facebook-icon

เมื่อรุ่นพี่ตัวป่วน 'ยูซอนโฮ' แอบชอบรุ่นน้อง 'ลีโดยอง' แต่หารู้ไม่... ว่าจริงๆ แล้วรุ่นน้องโดยองน่ะ ไม่ได้เนิร์ดๆ อย่างที่คิด!

ตอนที่ 1-1 อดทน อดทนได้

ชื่อตอน : ตอนที่ 1-1 อดทน อดทนได้

คำค้น : แกล้งกวนป่วนใจ

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 21 มี.ค. 2562 13:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1-1 อดทน อดทนได้
แบบอักษร

1. อดทน อดทนได้


ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะมีคนประเภทนี้อยู่เสมอ คนที่ใช้ตำแหน่งและอำนาจของตัวเองข่มคนที่มีตำแหน่งหรือหน้าที่การงานต่ำกว่าตน ซึ่งสำหรับโดยองแล้ว ซอนอูก็เป็นคนแบบนั้นเลยล่ะ

อันที่จริงแล้วอายุของรุ่นพี่ซอนอูและรุ่นน้องโดยองไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่ จะบอกว่าอายุห่างกันยังน่าขำเลย ไม่คิดเลยว่าการที่โดยองเกิดช้าไปประมาณห้าเดือนและซอนอูเกิดก่อนห้าเดือนจะทำให้อำนาจของโดยองลดลงไปด้วย นั่นทำให้ในสายตาของโดยอง ซอนอูไม่มีทางดูน่ารักขนาดนั้นแน่ๆ มีคำพูดที่เกือบหลุดออกมาจากปากว่า  ‘ถ้าไม่ได้เป็นรุ่นพี่ล่ะก็!’ อยู่หลายครั้งเลยแหละ เขาน่ะอยากจะพาอีกคนไปในที่ลับตาคนแล้วก็ ป้าบ! เข้าให้ แต่ก็นั่นแหละมันไม่มีทางทำแบบนั้นได้อยู่แล้วก็เลยได้แต่ทนรับความเครียดไปวันๆ

โดยองเข้ารับการเกณฑ์ทหารก่อนจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัย และทันทีที่ปลดประจำการเขาก็สอบเข้าคณะบริหารของมหาวิทยาลัยชั้นนำด้วยคะแนนอันดับหนึ่ง ที่นี่เหมือนมีออฟชั่นเสริมเป็นการรวบรวมคนโดยเลือกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าเด็กใหม่ที่เข้าเรียนช้ามักจะได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากเหล่านักศึกษาเข้าใหม่และนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่รวมไปถึงคณาจารย์อยู่แล้ว จนถึงตอนนั้นมันก็ดี ก็แค่ตอนนั้นเท่านั้นแหละ ก่อนที่เขาจะไปเตะตายูซอนอูเข้าในงานเลี้ยงต้อนรับนักศึกษาใหม่

“เด็กใหม่เหรอ หน้าตาก็งั้นๆ แหละ”

นินทาใครกันวะ


คำพูดแรกที่ออกมาจากปากของซอนอูทำให้โดยองโมโหมาก แต่ก็อดทนทไม่ตะโกนตอบกลับไปว่าประสาทเหรอ และทำในสิ่งที่ตัวเองทำมาตั้งแต่เข้ามาถึงประตูทางเข้าก็คือรับการทักทายอย่างสุภาพเหมือนพวกรุ่นน้องคนอื่นๆ และพอมองผ่านๆ ก็เห็นชัดเลยว่าอีกฝ่ายก็เป็นหนึ่งในรุ่นพี่พวกนั้น

ถึงจะสะดุดตามันก็ไม่มีอะไรดีหรอก แค่อยู่เงียบๆ แล้วเรียนจบไปอย่างสงบเถอะ แค่อดทนก็พอโดยองทำได้ไม่ใช่เหรอ โดยองอดทนกดอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะยิ้มตอบผู้คนอย่างเต็มที่แล้วตอบคำถามนั้น

‘ผมเข้าเกณฑ์ทหารก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยน่ะครับ’

‘เป็นเด็กใหม่ที่ค่อนข้างมีอายุสินะ’

‘ครับ ใช่แล้วครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ’

‘อายุเท่าไรล่ะ’

‘ยี่สิบสามครับ’

‘อ๋อ งั้นเหรอ... ฉันยี่สิบสี่น่ะ พูดแบบเป็นกันเองได้ใช่เปล่า ยูซอนอูนะ เรียกว่ารุ่นพี่ซอนอูก็ได้’

ซอนอูพูดสั้นๆ เหมือนคนหวงคำพูดโดยไม่สนใจอะไรโดยองอีก แน่นอนว่ามันเป็นกับดักที่ซอนอูทำขึ้นให้เหมือนกับตัวเองไม่จำเป็นต้องสนใจรุ่นน้องอย่างโดยอง


แต่โดยองไม่สบายใจที่จะอยู่ในสถานที่เดียวกับซอนอู ไม่อยากฟังเรื่องราวที่ไม่สนุกสักนิดของพวกรุ่นพี่ที่เกริ่นขึ้นมาว่า ฉันน่ะนะ... ตอนที่เป็นเด็กใหม่... และเขาก็สงสัยว่าทำไมตัวเองต้องมานั่งฟังบรรยายเรื่อง ‘มารยาทที่รุ่นน้องต้องปฏิบัติต่อรุ่นพี่’ แต่ก็นั่งอยู่ตรงนั้นเงียบๆ แล้วพูดเออออกับเรื่องที่ซอนอูอยู่บ้าง เช่น ‘ครับๆ ’ ‘นั่นแหละครับ’ ‘ใช่ครับ’ และระหว่างที่ซอนอูมองไปทางอื่นเหล่าเพื่อนร่วมทีมเขาก็หลบหนีออกมาอย่างแนบเนียน ซึ่งดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะบรรยากาศของโต๊ะเด็กใหม่เองก็ให้อารมณ์คล้ายกับความรู้สึกที่ว่าให้ตายเถอะ เพราะแบบนี้เขาเลยกลัวความกระตือรือร้นของผู้คนคนวัยยี่สิบยังไงล่ะ ด้วยความที่ดื่มเหล้าไม่ค่อยได้เขาก็เลยกระดกดื่มอย่างฝืนใจและผลัดกันไปก่อนที่จะพากันดื่มหนักเกินไป โดยองถอนหายใจยาวๆ เขาไม่ได้ตั้งใจจะมาเข้าเรียนเพื่อให้ตัวเองมาเจอกับพวก ‘ดื่มเถอะ’ ‘ตายเถอะ’ แบบนี้ เขาคิดแค่ว่าจะรับช่วงต่อธุรกิจของพ่ออย่างเงียบๆ แค่นั้นเอง ตอนนั้นพ่อบอกว่าถ้าคิดจะรับช่วงต่อกิจการครอบครัวเขาต้องไปคว้าใบปริญญามาให้ได้ แต่เพราะว่าเขาไม่ชอบเรียนจึงขัดคำสั่งของพ่อ แล้วก็หนีไปเกณฑ์ทหารอย่างไม่บอกไม่กล่าว ซึ่งทันทีที่ปลดประจำการ สิ่งที่ถูกส่งมาให้เขาก็คือเอกสารสำคัญที่จำเป็นต่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัย และถูกกักบริเวณอยู่ที่โรงเรียนกวดวิชาโดยพวกเลขาของพ่อ

‘ถึงจะบอกให้ไปเอาใบจบมา แต่ถ้าดันไปเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ไม่มีชื่อเสียง แล้วเอาแผ่นกระดาษที่ฉันไม่ถูกใจมาให้ ให้ตายฉันก็ไม่ดูหรอกนะ’

คนที่จะตายเพราะวิธีการ ‘ถ้าบอกว่าให้ทำก็ต้องทำ’ ของพ่อก็คือคนเป็นลูกชายนั่นแหละ ดังนั้นโดยองจึงตั้งใจเรียนอยู่แบบนั้นไปหนึ่งปี เขาเรียนแบบถ้าไม่ตายก็คงจะเป็นลมไปแล้ว จากนั้นก็เข้าเรียนได้ด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยที่คุณพ่อพึงพอใจแถมยังได้รับทุนการศึกษาอีกด้วย ดังนั้นตอนนี้เขาจึงอยากจะอยู่เฉยๆ แต่ดันต้องมาอยู่ในวัฒนธรรมการต้อนรับที่ไม่อยากจะเปิดฉากสนทนาอะไรแบบนี้


ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย โชคดีที่โดยองไม่ได้เมาเหล้าและยังคงอยู่รอดมาจนถึงตอนสุดท้าย พวกเพื่อนร่วมรุ่นที่คอแข็งกับพวกรุ่นพี่ที่ฝึกฝนมาเป็นเวลานานรวมไปถึงพวกรุ่นพี่ปีสูงที่เหล้าไม่ได้เข้าปากเลยกับอาจารย์นั้นยังมีสติดีอยู่ โดยองค่อยๆ มองไปรอบๆ แต่ก่อนที่เขาจะก้าวออกจากงานรับน้องก็มีใครสักคนจับไหล่ของเขาเอาไว้

“เด็กใหม่ จะไปไหนน่ะ พวกรุ่นพี่ยังอยู่อยู่เลย จะกลับก่อนงั้นเหรอ”

อ่า ยูซอนอู อะไรกันนะเนี่ยคนคนนี้

สุดท้ายโดยองก็ถูกคนแปลกหน้าคว้ามือลากมาตรงที่ที่มีพวกรุ่นพี่ปีสูงนั่งอยู่

“น้องอย่าเกร็งไปเลยน่า ทำตัวสบายๆ เถอะ ตามสบายเลย แล้วน้องชื่ออะไรนะ เมื่อกี้พี่บอกชื่อไปแล้วนะ แต่รุ่นน้องของพวกเรายังไม่ได้แนะนำตัวเลยนี่”

ซอนอูที่เสียงดังและร่าเริงก็ดันหลังของโดยองไปด้านหน้ารุ่นพี่พวกนั้น

โดยองเริ่มด้วย ‘สวัสดีครับ ผมเป็นเด็กใหม่คณะบริหาร รหัสสิบสี่ลีโดยองครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ’ ก่อนที่เขาจะถูกซอนอูยัดเยียดให้ดื่มเหล้าต้อนรับนั่น โดยองรับแอลกอฮอล์รสแรงที่เรียกว่าเหล้าต้อนรับนั่นมาจากรุ่นพี่ที่เฝ้ามองอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้มีความคิดอื่นนอกจากจะปฏิเสธมัน

“เอ่อ ผมดื่มเหล้าไม่ได้ครับ”

ก่อนอื่นต้องปฏิเสธอย่างมีมารยาทและดูไม่ก้าวร้าว

“แล้วยังไง จะไม่ดื่มเหรอ อ๋า แล้วยังไงดี จะเอางั้นเหรอ”

ซอนอูไม่ใช่รุ่นพี่ที่ง่ายๆ โดยองเก็บหมัดที่แทบจะส่งออกไปด้วยสัญชาติญาณได้อย่างหวุดหวิด เขารับแก้วเหล้าที่ซอนอูส่งมาก่อนจะกลืนสิ่งที่ถูกบรรจุอยู่ในแก้วนั้นลงไป รุ่นพี่คนที่เขาอยากจะฆ่าให้ตายมองเขาที่กระดกเหล้าอยู่แล้วก็หัวเราะ ภาพของซอนอูเป็นภาพความทรงจำสุดท้าย ไม่ใช่ว่าโดยองดื่มไม่ได้เลย แต่เป็นเพราะจริงๆ แล้วในแก้วเหล้านั้นมีเหล้าหลายอย่างผสมกันอยู่ ถ้าพูดอย่างเจาะลึกไปมากกว่านี้ต้นเหตุของปัญหาทุกอย่างก็คือรุ่นพี่ยูซอนอูที่ชงแก้วเหล้านั้นนั่นแหละ หลังจากวันนั้น สำหรับโดยองซอนอูก็กลายเป็นรุ่นพี่ที่วุ่นวายจนอยากจะหลบเลี่ยงจริงๆ แต่สำหรับซอนอูแล้วโดยองก็คงเป็นรุ่นน้องที่หัวอ่อนว่านอนสอนง่ายนั่นแหละ


* * *


“รุ่นน้องลีโดยอง ตัวอย่างทฤษฎีที่ฉันขอไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเมื่อไหร่จะเอามาให้อะ”

“ครับ? อ๋อ อันนั้น ครับ ผมทำเสร็จแล้วครับ แต่วันนี้ผมลืม...”

“รุ่นน้องของเรานี่ช่าง... ดีนะที่ส่งพรุ่งนี้ ถ้าเกิดมันส่งวันนี้จะทำยังไงเนี่ย...”

“อ่า... ครับ ขอโทษนะครับ ไม่ได้ลืมครับว่าเป็นอันที่จะส่งพรุ่งนี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเอามา...”

“โอเค เข้าใจแล้ว แหม่ ก็กลัวว่าน้องจะลืมไง วันนี้ก็ไม่ได้จี้หรอกนะ อย่าเข้าใจผิดล่ะ”

ไอ้ลูกหมานี่ เดี๋ยวก็ต่อยเลยแม่ง เหอะ

โดยองด่ากราดในใจไปหลายครั้ง สกัดกั้นคำหยาบที่มักจะเล็ดลอดจากลำคอออกมาที่ปากไว้แล้วประทับร่างพระพุทธเจ้า จงมีสติอยู่เสมอ ปลอบตัวเองว่าถ้าเวลาผ่านไปแบบนี้แล้วยูซอนอูเรียนจบเขาเองก็ต้องเรียนจบเหมือนกัน

“เออ วันนี้กินมื้อเที่ยงกับใครอะ”

“ไม่มีนัดนะครับ”

“เหรอ งั้นเอานี่ไปส่งอาจารย์ให้หน่อย แล้วก็มาที่ร้านอาหารญี่ปุ่นหน้ามหาวิทยาลัยนะ กินอูด้ง กินนั่นนี่กัน”

“...รุ่นพี่จะเลี้ยงใช่ไหมครับ”

“นี่ เห็นฉันไม่มีความละอายใจขนาดนั้นเลยเหรอ แค่นั้นเลี้ยงได้อยู่แล้วน่า รีบไปรีบมาล่ะ” 

พระอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไงกันนะ...

โดยองรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย นิดหน่อยมากๆ กับการที่รุ่นพี่ผู้น่ารังเกียจอย่างซอนอูจะเลี้ยงข้าว ก่อนจะถือรายงานของซอนอูที่ยื่นมาให้เขาเอาไปส่งแทนแล้วเดินเนิบๆ ไปยังตึกคณะเศรษฐศาสตร์

ถ้าแค่ส่งอันนี้แล้วได้กินข้าวที่ยูซอนอูเลี้ยง คนขี้เหนียวอย่างยูซอนอูที่ไม่เคยซื้อข้าวซื้อน้ำให้เลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมาจะเลี้ยงข้าวจากร้านอาหารญี่ปุ่น!

ดูเหมือนว่าโดยองสามารถแผดเสียงของความดีใจเรื่องนั้นได้แค่เรื่องเดียว เพราะตอนที่เกือบจะเดินไปถึงตึกเศรษฐศาสตร์เขาก็หยุดดูข้อความที่ซอนอูส่งมา

‘จริงๆ แล้ว อันนั้นมันส่งได้ถึงเมื่อวานนี้อะ ฉันลืมไปเลย อาจารย์คงจะไม่รับแล้วล่ะ กว่าจะรับไว้ก็คงจะมีเสียงบ่นยาวเลย ถ้างั้นคุณรุ่นน้องก็ สู้ๆ นะ!’

ความคิดเห็น