พราวนภา/เนตรอัปสรา/มณีหยาดฟ้า

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เผชิญหน้า (100%)...บอกเเล้วว่าอิป๋ามันร้าย หุหุหุ

ชื่อตอน : เผชิญหน้า (100%)...บอกเเล้วว่าอิป๋ามันร้าย หุหุหุ

คำค้น : รักโคตรร้าย ผู้ชายฮาร์ดคอร์ ,ป๋าพงษ์ , หมอครีม ,แอบรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.4k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2562 18:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เผชิญหน้า (100%)...บอกเเล้วว่าอิป๋ามันร้าย หุหุหุ
แบบอักษร


จากนั้นแม่เลขาสาวที่จัดการอะไรได้อย่างใจทุกประการแต่ดูเหมือนว่าจะแพ้รังสีความหล่อออร่าของแขกไม่ได้รับเชิญก็เงียบไปสักพัก จนคิริมาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เพราะคิดว่าผู้ชายคนนั้นคงไปจากหน้าห้องทำงานของตนแล้ว หากเสียงของมนต์มีนาไม่ดังขึ้นเสียก่อน      

“เอ่อ…ไล่แล้วค่ะ แต่เขาไม่ยอมไป”

เลขาสาวทำเสียงอ่อยๆ เริ่มลำบากใจกับความดื้อแพ่งของพ่อหนุ่มหล่อหน้าใสดูดีมีสไตล์ที่กำลังยืนยิ้มเผล่อยู่ตรงหน้า แล้วก็ต้องทำตาโตเมื่ออยู่ๆ อีกฝ่ายก็ปรี่ไปยังประตูห้องทำงานของเจ้านาย    

“คุณคะ! เข้าไม่ได้นะคะ!”

น้ำเสียงตกอกตกใจที่ดังผ่านเครื่องอินเตอร์คอมมาเข้าหูทำให้คิริมาสะดุ้งเฮือกสุดตัว ทะลึ่งพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยท่าทางตื่นๆ ก่อนจะรีบพุ่งไปหยิบรีโมตควบคุมประตูห้องทำงานที่สั่งทำพิเศษมือไม้สั่น จัดการกดมันปิดล็อกอย่างไวว่อง แล้วถึงได้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  

ส่วนคนที่ถลามากันร่างสูงใหญ่ออกจากประตูก็ถึงกับแทบร้องเฮออกมา เมื่อเห็นหนุ่มหล่อดึงประตูไม่ออก เพราะนั่นแสดงว่าผู้ที่อยู่ภายในกดรีโมตล็อกได้ทันท่วงที   

“มีนา…เธอยังอยู่หรือเปล่า”

คิริมาพยายามบังคับไม่ให้เสียงตัวเองสั่นแต่ยังไม่วายฟังดูแปร่งๆ และนั่นก็ทำให้คนที่กำลังยืนกันประตูเพราะกลัวแขกไม่ได้รับเชิญเกิดบ้าพังประตูบุกเข้าสู่ภายในรีบถลามาที่โต๊ะทำงาน

“มีนายังอยู่ค่ะท่านรอง” มนต์มีนาละล่ำละลักตอบโต้เสียงติดจะเหนื่อยหอบ รู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยเพราะไม่เคยเจอผู้ชายที่บ้าดีเดือดแบบนี้มาก่อน

“แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะ ไปหรือยัง”

หลังจากเห็นคนที่เดินตามมายังโต๊ะทำงานขยับปากเป็นคำพูดโดยไม่มีเสียงอย่างช้าๆ ตีความหมายได้ว่าต้องการจะเข้าไปหาเจ้านายของตนให้ได้ มนต์มีนาก็เอ่ยอย่างหัวเสียปนลำบากใจ  

“เอ่อ…ยังค่ะ เขายังยืนยันว่าจะเข้าไปพบท่านรองให้ได้ค่ะ”  

“งั้นก็เรียกรปภ.มาลากตัวไปซะ”

คิริมาเอ่ยบอกเสียงแข็งๆ อย่างพยายามข่มกลั้นอารมณ์เอาไว้ ในหัวเอาแต่คิดถึงคำพูดของเลขาสาวในก่อนหน้านั้น ซึ่งบรรยายถึงลักษณะของชายปริศนาที่มาขอพบ  

“ผู้หญิงขี้ขลาด! อย่าคิดนะว่าจะหนีพ้น”

วาจาราบเรียบทว่าแฝงคุกคามที่ดังผ่านเครื่องอินเตอร์คอมทำให้คนฟังสะดุ้งเฮือก นัยน์ตาเบิกกว้าง มือไม้อ่อนไปหมด นี่เธอกลายเป็นคนขี้ขลาดตาขาวแบบที่เขาว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

หลังจากนั้นเสียงจากด้านอกก็เงียบหายไป แต่แทนที่จะโล่งใจคิริมากลับผุดลุกขึ้นเดินไปเดินมาด้วยความกระวนกระวายเหมือนหนูติดจั่น ความรู้สึกในตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากการถูกผู้ชายคนนั้นไล่ต้อนให้จนมุม หรือไม่ก็กำลังจงใจหาเรื่องเล่นสงครามประสาทให้เธอสติแตกเต็มขั้น            

“ท่านรองคะ…”

น้ำเสียงที่ยังติดจะตื่นตระหนกของเลขาต่างดาวทำให้คนที่กำลังออกอาการหวาดระแวงจนจิตหลุดได้สติ สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ   

“เขาไปหรือยังมีนา”

“ไปแล้วค่ะ แต่เขาบอกว่าเดี๋ยวจะมาหาท่านรองใหม่อีกครั้งค่ะ” วาจาที่ลูกน้องรายงานตบท้ายทำให้ท่านรองผู้อำนวยการสาวเบิกตาโพลง  

‘มาหาใหม่’ อย่างนั้นหรือ แค่คำพูดไม่กี่ประโยคก็ทำให้คนมีชนักติดหลังอยากจะแจ้นกลับบ้าน หากไม่นึกขึ้นได้เสียก่อนว่าช่วงบ่ายเธอติดตรวจคนไข้   

หลังจากนั้นคิริมาก็ไม่มีสมาธิทำงาน คนที่เคยควบคุมความรู้สึกของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยมถึงกับนั่งไม่ติด กระวนกระวายใจจนต้องเดินวนไปวนมา กระทั่งถึงช่วงพักเที่ยงเลขาสาวเอาข้าวกลางวันมาให้เธอถึงได้เลียบๆ เคียงๆ ถามอีกฝ่ายว่าผู้ชายคนนั้นกลับมาป้วนเปี้ยนแถวนั้นอีกหรือไม่ ครั้นได้คำตอบว่าเขาไม่ได้หวนกลับมาอีก ท่านรองผู้อำนวยการสาวก็ถึงกับลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก



ตกบ่ายคิริมาก็ขึ้นตึกผู้ป่วย วันนี้เธอไม่มีราวน์วอร์ด แต่เมื่อเช้าอาจารย์หมอกมลโทรมาไหว้วานให้ช่วยออกตรวจคนไข้ที่นัดไว้ในช่วงบ่ายแทน นัยว่าเป็นคนไข้พิเศษที่รู้จักมักคุ้นและมีบุญคุณต่อกันมาอย่างยาวนาน ซึ่งท่านนัดไว้แล้วก็ไม่อยากจะเลื่อนนัดเพราะต้องติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิด แต่เนื่องจากว่าท่านติดธุระด่วนอย่างกะทันหัน ประจวบเหมาะกับที่เธอตั้งใจจะอยู่สะสางงานไปจนถึงช่วงหัวค่ำ ฉะนั้นคิริมาจึงมิอาจปฏิเสธได้ เพราะการรักษาคนไข้เป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว และยิ่งรู้ว่าคนไข้มีปัญหาในทางที่เธอถนัดในการรักษาคิริมาก็ยิ่งเต็มใจ        

“สวัสดีค่ะคุณลุง”

แพทย์หญิงคิริมากล่าวทักทายคนไข้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ซึ่งคนที่กำลังนอนซังกะตายอยู่บนเตียงก็หันมามองหน้าคุณหมอสาว ก่อนจะรีบยกมือไหว้จนเธอรับไหว้แทบไม่ทัน   

ยิ้มบางๆ ให้คนไข้ แล้วก็ก้มหน้าเปิดชาร์ตคนไข้ที่พยาบาลเพิ่งยื่นมาให้ เพื่อดูผลการตรวจรักษาคร่าวๆ ในครั้งที่ผ่านมา จากประวัติการรักษา คนไข้เป็นโรคเบาหวาน โรคความดัน และมีภาวะไตเสื่อมร่วมด้วย ซึ่งเรื่องรายละเอียดตรงจุดนี้คิริมารู้มาจากอาจารย์หมอกมลคร่าวๆ แล้ว และยังรู้มาอีกด้วยว่าคนไข้ถูกส่งตัวมาโรงพยาบาลด้วยอาการช็อกหมดสติเนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำมาก แต่อยู่ๆ สามวันที่แล้วค่าน้ำตาลก็สูงขึ้นจนน่าตกใจ เรียกได้ว่าสวิงไปมาจนต้องติดตามผลการรักษากันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง        

คิริมาเป็นหมอหู คอ จมูก หรือ ENT ซึ่งเอาจริงๆ ก็ตรวจคนไข้ได้ แค่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่เพราะอาจารย์กมลไหว้วานให้มาช่วยดูเรื่องอาการหูอื้อของคนไข้ให้นั่นเอง แต่ก่อนจะไปถึงจุดที่ตนถนัดในการรักษาเธอก็จะต้องเช็กรายละเอียดเกี่ยวกับโรคประจำตัวของคนไข้เสียก่อน        

จากนั้นเจ้าของร่างเพรียวบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว โดยเอาชายสอดเข้าไปในกระโปรงสีเทายาวเกือบถึงตาตุ่ม คลุมทับด้วยเสื้อกาวน์ ก็กวาดตาอ่านผลการตรวจเลือดและปัสสาวะ มือเรียวบางเปิดกระดาษที่ซ้อนกันไปมาอยู่หลายรอบ ก่อนจะเงยขึ้นมาจ้องหน้าพยาบาลสาวที่ยืนกุมมืออยู่ใกล้ๆ        

“ไม่ได้ตรวจระดับ ‘ฮีโมโกลบิน เอวันซี’ เหรอทำไมในผลเลือดไม่มี แล้วค่า ‘อัลบูมิน’ ที่รั่วออกมากับปัสสาวะล่ะได้วัดไหม อาจารย์หมอกมลสั่งไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วไม่ใช่เหรอ”

ที่ต้องถามถึงฮีโมโกลบิน เอวันซี หรือค่าน้ำตาลสะสม เพราะต้องการที่จะรู้ค่าระดับน้ำตาลโดยเฉลี่ยในสามเดือนว่าเป็นเช่นไร จำเป็นต้องลดหรือเพิ่มยาบางตัวหรือไม่ ส่วนอัลบูมินหรือโปรตีนไข่ขาวก็เพื่อเช็กภาวะไตว่ามีความเสี่ยงมากน้อยเพียงใด เพราะดูจากภายนอกแล้วคนไข้เหมือนจะมีภาวะบวมน้ำ และอาจจะต้องสั่งยาขับปัสสาวะให้ ซึ่งรายละเอียดตรงนี้อาจารย์หมอกมลอนุญาตให้เธอตัดสินใจสั่งยาให้คนไข้ได้เลย           

วาจาที่หลุดออกมาจากปากท่านรองผู้อำนวยการทำให้พยาบาลสาวถึงกับหน้าซีด หายใจไม่ทั่วท้อง เพราะใครต่างก็รู้กันทั้งนั้นว่าถึงแม้คิริมาจะดูเหมือนใจดีและเป็นมิตรกับลูกน้องมากกว่าน้องชายอย่างท่านรองปรเมศ แต่ถ้าหากทำงานพลาดเธอก็ไม่ไว้หน้าใครเช่นกัน    

“เอ่อ…ขอโทษค่ะคุณหมอ” พยาบาลได้แต่ก้มหน้าเอ่ยขอโทษเสียงอ่อยๆ ในใจนึกตำหนิเพื่อนซี้ที่วานให้เธอมาขึ้นเวรแทนแบบฉุกละหุกว่าไม่รู้จักตระเตรียมอะไรให้เรียบร้อยเสียก่อน ถ้าอีกฝ่ายบอกเธอสักนิดว่ายังไม่ได้ส่งคนไข้ไปเจาะเลือดและตรวจปัสสาวะเธอก็จะได้รีบจัดการตั้งแต่ช่วงเช้า       

“คราวหน้าอย่าให้พลาดอีกล่ะ ชีวิตของคนไข้ทุกคนมีค่า หากเราพลาดเพียงนิดนั่นอาจหมายความว่าเขามีความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้”

คิริมาเอ่ยตักเตือนพยาบาลสาวด้วยโทนเสียงราบเรียบ อันที่จริงเธอไม่อยากจะต้องมาทำเหมือนต่อว่าลูกน้องต่อหน้าคนไข้หรอก แต่การทำงานที่เกี่ยวกับความเป็นความตายของคนจะประมาทไม่ได้แม้แต่เสี้ยววินาที เพราะถ้าพลาดผลที่ตามมาอาจจะมากเกินกว่าที่จะรับไหว   

“ค่ะคุณหมอ” คราวนี้พยาบาลสาวเอ่ยปากรับคำอย่างหนักแน่น เพราะตระหนักถึงทุกถ้อยคำของอีกฝ่ายว่าไม่ได้ตำหนิเพื่อความสะใจหรือทำให้เสียหน้า แต่เตือนสติให้เห็นความสำคัญของคนไข้เป็นที่หนึ่ง อีกอย่างความผิดพลาดในครั้งนี้ก็เกิดจากความบกพร่องต่อหน้าที่ของเธอจริงๆ นั่นแหละ     

คิริมาทำเพียงพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นก็โน้มตัวลงไปเช็กค่าระดับน้ำตาลในเลือดและดูผลตรวจจากหน้าจอมคอมพิวเตอร์เพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง ทำให้ลูกน้องเห็นการทำงานที่ละเอียดรอบคอบโดยไม่ดูการอ้างอิงผลตรวจจากกระดาษรายงานเพียงอย่างเดียว จากนั้นก็ยืดตัวขึ้นมามองหน้าคนไข้  

“คุณลุงคะ วันนี้หมอมาตรวจแทนอาจารย์หมอกมลนะคะ พอดีว่าท่านติดธุระสำคัญแบบกะทันหันมาไม่ได้จริงๆ ค่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะคะคุณลุงยังเป็นคนไข้ของอาจารย์เหมือนเดิมค่ะ”

คุณหมอสาวเอ่ยกับคนไข้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ถึงแม้จะรู้สึกว่าตัวเองแจ้งคนไข้ช้าไปแทนที่จะบอกอีกฝ่ายตั้งแต่แรก แต่ถึงยังไงเธอก็ต้องแจ้งว่ามาตรวจแทนแพทย์เจ้าของไข้ เพื่อไม่ให้คนไข้มีความกังวลใจว่าจะไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะเคยเจอเคสแบบนี้มาแล้ว จากประสบการณ์คือคนไข้จะค่อนข้างให้ความไว้วางใจหมอเจ้าของไข้ของตน หากมีการเปลี่ยนหมอ หรือมีหมออื่นมาตรวจแทน ก็จะมีความว้าวุ่นใจเสียส่วนใหญ่        

“ลุงกลับบ้านได้หรือยังคุณหมอ ลุงเบื่อโรงพยาบาลเต็มทนแล้ว”

“ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณลุงยังสูงมากอยู่เลยค่ะ ความดันก็ยังสูง นอนโรงพยาบาลให้หมอดูอาการให้แน่ใจก่อนดีกว่านะคะ” คิริมายิ้มอ่อนๆ อย่างเข้าใจหัวอกคนไข้ ไม่มีใครอยากมานอนโรงพยาบาลเกินความจำเป็นหรอก อีกอย่างก็รู้ดีแก่ใจว่าไม่มีที่ไหนสบายเหมือนบ้านตัวเอง  

“แต่ตอนนี้ลุงรู้สึกว่าตัวเองปกติดีทุกอย่างแล้วนะ ให้ลุงกลับไปพักที่บ้านไม่ได้เหรอ ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวลุงค่อยมาใหม่ก็ได้” คนที่เบื่อโรงพยาบาลขั้นรุนแรงยังคงรบเร้าไม่หยุด       

“นะหมอนะ ให้ลุงกลับบ้านเถอะนะ ลูกชายลุงก็เป็นหมออยู่ที่นี่ มันเพิ่งย้ายมา ได้ยินว่าจะเริ่มงานวันพรุ่งนี้ เผื่อลุงอาการผิดปกติจะให้มันพามาก็ได้” คราวนี้คนไข้เอ่ยวิงวอนแกมต่อรองด้วยสีหน้าเหมือนจะขาดใจเสียให้ได้

“แต่มันไม่ปลอดภัยนะคะคุณลุง แล้วลูกชายคุณลุงเป็นหมออะไรคะ เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยตรงหรือเปล่า” คุณหมอสาวยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมคนไข้อย่างใจเย็น

ท้ายประโยคอดที่จะซักถามไปถึงลูกชายของอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังมากมายอะไร เพราะถึงแม้ลูกชายของอีกฝ่ายจะเป็นหมอจริงๆ สภาพของคนไข้ในเวลานี้ก็ไม่เหมาะที่จะอนุมัติให้ออกจากโรงพยาบาลอย่างยิ่ง และเธอก็ไม่มีอำนาจก้าวล่วงในส่วนนั้น เพราะเป็นหน้าที่วินิจฉัยของแพทย์เจ้าของไข้อย่างอาจารย์หมอกมล ที่มาทำหน้าที่แทนในวันนี้ก็เพราะว่ามาตรวจเช็กเรื่องหูของคนไข้เท่านั้น          

“ลูกชายลุงเป็นจิตแพทย์  ถ้าคุณหมอไม่เชื่อว่าลูกลุงเป็นหมอก็รอให้มันขึ้นมาหาลุงก่อนก็ได้ ก่อนเที่ยงมันบอกว่าจะแวะไปหาสาว แล้วเลยไปกินข้าว ป่านนี้คงใกล้จะขึ้นมาแล้วมั้ง”  

คำว่า ‘จิตแพทย์’ ว่าสะดุ้งแล้ว แต่คำว่า ‘แวะไปหาสาว’ กลับทำให้เธอเสียวสันหลังและใจเต้นไม่เป็นส่ำยิ่งกว่า คิริมาบอกให้ตัวเองหยุดฟุ้งซ่าน แต่กลับแทบคุมสติไม่อยู่  นึกอยากจะแจ้นหนีไป แต่เธอทำอย่างนั้นไม่ได้ เพราะไม่ใช่เด็กๆ ที่จะเอาแต่อารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง อีกอย่างคนไข้ก็ย่อมสำคัญมากที่สุดสำหรับหมอ ฉะนั้นไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใดคนเป็นหมอก็ต้องเห็นคนไข้มาก่อนเสมอ

คิดได้ดังนั้นคิริมาก็พยายามที่จะตัดความรู้สึกส่วนตนทิ้ง ในใจบอกตัวเองว่าเธอก็แค่คิดมาก เธอก็แค่หวาดระแรง และหวั่นวิตกจนสติแตก แต่จิตใต้สำนึกยังไม่วายผุดคำถามชวนผวาขึ้นมา        

แล้วถ้าเกิดเป็นเขาล่ะ ถ้าเกิดเป็นพงษ์สวัสดิ์ล่ะ เธอจะทำยังไง?    

โอย…ทำไมเธอต้องกระวนกระวายใจจนแทบบ้าเพราะผู้ชายร้ายกาจพรรค์นั้นด้วยนะ  

และแล้วความว้าวุ่นใจของคิริมาก็ยุติลง เมื่อคนไข้นามว่านายบัญชาที่เธอกวาดสายตาอ่านเฉพาะชื่อ แต่จงใจเลี่ยงที่จะดูนามสกุล เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ 

“จริงๆ นะหมอ ลูกชายลุงเป็นหมอจริงๆ” คนไข้วัยอาวุโสยังคงเอ่ยยืนยันอย่างหนักแน่น ขณะก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ แล้วพิมพ์ข้อความยิกๆ   

“หมอเชื่อค่ะ ว่าลูกชายของคุณลุงเป็นหมอจริงๆ”

“งั้นหมอก็อนุญาตให้ลุงออกจากโรงพยาบาลเถอะนะ ลุงไม่กลับบ้านก็ได้ แค่ขอออกจากโรงพยาบาลไปพักที่คอนโดของลูกชายลุง ถ้าอาการไม่ดีลุงสัญญาว่าจะกลับมา”    

หลังจากวางโทรศัพท์ไว้ข้างตัวคนไข้ก็เอ่ยวิงวอนหมออีกครั้ง แต่ยังไม่ทันที่คิริมาจะตอบปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม เสียงเปิดประตูห้องตรวจก็ดังขึ้น

แอ๊ด!!!

“ป๋า! ผมมาแล้ว มีอะไรหรือปล่า ส่งข้อความเร่งยิกๆ เชียว”

เสียงห้าวเจือร้อนรนของผู้ที่ผลักประตูห้องตรวจให้เปิดอ้าดังมาก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวล่วงเข้าสู่ภายใน ครั้นเงยหน้าสายตาก็ประทะเข้ากับแผ่นหลังบางของคนที่แต่งตัวคร่ำครึและมิดชิดเกือบจะตั้งแต่หัวจรดเท้า มุมปากหยักกระตุกยิ้มเมื่อแน่ใจว่าผู้หญิงที่เห็นแค่ด้านหลังนั้นเป็นใคร  

ท่าทางเหมือนเสือตะคุบเหยื่อของดาวร้ายตัวเป้งประจำบ้านทำให้ผู้เป็นพ่อได้แต่เลิกคิ้ว แล้วมองหน้าคุณหมอสาวสลับกับลูกชายตัวเองอย่างงงๆ ส่วนพยาบาลสาวก็ไม่ได้อยู่ดูเหตุการณ์ เพราะคิริมารีบเอ่ยสั่งให้อีกฝ่ายโทรไปติดต่อและแจ้งให้แผนกเจาะเลือดมาเจาะเลือดคนไข้ที่ห้องตรวจ           

จากนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ หากจะได้ยินก็คงเป็นเสียงหัวใจของเธอ แล้วคิริมาก็ต้องหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ เดินเข้าหา ยิ่งใกล้เข้ามาทุกขณะจิตเธอก็ยิ่งหวาดผวาไปหมด      

“หึ…ที่สุดก็โผล่ออกมาจากห้องทำงานจนได้สินะ นึกว่าจะมุดหัวทำตัวเป็นพวกขี้ขลาดตาขาวเสียอีก”

น้ำคำเยาะหยันบวกกับโทนเสียงคุ้นหูทำให้คิริมาตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นโครมคราม แล้วเธอก็ต้องสะดุ้งเฮือกสุดตัวเมื่อรับรู้ว่าอีกฝ่ายเดินเข้าประชิดจากทางด้านหลัง จากนั้นก็จงใจกระซิบข้างใบหูน้อยให้พอได้ยินกันแค่สองคนด้วยถ้อยคำย้ำเตือนความทรงจำอันแสนน่ากระดากอาย                 

“ว่าไง ไม่คิดจะทักทายคนที่คุณ ‘จับปล้ำ’ อย่างเมามันบ้างหรือไง” ลมหายใจร้อนผ่าวที่ต้องผิวกาย พร้อมกับเสียงห้าวทุ้มติดจะคุกคามทำให้คิริมาเผลอเม้มปากกลั้นใจ แล้วก็เกือบจะหลับตาปี๋เมื่ออีกฝ่ายตั้งท่าจะหมุนไหล่มนให้เธอหันไปเผชิญหน้ากันจังๆ...


หุหุหุ บอกเลยว่าอิป๋ามันร้าย พ่อคุณเดินหน้าเข้าใส่สาวอย่างเดียว รุกแบบไม่สนใครทั้งสิ้น แล้วจะเป็นยังไงต่อ จะมีใครมาช่วยหนูครีมได้ทันท่วงทีไหม แล้วถ้าเกิดหันมาเผชิญหน้ากันจะเป็นยังไง เอาเป็นว่าไปตามลุ้นกันต่อในตอนหน้าจ้า เอ้า…ใครรออยู่ เม้นท์มาแสดงตัวอย่างด่วนๆ เลยจ้าจะได้มาลงอัพให้รัวๆ จ้า ^^

####ปล.ช่วงนี้หายหน้าไปทีละหลายวัน ต้องขออภัยด้วยนะคะ เพราะอาจจะทำให้ค้าง เนื่องจากว่าเอแพ้อากาศค่อนข้างหนัก คันตามตัวจนนอนไม่หลับ แต่ต้องเตลิดมานอนตอนกลางวันแทน และอาการกระเพราะกำเริบ ปวดและแสบท้องมากจ้า ^^



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น