ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 04 ปล่อย Loading…100%

ชื่อตอน : EP 04 ปล่อย Loading…100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 05 มี.ค. 2562 17:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 04 ปล่อย Loading…100%
แบบอักษร

image


EP 04

ปล่อย Loading…100%


Disuke’s Part :


ปัง!


เสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับความรู้สึกว่าตัวรถส่ายไปมาเมื่อไซโตะพยายามหักหลบกระสุนที่ถูกยิงมาจากรถคันที่ขับอยู่ข้างหน้า ซึ่งผมเองก็พยายามจะช่วยเขาด้วยการเล็งปืนในมือไปที่รถคันนั้นเพื่อจะยิงโต้ตอบ แต่การต้องจับปืนด้วยมือข้างเดียวเพราะแขนอีกข้างถูกยิงและกำลังเสียเลือดมาก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนที่เคยดูในหนัง ยิ่งเป็นการต้องยิงในขณะที่รถยังคงวิ่งด้วยความเร็วและส่ายไปส่ายมา มิหนำซ้ำคนบนรถยังเป็นคนที่ห้ามเป็นอันตรายผมยิ่งไม่กล้าพอจะเหนี่ยวไก


“ไม่เป็นไรครับคุณไดสึเกะ ถ้าถูกคุณนามิขึ้นมามันจะเป็นเรื่องใหญ่”


“บ้าฉิบ!” ผมสบถด้วยความหงุดหงิดก่อนจะดึงมือกลับเข้ามาในรถ ทำไมผมต้องมากังวลว่ายัยนั่นจะเป็นอะไรทั้งที่เธอยิงผมด้วยวะ


“เอี๊ยดดด”


เสียงเบรกจากรถคันข้างหน้าดังขึ้นทำให้ไซโตะเองก็ต้องเบรกด้วยเหมือนกัน ซึ่งระหว่างที่ตัวรถยังคงพุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ถูกลดลงกะทันหันแบบนั้น ไม่ได้ทำให้ผมละสายตาจากรถคันนั้นได้เลย


“จอดรถ”


“เราอ้อมไปดักอีกทางได้นะครับคุณไดสึเกะ”


“ฉันสั่งให้จอด นายอ้อมไปเลย แล้วไปเจอกันข้างหน้า”


“แต่...”


“ฉันให้เวลาสามนาที” ผมสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดก่อนจะเปิดประตูรถแล้วก้าวเท้าลงมา


ไซโตะต้องรีบออกรถเพื่อขับอ้อมไปยังถนนอีกเส้นซึ่งปลายทางของมันก็คือถนนเส้นเดียวกับที่ตัวผมเองกำลังวิ่งไป


รถคันนั้นจอดขวางทางเข้าซึ่งมันเป็นตรอกเล็กๆ ที่สามารถพาไปออกที่ถนนอีกเส้น ประตูรถอีกด้านถูกเปิดออกและผมมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่ในรถแล้ว คนขับรถคงตั้งใจจะจอดรถขวางทางเพื่อถ่วงเวลาเท่านั้น


ผมรีบก้าวกระโดดข้ามรถคันนั้นมาแล้ววิ่งตรงเข้าไปในตรอกนั้นตามที่เห็นว่ามีคนสามสี่คนวิ่งนำเข้าไป และหนึ่งในนั้นก็คือนามิ ดูเหมือนว่าเธอจะได้รับความช่วยเหลือจากคนพวกนั้น ซึ่งอีกไม่กี่นาทีผมคงได้รู้ว่ามันเป็นพวกไหนกันแน่


“โอ๊ย!”


เสียงนามิร้องดังเมื่อเธอสะดุดและล้มลง สายตาของเธอมองย้อนกลับมาทางด้านหลังเพราะน่าจะรู้ตัวตั้งแต่แรกว่าผมตามมา แต่ระหว่างที่เรากำลังสบตากันอยู่ ร่างของเธอก็ถูกอุ้มขึ้นโดยผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งจะวิ่งมาถึง


สายตาของผมจ้องมองไปที่ผู้ชายคนนั้น สองมือกำหมัดแน่นแม้จะรู้ว่ามันจะยิ่งทำให้ผมรู้สึกปวดแผล หากแต่อาการปวดแผลมันเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกเดือดดาลที่กำลังปะทุอยู่ในอก


“หวัดดีไดสึเกะ”


คำทักทายจากผู้ชายคนนั้นทำให้ผมกัดฟันกรอด สองเท้าหยุดวิ่งแล้ว แต่ยังคงตั้งใจจะเดินตรงเข้าไปหาทั้งคู่อย่างไม่คิดจะหวั่นเกรง ซึ่งหลังจากที่มั่นใจแล้วว่าไอ้คนที่มันให้ความช่วยเหลือเธอเป็นใคร ผมก็จ้องมองลงไปที่ใบหน้าของผู้หญิงที่กำลังทรยศผมอีกครั้งด้วยความรู้สึกโกรธเธอ และโกรธยิ่งกว่าครั้งที่เธอหนีผมออกจากโรงพยาบาล มากกว่าที่เธอยิงคนของผมและยิงผมด้วยซ้ำ


“ปล่อยมือของแกออกจากผู้หญิงของฉัน” ผมบอกทั้งที่ยังคงก้าวไปข้างหน้า


ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะรู้ว่าคนของผมที่ตามมาทางด้านหลังมีเพียงไม่กี่คน ซึ่งถ้าเทียบกับจำนวนคนของอีกฝั่งที่เริ่มทยอยกันเดินมาสมทบก็คงต้องบอกว่าฝั่งของผมยังเป็นรองอยู่มาก แต่นั่นก็ยังไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกกลัวมันเลยสักนิด


“ฉันไม่ยักรู้ว่านามิเป็นผู้หญิงของนาย”


“ก็ลองถามเธอดูสิ” ผมแนะนำ สายตาจ้องมองไปที่นามิอย่างต้องการแสดงให้เธอรู้ว่าถ้าเธอกล้าลองดีกับผม เธอโดนชุดใหญ่แน่


“จริงเหรอนามิ”


“ฉัน...” เสียงของนามิสั่นจนผมรู้สึกได้ ซึ่งสายตาที่เธอมองมาที่ผมเองก็สั่น แต่ผมกลับมองไม่เห็นความรู้สึกผิดหรือความน่าสงสารในดวงตาคู่นั้นของเธอเลยสักนิด


“มะ...”


“นามิ!”


“ไม่ใช่ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงของไดสึเกะ”


คำตอบที่ได้ยินจากปากของนามิทำให้ผมก้าวเท้าออกไปโดยอัตโนมัติ แต่กลับทำได้เพียงแค่ก้าวเดียว ผมก็ต้องหยุดนิ่งเมื่อเส้นทางข้างหน้าถูกขวางเอาไว้ด้วยมือสองข้างจากคนของผมที่เดินเข้ามาขวาง


ภาพเบื้องหน้าคือคนของศัตรูนับสิบที่กำลังยกปืนขึ้นมา และปลายกระบอกปืนทุกกระบอกล้วนแล้วแต่เล็งมาที่ผม แต่เชื่อเถอะว่าสิ่งเดียวที่ทำให้ร่างกายของผมกำลังสั่น ก็คือคำตอบที่ผมได้ยินจากปากของเธอ


“ฉันว่ามันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันน่ะ แกว่ามั้ยไดสึเกะ”


“ถ้าแกกล้าพานามิไปจากฉัน ฉันรับรองว่าแกไม่ได้ตายดีแน่ ไอ้ยามาดะ” ผมประกาศกร้าว


ยามาดะตีรวนผมด้วยการแสร้งทำหน้าตาตกใจนิดๆ แต่มุมปากของมันกลับยกยิ้ม ทำเอาเลือดในร่างกายของผมพลุ่งพล่านไปหมด


“จะว่ายังไงดีล่ะ งั้นเอาแบบนี้ก็แล้วกัน” ไอ้ยามาดะพูดพลางค่อยๆ วางนามิลงกับพื้นช้าๆ ท่าทางที่ได้เห็นว่ามันระแวดระวังกลัวว่าเธอจะล้มลงไปแบบนั้นทำให้ผมกำหมัดแน่นยิ่งกว่าเดิม เส้นเลือดตรงขมับเต้นตุบๆ จนรู้สึกได้


“ฉันอธิบายตรงนี้เลยก็แล้วกันนะไดสึเกะ”


“หุบปากของแกแล้วถอยออกไปจากนามิ ก่อนที่ฉันจะเป่าสมองแกและคนของแกจนหมด”


“งั้นก็เอาเลยสิ ยิงฉันเลย” ไอ้ยามาดะท้าทาย แต่สิ่งที่มันทำหลังจากท้าทายผมคือการเดินอ้อมกลับไปยืนอยู่ข้างหลังนามิแล้วโอบเธอเอาไว้


“ไอ้สารเลว”


“ไม่ได้ครึ่งหนึ่งของแกหรอกมั้ง คนดีที่ไหนเขาจะบังคับข่มขู่ให้ผู้หญิงแต่งงานด้วยล่ะ จริงมั้ย”


“ไอ้...” ผมจะไม่ลังเลอยู่แบบนี้ถ้าไม่ติดตรงที่ผมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเรื่องที่ไอ้ยามาดะพูดเป็นเรื่องจริง และเรื่องจริงที่มันพูดเป็นเรื่องที่คนนอกอย่างมันไม่ควรจะรู้ ซึ่งในเมื่อทุกอย่างลงล็อกกันแบบนี้แล้วก็เดาออกได้ไม่ยากเลยว่ามันรู้ได้ยังไง


“อึ้งขนาดนั้นเลยเหรอไดสึเกะ เอางี้มั้ย ฉันจะสอนวิธีขอผู้หญิงแต่งงานให้นายเอง”


“ยามาดะ อื้อออ”


เท้าของผมกระตุกและก้าวออกไปทันทีเมื่อไอ้ยามาดะรั้งปลายคางของนามิเอาไว้แล้วทาบริมฝีปากสกปรกของมันลงไปบนริมฝีปากของเธอ หากแต่คนของผมก็ยังพยายามกันผมเอาไว้


“พร้อมครับ”


แต่ละวินาทีมันผ่านไปช้าเหลือเกิน แต่สุดท้ายวินาทีที่ผมรอคอยก็มาถึงเมื่อคนของผมกระซิบบอกเบาๆ ว่าเกมนี้ผมต้องชนะ!


เกือบแล้ว อีกนิดเดียวผมคงหมดความอดทนแล้วฆ่ามันทิ้งแน่!


ปัง!


แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าช้าแล้วผมจะไม่ฆ่า


ทันทีที่ได้ยินเสียงสัญญาณความพร้อม ผมก็ยกปืนในมือขึ้นอีกครั้งแล้วเล็งไปที่หัวของไอ้ยามาดะทันที ซึ่งมันจะไม่พลาดเลยถ้าเธอไม่พยายามช่วยมัน ซึ่งผมไม่แน่ใจนักหรอกว่ามันเป็นความตั้งใจของเธอ หรือมันเป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอพยายามจะผลักไอ้ยามาดะออกจากตัวเธอกันแน่


สายตาที่นามิมองกลับมาที่ผมราวกับว่าตกใจที่เห็นว่าผมกล้าที่จะยิงไอ้ยามาดะทั้งที่เห็นว่าเธอกับมันยืนใกล้ชิดกันจนแทบจะเป็นคนคนเดียวกันด้วยซ้ำ แต่เธอคงลืมไปว่าก่อนหน้านี้ผมก็ยิงเธอมาแล้ว และที่สำคัญคือเธอไม่รู้หรอกว่าเพราะเห็นกับตาว่าเธอกับมันแทบจะเป็นคนคนเดียวกันนั่นแหละที่ทำให้ผมตัดสินใจยิง


ปัง!


            ผัวะ!


เสียงความโกลาหลเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่เสียงปืนจากปลายกระบอกปืนของผมเหมือนเป็นสัญญาณของการเปิดฉากการต่อสู้ แต่ในเมื่อคนของผมบอกว่าพร้อม นั่นก็แปลว่าเราต้องชนะ


“สั่งคนของนายให้หยุดซะไดสึเกะ” 


แต่แล้วอยู่ๆ นามิก็โพล่งขึ้นมา และทั้งที่เสียงของเธอไม่ได้เสียงดังไปกว่าเสียงของการต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้นเลยสักนิด แต่กลับทำให้ทุกคนในที่นี้หยุดการเคลื่อนไหว


ไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ที่ผมต้องพยายามบอกตัวเองให้อดทนเพราะเธอ!


“อย่าคิดจะลองดีกับฉันนามิ”


“ฉันไม่ได้คิดจะลองดี แต่ฉันทำแน่ นายก็รู้”


“ทิ้งปืนเดี๋ยวนี้นามิ!”


“ไม่! ปล่อยฉันไปซะไดสึเกะ หรือไม่ก็ฝากบอกโอยามะทีว่าฉันยิงตัวตายตามพี่โยชิดะไปแล้ว เหตุผลก็เพราะไม่อยากแต่งงานกับคนสารเลวอย่างนาย!” นามิแผดเสียงดังลั่น ซึ่งผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าจะมีวันนี้ วันที่ผมเห็นว่าเธอยกปืนในมือขึ้นมาจ่อที่หัวของตัวเอง


ก่อนหน้านี้ถึงเธอจะตะคอกใส่หน้าผมอยู่หลายครั้งว่าเธอยอมตาย ดีกว่าต้องแต่งงานกับคนอย่างผม ผมยังไม่รู้สึกว่าขาสั่นเท่านี้มาก่อน มันเหมือนร่างกายทุกส่วนชาไปหมด


“คุณไดสึเกะครับ”


ผมควรทำยังไงดี ปล่อยให้เธอลองทำในสิ่งที่เธอกำลังท้าทายผมอยู่ดีมั้ยนะ


“คุณไดสึเกะครับ”


“ปล่อยเธอไป”


“แต่...”

“ปล่อย!” ผมตะโกนบอกเมื่อไซโตะที่ตอนนี้ยืนอยู่ห่างจากผมไม่ไกลกำลังทำท่าเหมือนจะลังเลกับคำสั่งของผมทั้งที่เขาไม่เคยขัดคำสั่งของผมมาก่อน ไซโตะเงียบลงก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นแล้วกดข้อมือลงเบาๆ เป็นสัญลักษณ์บอกให้คนของผมทุกคนลดอาวุธ


“ก็ง่ายดี”


“ฉันสาบานว่ามันจะมีแค่ครั้งเดียว ถ้าครั้งหน้าฉันเจอแกอีก อย่าฝันว่าแกจะได้มีลมหายใจกลับไป”


“แปลว่าฉันต้องตัวติดกับนามิเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของชีวิตฉันสินะ” คำถามเย้ยหยันจากปากของไอ้ยามาดะทำให้ผมรู้สึกอยากจะเดินเข้าไปเขย่าตัวของนามิแรงๆ ให้หายแค้น


“ลาก่อนไดสึเกะ” นามิบอกแบบนั้นก่อนที่เธอจะเดินจากผมไปพร้อมกับไอ้ยามาดะ ซึ่งคนของผมที่ยืนล้อมอยู่ทางด้านหลังจำต้องหลีกทางให้ตามคำสั่งของผม


ผมได้มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธที่คับแน่นอยู่ในอก และกำลังให้สัญญากับตัวเองว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ผมจะยอมปล่อย และถ้าผมกระชากเธอกลับมาได้เมื่อไหร่ เธอจะไม่มีทางได้ออกไปไกลเกินกว่าช่วงแขนของผมตลอดชีวิต!

ความคิดเห็น