facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

ตอนที่ 1-2 อดทน อดทนได้

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-2 อดทน อดทนได้

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2562 15:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-2 อดทน อดทนได้
แบบอักษร

​“เฮ้อ”

โดยองได้รับประสบการณ์ประหลาดเหมือนกระแสเลือดทั้งร่างกายมารวมกันอยู่ที่ศีรษะ ความรู้สึกที่เลือดเทเอียงไปทางด้านหนึ่งและดึงรั้งท้ายทอยนั้นเป็นยังไง ก็ได้ลองประสบพบเจอด้วยตัวเองแล้วล่ะ บางวันถ้าเกิดจู่ๆ เขาเส้นเลือดในสมองแตกตายขึ้นมา คนร้ายก็คือยูซอนอูนั่นแหละ เฮ้อ

เพื่อที่จะทำให้ความโกรธสงบลงเขาจึงหายใจเข้าลึกๆ แล้วโดยองก็มาถึงห้องพักอาจารย์ จากนั้นอาจารย์ก็เริ่มบ่น ถามว่ากำหนดการส่งมันเมื่อไหร่ ทำไมถึงเพิ่งเอามาส่ง ซึ่งด้วยความที่อาจารย์จำหน้านักศึกษาทุกคนไม่ได้ โดยองเลยต้องรับความเข้าใจผิดว่าตัวเองคือซอนอู จนกระทั่งผ่านการทิ้งระเบิดด้วยเสียงบ่นของอาจารย์จบ เขาจึงชี้แจ้งว่าตัวเองแค่ถูกใช้มาเท่านั้น

โถ่ ถ้างั้นก็ควรบอกตั้งแต่แรกสิ

อาจารย์ที่รัวมาจนไม่มีช่องไฟให้แทรกก็ขอโทษขอโพยโดยองแต่เขาไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว หลังจากยืนนิ่งถูกต่อว่าเหมือนหุ่นไล่กามากว่า 30 นาที โดยองถึงจะได้ออกมากจากที่ที่เหมือนนรก และจบด้วยคำขอโทษของอาจารย์เสียที


โดยองเครียดในใจอยู่พักหนึ่งแต่ความหิวกลับมีมากกว่า ดังนั้นทันทีที่ออกมาจากห้องพักอาจารย์เขาจึงโทรหาซอนอูทันที ซึ่งบนหน้าจอโทรศัพท์ของโดยองขึ้นชื่อไว้ว่า ‘คนที่สักวันต้องฆ่าทิ้ง’

“คร้าบ รุ่นน้องลีโดยอง”

“รุ่นพี่อยู่ไหนครับ” “ร้านข้าวหน้าโรงเรียนไง จะเป็นที่ไหนได้ล่ะ” “ร้านอาหารญี่ปุ่นนั่นใช่ไหมครับ เดี๋ยวผมไปนะครับ”

“อือๆ”

เมื่อโดยองตรวจสอบที่อยู่ของซอนอูเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบวิ่งไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นตามที่ซอนอูบอก

ดงบุริล่ะ ดงบุริ* ข้าวหน้าเนื้อ


พอคิดว่าจะได้กินข้าวที่ยูซอนอูคนที่เขาอยากฆ่าทิ้งเป็นคนเลี้ยงโดยองก็ยิ้มออกมาอัตโนมัติพร้อมกับความหิวโซ ทว่าก็แค่เพียงก่อนจะเดินเข้าไปข้างในร้านเท่านั้นแหละ

เพราะสภาพที่เขาเห็นตอนนี้คือซอนอูกับเพื่อนที่มาด้วยกันอย่างจีซู ได้จัดการกับอาหารที่สั่งมาเต็มโต๊ะไปหมดแล้ว แน่นอนว่าไม่เหลืออะไรที่โดยองพอจะกินได้เลย โดยองที่มาถึงร้านอาหารทีหลังก็รู้สึกว่าหัวตัวเองกำลังหมุนติ้วๆ

ตอนนี้สำหรับเขาน่ะ ‘ฉันไปทำตามสิ่งที่นายสั่ง แต่นายกลับมานั่งกินข้าวกับเพื่อนของนายหน้าตาเฉยเนี่ยนะ ไอ้เวรเอ๊ยย’

ด้วยสภาวะความดันต่ำที่เกิดจากความหิวโหย ความแค้นเคืองของโดยองจึงสูงปรี๊ดทะลุปรอท ทว่านี่ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะต้องเผยนิสัยที่แท้จริงออกมา สัตว์กินเนื้อก่อนที่จะออกล่าก็ต้องลับเล็บก่อน เป็นหนึ่งในกฎเหล็กที่โดยองตั้งขึ้นมาด้วยตัวเอง

“ทำไมช้าแบบนี้! ฉันหิวก็เลยสั่งมากินก่อนหมดแล้วอะ นายสั่งมากินคนเดียวแล้วกัน”

“...”

“คุณผู้จัดการครับ ขอดงบุริหน่อยครับ คิดรวมกับของพวกเราเลยนะครับ”

ไม่ว่าจะยังไงเรื่องที่ว่าซอนอูจะเลี้ยงข้าวก็ยังคงเป็นเรื่องจริงสินะ ถึงจะเป็นแบบนั้นก็เถอะเขาก็ยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่ดีนั่นแหละ ทำให้รุ่นน้องหงุดหงิดสุดขีดแล้วยังมีหน้าหัวเราะคิกคักกับเพื่อนอีกเหรอ

เอาเถอะ โดยองอา แค่ได้ข้าวมากินก็พอแล้วล่ะ พอแล้ว


โดยองถือช้อนตะเกียบเตรียมไว้ จะได้กินดงบุริที่ปรุงสุกออกมาอย่างรวดเร็ว ส่วนซอนอูนั้นมองอาหารที่นำออกมาเสิร์ฟแล้วลุกจากที่นั่ง โดยองก็นั่งคีบนั่นคีบนี่ก่อนจะหันไปพูดกับรุ่นพี่อย่างมีมารยาท

“จะทานอย่างดีเลยครับรุ่นพี่ กลับดีๆ นะครับ”

“อื้อ โอเคๆ กินเยอะๆ ล่ะ!”

ซอนอูโบกมือให้โดยองที่นั่งอยู่โต๊ะอาหารอย่างร่าเริง และพลิกหากระเป๋าเงินอยู่ที่หน้าเครื่องคิดเงินที่ห่างออกไป โดยองนั่งมองรุ่นพี่ที่เหมือนกับศัตรูคนนั้นจ่ายเงินจนเสร็จ จนอีกฝ่ายเดินออกจากร้านไปแล้ว เขาถึงกินข้าวได้เสียที ถ้าเป็นเหมือนคราวที่แล้วที่งกไม่จ่ายเงินแล้วชักดาบไปล่ะก็เขาคิดเลยว่าจะกินให้พุงกางไปเลย แต่พอเช็กแล้วว่ามันไม่ใช่แบบนั้นก็จะได้ทานอาหารอย่างเต็มที่ แล้วแพลนว่าจะเดินกลับบ้านอย่างสบายใจ โดยองตั้งใจจะทำแบบนั้นล่ะ

“ขอโทษนะครับคุณลูกค้า ต้องชำระเงินด้วยนะครับ...”

“เพิ่งจ่ายไปเมื่อกี้ไงครับ”

“เอ่อ คือ เมื่อกี้ดงบุริที่ลูกค้าเพิ่งทานกับเซ็ตอาหารเมมิลที่อีกท่านทานนั้นชำระเรียบร้อยแล้วครับ แต่ว่าส่วนของเซ็ตอูด้งทอดยังไม่ได้ชำระเลยครับ”

“อะไรนะครับ”

“จำนวนเงินไม่ครบน่ะครับ... ชำระ...คะ คุณลูกค้าครับ?”

ปกติแล้วจะมีสำนวนที่ว่าถ้าตรรกะถูกตัดขาดแล้วล่ะก็ตาจะมองไม่เห็นอะไร** อยู่ ซึ่งโดยองก็ได้ตัดตรรกะพวกนั้นไปหลายครั้งแล้วล่ะ เพราะคนๆ เดียวที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดทั้งมวลนั่นไง

ใบหน้าของโดยองร้อนผ่าว ด้วยความโมโหเพราะความคิดที่ว่าเขาต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีกแล้ว ในขณะที่ยื่นบัตรไปให้พนักงานไปด้วยมืออันสั่นเทา เขาก็มองโทรศัพท์มือถือก่อนจะเริ่มกินข้าว เมื่อกี้มีข้อความจากซอนอูเข้ามา โทษตัวเองที่มัวแต่หิวจนลืมสิ่งสำคัญ ก่อนจะถอนจะหายใจออกมาราวกับโลกจะแตก

‘ก็ฉันจ่ายค่าข้าวให้คุณรุ่นน้องไปแล้ว ก็เลยไม่มีเงินจ่ายค่าข้าวของตัวเองน่ะสิ ขอโทษน้าๆ ยังไงก็ถือว่าฉันเลี้ยงข้าวนายแล้วนะ’

ยูซอนอู ยูซอนอู... แม่ง ไอ้บ้าอย่างนายไปกินฟองน้ำซะเถอะ

เสียงกัดฟันกรอดของโดยองดังขึ้นอีกหนึ่งระดับ


เมื่อซอนอูทิ้งโดยองไว้ที่ร้านอาหารคนเดียวแล้วออกมาก่อน เขาก็ไปนั่งที่คาเฟ่ใกล้ๆ แถวนั้นกับจีซู หลังจากซอนอูโยนงานให้เพื่อนสาขาแฟชั่นดีไซน์อย่างจีซูออกแบบป้ายประกาศประชาสัมพันธ์รับสมัครสมาชิกใหม่เข้าชมรมให้เสร็จ ก็นั่งไถโทรศัพท์สบายใจเฉิบ ส่วนจีซูนั้นทำเพียงแค่ถอนหายใจ

“นายไม่คิดหน่อยเหรอว่าทำเกินไปน่ะ”

“ทำอะไร”

“ทำอะไร? อะไรงั้นเหรอ โห แม่งโคตรสุดยอดเลยจริงๆ”

จีซูถอนหายใจเพราะทึ่งกับการกระทำของซอนอูก่อนที่เขาจะจิ๊ปากใส่ 

“นายหาเรื่องลีโดยองไง ไอ้คนไม่มีจิตสำนึก”

“หาเรื่องเหรอ ฉันแสดงความรักใคร่ต่างหาก เป็นการแสดงความรักและหวงแหนรุ่นน้องลีโดยองจากใจของรุ่นพี่ต่าง...!”

“ถ้ารักและหวงจริงๆ ก็ไปสารภาพรักซะสิ ไอ้บ้านี่ มันคืออะไรนะ เจ็บปวดจากรักข้างเดียวแล้วก็ทำให้เขาเจ็บปวดกับสิ่งที่เลือกด้วยงั้นเหรอ”

เป็นเด็กประถมหรือไง อยากได้รับความสนใจเลยทำเรื่องแบบนี้เหรอ ไปลงนรกซะไป ไอ้ปัญญาอ่อน

ซอนอูมองจีซูที่สาดคำแทงใจดำตัวเองนิ่งๆ ก่อนจะเอามือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหู

อาาาา ไม่ได้ยิน ฉันไม่ได้ยินอะไรทั้งน้านนนน


ซอนอูหลีกเลี่ยงเสียงก่นด่าด้วยท่าทางที่แม้แต่เด็กประถมเดี๋ยวนี้เขาก็ไม่ทำกันแล้ว และเขาก็ไม่มีแผนรับมือการหลบหนีของซอนอู สุดท้ายจีซูจึงได้แต่เม้มปากก่อนจะหันไปจดจ่อกับงานที่ตัวเองตั้งใจจะทำอีกครั้ง พอลองออกแบบหมดแล้ว ป้ายประกาศชมรมก็ไม่มีสิ่งที่ยูซอนอูเขียนเลย งานที่ไอ้เจ้านี่สั่งล้วนแต่ให้คนอื่นทำทั้งนั้น โคตรแน่นอนเลยจริงๆ จีซูที่อารมณ์พุ่งพล่านโยนปากกาไว้บนโต๊ะพลางบ่นพึมพำ

นั่นแหละ จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าซอนอูไม่ชอบหรือเกลียดชังโดยองเลยทำท่าทีเรียกร้องความสนใจแบบนั้นหรอก ซอนอูทำเหมือนตัวเองเป็นเด็กๆ ที่ดื้อด้านแล้วก็แหกปากอยากจะได้รับความสนใจจากคนที่ชอบ เจ้านี่เลยแกล้งโดยองอยู่แบบนั้น เขาคาดไม่ถึงเลยว่ามันจะเสนอแผนการที่เหลวไหลนี่ขึ้นมาด้วยการเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับลีโดยอง พูดง่ายๆ ก็คือ ซอนอูไม่รู้เลยว่าโดยองเกลียดตัวเองมาก คิดว่าคงจะแค่ไม่ชอบหน้านิดๆ หน่อยๆ แล้วก็โมโหเล็กน้อยประมาณนี้ล่ะมั้ง หมอนี่ไม่แม้แต่จะจินตนาการเลยว่าความจริงมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ซอนอูก็เป็นแค่คนซื่อบื่อที่ไม่เคยหันกลับไปมองเกี่ยวกับเรื่องที่ตัวเองทำเลยสักนิด

“แล้วก็! เพราะฉันเป็นรุ่นพี่นี่น่า ไม่เป็นไรหรอก รุ่นพี่ก็รบกวนรุ่นน้องอะไรแบบนั้นได้อยู่แล้ว ไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ใช่... นี่ไม่ใช่รุ่นพี่รบกวนรุ่นน้องเถอะ นายก็แค่กวนประสาทรุ่นน้องเท่านั้นแหละ ไอ้โรคจิต”

ให้มันน้อยๆ หน่อย จีซูจิ๊ปากก่อนจะต่อว่าซอนอู จีซูเด็กปี 3 คณะแฟชั่นดีไซน์กับซอนอูคณะบริหารนั้นก็คือเพื่อนซี้ที่พูดจาหยาบคายได้เต็ม เพราะอย่างนั้นเขาแค่มองการกระทำและสายตาของซอนอู ก็รู้หมดแล้วว่ายูซอนอูชอบลีโดยองเลยทำแบบนั้น หรือไม่ก็แกล้งด้วยความรัก


* ข้าวหน้าต่างๆ สไตล์ญี่ปุ่น

** ตาบอดเพราะขาดสติ

ความคิดเห็น