facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

ตอนที่ ​3-1 เป็นอย่างที่คิดเหรอ

ชื่อตอน : ตอนที่ ​3-1 เป็นอย่างที่คิดเหรอ

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2562 17:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ​3-1 เป็นอย่างที่คิดเหรอ
แบบอักษร

3. เป็นอย่างที่คิดเหรอ


โดยองไปเรียนพร้อมกับซอนอู เพราะฉะนั้นซอนอูจึงมีความสุขแทบตายกับการได้ไปเรียนพร้อมรุ่นน้องที่ตัวเองแอบชอบ แต่ในทางตรงกันข้าม ภายในใจของลีโดยองกลับมีแต่ความหงุดหงิดและเหนื่อยหน่ายจากการควบคุมตัวเองไม่ให้ระเบิดความหัวร้อนออกมา เขาอยากจะเอากำปั้นอุดปากคนช่างจ้อตลอดภายในถไฟใต้ดิน แต่ถ้าทำแบบนั้นในที่สาธารณะก็คงจะมีรูปหลุดว่อนไปทั่วอินเทอร์เน็ตในชั่วพริบตาแน่ๆ แต่ถึงจะผ่านไปสักพักยังไงยูซอนอูก็ไม่ได้ดูเหมือนจะสงบลงเลย

‘ตอนนี้เราสนิทกันแล้วเหรอ พระเจ้า รุ่นพี่กับรุ่นน้องเนี่ยนะ แต่ไม่เป็นไร ฉันจะเหมาว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วกัน แทนการที่นายจะต้องลำบากอยู่ข้างๆ ฉันในอนาคตจนกว่าจะไปเกณฑ์ทหาร แต่อะไรน้าาา รุ่นน้องของเราไปเกณฑ์ทหารมาแล้วงั้นเหรอ โอ้พระเจ้าา ถ้างั้นเราคงจะต้องเป็นคู่หูกันไปจนฉันเรียบจบเลยสินะ’ ในขณะที่พูดเช่นนั้น โดยองก็มีใบหน้าที่เหมือนจะยิ้มแย้มแต่เลือดที่ไหลเวียนทั่วร่างกายกลับดูเหมือนจะเย็นลง

“ลีโดยอง ทำไมจู่ๆ เป็นงั้นล่ะ สีหน้านายไม่ดีเลยนะ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”

“อ๋อ เปล่าครับ แค่นอนไม่สบายตัวนิดหน่อยน่ะครับ”

“โถ่ งั้นทำไมไม่นอนที่โซฟาล่ะ”

“...ที่ห้องไม่มีโซฟาครับ”

“อ่าวเหรอ อืม... ถ้างั้น ที่พื้นก็คงดีที่สุดแล้วสินะ เวรกรรมจริงๆ”

โดยองอยากจะบอกว่าเหตุผลที่เจ้าบ้านอย่างเขาต้องสละเตียงมานอนบนพื้นก็เพราะนายนั่นแหละยูซอนอู ถ้าคว้าคอเสื้อได้ด้วยก็คงจะดีแล้ว แต่ก็ต้องหยุดมันไว้แค่ในจินตนาการแหละนะ ควรจะมีคำขอโทษที่รบกวนเมื่อคืนสักนิดนึงก็ยังดี แต่ไม่รู้ว่าไม่มีความคิดหรือรู้แต่แกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่ เพราะซอนอูเองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่รับมือได้ง่ายๆ ด้วย


-สถานีนี้คือคย็องแดอิบกู สถานีคย็องแดอิบกูค่ะ ประตูทางออกจะเปิดทางด้านขวา


วันนี้เป็นวันที่ทั้งสองคนมีคลาสเรียนแค่ช่วงบ่าย แต่ตำแหน่งของห้องเรียนกลับต่างกัน ห้องที่โดยองต้องเข้าไปเรียนก็คืออาคารที่อยู่หน้าประตูใหญ่ ส่วนซอนอูต้องเดินต่อไปยังอาคารที่ห่างจากประตูใหญ่ไปอีกประมาณสิบนาที

“เฮ้อ เดินคนเดียวมันน่าเบื่ออะ”

ซอนอูเอาแต่บอกว่าการเดินคนเดียวมันน่าเบื่อ พูดตั้งแต่ในรถไฟใต้ดินจนถึงห้องเรียน ถึงจะร้องเพลงคลอไปด้วยแต่ก็ไม่มีการตอบรับจากรุ่นน้องหัวอ่อนที่เดินอยู่ข้างๆ เแกล้งทำเป็นไม่รู้แน่เลย

หมอนี่ทำเป็นไม่ได้ยินทั้งๆ ที่ได้ยินหรือเปล่านะ หรือต้องพูดตรงๆ ว่าให้ไปด้วยกัน คนไม่มีเซนส์ก็ไม่มีจริงๆ เลยสินะ


ซอนอูว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองจริงๆ ภายในใจยังคงตื้อโดยองอยู่ ส่วนโดยองรู้สึกเคืองๆ หูเหมือนโดนนินทาจึงใช้มือเกาหู และเมื่อมาถึงอาคารเรียนก็โค้งลาซอนอู

“รุ่นพี่ครับ ถ้างั้นผมขอตัว...”

“นี่! ฉันบอกแล้วไงว่าเดินไปห้องเรียนคนเดียวมันน่าเบื่ออะ ไปด้วยกันเถอะนะ!”

“คือ... คือว่า คลาสผมจะเริ่มในอีกสิบนาทีแล้วนะครับ”

“ถ้ารีบๆ เดินก็ใช้เวลาไปแค่ห้านาที เดินกลับอีกห้านาทีเองนี่นา แค่นั้นก็น่าจะทันใช่ไหมล่ะ โกโกโก!”


ซอนอูปฏิเสธการกล่าวลาครั้งสุดท้ายก่อนเข้าห้องเรียนของโดยองพร้อมกับควงแขนอีกฝ่ายไปด้วย อ่า... โดยองยืดแขนไปทางห้องเรียนที่ค่อยๆ ไกลออกไปจากสายตาแต่ก็ไม่สามารถจับมันไว้ได้ อาจารย์ของคลาสนี้เป็นอาจารย์ที่คิดว่าความตรงต่อเวลาต้องมาก่อนสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น ถ้ามาสายหรือขาดเรียนก็จะโดนลบคะแนนกันใหญ่โต โชคดีที่เป็นวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐานซึ่งเป็นวิชาที่นักศึกษาเข้าเรียนกันเยอะ แล้วอาจารย์ก็จำหน้าทุกคนไม่ได้อยู่แล้ว ทว่าการเข้าเรียนให้ทันเวลาเริ่มคลาสของเหล่านักศึกษาเกือบร้อยคนก็เป็นกับดักอันยิ่งใหญ่

อืม ถ้าไปกลับอย่างละห้านาทีแล้วเป็นสิบนาทีก็ไม่เป็นไร ถ้าวิ่งเร็วๆ ก็คงจะลดเวลาลงได้ โดยองคิดแผนขึ้นมาในใจตัวเองแต่รู้สึกแปลกๆ ชอบกลแฮะ

“อ่า แต่กว่าคลาสฉันจะเริ่มก็อีกยี่สิบนาทีเลยอะ ถ้าตอนนั้นยังเบื่ออยู่จะทำไงดีนะ”

โอ๊ยไอ้เวรรรรร นี่มันจริงๆ เลย!


คำหยาบติดอยู่ที่ปลายลิ้นของโดยองแต่อีกหน่อยก็คงจะออกมาเดินว่อนทั่วโลกใบนี้แล้ว ไม่ว่าเมื่อไรความรู้สึกของโดยองก็ไม่เคยผิดเลย รุ่นพี่เฮงซวยนี่ ทำไมเวลาที่เริ่มเรียนแล้วเขายังต้องออกมานั่งพูดคุยอยู่แบบนี้นะ โดยองได้แต่หวังว่าซอนอูจะไม่ขอให้เขาอยู่ด้วยจนกว่าจะถึงเวลาเริ่มคลาสของตัวเอง ซึ่งมันก็เป็นได้เพียงแค่ความหวังเท่านั้น

“อยู่กับฉันจนกว่าจะเริ่มคลาสเถอะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงน้ำ!”

ถ้าฉันเอาน้ำที่นายเลี้ยงสาดใส่นายก็คงจะดูเป็นรุ่นน้องที่แย่เนอะ


แต่อย่างไรก็ตาม โดยองลองขอความเห็นใจจากซอนอูว่าตัวเองจะต้องเข้าเรียน แต่แค่เริ่มพูดว่า ‘รุ่นพี่ ผมต้องไป...’ ก็โดนตัดบทเสียแล้ว โดยองจึงต้องตามซอนอูเข้าไปในห้องเรียนวิชาสาขาของปีสองอย่างช่วยไม่ได้ ทันทีที่เขาหาที่นั่งได้ก็รีบส่งข้อความเร่งด่วนไปให้แจโฮ

‘ตึกคโยยัง ชั้นสี่ ห้องสี่ศูนย์สาม ยืมตัว’

‘ให้เข้าเรียนแทนหรอครับ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับคุณชาย’

‘ไอ้รุ่นพี่’

‘ครับ เข้าใจแล้วครับ’

‘เขียนสวยๆ นะ’


โดยองที่ใจร้อนก็ส่งข้อความโดยไม่ให้ซอนอูรู้ตัว เขาพิมพ์แค่คำสำคัญแล้วก็ส่งไป แต่แจโฮเซนส์ไวจึงจัดการได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น โดยองเลยรู้สึกสบายใจและหายใจได้ทั่วท้อง จากนั้นก็วางกระเป๋าลงในห้องเรียน ซึ่งในระหว่างที่โดยองจัดการเรื่องใหญ่แบบนั้น ซอนอูก็สั่งรุ่นน้องคนอื่นให้ซื้อน้ำมาให้สองกระป๋อง ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้ออกทั้งแรงทั้งเงินก่อนจะดันมันไปให้ลีโดยอง รุ่นน้องสุดเท่ที่ตัวเองแอบชอบและแสดงความในใจอย่างออกหน้า ‘นี่คุณรุ่นน้อง กินสิ มันคือน้ำที่เต็มไปด้วยความรักของฉันนะ’ อีกฝ่ายเปิดเรื่องน่าอายอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวพลางหัวเราะร่า หลังจากโดยองมองเครื่องดื่มที่ซอนอูผายมือให้ก็กลืนน้ำลาย

ทุกครั้งที่ซื้อก็ซื้อแต่น้ำที่มีวุ้น แม่งเอ๊ยยย

โดยองรู้สึกพูดไม่ออกกับเครื่องดื่มกระป๋องสีเขียวที่มีเม็ดองุ่นลอยไปลอยมา ถึงเขาจะเคยบอกว่าไม่ชอบเครื่องดื่มที่มีเม็ดนั่นนี่ลอยไปมาแบบนั้น แต่ไอ้รุ่นพี่นี่ก็ไม่ฟัง แล้วตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกได้ลางๆ ว่าอีกฝ่ายคงเตรียมแผนนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว

“ลีโดยอง รุ่นพี่ก็เลี้ยงน้ำแล้ว คงไม่ต้องเปิดฝาให้ด้วยหรอกใช่ไหม ก็ได้ๆ เข้าใจแล้ว ฉันจะเปิดให้นะ”

จีซูคนขี้เหร่ก็หัวเราะให้กับคำๆ นั้นจนเสียงสูงเฉียดฟ้าเหมือนยอดเขาเอเวอเรสต์ มันช่างเป็นปัญหาจริงๆ แต่สุดท้ายโดยองก็ดื่มน้ำที่ซอนอูเปิดให้เองแบบเลี่ยงๆ เมล็ดพวกนั้นอย่างขะมักเขม้นด้วยเรี่ยวแรงที่จะต้องเก็บไว้ใช้ในคลาสถัดไป ถ้าไม่กินก็จบแล้วไหมนะ แต่ถ้าเขาไม่กินจริงๆ อีกฝ่ายต้องทำอะไรที่บ้ากว่านี้แน่ ซึ่งเขาจะไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้น

เวลาผ่านไปนานกว่ายี่สิบนาทีที่ซอนอูพูดไว้ตอนแรก สุดท้ายโดยองก็ต้องฟังบรรยายเนื้อหาไปมากกว่าครึ่งในคลาสเดียวกับซอนอูอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำไมเด็กปีหนึ่งที่ไม่ได้อยากรู้อะไรถึงต้องมานั่งฟังบรรยายวิชาที่ลึกจนไม่มีประโยชน์ขนาดนี้ด้วย แล้วตอนนั้นก็มีความคิดนึงลอยเข้ามา เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมฆาตกรถึงได้ก่อเหตุได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ตัดสินใจว่าถ้าเป็นไปได้ก็อย่าไปคิดถึงมันอีกเลย


ขณะที่แจโฮกำลังทำตามคำสั่งอย่างจริงจังอยู่ก็ได้รับการติดต่อจากโดยอง และออกมาจากห้องเรียนเมื่อเป็นช่วงเวลาพัก แจโฮใช้มือขวาจดเลกเชอร์อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยก่อนจะกลับไปทำอาชีพหลักตัวเอง ก็คือคุ้มกันคุณชายจากที่ลับๆ จากนั้นโดยองก็เรียนรู้เนื้อหาช่วงแรกของคลาสที่ตัวเองพลาดไปอย่างรวดเร็ว ตอนคลาสที่เหลือเริ่มขึ้นเขาก็ดึงความตั้งใจทั้งหมดขึ้นมาเท่าที่จะทำได้ และเพราะแบบนั้นก็เลยสามารถตามเนื้อหาของคลาสวันนั้นไปได้โดยไม่พลาดจุดไหนเลย

ท้องของโดยองที่เคยเต็มไปด้วยซุปปลาแห้งจากตอนเช้าก็ยุบไปแล้ว แน่นอนว่าโดยองไม่มีเพื่อนไปกินข้าวจึงคิดว่าจะเรียกแจโฮที่อยู่ใกล้ๆ แถวๆ นี้มากินด้วยกันดีไหมนะ แต่ลางร้ายกลับเริ่มส่งสัญญาณออกมานิดหน่อยเมื่อรู้สึกถึงการสั่นไหว

ไม่เช็กหรอก ไม่ได้ จะไม่ดู! ตั้งใจจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไปเรื่อยๆ ทว่ามันกลับสั่นไม่หยุดไม่หย่อนเลย

ความคิดเห็น