ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP 04 ปล่อย Loading…25%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2562 16:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 04 ปล่อย Loading…25%
แบบอักษร

image

EP 04

ปล่อย Loading…25%


Disuke’s Part :


“คุณไดสึเกะจะให้ผมปลุกคุณนามิกี่โมงดีครับ” ยูสึถามระหว่างที่ผมกำลังจะก้าวเท้าขึ้นรถ คำถามของเขาทำให้ผมเหลือบสายตามองกลับไปที่ชั้นสองของตัวบ้านก่อนจะต้องถอนหายใจทิ้งออกมาหนักๆ


“ไม่ต้องปลุก แค่คอยจับตาดูเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน โทรรายงานฉันเป็นระยะ” ผมสั่งแค่นั้นก่อนจะก้าวผ่านหน้ายูสึเข้าไปนั่งที่เบาะรถทางด้านหลัง


 “ไปเซฟเฮ้าส์เสือขาว” เมื่อขึ้นรถมาได้ผมก็ผมสั่งไซโตะที่ทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้ผม ก่อนจะยกข้อมือขึ้นมาดูเวลา


ตอนนี้เกือบเก้าโมงแล้ว นามิยังคงนอนหลับอยู่บนเตียง และผมคิดว่าเธอคงยังไม่ตื่นง่ายๆ หรอก ขนาดตัวผมเองยังไม่อยากจะลุกขึ้นจากที่นอนเลย นี่ถ้าไม่ติดว่ามีเรื่องสำคัญให้ต้องรีบจัดการให้เสร็จ ผมก็อาจจะยังนอนอยู่บนที่นอนเหมือนกันกับเธอก็ได้


นับตั้งแต่ที่ผมรู้ตัวว่าต้องแต่งงานกับนามิ อะไรๆ ก็ดูวุ่นวายไปหมด ไม่มีอะไรง่ายเลยถ้าทั้งหมดนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากเสือตัวเมียตัวนี้


“เรื่องคนของเสือขาวเป็นยังไงบ้าง”


คิดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงข่าวคราวของเสือขาวจากไซโตะสักหน่อย


“อยู่ในความควบคุมของเราเกือบทั้งหมดแล้วครับ”


“แล้วไอ้ชินจิล่ะ ได้เรื่องอะไรจากมันบ้าง”


“รายนั้นไม่ยอมพูดอะไรเลยครับ ปิดปากเงียบสนิท คนของแบล็กทาวน์จะมารับตัวช่วงบ่ายครับ”


ก็ไม่ได้ผิดจากที่ผมคิดเอาไว้ ถ้ามันยอมเปิดปากคายความลับง่ายๆ คงไม่ใช่มือหนึ่งของไอ้โยชิดะ


คงต้องบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นความโชคดีของผมที่บังเอิญได้ตัวไอ้ชินจิมาจากการที่ผมสะกดรอยตามนามิไป


เมื่อวันก่อนผมรู้สึกเฉลียวใจตั้งแต่ตอนที่นามิมีท่าทางแปลกๆ ตอนขอเข้าห้องน้ำ ผมก็เลยสั่งให้คนของผมจับตาดูเธอเอาไว้เป็นพิเศษ เพราะผมรู้ว่ายังไงเธอก็คงไม่ยอมแต่งงานกับผมง่ายๆ แน่ เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหนเท่านั้น และผมก็คิดไม่ผิดจริงๆ ว่าเธอกำลังจะต้องพยายามทำทุกทางเพื่อที่จะไม่ต้องแต่งงานกับผม เพียงแต่ผมคิดไม่ถึงว่าสิ่งที่เธอเลือกทำจะเป็นการพยายามหนี


นี่ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะเธอกล้าหาญที่เลือกหนีออกไปทั้งที่รู้ว่ามีคนของแบล็กสกอร์เปี้ยนเฝ้าอยู่เต็มโรงพยาบาล มิหนำซ้ำยังเป็นการหนีไปแบบไม่มีเป้าหมายด้วยซ้ำ ก็ต้องเป็นเพราะว่าเธอบ้าแน่ๆ


นี่ถ้าผมจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แล้วปล่อยให้เธอหนีไปได้ ป่านนี้ผมคงปวดหัวกับปัญหาที่เธอทิ้งเอาไว้ ไหนยังจะต้องมาสู้รบตบมือกับไอ้โอยามะอีกล่ะ


“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ไปที่โกดัง ฉันจะไปง้างปากไอ้ชินจิ”


แต่แล้วผมก็ตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายการเดินทาง นาทีนี้ผมต้องการข้อมูลของเสือขาวจากปากของไอ้ชินจิให้ได้มากที่สุดก่อนที่ไอ้โอยามะจะได้ตัวมันไป


ก่อนหน้านี้หลังจากที่คนของผมรายงานมาว่านามิหนีออกจากโรงพยาบาล ไอ้โอยามะเองก็รู้เรื่องนี้จากคนของผมด้วยเหมือนกัน ผมก็เลยจำเป็นต้องตกลงกับมันว่าผมจะเป็นคนตามตัวเธอกลับมาเอง โดยมีเงื่อนไขว่าไม่ว่าจะยังไงนามิจะต้องยังอยู่กับผม ผมจะรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเอง แลกกับการที่มันจะต้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำ เพราะถ้าหากเรื่องนี้รู้ไปถึงหูคุณลุงโอซึนซึเกะแล้วละก็ ผมต้องลำบากแน่ๆ มันเป็นเหตุผลเดียวกันกับที่ผมต้องยอมแต่งงานกับนามินั่นแหละ


ส่วนไอ้ชินจิที่เพิ่งจะโผล่หัวออกมาไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขตั้งแต่แรก ดังนั้นผมจะต้องส่งตัวให้ไอ้โอยามะเป็นคนจัดการต่อ เพราะฉะนั้นผมถึงได้กล้ารับปากนามิว่าผมจะไม่ฆ่าไอ้ชินจิ เพราะถ้าหากไอ้โอยามะจะฆ่า ผมก็ไม่ได้ผิดอะไร


Rrrr~


แล้วระหว่างที่ผมกำลังคิดหาวิธีเค้นเอาข้อมูลของเสือขาวจากปากของไอ้ชินจิ โทรศัพท์มือถือของผมก็สั่นขึ้นมา ซึ่งทันทีที่ผมเห็นว่าเป็นสายเรียกเข้าจากยูสึ ก็เดาได้ว่าคงมีเรื่องให้ผมต้องปวดหัวอีกแน่ๆ ไม่มากก็น้อยนั่นแหละ


เมื่อไหร่ปัญหาบ้าบอนี่มันจะจบลงสักที ผมไม่เคยต้องเหนื่อยกับเรื่องอะไรมากเท่ากับเรื่องของผู้หญิงคนนี้มาก่อนเลยจริงๆ


“ว่าไง”


[คุณนามิตื่นแล้วครับคุณไดสึเกะ ตอนนี้เหมือนจะกำลังอาบน้ำ]


ตื่นเร็วกว่าที่ผมคิดไว้แฮะ


“อืม ฉันฝากด้วยก็แล้วกัน อย่าปล่อยให้อดตายล่ะ ช่วงบ่ายฉันจะกลับ”


[ครับคุณไดสึเกะ แล้วนี่…]


ตุ้บ!


เสียงอะไรบางอย่างดังมาจากปลายสาย ซึ่งสัญชาตญาณของผมบอกว่ามันไม่ใช่เสียงสัญญาณที่ดี


“เสียงอะไรยูสึ” ผมรีบถาม แต่ปลายสายกลับเงียบสนิท ไม่มีเสียงของยูสึตอบกลับมา


“กลับ!” ผมสั่งออกไปในทันทีที่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ มือขวากำโทรศัพท์ในมือแน่นมากเมื่อความอดทนของผมมันกำลังดิ่งลงเรื่อยๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คงจะจริงอย่างที่เขาว่านั่นแหละว่าเราจะอดทนได้มากที่สุดก็ตอนที่ความอดทนเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราต้องทำ


ผมอยากจะฆ่าเธอนัก!


รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วเมื่อไซโตะรับรู้ได้ถึงความร้อนใจของผมผ่านทางน้ำเสียง เขาเหลือบมองผมเป็นระยะๆ เหมือนกันกับที่ผมเองก็มองเขาสลับกับเส้นทางที่จะพาผมย้อนกลับไปที่บ้าน


เอี๊ยดดด


ปัง!


ผมกระชากประตูรถให้เปิดออกเพราะไม่มีเวลารอให้ไซโตะมาเปิดให้ ก่อนจะเหวี่ยงมันปิดลงในทันที สองเท้าก้าวกลับเข้าไปในบ้านที่ตอนนี้ทุกคนดูเหมือนจะตกใจกับการกลับมาของผมกันหมด เพราะคงยังไม่มีใครรู้ว่าข้างบนกำลังมีปัญหา


“นามิ!” ผมตะโกนเรียกชื่อต้นตอของปัญหาเมื่อผลักประตูห้องนอนของผมเข้าไป ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่คิดหรอกว่าเธอคงไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้ว ส่วนคนที่อยู่ก็คือยูสึ เพราะเขานอนหมดสติอยู่ที่ปลายเตียงนี่เอง ที่หัวเหมือนจะมีเลือดออกเพราะคงถูกกระแทกจากของแข็งซึ่งผมเองก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร พยายามจะมองไปรอบๆ แล้วแต่ก็ยังไม่พบอะไรสักอย่างที่คิดว่านามิจะใช้เป็นอาวุธทำให้ยูสึหมดสติได้


“ให้คนมาปฐมพยาบาลยูสึ ส่วนที่เหลือให้ค้นที่นี่ให้ทั่ว” ผมสั่งด้วยความรวดเร็ว สองมือของผมกำแน่น ความรู้สึกในอกมันเดือดปุดๆ จนยากจะทำให้มันสงบลง สมองกำลังพยายามคาดเดาความคิดของนามิ เผื่อว่ามันจะทำให้ผมรู้ว่าเธอหนีไปซ่อนอยู่ที่ไหน เพราะมันแทบจะไม่มีความเป็นไปได้เลยที่เธอจะหนีออกไปจากที่นี่ทั้งที่มีเวลาก่อนที่ผมจะกลับมาถึงเพียงแค่ไม่กี่นาที มิหนำซ้ำการจะหนีออกไปจากที่นี่ทั้งที่คนของผมแน่นหนาขนาดนี้ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้


“สั่งคนของเราส่วนหนึ่งออกไปตามหาด้านนอกด้วย ถ้าออกไปได้คงยังไปได้ไม่ไกล พบเบาะแสอะไรให้รีบรายงานฉันทันที”


“ครับคุณไดสึเกะ” ไซโตะรับคำสั่งก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อสั่งการลงไปถึงคนที่อยู่ที่ชั้นล่าง ส่วนผมก็เดินมาสำรวจในห้องน้ำ รวมไปถึงค้นหาเบาะแสภายในห้องด้วยตัวเอง ผู้หญิงอย่างนามิอันตรายเกินกว่าที่ผมจะปล่อยให้หลุดออกไป เพราะในขณะที่ผมมีความโกรธเธออยู่แน่นคับอก ผมก็รู้ว่าเธอเองก็คงรู้สึกอย่างนั้นกับผมไม่ต่างกัน


ปั้ก!


“ยัยตัวแสบ!” ผมกัดฟันกรอดเมื่อค้นดูจนทั่วแล้วพบว่ามีปืนที่ผมซ่อนเอาไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานหายไปหนึ่งกระบอก และเดาว่ามันน่าจะเป็นอาวุธที่นามิใช้ทำให้ยูสึหมดสติ กับอีแค่การทุบท้ายทอยผู้ชายที่ถึงแม้จะตัวใหญ่กว่าเธอสักสองเท่าด้วยด้ามปืน มันไม่ยากเกินความสามารถของรองประธานเสือขาวหรอก


“บอกคนของเราว่านามิมีอาวุธ”


“ครับ”


“เดี๋ยวไซโตะ ห้ามยัยนั่นเป็นอะไรไปก่อนจะถึงมือฉัน” ผมสบตากับไซโตะเพื่อกำชับคำสั่งนั้นกับเขา


 “ครับ คุณไดสึเกะ ผมจะกำชับทุกคนให้พาตัวคุณนามิกลับมาอย่างปลอดภัย” ไซโตะรับคำสั่งของผมด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง ก่อนจะรีบถ่ายทอดคำสั่งของผมกับคนอื่นๆ จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันเพื่อตามหาตัวนามิ


ถ้าพูดกันถึงเรื่องความปลอดภัยของชีวิตเธอ ผมรับรองว่าเธอจะต้องปลอดภัยแน่นอน เพราะหน้าที่ผมคือการดูแลเธออย่างดีจนกว่าเราจะได้แต่งงานกัน ซึ่งนั่นหมายถึงการที่เสือขาวจะตกอยู่ในมือของผมเรียบร้อย แต่ที่ผมไม่รับรองก็คือผมจะใจดีปล่อยให้เธอก่อปัญหาให้ผมวุ่นวายซ้ำๆ หรอก บางทีผมก็ควรจะเด็ดขาดกับเธอสักครั้ง ซึ่งถึงแม้ว่าที่ผ่านมาผมจะคิดว่าผมไม่เคยใจดีกับเธอแล้วก็ตาม แต่ก็เหมือนว่ามันจะยังไม่พอ


“แล้วอย่ามาหาว่าฉันใจร้าย”

ความคิดเห็น