greenmeat

ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอให้สนุกค่ะ รักทุกคน

ตอนที่ 29 : เริ่มใหม่ (18+)

ชื่อตอน : ตอนที่ 29 : เริ่มใหม่ (18+)

คำค้น : เสี่ยวหลิว, หย่งเหวิน, ภรรยาที่ดี, ภรรยาที่ดีไม่ได้มีแค่คุณธรรม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.7k

ความคิดเห็น : 87

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2562 22:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 29 : เริ่มใหม่ (18+)
แบบอักษร

ตอนที่ 29 เริ่มใหม่



เสี่ยวหลิวยืนมองร่างสูงที่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของเขา ใบหน้าหล่อเหลายิ้มกริ่มดูสดชื่น เมื่อสบตาก็พบว่ามันพราวระยับ หวังหย่งเหวินกางแขนขวาวางบนหมอน “มานี่สิ” กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม

เสี่ยวหลิวโอดครวญในใจ ...จะวางฟอร์มก็ไม่ทันแล้วสินะ

ดันร้องขอออกไปอย่างไร้ยางอาย แม้แต่เวลานี้หูยังได้เสียงตัวเองบอกเฮียให้ ‘เร็วอีก’ ดังก้องไปมาอยู่ในห้องรับแขก

หลังจากทำสิ่งนั้นกับเขาแล้วโซฟาก็ใช้นอนไม่ได้ เบาะเปรอะคราบสกปรกไปหมด เสี่ยวหลิวได้สติขึ้นมารีบไปอาบน้ำอีกครั้งแก้เขิน ภาพสะท้อนที่เห็นในกระจกทำใจเต้นแรง ยิ่งนึกถึงยิ่งอยากร้องไห้ ถ้าไม่เป็นเพราะเฮียชมเขาว่าเมื่อกี้สุดยอดจริง ๆ ก็คงคิดไปเองว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นต้องน่าหวาดกลัวแน่ ๆ

“เสี่ยวหลิว” นี่เป็นคืนแรกที่พวกเขาสองคนจะได้นอนร่วมเตียงกัน เพราะถึงแม้จะยกเลิกกฎไปแล้ว แต่ที่นอนของหวังหย่งเหวินยังคงเป็นโซฟาคับแคบตัวเดิม

ผู้เป็นภรรยาให้เหตุผลว่ามีคนมานอนด้วยแล้วไม่ชิน ทว่าความเป็นจริงคือไม่อยากดูเป็นคนใจง่าย

“ดึกแล้วนะ มานอนเถอะ” มานอนกอดให้ความอบอุ่นกัน หวังหย่งเหวินตั้งใจจะทำหน้าที่แทนผ้าห่มในค่ำคืนนี้

จะให้นอนบนแขนเฮียนะเหรอ ไม่เอาหรอก แค่ยืนอยู่ตรงนี้เขาก็รับรู้ถึงความปรารถนาที่สามีแผ่ออกมาแล้ว อยากจะแกล้งทำเป็นตาบอดมองไม่เห็นความต้องการที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาคม

แมวสีขาวตัวนี้ไม่มีทางเลือก ปีนขึ้นเตียงอย่างระมัดระวัง ก้มใบหน้าไม่รู้จะนอนตรงไหน เฮียไม่ยอมขยับแขนออก ...แต่เขาเองก็ไม่อยากให้มันเป็นเช่นนั้น

ลึก ๆ แล้วอยากจะนอนกอดเฮียด้วยเหมือนกัน

อยากจะเล่นตัวทว่าก็ขัดแย้งกับความต้องการภายในจิตใจ เสี่ยวหลิวยอมสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่ม นอนหนุนบนแขนหวังหย่งเหวิน เพียงแค่นี้ก็ทำให้หน้าร้อนขึ้นแล้ว

“เขยิบเข้ามาอีกสิ”

ไม่กล้าเงยหน้ามองคนที่กำลังพูดจาหลอกล่อ มองต้นแขนใหญ่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เม้มริมฝีปากแล้วรีบพลิกตัวไปอีกด้าน ข่มกลั้นอาการตอบเสียงเบา “ไม่เป็นไรครับ”

สิ้นประโยคตัวก็ถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดของสามี ศีรษะเคลื่อนขึ้นเกยทับต้นแขนแข็งแรง เช่นเดียวกับแผ่นหลังที่ขยับแนบชิดกับอกกว้าง

เป็นอีกครั้งที่พิสูจน์ให้เห็นว่าหวังหย่งเหวินมีพละกำลังมากแค่ไหน ภายใต้ชุดสูทดูเหมือนนักธุรกิจที่วัน ๆ ใช้แค่สมอง ทว่าความเป็นจริงสามารถรวบเอวยกภรรยามาแนบกายได้ในเสี้ยววิ

จมูกโด่งจรดลงบนหลังลำคอขาว กลิ่นกายหอมชามะลิทำให้นึกถึงวันที่คนตัวเล็กชงมาให้ดื่มในห้องทำงาน ยังจำคำพูดที่เพื่อนสนิทบอกได้ดี ‘มึงไม่รู้ตัวหรอกว่าโชคดีแค่ไหนที่ได้เสี่ยวหลิวเป็นภรรยาน่ะ’

ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ตัวจริง ๆ เขาทั้งโง่ทั้งบ้าที่ปฏิเสธความรักของเสี่ยวหลิว แมวน้อย ดอกบัวน้อยของเขา แต่ตอนนี้เขารู้ตัวแล้ว และสามีทั้งโลกควรจะอิจฉาเขาที่มีภรรยาที่ดีขนาดนี้

“เฮียเหวิน ปล่อยหลิว”

ไม่ไว้วางใจวงแขนซึ่งพาดอยู่บนเอวและนิ้วมือที่หลับไหลอยู่ตรงตำแหน่งหน้าท้อง เสี่ยวหลิวหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมเฮียถึงได้ใช้พวกมันเก่งกาจนัก เล่นงานจนร่างเขาอ่อนปวกเปียกไปหมด เจ็บปวดเมื่อคิดว่าเฮียอาจจะทำแบบนี้กับคนอื่นมามาก

แต่แล้วยังไงล่ะ ตอนนี้เฮียเหวินรักเขา เสี่ยวหลิวให้อภัย ตอนนี้ต้องหาทางต่อกรต่างหาก คิดดูแล้วตำรากามสูตรน่าจะเป็นทางเดียวที่ช่วยได้

อ้อมกอดกระชับแน่นขึ้น อิงแอบแนบชิดเพียงเนื้อผ้ากั้น ตอนนั้นเองที่หูได้ยินเสียงของผู้เป็นสามีร้องเพลง ท้วงทำนองคุ้นเคยจดจำได้ว่าเป็นเพลงที่ม๊าชอบกล่อมเขาเมื่อตอนยังเป็นเด็ก 唪呀唪 หรือ เพลงอ๋องอาอ๋อง

เสียงทุ้มร้อยเรียงกันเป็นจังหวะเนิบนาบ ร่างเล็กจากที่พยายามจับมือใหญ่ออกพลันหยุดนิ่ง หวังหย่งเหวินลูบกลุ่มผมนุ่มลื่นอย่างเบามือ ในมุมที่ภรรยามองไม่เห็น ใบหน้าน่าเกรงขามสำหรับลูกน้องดูอ่อนโยนขึ้นมาหลายระดับ

“จำได้ไหมช่วงคืนแรก ๆ ที่หลิวมาปักกิ่ง หลิวเคยขอให้เฮียกล่อมนอน”

ลมหายใจเป่ารดที่ข้างใบหู พร้อมกับนิ้วที่เริ่มซุกซน เหมือนกับเด็กตัวเล็ก ๆ ซึ่งได้เวลานอนแล้วแต่ยังอยากเล่นสนุก ย้ายตำแหน่งจากศีรษะเล็กลงมายังด้านล่าง สอดเข้าไประหว่างเนื้อผ้าที่กลัดกระดุม ลากวนไปมาบนหน้าท้องขาวแบนราบ

“จำ...ไม่ได้” พูดปดทั้งที่ยังเห็นภาพอดีตแจ่มชัด เสียงหัวเราะจากคนด้านหลังดังอยู่ในลำคอ เฮียเหวินไม่ว่าอะไร ยังคงร้องต่อไปเรื่อย ๆ นิ้วนวดตรงหน้าท้องและเอวให้ผ่อนคลายจากการเกร็ง

เสี่ยวหลิวหลับตาลงแล้วฟังอย่างตั้งใจ ซึมซาบความอบอุ่นที่โอบล้อมตัวในค่ำคืนนี้ แม้แต่ผ้าห่มที่คลุมกายทุกคืนยังให้ความรู้สึกดีเทียบไม่ได้

คนภายนอกอาจมองว่าสิ่งที่เฮียทำมันดูน่าขัน ทำราวกับภรรยาเป็นแค่เด็กตัวเล็ก ๆ

แต่พวกเขาคงไม่รู้... ว่าสิ่งนี้มันกำลังทำให้เขากลั้นยิ้มแทบไม่อยู่

ใบหน้าเล็กซุกซบเข้ากับต้นแขนสามี เคลิบเคลิ้มไปกับความอ่อนโยนที่ได้รับ ดวงตาปรือปรอยใกล้เข้าสู่ห้วงนิทรา แม้เสื้อนอนจะถูกเลิกมากองที่หน้าอกก็ยังไม่รู้ตัว


ถูกเคล้นคลึง


ลูบไล้


ฝากรอยมือบนผิวขาวไปทั่ว



“หลับฝันดีนะครับ คนเก่ง”



บทเพลงสิ้นสุดลง และนั่นคือคำพูดสุดท้ายที่เสี่ยวหลิวจดจำได้




ซิ่นเฉิงและเทียนฉีรู้สึกหายใจโล่งมากขึ้น หวังหย่งเหวินและหวังเสี่ยวหลิวกลับมาคืนดีกันแล้ว ลูกน้องอย่างพวกเขาไม่ต้องคอยกังวลอารมณ์แปรปรวนของเจ้านายพลอยสบายไปด้วย หวังไป่ลี่ตบรางวัลให้ทั้งสองอย่างงาม

ซิ่นเฉิงยิ้มหน้าบาน ขอโทษนะครับบอส คนฉลาดต้องเลือกภักดีให้ถูกคน บรรพบุรุษผมสอนมาแบบนั้น

เคาะประตูบานใหญ่ขออนุญาต จากนั้นจึงเดินเข้ามาในห้องทำงานชั้นบนสุดของโรงแรมต้าจี๋ฉาย

“รายงานครับ”

“ส่งไปที่ตงเฉิง ใช่ครับ คอนโดตามที่บอก ห้องเลขที่ 510...”

เขาวางแฟ้มสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงาน เวลาขณะเดียวกับที่หวังหย่งเหวินวางสาย

ใบหน้าหล่อเหลายังคงประดับด้วยรอยยิ้มเดียวกับเมื่อคืน ดูอิ่มเอมใจ ซิ่นเฉิงทำเป็นไม่เห็น โอ๊ะ เต่าคริสตัลบนโต๊ะน่ารักเสียจริง

หวังหย่งเหวินเปิดแฟ้มดู เห็นรูปถ่ายของรุ่ยจินเว่ย ความสุขบนใบหน้าเลือนหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ “ครบตามที่บอกใช่ไหม”

“ครับ ผมใช้บริการพวกมืออาชีพ บอสไม่ต้องกังวลนะครับ” ยิ้มมั่นใจกับการว่าจ้างครั้งนี้ “ทุกอย่างมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดกัน”

“ขอบใจมาก ไม่มีอะไรแล้ว นายไปพักได้”

ซิ่นเฉิงโค้งลาจากไป หวังหย่งเหวินถือแฟ้มแล้วหมุนเก้าอี้ไปยังหน้าต่างบานใหญ่

อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเขาผิดคำสัญญา ชายหนุ่มไม่ได้จะกีดกันตัวเลือกความรักครั้งใหม่ของเสี่ยวหลิว เขาให้สิทธิภรรยาที่รักเต็มที่ จะชอบจะมองใครนอกจากเขาก็ได้

หวังหย่งเหวินแค่ต้องการศึกษาข้อมูล ‘ศัตรู’ รู้ความคิดของมัน และช่วยเหลือเสี่ยวหลิวได้ทันหากมีสัญญาณที่ไม่ดีบ่งชี้ให้เห็น

รายงานในแฟ้มเริ่มที่ประวัติของรุ่ยจินเว่ยตั้งแต่ลืมตาออกมาดูโลกจนกระทั่งมีชีวิตอยู่ ณ ปัจจุบัน หวังหย่งเหวินใช้ความสามารถในการอ่านระดับสูงกวาดสายตามองผ่านก็ทราบรายละเอียดทั้งหมดโดยไม่ต้องทวนซ้ำ

รอยยิ้มจุดที่มุมปาก หึ น่าสมเพช... มันน่ะห่างชั้นจากเขามากเกินไป เทียบเรื่องชาติกำเนิด การศึกษา หน้าที่การงานและทรัพย์สินที่ถือครองแล้ว คนที่เหนือกว่ายังไงก็คือเขาเห็น ๆ สองเท่า? ไม่ ๆ สามเท่าต่างหาก หวังหย่งเหวินเหมาะสมที่จะเป็นสามีของฟู่เสี่ยวหลิวคนเดียวเท่านั้น ไอ้จินเว่ยที่ไม่มีอะไรดีเทียบได้ก็ควรจะตระหนักตรงนี้เสียบ้าง

เหยียดผู้ชายที่เคยกังวลว่าจะกลายมาเป็นหนึ่งในตัวเลือกหนึ่งของภรรยาจนพอใจ ถัดมาคือช่วงรายงานการติดตามพฤติกรรมห้าเดือนย้อนหลัง ใช้เวลาตรงนี้ละเอียดยิ่งกว่าส่วนแรก โฟกัสทุกประโยคที่มีคำว่า ‘หวังเสี่ยวหลิว’ ปรากฎอยู่

เห็นชื่อของคนรักในไม่กี่ประโยคจากกระดาษทั้งปึก อ่านดูแล้วพบว่าความสัมพันธ์ก็เหมือนเพื่อนปกติทั่วไป รุ่ยจินเว่ยไม่เคยมาหาเสี่ยวหลิวที่คอนโดยามวิกาล ไม่เคยทานข้าวในโซนพิเศษสองต่อสอง ไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวเชิงชู้สาว สุดประหลาดใจเมื่อเป้าหมายของการกระทำทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยชื่อของใครบางคนจนน่าผิดสังเกต ซุนไป่หาน เพื่อนของเขา


‘พูดคุยกับซุนไป่หาน’

‘รับประธานมื้อเย็นกับซุนไป่หาน’

‘ต้อนรับซุนไป่หานที่มาเยี่ยมเยือนบริษัท’

‘...ซุนไป่หาน...’

‘...ซุนไป่หาน...’

.

.

หวังหย่งเหวินขมวดคิ้ว อะไรที่หนักอึ้งถูกโยนทิ้งไปแทบไม่เหลือ ความกังวลเรื่องภรรยาแปรเปลี่ยนเป็นความงงงวยเรื่องของเพื่อนสนิท มือสลับดูรูปถ่ายที่แนบมาด้วยใบแล้วใบเล่า

ภาพของรุ่ยจินเว่ยในสถานที่ต่าง ๆ มีภาพคู่กับเสี่ยวหลิวใบเดียวที่ร้านอาหารปลายเดือนที่แล้ว ส่วนสามใบสุดท้าย วันที่ใหม่สุด…


รุ่ยจินเว่ยที่กอดซุนไป่หานซึ่งนั่งอยู่ในรถข้าง ๆ

รุ่ยจินเว่ยที่จับมือซุนไป่หานขณะเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้า

และรุ่ยจินเว่ยที่จูบซุนไป่หานอย่าง...ดุเดือด?

เดี๋ยวสิ นี่เขาพลาดอะไรไปรึเปล่า


หวังหย่งเหวินรู้สึกเหมือนคนโง่ สรุปแล้วแล้วคนที่มันหมายตาไม่ใช่เสี่ยวหลิว แต่เป็นเพื่อนเขางั้นเหรอ แสดงว่าที่มายุ่งกับเมียเขาก็เพราะต้องการเป็นมิตรสหายเท่านั้น? ที่ถามถึงบ่อย ๆ ก็เพื่อไม่ต้องการให้รู้ว่ากำลังคิดจะจีบเป้าหมายที่แท้จริงต่างหาก เสี่ยวหลิว...ปลอดภัย? เหมือนที่ซิ่นเฉิงบอก

ใคร่ครวญข้อมูลในหัวทว่าก็ยังไม่คลายความกังวลจนหมด ระหว่างมันกับซุนไป่หานอาจเป็นเช่นนั้น แต่ก็ดี สำหรับหวังหย่งเหวินจะเป็นยังไงก็ช่าง ขอแค่เสี่ยวหลิวไม่ใช่เป้าหมายของมันก็พอ



“ดีกับเฮียเขาแล้วใช่ไหม อาหลิว”

แม่สามีเอ่ยถามผ่านโทรศัพท์ ลูกสะใภ้คนงามที่หนึ่งในใจกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทานข้าว มองดอกกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ซึ่งจัดใส่แจกันสีดำเงาตั้งแต่บ่าย ดอกไม้ที่มีการ์ดระบุผู้ส่งว่า ‘คุณสามี’ และผู้รับว่า ‘คุณภรรยา’

“ครับม๊า หลิวกับเฮียเราปรับความเข้าใจกันแล้ว” เสี่ยวหลิวยิ้มบางขณะที่ตอบกลับอย่างสุภาพ ดีใจที่หวังไป๋ลี่โทรมาถามไถ่ปัญหาชีวิตคู่ เขาเองก็คิดถึงอีกฝ่ายในฐานะผู้ใหญ่ที่รักและเคารพเช่นกัน

เมื่อคนอายุมากกว่าเปิดประเด็นมา เด็กหนุ่มก็เล่าไปตามตรงว่าจะให้โอกาสเฮียเก้าเดือน หากสุดท้ายแล้วไม่รู้สึกมีความหวังกับความรักครั้งนี้ก็จะยุติความสัมพันธ์ ต่างคนต่างแยกกันไปตามเส้นทางที่ไม่อาจบรรจบได้อีก

หวังไป๋ลี่ถอนหายใจโล่งอก คลี่พัดในมือโบกไปมาจนผมปลิวสยาย แต่ก็ไม่คล้ายจะเบาใจเสียทีเดียว อย่างไรเสียก็ยังน่าเป็นห่วงว่าสุดท้ายเสี่ยวหลิวอาจจะเลือกการหย่า ถ้าเกิดว่าลูกชายหล่อนมันโง่ทำอะไรงามหน้าอีกล่ะก็

“ถ้าหลิวของม๊าเห็นสมควร ก็ว่าไปตามนั้นแล้วกัน”

แต่หล่อนก็เป็นแค่คนแก่คนหนึ่ง ที่ก่อนหน้านี้บีบบังคับให้เสี่ยวหลิวต้องอยู่กับคนที่ข่มขืนตน หล่อนไม่มีหน้าขอร้องมากกว่านี้อีกแล้ว เรื่องของคนสองคนก็ให้คนสองคนจัดการเสีย หวังไป๋ลี่ไม่ลืมพูดถึงเรื่องนี้

“ม๊ารู้แล้วนะเรื่องที่เฮียเขาโกหกวันที่ม๊าจะมาพาลื้อกลับไทย” ไอ้ลูกชายตัวดีที่โทรมาสารภาพเมื่อไม่กี่วันก่อน คงเพราะไม่อยากให้มันยืดเยื้อเป็นปัญหาเรื้อรัง เธอเองด่าหย่งเหวินไปหลายชุด แต่ก็ไม่สะเทือนเท่าไหร่เพราะเมียให้โอกาสแล้ว เหอะ หล่อนล่ะหมั่นไส้กับความร้ายกาจลูกชายจริง ๆ หลอกได้แม้กระทั่งแม่ตัวเอง

เสี่ยวหลิวแปลกใจแต่ไม่ได้พูดขัด ปล่อยให้หวังไป๋ลี่บ่นนิสัยไม่น่าอภิรมย์ของบุตรชายต่อ คลี่ยิ้มบางตรงส่วนที่เห็นด้วย

“อาเหวินอาจจะร้าย แต่ก็รักเรามากนะ ที่โกหกม๊าก็เพราะหมดทางเลือกจริง ๆ ”

นั่นแหละ ไม่ลืมแก้ต่างให้ลูกชายตามนิสัย มารดากับบุตรตัดยังไงก็ไม่ขาด

เสี่ยวหลิวไม่ปฏิเสธ เฮียรักเขามากจริง ๆ รักมากจนเขาหมดแรง...

“อาหลิว”

เสียงของหญิงวัยกลางคนดังขัดสิ่งที่กำลังคิดอยู่ในหัว เสี่ยวหลิวขานรับ

“ลื้ออ่านตำราจบรึยัง”

คิดว่าเรื่องอะไร ซ้อใหญ่ตระกูลหวังหน้าแดงก่ำ “ม๊า...เรื่องนั้น” ภารกิจส่งลูกสะใภ้ไปมัดใจลูกชายตัวเองถึงปักกิ่ง พร้อมกับตำรากามสูตรประจำตระกูล ขนาดเขาเองยังเพิ่งจำได้เมื่อวันก่อน แต่ดูเหมือนเรื่องนี้จะอยู่ในหัวของหวังไป๋ลี่ไม่หายไปไหน

“ยังไม่จบเหรอ?” หวังไป๋ลี่ถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “หรือว่ามีตรงไหนไม่เข้าใจ ม๊าเองไม่ได้โทรมาหาลื้อหลายเดือน ตอนนี้ได้คุยกันแล้วมีอะไรสงสัยก็ถามม๊าได้นะ” กล่าวด้วยความเอ็นดู “ท่าไหนลื้อไม่เข้าใจลองทำแล้วถ่ายส่งมาให้ม๊าดูก็ได้ ม๊าจะช่วยชี้จุดผิดพลาดให้” แต่ถ้าปิดอะไร ๆ มาด้วยก็ดี ม๊ากลัวหัวใจวาย

เสี่ยวหลิวรีบปฏิเสธ คำตอบยังคงเหมือนเมื่อในอดีต “ไม่เป็นไรครับม๊า หลิวอ่านเองได้ แค่ต้องใช้เวลาสักหน่อย” เย็นนี้ตอนที่เฮียยังกลับมาไม่ถึงตั้งใจจะอ่านทบทวนใหม่ตั้งแต่ต้น ไฟล์ .pdf ที่อยู่ในเมลก็โหลดใส่โน้ตบุ๊คไว้เรียบร้อยแล้ว เขาแบ่งเวลาอ่านแยกกับการเรียนมหา’ ลัยชัดเจน เตรียมการรับมือกับสามีที่นำไปหลายก้าว

มั่นใจว่าคราวนี้น่าจะพอต่อกรได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ

หวังไป๋ลี่ยกพัดหัวเราะเสียงสูง ต้องอย่างนี้สิ ! อย่าเพิ่งถอดใจ เรื่องเศร้า ๆ ผ่านไปแล้ว ตอนนี้มีแต่เรื่องร้อนแรงของคนหนุ่มสาว เธอล่ะชื่นชอบเสียเหลือเกิน กล่าวให้กำลังใจ แต่ไม่ลืมหยอกล้อลูกสะใภ้ก่อนวางสาย

“ดี ๆ ทำให้เต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจลูกชายอั๊ว แค่ระวังอย่ารุนแรงจนตัวลื้อบาดเจ็บเองก็พอ ลูกชายอั๊วมันหนังหนาแถมอดใจอะไรไม่ค่อยได้ ถ้าลื้อทนไม่ไหวก็ตบให้ได้สติสักฉาดสองฉาด ม๊าอนุญาต”

เสี่ยวหลิวเกือบหลั่งน้ำตา ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศไม่ได้ช่วยคลายความร้อนบนใบหน้าสักนิด ซ้อใหญ่ตระกูลหวังสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เดินไปโซฟาที่ประจำ เปิดโน้ตบุ๊คแล้วเริ่มอ่านตำราเก่าแก่อย่างที่ตั้งใจไว้

ในหัวยังวนเวียนกับคำพูดของม๊า มันช่างตรงไปตรงมาชนิดที่คนฟังอย่างเขายังอายแทน แถมบางทีก็พูดเกินจริงไปไกล

เขาไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนั้นจะเกิดขึ้นหรอก ที่เฮียทนไม่ไหวจนเขาต้องตบให้ได้สติ



ผ่านไปไม่กี่วันแต่เหมือนผ่านไปหลายปี หวังหย่งเหวินได้รับสิทธินอนเตียงเดียวกับภรรยา ชายหนุ่มผู้ที่เก่งเรื่องการล่อลวงจึงถือโอกาส ‘กล่อม’ ภรรยานอนเสียทุกคืน

แค่กล่อมจริง ๆ

...ก็ได้ มีลูบมีบีบเนื้อเนียนบ้างตามประสาคนที่หลงจนโงหัวไม่ขึ้น แต่ก็ไม่มีอะไรมากกว่านั้น การข่มตาให้หลับทั้งที่มีร่างนุ่มนิ่มของภรรยาเบียดเสียดแนบกายทำเขาทรมานเหลือเกิน ในหัวได้แต่จินตนาการปลอบใจตัวเอง เฝ้าฝันถึงวันที่จะได้กักขังคนตัวเล็กไว้ใต้ร่าง สอนบทเรียนรักที่น่าจดจำที่สุด

แต่โชคชะตาไม่เคยเข้าข้าง นอกจากจะไม่ได้กินเสียที หวังหย่งเหวินยังต้องหัวเสียอย่างยิ่งตอนที่ซิ่นเฉิงแจ้งตารางงาน วันนี้ทั้งวันมีประชุมตั้งแต่เช้าถึงบ่าย ฟังฝ่ายการตลาดที่โรงแรมแล้วต้องออกไปสังสรรกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่จนดึกดื่น หากจะให้ซิ่นเฉิงขับรถกลับไปเขตตงเฉิงก็น่าจะล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่พอดี

‘ขอโทษด้วยนะที่กลับมานอนที่นี่ไม่ได้’ หวังหย่งเหวินบอกเสี่ยวหลิวว่าจะค้างที่โรงแรม เย็นวันถัดไปถึงจะกลับมาที่คอนโด

เสี่ยวหลิวไม่ได้ว่าอะไร เขาไม่ใช่คนรักที่เห็นแก่ตัว ให้เฮียนอนที่โรงแรมก็สมเหตุสมผลแล้ว เฮียควรพักผ่อนเยอะ ๆ เขาไม่อยากเห็นเฮียต้องล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลอีก

เวลาห้าทุ่มยี่สิบนาที รถหรูของโรงแรมเคลื่อนออกจากภัตาคารที่ใช้เป็นที่พบปะกันทางธุรกิจ หวังหย่งเหวินเอนกายลงบนเบาะหนัง รถคันนี้มีที่กั้นเก็บเสียงระหว่างคนขับและผู้โดยสาร มอบความเป็นส่วนตัวให้แก่ชายหนุ่มที่เคร่งเครียดตลอดทั้งวัน

หวังหย่งเหวินถอนหายใจยาว นวดหว่างคิ้ว ดึงเนคไทลงแล้วปลดกระดุมลงสองเม็ด มองถนนที่ยังเห็นรถวิ่งประปราย

คิดถึงเสี่ยวหลิว... อยากกลับไปนอนกอดเหมือนทุกคืน

ละสายตาจากท้องฟ้าที่มืดสนิท หยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองเวลา ดึกป่านนี้คนตัวเล็กคงหลับไปแล้ว เขาหายไปทั้งวันจะคิดถึงอย่างที่เขารู้สึกไหมนะ

เสียงแจ้งเตือนในแอพพลิเคชั่นส่งข้อความดังขึ้นทันทีท่ามกลางความเงียบ อ่านชื่อที่ส่งมาอีกครั้งว่าตนไม่ได้ตาฝาด

‘เฮียเหวินกลับถึงโรงแรมรึยังครับ’

คนเก่งของเขายังไม่นอน รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลา พิมพ์ตอบกลับไป

‘เฮียกำลังกลับ เสี่ยวหลิวยังไม่นอนอีกเหรอ’

ผ่านไปสองนาทีจึงตอบกลับมา

‘วิดีโอคอลกันได้ไหมครับ’

ไม่รอให้หวังหย่งเหวินตัดสินใจ เสี่ยวหลิวกดโทรออกแบบเห็นหน้า โทรศัพท์เครื่องสวยสั่นในอุ้งมือใหญ่ หวังหย่งเหวินกดรับด้วยลางสังหรณ์บางอย่าง

ลางสังหรณ์ว่าเขาจะนอนหลับฝันดีคืนนี้

หน้าจอขนาดเกือบหกนิ้วฉายภาพใบหน้าของภรรยา ฉากหลังเป็นหัวเตียงและแสงเหลืองนวลจากโคมไฟ เสี่ยวหลิวข่มกลั้นความอายที่แทบจะฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็น มองใบหน้าของสามีที่ถูกเงาของเสาไฟข้างทางพาดผ่านครั้งแล้วครั้งเล่า

หวังหย่งเหวินกลืนน้ำลายเมื่อเห็นว่าต่ำลงไปจนสุดขอบจอคือไหปลาร้าสวยเปลือยเปล่า ในลำคอเหมือนมีฝุ่นผงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

“เฮียเหวิน...ตอนนี้ซิ่นเฉิงได้ยินเสียงหลิวรึเปล่า”

คำถามของเสี่ยวหลิวทำให้ร่างสูงรู้สึกไม่พอใจ คุยกับเขาแต่ถามถึงชายอื่น ถึงแม้มันจะเป็นลูกน้องก็เถอะ

“รถโรงแรมมีที่กั้น ตอนนี้เฮียอยู่คนเดียว”

เสี่ยวหลิวโล่งอก เปลี่ยนตำแหน่งมือถือไปวางไว้เกือบปลายเตียง ตอนนั้นเองที่มุมกล้องเปลี่ยนไป หวังหย่งเหวินตาเบิกกว้าง จ้องสิ่งที่เห็นไม่กะพริบ

บนเตียงนอน ร่างเปลือยเปล่าแสนเย้ายวนถูกแสงนวลโอบไล้ไปทั่วกายราวกับภาพวาดชิ้นเอก เสี่ยวหลิวนั่งพับขาสองข้างไปด้านหลัง เมื่อมองลอดผ่านแขนที่เท้ากับฟูกไว้ ก็เห็นบางสิ่งที่ยังอ่อนตัวอยู่

หวังหย่งเหวินสาบานว่าตนไม่ได้ดื่มเยอะพอที่จะเห็นภาพลวงตา แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตายระหว่างทางกลับไปโรงแรมด้วย ไม่มีทางเลยที่เขาจะได้เห็นเทพธิดานางฟ้าตัวเป็น ๆ

คนร้อนวิชาช้อนสายตามองความปรารถนาที่วาววับตอบโต้ในความมืด โน้มตัวไปใกล้ “หลิวยังไม่นอน หลิวอยากคุยกับเฮียก่อน” เอ่ยตอบคำถามก่อนหน้า

“คุย...อะไร” ให้ตายเถอะ ! เขาละสายตาจากยอดอกสีชมพูตรงหน้าไม่ได้เลยจริง ๆ ถึงจะกังวลว่าเสี่ยวหลิวจะป่วยไหมที่ตากแอร์อยู่แบบนี้ แต่เขาก็ไม่โง่พอจะถามว่าทำไมเสี่ยวหลิวถึงวิดีโอคอลหาเขาทั้งที่ยังแก้ผ้าอยู่ ขอเก็บความเป็นคนดีไว้ในส่วนลึกที่สุดก่อนเถอะ ถึงเวลาแล้วที่จะได้ปลดปล่อยตัวตนที่ข่มกลั้นมาตลอดหลายวัน

“หลิวคิดถึงเฮียก็เลยโทรหา ไม่มีเฮียกอดคืนนี้หลิวนอนไม่หลับ”

ใครสอนให้พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนแบบนั้น รู้สึกผิดอย่างไม่น่าให้อภัย “เฮียจะกลับตงเฉิงเดี๋ยวนี้แหละ” ได้นอนกอดเมียแค่หนึ่งชั่วโมงเขาก็ยอมล่ะวะ

เสี่ยวหลิวเอ่ยห้ามคนที่อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล “อย่าเลยครับ เฮียทำงานมาเหนื่อย ๆ ...” ขยับแขนออกเปิดเผยแก่นกายสีชมพูที่ถูกอาบด้วยเจลหล่อลื่นจนเยิ้ม หวังหย่งเหวินหยุดมือที่กำลังจะสลับโทรหาคนขับอย่างว่าง่าย รีบเร่งเสียงของลำโพงให้ดังจนเกือบสุด ใจเต้นแรงเมื่อเห็นเสี่ยวหลิวหยิบบางอย่างที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา เป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่

เร็วกว่าควาดคิดก็คือปากที่แห้งผาก


“หลิวจะใช้เสื้อเฮียช่วยตัวเองเหรอ”


เสี่ยวหลิวไม่ตอบ ส่งสายตายั่วยวนขณะที่จุมพิตลงบนปกเสื้อสามี หวังหย่งเหวินขนลุกที่ต้นคอ ราวกับว่าโดนเองอย่างไรอย่างนั้น ถึงตอนนี้เป้ากางเกงเขาขยายใหญ่จนคับแน่นไปหมด

ยังเร็วเกินไปที่จะใช้มัน เสี่ยวหลิววางเสื้อลงบนพื้นที่ข้างหน้า มือเรียวสองข้างลากไปตามแผ่นอกบาง ลูบลงมาที่หน้าท้องแล้วกลับขึ้นไปใช้นิ้วเล่นกับยอดอกที่แข็งชันจากการถูกจดจ้อง

นิ้วโป้งและนิ้วชี้เริ่มหยอกล้อ ความเสียวซ่านปลุกความต้องการตรงหว่างขาให้ตื่นขึ้น แข็งชันไม่ต่างจากหัวนมที่ถูกกดขยี้จนแดง “อื้อ เฮียเหวิน” เสียงครางหวานแผ่วเบาดังลอดออกมาจากริมฝีปากบางเป็นระยะ ทำเอาคนถูกเรียกนั่งไปติดเบาะ


“หลิวต้องการเฮีย”


หวังหย่งเหวินไม่สนใจว่าตนจะอยู่ในรถและมีลูกน้องนั่งอยู่อีกฟากของห้องโดยสารหรือไม่ ชายหนุ่มรีบปลดเข็มขัดด้วยมือข้างเดียว รูดซิบลงควักท่อนเนื้อสีเข้มที่ขยายใหญ่จนน่ากลัว

รูดรั้งความเป็นชายขึ้นลงขณะจินตนาการถึงการครอบครองยอดอกตรงหน้า ดวงตาคมติดตามจดจ้องทุกกิริยาบถ

ใบหน้าที่ปราศจากความเขินอายท้าทายความคิดลามกของสามีไม่หยุด เสี่ยวหลิวเผยอปากหอบหายใจถี่ ปล่อยมือจากแผ่นอกที่สะท้อนขึ้นลง เขาเปลี่ยนท่านั่งเป็นเอนตัวพิงกับหัวเตียง ขาเรียวสวยไร้ตำหนิตั้งชันเข่ากับฟูกนอน แยกออกกว้างจนดึงรั้งเนื้อเนียนเปิดเผยช่องทางสีหวานที่อ้าหุบถี่รัว เห็นของเหลวหนืดข้นเคลือบตรงปากทาง เจลหล่อลื่นที่เสี่ยวหลิวชโลมไว้ก่อนหน้า

“อา ขยับกล้องเข้าไปใกล้ ๆ ให้เฮียหน่อย” เอ่ยขออย่างไม่อายปาก เขาอยากเห็นจุดนั้นของเสี่ยวหลิวชัด ๆ ขณะที่กำลังช่วยตัวเองไปด้วย

เขยิบตำแหน่งมือถือมาตามที่บอก จัดวางให้กล้องคุณภาพคมชัดจ่อกับความอ่อนนุ่มของตัวเอง หูได้ยินเสียงคำรามผสานกับเสียงชักรูดแก่นกายจากลำโพงที่เปิดไว้จนสุดทันที

หวังหย่งเหวินแทบคลั่งเมื่อเสี่ยวหลิวโชว์การกดคลึงรอบขอบทาง เจ้าตัวดันนิ้วกลางแทรกเข้าไปช้า ๆ จนสุดข้อ จากหนึ่งเพิ่มเป็นสอง... จากสองเพิ่มเป็นสาม... แช่นิ้วที่เบียดกันในช่องทางคับแคบ ให้ผนังที่โอบรัดแน่นปรับสภาพคุ้นชิน

เสี่ยวหลิวเริ่มชักเข้าออก เจลหล่อลื่นยืดติดกับนิ้วเป็นสาย อีกมือไม่ปล่อยให้ว่างนาน หยิบเสื้อของสามีมาห่อหุ้มแก่นกายร้อนสัมผัสที่ให้ความรู้สึกวิเศษบังเกิดขึ้นเมื่อผิวเนื้อเสียดสีกับผ้า

หวังหย่งเหวินจับกล้องให้ถ่ายท่อนเนื้อที่ปล่อยน้ำออกจากส่วนปลายไม่หยุด เขาอยากให้เสี่ยวหลิวเห็นความต้องการที่ปริ่มล้นของเขา ให้จินตนาการว่านิ้วที่ถูกสั่งให้ “กระแทกแรง ๆ ” อยู่นั้นคืออวัยวะเพศที่มีขนาดใหญ่โตของสามี

ให้ได้รู้ว่าอีกไม่นานสิ่งที่จินตนาการไว้จะเป็นจริง

เสียงหยาบโลนไพเราะเรียกคำชมไม่ขาดปาก ช่องทางสีหวานถูกระหน่ำจากฝีมือตน เอวเล็กสั่นระริกจวนเจียนจะปลดปล่อยออกมา เช่นเดียวกับหวังหย่งเหวินที่ครางเสียงต่ำไปทั่วห้องโดยสารซึ่งหยุดเคลื่อนที่

จากตอนแรกที่นึกว่ารถยนต์ติดไฟแดง ไม่ได้กังวลเพราะยังไงคนจากคันข้าง ๆ ก็มองทะลุเข้ามาไม่ได้อยู่แล้ว ฉับพลันเห็นซิ่นเฉิงเปิดประตูคนขับจากหางตา ถึงได้รู้ว่ารถถูกดับเครื่องอยู่ในลานจอดสำหรับผู้บริหารโดยเฉพาะ

หวังหย่งเหวินสบถ ปล่อยมือจากโทรศัพท์แล้วกดล็อคประตูไว้แทบไม่ทัน

“ถึงโรงแรมแล้วครับบอส” ซิ่นเฉิงดึงประตูอีกครั้งแต่มันก็ยังล็อค “บอสครับ ?” เป็นห่วงเพราะบอสหวังไม่ออกมาสักที หรือว่าเกิดอะไรขึ้น?

ดูเหมือนเสี่ยวหลิวเองจะสังเกตความผิดปกติทางหน้าจอได้ ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อทำอะไรไม่ถูก หวังหย่งเหวินกัดฟันยัดแก่นกายที่กำลังจะระเบิดความปรารถนาเข้ากางเกง ไม่ทันได้พูดอะไรเสี่ยวหลิวก็กดตัดสาย ปล่อยให้อารมณ์หยุดชะงักค้างคากันทั้งสองฝ่าย

ประตูรถถูกเปิดออกอย่างแรกจากฝีมือคนด้านใน เกือบกระแทกซิ่นเฉิงจนตัวปลิว ถูกใบหน้าน่ากลัวเขม่นมองอย่างโกรธเคืองทั้งที่ไม่รู้ว่าตนทำอะไรผิด

“เมื่อกี้ผมเรียกบอส- “

“หุบปาก !”

หวังหย่งเหวินอยากจะบีบคอคนที่ขัดการขึ้นสวรรค์ของเขา ร่างสูงก้าวเท้าไปยังล็อบบี้โรงแรมอย่างรวดเร็ว ด้วยหวังว่าเมื่อตนขึ้นไปถึงชั้นบนสุด เสี่ยวหลิวจะยังรอสายจากเขาอยู่









------------------------------------------------------


มาลงให้ก่อนช่วงใกล้สอบค่ะ อาจจะไม่ใช่ตอนที่หลายคนหวัง แอบกระซิบว่าอีกไม่นานจริง ๆ อดใจรอกันหน่อยนะคะ คนใจร้ายจะได้กินน้องต้องใช้เวลาค่ะ ให้อกแตกตายก่อนถึงจะสะใจ หึหึ

ปล. เดี๋ยวกลับมาแก้คำผิดค่า


ความคิดเห็น