Mamymind

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พี่ชายเพื่อน 2 [Rewrite]

ชื่อตอน : พี่ชายเพื่อน 2 [Rewrite]

คำค้น : พี่ชายเพื่อน

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.4k

ความคิดเห็น : 57

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ค. 2563 16:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พี่ชายเพื่อน 2 [Rewrite]
แบบอักษร

 

 

 

พี่ชายเพื่อน 2 

 

 

 

เขมินท์พยายามทำตัวให้ยิ้มแย้มเหมือนเดิมก่อนจะเข้าห้องทำงานที่มีลูกชายรออยู่ แม้ว่าตอนนี้ในใจของตนนั้นจะสั่นสะท้านด้วยความกลัวแค่ไหนก็ตาม… ความกลัวที่ว่าผู้ชายคนนั้นจะมาเอาลูกไปจากตนเอง ซึ่งก่อนหน้านั้นเขมินท์ก็ไม่เคยคิดจะเรียกร้องและพยายามเลี้ยงดูลูกด้วยตัวคนเดียว แม้มันจะยากลำบากแต่พอเห็นรอยยิ้มของลูกชาย เขมินท์ก็พยายามสู้ต่อไปจนเริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้นจากคนที่ไม่มีอะไรเลย 

 

“คุณแม่กลับมาแล้ว โมเดลคัดตัวหนังสือเสร็จแล้วครับ คุณแม่เหนื่อยมั้ยครับ โมเดลรินน้ำใส่แก้วให้นะครับ” โมเดลเอ่ยบอกก่อนจะวิ่งไปหยิบขวดน้ำแล้วเทใส่แก้วก่อนจะเดินเอามาให้คุณแม่ที่นั่งอยู่บนโซฟา เขมินท์เองที่เห็นลูกชายทำแบบนั้นก็ยิ้มรับ โมเดลเป็นเด็กดีเสมอซึ่งเขมินท์ก็รู้ว่าลูกชายรับรู้ว่าตนเองนั้นมักจะทำงานจนเหนื่อยลูกเลยไม่ค่อยดื้อเท่าไร แถมยังหัดทำอะไรเล็กๆน้อยที่พอจะแบ่งเบาภาระให้เขมินท์ได้อย่างการที่โมเดลเทน้ำจากขวดใส่แก้วให้ตนเองดื่มในตอนนี้ 

 

“ขอบคุณนะครับคนเก่ง ได้ดื่มน้ำที่ลูกชายเอามาให้คุณแม่ก็หายเหนื่อยแล้ว” 

 

“พรุ่งนี้วันหยุด โมเดลจะให้คุณแม่พักผ่อนเยอะๆ คุณแม่จะได้หายเหนื่อย” 

 

“แค่ได้หอมแก้มโมเดลคุณแม่ก็หายเหนื่อยแล้วครับ ไหนครับมาให้คุณแม่หอมแก้มหน่อยคนเก่ง” เขมินท์หอมแก้มลูกชายเบาๆพร้อมกับกระชับกอดให้แน่นขึ้นเพราะในใจตอนนี้รู้สึกกลัวเหลือเกินว่าผู้ชายคนนั้นจะมาพรากลูกไปจากตนเอง 

 

“คิกๆ โมเดลเป็นคนเก่ง” 

 

“ครับ โมเดลของคุณแม่เป็นคนเก่ง งั้นเราลงไปทานข้าวเที่ยงนะครับ ตอนเย็นเดี๋ยวคุณแม่จะพาออกไปทานข้าวร้านโปรด” 

 

“ได้ครับ” 

 

นี่ก็เป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว เขมินท์ต้องพาลูกชายไปกินข้าวที่โรงอาหารพนักงานเหมือนทุกวันและในช่วงเย็นถึงจะพาไปกินข้าวนอกบ้านก่อนถึงจะค่อยกลับบ้าน ส่วนวันหยุดตนเองก็จะทำอาหารให้ลูกกินเองโดยมีโมเดลก็คอยช่วยทำด้วยตามความสามารถของเด็กที่จะสามารถช่วยได้ เช่น เอาผักไปล้างน้ำอะไรแบบนี้ เพราะเขมินท์ยังไม่กล้าให้ลูกชายจับของมีคมอย่างมีดเท่าไร เพราะเขมินท์คิดว่ายังเด็กเกินไปสำหรับลูกชาย 

 

ส่วนในอาหารกลางวันในวันนี้เป็นข้าวผัดหมู เขมินท์ตักข้าวผัดให้ลูกชายพร้อมแตงกวาด้วยสองสามชิ้น โมเดลเองก็เป็นเด็กที่กินไม่ยากเท่าไร มีอะไรให้กินก็กินได้หมดยกเว้นปลาหมึกที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง ในครั้งแรกที่ลูกมีอาการแพ้เขมินท์แทบจะขาดใจ โมเดลตัวแดงไปทั้งตัว ผื่นก็ขึ้น จนทำให้คันไม่หยุดและสุดท้ายจะค่อยๆหายใจไม่ออกถ้าหากส่งหมอไม่ทันโมเดลอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นั้นเขมินท์ก็เลยต้องระวังอาหารทุกอย่างของลูกว่าจะมีปลาหมึกผสมมั้ย เพราะกลัวลูกชายจะมีอาการแพ้ขึ้นมาอีก 

 

“อร่อยมั้ยครับโมเดล” 

 

“อร่อยครับ โมเดลจะกินเยอะๆ จะได้โตไวๆแล้วช่วยคุณแม่ทำงานได้” 

 

“ครับๆ คนเก่งของคุณแม่” เขมินท์ลูบหัวลูกชายอย่างเอ็นดู ก่อนจะตักข้าวกินพร้อมดูลูกชายไปด้วย ซึ่งภาพของสองแม่ลูกเป็นภาพที่คุ้นตาของคนทั้งบริษัท แม้ตอนแรกๆที่เขมินท์เข้ามาทำงานจะเป็นที่ครหาว่าท้องไม่มีพ่อแต่เพราะตนเองนั้นเป็นคนนิสัยดี เกือบทุกคนเลยไม่คิดจะพูดนินทาเขมินท์อีกแต่ก็ยังมีบางที่ไม่ชอบและพูดนินทาแต่ตัวของเขมินท์นั้นไม่คิดจะสนใจ เพราะคนมีปากก็ชอบพูดกันไปเรื่อย… 

 

 

 

ทางด้านเตชิตที่กลับเข้ามาที่บริษัทอีกครั้งก็เริ่มเคลียร์งานที่ค้างไว้แต่ในใจก็อดที่จะนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้ เพื่อนสนิทน้องสาวและเด็กชายคนนั้นที่มีเค้าโครงเหมือนตนเองจนน่าตกใจและเตชิตก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กนั่นคือความผิดพลาดของตนเองในคืนนั้น 

 

“คุณเตชิตครับ คุณหญิงโทรมาแจ้งว่าอย่าลืมอาหารเย็นวันนี้ที่คุณหญิงท่านได้นัดไว้” ชัชวาลเลขาคนสนิทเดินเข้ามาแจ้งกำหนดการให้เตชิตรับรู้และพอเตชิตได้ยินก็อดจะถอนหายใจไม่ได้ เตชิตในวัยสามสิบกว่าๆและไม่มีทีท่าว่าจะแต่งงานก็ทำให้คุณหญิงแม่ของตนเองเป็นที่กลุ้มใจอย่างมากเพราะเตชิตไม่มีทีท่าว่าจะสนใจใครนอกจากคู่นอนเพียงแค่ข้ามคืนเท่านั้นแต่นั่นก็นานมาแล้วและในหลายปีนี้ก็ไม่มีเลยสักคนแต่ก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้มีเป็นตัวเป็นตนเพราะคนที่เข้ามาหาพวกนั้นจ่ายเงินก็คือจบ ไม่ใช่พวกที่ต้องการจับเตชิตเพื่อมาพยุงธุรกิจของครอบครัวซึ่งในกรณีหลังนี้เตชิตหลีกเลี่ยงการมีสัมพันธ์ด้วยอย่างเด็ดขาด 

 

“คุณแม่นัดไว้กับใครให้ฉันนายรู้มั้ยชัชวาล” 

 

“คุณหนูมินตราครับ ลูกสาวคุณสมศักดิ์ประธานบริษัทเอไอ” 

 

“หึ คงเอาลูกสาวมาเพื่อหวังที่จะให้ฉันไปพยุงบริษัทตัวเองสินะไอ้เฒ่าเจ้าเล่ห์นั่น” 

 

“คงเป็นแบบนั้นครับ เพราะตอนนี้หุ้นของเอไอตกลงเรื่อยๆ ถ้าหากว่าลูกสาวของคุณสมศักดิ์ได้หมั้นหมายกับคุณเตชิต หุ้นของบริษัทนั้นจะขึ้นอย่างแน่นอน” 

 

“คงไม่มีวันนั้นหรอกน่าตลกสิ้นดีที่ใครๆก็คิดว่ามันจะเกิดขึ้นง่ายๆและก็นะชัชวาล ไปหาประวัติเกี่ยวกับเขมินท์หัวหน้าแผนกออกแบบของบริษัทไอเดียคอร์ปอเรชั่นให้ฉันหน่อย ฉันต้องการแบบด่วนที่สุด” 

 

“ได้ครับ ผมจะจัดการหาได้เร็วที่สุด ถ้าอย่างั้นผมขอตัวก่อนครับ” แม้ชัชวาลจะสงสัยที่ต้องไปสืบประวัติของคนที่ไม่ใช่คู่แข่งของบริษัท แต่ชัชวาลก็ไม่คิดจะสอบถามคนเป็นนายให้ไขคำตอบที่ข้องใจให้แก่ตนเองเพราะยังไงเมื่อถึงเวลาชัชวาลก็คงจะรู้คำตอบอยู่ดี  

 

หลังจากที่จัดการงานจนเสร็จสุดอย่างแล้ว เตชิตก็ต้องมาหาคุณหญิงแม่ของตนเองที่ภัตตาคารของโรงแรมหรูห้าดาวใจกลางเมืองให้ทันในช่วงเย็นและพอมาถึงก็เห็นคุณหญิงแม่ของตนพร้อมกับหญิงสาวนั่งข้างๆกายรออยู่ที่โต๊ะโดยมีอาหารที่กำลังเตรียมเสิร์ฟเมื่อคนมาครบ 

 

“มาถึงนานแล้วเหรอครับคุณแม่” 

 

“สักพักแล้วค่ะ พี่เตชิตคะนี่หนูมินตราน้องเพิ่งเรียนจบมา แม่รู้จักคุณแม่ของหนูมินตราเลยพามาแนะนำกับลูกเพราะน้องก็จบบริหารมาเหมือนกัน อีกหน่อยก็ต้องมาบริหารบริษัทรู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหาย” 

 

“สวัสดีค่ะพี่เตชิต” 

 

“สวัสดีครับ” คุณหญิงรวีวรรณมองลูกชายที่มีท่าทีเฉยชาต่อหนูมินตราอย่างเหนื่อยหน่ายใจ เธอมักจะเฟ้นหาคู่ครองที่เหมาะสมให้แก่ลูกชายเพราะเตชิตไม่เคยสนใจใครเลยสักคน จนอายุก็เข้าเลขสามมาแล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะแต่งงานอะไรทั้งนั้น เธอเองก็แก่ลงทุกวันอยากจะมีหลานให้อุ้มแต่ดูสิ่งที่ลูกชายเธอเป็นสิ ด้านชาต่อเรื่องความสัมพันธ์จนเกินเยียวยาไปเสียแล้ว 

 

“รีบทานข้าวกันเถอะครับ ผมต้องกลับไปอ่านรายงานการประชุมต่อ” 

 

“เฮ้อ ก็ได้ค่ะ หนูมินตราคะ ตักอาหารให้พี่เค้าหน่อยสิคะ พี่เค้าชอบทานอาหารทะเล” 

 

“ไม่เป็นไรครับ พี่มีมือ ตักเองได้” เตชิตเองก็พูดตัดความหวังคุณหญิงรวีวรรณ จนมินตราที่กำลังจะตักอาหารให้ต้องยิ้มเจื่อนออกมาเล็กน้อยด้วยความรู้สึกอับอาย ถ้าเป็นปกติเธอคงกรี้ดลั่นไปแล้ว แต่ในตอนนี้เธอคงทำแบบนั้นไม่ได้เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงผู้บริหารของสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เธอจึงจำเป็นต้องจับผู้ชายคนนี้เพื่อช่วยธุรกิจของครอบครัวให้ได้ เพราะแบบนั้นเธอจะแสดงนิสัยที่แท้จริงออกมาไม่ได้อย่างเด็ดขาด 

 

“พี่เตทำกิริยาแบบนั้นกับหนูมินตราเหมือนไม่ไว้หน้าคุณแม่เลยนะคะ”และพอกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลวินิชราชกุลหรือบ้านของเตชิต คุณหญิงแม่ก็ดุขึ้นทันที และเรื่องที่พูดถึงก็คงไม่พ้นเรื่องวันนี้ที่เตชิตได้ทำไป 

 

“นี่ผมไว้หน้าคุณแม่แล้วนะครับและคุณแม่ก็ควรจะเลิกหาผู้หญิงมาให้ผมได้แล้ว มันไม่สำเร็จอย่างที่คุณแม่ตั้งหวังหรอกครับ” 

 

“คุณแม่แค่อยากจะอุ้มหลาน พี่เตอายุสามสิบกว่าแล้วนะคะ ถ้าไม่รีบแต่งงานเมื่อไรจะมีหลานให้คุณแม่” 

 

“เดี๋ยวยัยตาก็แต่งงาน คุณแม่ก็รอลูกยัยตาสิครับ” 

 

“แม่ก็อยากเห็นหลานที่เกิดจากพี่เตชิตนะคะ แต่ดูเหมือนว่าคุณแม่จะไม่มีหวัง” 

 

“แค่มีหลานก็พอใช่มั้ยครับ” 

 

“มีภรรยาด้วยสิคะ ไม่ใช่จะเอาหลานแค่คนเดียว แม่อยากเห็นพี่เตชิตของคุณแม่มีความสุขนะคะ ไม่ใช่ทำตัวเป็นเครื่องจักรเดินได้แบบนี้” 

 

“ไม่มีแฟนก็มีความสุขได้ครับ งั้นผมขึ้นห้องก่อนนะครับมีเอกสารต้องเคลียร์ คุณแม่ก็นอนได้แล้ว” 

 

“ค่ะ ฝันดีนะคะพี่เต” 

 

“ครับ” 

 

พอมารดาหายตาไปจากสายตา เตชิตก็ถอนหายใจเบาๆ ถ้าเตชิตไม่มีเมียและลูก คุณแม่ก็คงไม่ยอมปล่อยเตชิตไปง่ายๆสินะ  

 

แต่ว่าลูกงั้นเหรอ…. หึ! เตชิตคิดเรื่องอะไรดีๆออกแล้วสิ 

 

 

 

........................................................................................ 

ชื่อนายเอก อ่านว่า เข - มิน ค่ะ 

ความคิดเห็น