองออกเลยเพราะคิดว่าทุกอย่างที่พี่แทนทำมันเป็นความห่วงใยและความรักที่รุ่นพี่มีต่อรุ่นน้องเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาผมก็รัก เคารพและห่วงใยพี่แทนเป็นรุ่นพี่ที่ดีของผมอีกคนนึงเหมือนกัน

                แต่ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ผมเองก็คงต้องทำอะไรให้มันชัดเจน... ชัดเจนสำหรับผม พี่ศรแล้วก็พี่แทน

                “ผมชอบพี่ศรครับ”

                “…” พอผมตัดสินใจพูด ตอนนี้บรรยากาศรอบๆตัวก็เงียบลง สายตาของคนตัวสูงทั้งสองคนต่างมองมาทางผม สุดท้ายผมก็ตัดสินใจสูดลมหายใจลึกๆก่อนจะพูดต่อ

                “ผมชอบพี่ศรมานานแล้วครับ ตั้งแต่ผมยังไม่ได้มาเรียนที่นี่ด้วยซ้ำ ผมหลงรักพี่ศรจากหน้าจอทีวี ตอนที่ผมเห็นพี่ศรกำลังแข่งขัน ผมละสายตาจากพี่ศรไม่ได้เลย ตอนนั้นผมรู้ทันทีว่าผมคงหลงรักพี่ศรไปแล้ว เพราะพี่ศรทำให้ผมมีเป้าหมาย มีความหวังและมีกำลังใจในชีวิต เพราะพี่ศรผมเลยกล้า กล้าที่จะมาเรียนที่นี่ กล้าที่จะมาหาพี่ศร กล้า…ที่จะรักเขา”

                “งั้นก็แสดงว่าตอนแรกที่มึงเคยบอกกูว่ามึงสนใจเรื่องของไอ้ศรก็เพราะแบบนี้สินะ”

                “ใช่ครับ” ผมตอบพี่แทน “ตอนแรกผมคิดไว้แค่ได้มาหา มาอยู่ใกล้ๆหรืออย่างมากก็แค่ได้แอบมองพี่ศรอยู่ห่างๆ ผมหวังไว้แค่นั้นจริงๆ แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมามันทำให้ผมรู้ รู้และเข้าใจตัวเองว่าผมรักพี่ศรมากแค่ไหน”

                “มึงแน่ใจนะ” พี่แทนถามย้ำ

                “ครับ! ผมแน่ใจ ผมกับพี่ศร…ตอนนี้เราเป็นแฟนกันครับ” ผมยืนยันหนักแน่น

                “อืม เข้าใจแล้ว”

                “ครับ?” ผมทำหน้าสงสัย ตอนแรกคิดว่าพี่แทนจะแอบดื้อซะอีก

                “ไม่ต้องทำหน้างงเลย ก็บอกว่าเข้าใจแล้วไง” พี่แทนยื่นมือมาลูบหัวผม

                “พี่เข้าใจแล้วเหรอครับ”

                “อืม เข้าใจไม่ยากหรอก กูก็พอจะดูรู้ว่ามึงไม่ได้มองไอ้ศรเป็นแค่รุ่นพี่หรือพี่เมท ถ้ามึงมองไอ้ศรแบบนั้นมึงคงชิ่งหนีมันไปตั้งแต่แรกเหมือนเด็กคนอื่นๆ มึงก็รู้ว่าไอ้คนเถื่อนนี่มันเป็นยังไง” ประโยคสุดท้ายพี่แทนพูดเชิงหยอกล้อพร้อมเบนสายตาไปทางพี่ศร

                “ก็จริง…ครับ” ผมยิ้มรับเสียงเบาและเบนสายตาไปทางพี่ศรบ้างก่อนจะเจอเข้ากับสีหน้าหงุดหงิดของพี่ศรเข้าเต็มๆ

                “ปล่อยมือได้แล้ว” ว่าจบพี่ศรปัดมือพี่แทนที่ลูบหัวผมออก

                “ไม่ทันไรก็ขี้หึงแล้ววะ” พี่แทนพูดติดตลก

                “กูหวง” พี่ศรตอบเสียงเรียบ แต่สิ่งที่ได้ยินเรียกริ้วแดงให้ปรากฏขึ้นที่หน้าผมได้เหมือนกัน

                “กูขอถามอะไรมึงอย่างได้ไหมไอ้ศร”

                “มึงจะถามอะไร”

                “ไอ้ปุณย์เนี่ยกูไม่สงสัยอะไรแล้ว แต่มึงเนี่ยไปชอบเด็กมันตอนไหนวะ”

                “กูตอบไม่ได้หรอก รู้แค่ว่าตอนนี้กูชอบมัน”

                “ก็ยังขวางโลกเหมือนเดิมนะมึงน่ะ” โดนพี่แทนว่าแบบนี้พี่ศรไม่ได้ตอบอะไรนอกจากทำหน้านิ่งๆแบบที่พี่ศรชอบทำเหมือนเดิม ตอนนี้พี่แทนเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าพี่ศรในระยะประชิด มือข้างนึงค่อยๆยกขึ้นก่อนจะวางฝ่ามือแตะลงบนบ่าพี่ศร

                “มึงเจอคนที่รักมึงกูก็ดีใจด้วย แต่กูจะขอให้มึงดูแลน้องมันดีๆให้สมกับที่น้องมันเสียสละและทำเพื่อมึงขนาดนี้ กูไม่มีอะไรจะพูดมาก กูจะบอกแค่ว่าถ้าวันไหนมึงทำให้น้องมันเสียใจกูจะมาเล่นงานมึง”

                “เออ ไม่มีวันนั้นหรอก” พี่ศรปัดมือพี่แทนออกก่อนจะพูดยืนยันด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่แพ้กัน

                “กูจะคอยดู” แล้วบรรยากาศตึงเครียดก็หายไปเพราะตอนนี้ทั้งพี่แทนและพี่ศรต่างเผยรอยยิ้มออกมา “เฮ้อ! ยังไม่ทันได้เรื่มจีบก็แพ้ซะแล้วกู แต่เป็นแบบนี้ก็ดีกูจะได้มีเวลาทำใจ”

                “ผมขอโทษนะครับพี่แทน”

                “เฮ้ย! ไม่ต้องทำหน้าหงอยขนาดนั้นก็ได้ ดูสิทำหน้าเป็นหมาหงอยเลย”

                “พี่ไม่โกรธผมจริงนะครับ”

                “กูจะไปโกรธมึงเรื่องอะไร กูไปชอบมึงเองไหม อีกอย่างกูก็ยังไม่ได้จีบมึงเลยด้วยซ้ำ เพราะกูมัวแต่กลัวนี่แหละไอ้ศรถึงคาบไปแดก”

                “ไอ้สัดแทนกูไม่ใช่หมา”

                “เวลาทำหน้าดุก็เหมือนอ่ะ”

                “ไอ้เชี่ยนี่”

                “เฮ้ยๆอย่าๆ”  ภาพที่เห็นตอนนี้คือพี่แทนกำลังวิ่งหนีพี่ศรที่ตามไล่เตะก้นพี่แทนอยู่ พี่แทนก็ยังเป็นพี่แทนที่ผมรู้จักตั้งแต่วันแรก เป็นคนน่ารักและอารมณ์ดีอยู่เสมอ ผมไม่รู้ว่าลึกๆแล้วพี่แทนจะแอบโกรธหรือรู้สึกไม่ดีกับผมหรือเปล่า แต่ยังไงสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ก็คือผมรักพี่ศรและตอนนี้พี่ศรก็รักผมเหมือนกัน และผมเองก็หวังว่าสักวันพี่แทนจะเจอคนที่รักเขาด้วยเหมือนกัน

                ไล่แตะก้นกันอยู่พักใหญ่พี่แทนก็ขอแยกตัวไป ก่อนไปยังไม่วายที่จะมากอดผมเล่นจนพี่ศรออกอาการหึงยกใหญ่ ขนาดตอนนี้เดินแยกจากพี่แทนมาตั้งไกลแล้วพี่ศรยังไม่เลิกขมวดคิ้วเลย

                “ทำหน้าบึ้งหมดหล่อแล้วครับ” ผมเอ่ยแซว หวังจะให้อีกคนอารมณ์ดี

                “มันน่าทำหน้าบึ้งไหมละ”

                “ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย พี่แทนเขามากอดผมเองนี่ พี่ก็รู้ว่าพี่แทนเขาแค่แกล้งเล่นเฉยๆ”

                “แต่กูหวง”

                “โอ๋ๆ” ผมยกมือขึ้นลูบหลังนักกีฬายิงธนูตัวสูงที่กำลังทำหน้าตาแสนงอนอยู่ตอนนี้ “พี่จะหวงทำไมครับพี่แทนเขาก็รู้แล้วนี่ว่าเราสองคนเป็นแฟนกัน”

                “แต่กูก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี” พี่ศรตอบเสียงเรียบ

                ฟอด!

                ผมตัดสินใจพยายามเขย่งเท้าเพื่อจะได้ยืดตัวขึ้นไปหอมแก้มของคนตัวสูงที่ทำหน้าแสนงอนตอนนี้ได้ถนัด

                “แบบนี้ไว้ใจได้หรือยังครับ”

                “ยัง” ผมเห็นเลยนะว่าพี่ศรน่ะมีแอบยิ้มด้วย แต่เหมือนจะรู้ตัวว่าเผลอยิ้มออกมาถึงได้กลับมาทำหน้าบึ้งอีกแล้ว

                “ยังอีกเหรอครับ แล้วผมต้องทำยังไง…อื้อ!” ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจ จังหวะที่ผมเงยหน้าขึ้นถามพี่ศรฉวยโอกาสวาดวงแขนโอบกอดผมจากด้านหลังจนตัวผมเข้าไปแนบชิดกับร่างกายของเขา ไม่รอช้ากว่านั้นพี่ศรก้มหน้าลงประกบริมฝีปากแนบชิดกับริมฝีปากผมอยู่นาน

                ผมถูกพี่ศรจูบ!

                “อื้อ…” ผ่านไปเนิ่นนานจนผมรู้สึกว่ากำลังจะขาดอากาศหายใจ สองมือพยายามทุบลงที่หน้าอกแกร่งของพี่ศรเป็นเชิงขอร้องให้เขายอมให้ผมได้หยุดพักหายใจบ้าง

                “ฮ๊ะ…แฮ่กๆ…” เมื่อเป็นอิสระสิ่งแรงที่ผมทำคือการหายใจเอาอากาศเข้าปอด พอเริ่มดีขึ้นผมถึงมองเงยหน้าขึ้นมองค้อนคนฉวยโอกาสอย่างเอาเรื่อง

                “มองหน้าทำไม จะเอาอีกเหรอ”

                “ไม่ใช่สักหน่อย” ผมเบี่ยงหน้าหลบเพราะพี่ศรจะก้มลงมาทำอีกครั้งอย่างที่เขาว่าจริงๆ แต่ถูกกอดไว้แบบนี้จะหันหน้าหลบไปทางไหนได้นอกจากซุกหน้าลงกับแผ่นอกของเขา

                “พี่ฉวยโอกาส”     

                “หึ! ฉวยโอกาสตรงไหน ก็มึงถามกุก็ตอบว่าต้องทำยังไงถึงจะไว้ใจ”

                “แต่พี่ตอบผมเป็นคำพูดก็ได้ไม่เห็นต้อง…จูบผมสักหน่อย”

                “เย็นนี้กูคงซ้อมถึงเย็นเพราะอีกไม่กี่วันต้องไปแข่งแล้ว มึงจะมาดูกูซ้อมไหม”

                “ผมไม่ไป”

                “ได้ยังไงละ เป็นแฟนคลับอันดับหนึ่งก็ต้องไป ห้ามดื้อ!”

                “ผมไม่ได้ดื้อ แต่ผมโกรธพี่”

                “โกรธเรื่องอะไร”

                “…”

                “เอ้า! ถามก็ไม่ตอบ ถ้าให้กูเดาเรื่องที่กูจูบมึงเมื่อกี้ใช่ไหม”

                “รู้แล้วยังจะมาพูดอีก” ผมบอกเสียงเบา

                “อืม กูเคยได้ยินมาว่าหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง ถ้ามึงโกรธกูเพราะกูจูบ ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องจูบอีกรอบสินะถึงจะได้หายโกรธ”

                “ใครบอกพี่เนี่ย ไม่ใช่สักหน่อย…อื้อ!”

                พี่ศร!

                เอาอีกแล้วนะ ฉวยโอกาสกับผมตลอดเลย มาหลอกให้ผมเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็มาทำแบบเนี่ย ผมจะโกรธพี่ จะโป้งพี่ จะไม่ไปเชียร์พี่อีกเลย คอยดูสิ 



______________________________

ตอนหน้าจบแล้วครับ ^^


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}