facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

ตอนที่ 2-2 ทุกคนกำลังถูกหลอก

ชื่อตอน : ตอนที่ 2-2 ทุกคนกำลังถูกหลอก

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2562 16:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2-2 ทุกคนกำลังถูกหลอก
แบบอักษร

​“พี่แจโฮ พ่อบอกว่าถ้าผมไปที่คลับแล้วจะกลับมาเหรอ”

“เหมือนจะเป็นแบบนั้นครับ เห็นบอกว่ามีนัดทานข้าวเย็นกับคุณผู้หญิงน่ะครับ”

“อ่า เมื่อไหร่คู่นี้จะหย่ากันสักที เห็นว่าช่วงนี้มีเทรนด์หย่าในปีทองอยู่ด้วย แม่ก็ตามทันทุกเทรนด์อยู่ตลอดนี่ทำไมถึงไม่รู้เรื่องแบบนี้กันนะ”

“คุณชายครับ ถ้าบอสได้ยินเข้าคงเป็นลมแน่ๆ”

“ก็พ่อไม่อยู่ไงเลยพูด พี่คนนี้นี่ช่างปอดแหกจริงๆ ไปกันเถอะ เร็วเข้า รีบทำให้เสร็จไวๆ ได้งีบสักหน่อยก็ยังดี พรุ่งนี้ผมมีคลาสตอนเช้า”

โดยองตามแจโฮออกมานอกบ้านก่อนจะขึ้นรถไป ถือโทรศัพท์มือนึง ส่วนไหล่อีกข้างสะพายกระเป๋าทับกับเสื้อคาร์ดิแกนซึ่งในกระเป๋านั้นมีหนังสือเรียนวิชาเอกกับโน้ตบุ๊ก ธุรกิจครอบครัวก็คือธุรกิจครอบครัวแต่การศึกษาก็ไม่สามารถละทิ้งได้ อีกอย่างการต้องทนกับความกังวลของแม่และเสียงตวาดของพ่อในวันที่ไม่ได้รับทุนการศึกษา มันช่าง... เขาเลยต้องรักษาอันดับหนึ่งหรือสองเอาไว้สุดชีวิต รวมถึงรายงานที่ต้องส่งในอีกสองวันก็ต้องทำให้เสร็จก่อนเวลาคลับเปิดจะได้เปิดร้านอย่างสบายใจ

โดยองอยู่ในขั้นกำลังเตรียมตัวให้พร้อมทีละอย่างๆ เพื่อรับช่วงต่อธุรกิจของพ่อ​ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีงานที่ต้องลงมือปฏิบัติงานจริงอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือการบริหารคลับ A ในย่านคังนัม เป็นขั้นที่เขาได้ลองออกมาบริหารสถานที่จริงด้วยตัวเองเพื่อให้ร่างกายคุ้นชินกับมัน ทว่าถึงจะเป็นแบบนั้นก็ไม่ใช่ว่าโดยองจะได้ทำงานที่สำคัญอะไรมากมาย แค่ดูแลเบื้องต้นไม่ให้ขาดทุนและจัดการความเรียบร้อยทั้งภายในและบริเวณรอบๆ คลับทั่วๆ ไปเท่านั้น แน่นอนว่ามันก็มีวันที่สงบเรียบร้อยพอๆ กับวันที่ไม่สงบ แต่ในวันที่ไม่สงบเรียบร้อยก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคจนถึงขึ้นน่ารำคาญอะไรสำหรับโดยองเลยสักครั้งเดียว เพราะเวลาที่ได้รับการติดต่อมาจากพวกสมาชิกเขาก็แค่กระดิกนิ้วบอกลูกน้อง คนพวกนั้นก็จะจัดการให้เรียบร้อย เรื่องที่โดยองจะออกมาจัดการเองแทบนับครั้งได้เลย


ปกติแล้วถ้าต้องไปทำงานที่คลับ การบ้านที่ต้องทำก็จะมีเยอะจนนับไม่ถ้วนเลยล่ะ วันนี้ก็เหมือนกันทั้งต้องหาข้อมูลต่างๆ ที่ต้องส่งให้ซอนอูภายในสัปดาห์นี้ ทั้งงานของตัวเองที่ต้องส่งพรุ่งนี้มะรืนนี้ก็ลนก้นอยู่เช่นเดียวกัน ข้อมูลที่ซอนอูฝากให้หาจะส่งให้วันสุดท้ายก็ไม่ได้อีก ถ้าอย่างนั้นไว้หนึ่งชั่วโมงก่อนคลาสวันสุดท้ายจะเริ่มค่อยเอาข้อมูลที่รวมรวบมาให้ซอนอูแล้วกัน

‘คุณรุ่นน้อง ข้อมูลมีแค่นี้เองเหรอ พวกนี้เป็นข้อมูลที่แค่หาในเว็บไซต์ธรรมดาๆ ก็เจอแล้วนี่นา จะเขียนรายงานให้ดีด้วยข้อมูลแย่ๆ แบบนี้ยังไง’

ซอนอูมายืนอยู่ตรงหน้าก่อนจะมองโดยองด้วยสายตาน่ากลัว จากนั้นก็ฉีกข้อมูลต่างๆ ที่เขาหามาอย่างลำบากลำบนทิ้ง โดยองไม่อยากพูดซ้ำซากถึงฝันร้ายนั้นจึงทำงานของซอนอูอีกครั้งภายในสองวันก่อนวันถึงกำหนดส่ง อาจจะเพื่อแกล้งให้หนักขึ้นซอนอูก็เลยปฏิเสธงานเขาเหมือนกับให้เหลือเวลาให้น้อยที่สุดที่จะทำมัน


“คุณชายครับ ทำไมถึงต้องหาข้อมูลอะไรแบบนี้ทุกวันเลยล่ะครับ”

“รุ่นพี่สั่งมาน่ะ”

“ห้ะ? คุณชาย...”

“ทำไมอะ”

“เปล่าครับผม เดี๋ยวผมช่วยเองครับ!”

สีหน้าของโดยองตอนที่บอกว่ารุ่นพี่สั่งน่ะเหมือนปีศาจเลยล่ะ แจโฮเข้าใจสายตาแฝงความหมายได้อย่างรวดเร็วจึงรีบกดปุ่มพาวเวอร์ของโน้ตบุ๊กที่พกมาทันที ก่อนจะลงมือช่วยโดยองอย่างตั้งใจ ดูแล้วนั่นก็เหมือนการวางตัวเพื่อความอยู่รอดอีกหนึ่งอย่าง

เวลาห้าทุ่มเป็นช่วงเวลาที่การค้นหาข้อมูลที่ซอนอูสั่งไว้กำลังจะสิ้นสุดและงานที่โดยองทำก็กำลังจะเสร็จเรียบร้อยเช่นเดียวกัน ความปิติยินดีอันเบาบางก็ไต่ไล่ขึ้นมาจากปลายเท้าของโดยอง ความคิดที่ว่า ‘ทำอันนี้ให้หมดก็เสร็จแล้ว กลับบ้านได้!’ เกิดขึ้นอยู่พักหนึ่งก่อนโทรศัพท์มือถือเขาจะแผดเสียงร้องออกมา และบนหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ปรากฏชื่อของซอนอู ‘คนที่ต้องฆ่าสักวัน’

“คุณชายไม่รับโทรศัพท์เหรอครับ”

หน้าจอโทรศัพท์ดับไปหลายรอบแต่ก็ยังมีสายเข้ามาอีกครั้ง เพราะมันคร่ำครวญไม่หยุดหย่อนจึงกลายเป็นสถานการณ์ที่ไม่สามารถเมินเฉยได้ โดยองกัดฟันกรอดก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือซึ่งมันยังคงขยันร้องแม้จะอยู่ในมือเขาแล้วก็ตาม ‘ชู่’ โดยองจัดการสถานการณ์รอบตัวภายในห้อง เสียงเพลงยังคงดังอึกทึกครึกโครมแต่เพราะยังไงตรงนี้มันก็เป็นมุมห้องที่ไม่น่าจะได้ยินไม่ต้องสนใจมากก็ได้ เขานิ่งอยู่พักหนึ่งแล้วค่อยรับโทรศัพท์ ‘ฮัลโหล’ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมาทันทีที่รับโทรศัพท์ก็คือคำด่าทอ

'นาย ไอ้ลูกหมา รุ่นพี่โทรมาหาเลยนะ ฮะ? กล้ารับช้าเหรอ ฮะ?!'

เสียงดังอ้อแอ้พูดไม่ชัดของยูซอนอูฟังเหมือนดื่มไปแค่ไม่กี่แก้วแล้วเมาหนัก ‘โทรมาทำไมเหรอครับคุณรุ่นพี่’ โดยองอดทนได้สองจากสามครั้ง แต่เขาก็กำลังอดกลั้นความอดทนครั้งที่สามซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถามซอนอูอย่างสุภาพ

“ตอนนี้ ฉันนน หน้ามหาลัย อึก! อะ อึกก! โอ๊ย สะอึกอะ ซอเร่”

“ครับ ว่ามาเลยครับ”

“มารับหน่อย ไรท์! นาว!”

ตื้ด

พอสายตัดไปโดยองก็ให้คำมั่นอีกครั้งว่าสักวันหนึ่งเขาจะสั่งเลาะฟันอันสวยงามของยูซอนอูออกให้หมด

ซึ่งโดยองไม่สามารถปรากฏตัวต่อหน้าซอนอูทั้งๆ ที่ยังใส่ชุดสูทพร้อมกับปาดเจลแบบนี้ได้แน่ ดังนั้นเขาจึงต้องรีบกลับบ้านไปสระผมเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อผ่านไปกว่าสี่สิบนาทีหลังจากซอนอูโทรมา เขาก็มาถึงที่หมายตามที่คาดหวังไว้


โดยองรับมือกับงานอื่นๆ ได้หมดแต่ไม่สามารถรับมือกับซอนอูได้เลย เขามองรุ่นพี่ตัวอ่อนเปลี้ยก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ เดี๋ยวนะ แล้วคนที่ปล่อยให้เพื่อนตัวเองดื่มเหล้าจนทรงตัวไม่ได้เนี่ยไปอยู่ไหนแล้ว โดยองคิดจะต่อว่าจีซูเป็นลำดับแรกแต่ก็ถอดใจไป เพราะไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็ลำบากพอๆ กับเขามาตลอดนี่ จะไปพูดจาแรงๆ ใส่คนที่จะช่วยตัวเองแบกซอนอู โดยไม่รู้ว่าจะต้องพาไปส่งที่บ้านของจีซูหรือเอาไปปล่อยไว้ที่หอซอนอูก็ตาม มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา โดยองเลยได้แต่สงบปากสงบคำเอาไว้

“โดยอง ขอโทษจริงๆ นะ ฉันควรจะพาซอนอูกลับเอง แต่วันนี้ไม่ได้จริงๆ ที่บ้านฉันมีงานสำคัญค้างอยู่เยอะมาก มันเลยน่าจะไม่ปลอดภัยน่ะ”

“แล้ว... ถ้างั้นห้องพักของรุ่นพี่ซอนอูอยู่ไหนครับ ผมจะไปส่ง...”

“คือ.... ซอนอูเป็นเด็กหอในน่ะ”

‘ไม่สิไอ้เวร ถ้างั้นก็ต้องส่งกลับก่อนจะถึงเวลาที่หอพักปิดไม่ใช่เหรอออ!’ นี่เป็นเสียงจากใจของโดยอง ซอนอูที่ขี่หลังเขาอยู่น่าจะหนักประมาณหนึ่งตันได้ หนักกว่ารถบรรทุกเสียอีก


จีซูพูดฝากเรื่องซอนอูอยู่หลายครั้งก่อนจะหายวับไป หลังจากนั้นโดยองที่เหลือตัวคนเดียวก็แบกซอนอูไว้แล้วเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆ บนถนนยามค่ำคืน แจโฮที่ตามคุณชายมาทีหลังจึงจอดรถทันทีพร้อมกับเรียกคุณชายอย่างห่วงใย ‘อย่ามาทนลำบากตอนมืดค่ำแบบนี้สิครับ รีบพารุ่นพี่ไปส่งที่บ้านดีกว่านะครับ’ และพ่นคำที่เต็มไปด้วยความหวังดีออกมา แต่มันก็ไม่ได้ทำได้ง่ายๆ แบบนั้น ตอนกลางวันโดยองเป็นรุ่นน้องที่เป็นแค่นักศึกษาธรรมดาๆ เหมือนพวกเนิร์ดๆ แต่ตอนกลางคืนกลับเป็นทายาทของบอสแก๊งเสือดำในโลกใต้ดิน เพื่อไม่ให้เรื่องที่มีชีวิตสองบุคลิกที่ตรงข้ามกันถูกจับได้แล้วเพิ่มเรื่องเหนื่อยหน่ายในชีวิต เขาจึงไม่สามารถทำอะไรอย่างผลีผลามได้

“แค่จะพาไปที่ห้องนั้นเท่านั้นแหละ”

“ถ้างั้นอย่างน้อยก็นั่งรถไป...”

“เกิดเขาอ้วกบนรถพ่อล่ะ ท่านคงจับได้แน่ เดี๋ยวผมแบกไปเอง เรียกแท็กซี่ให้หน่อย”

ความคิดเห็น