ปีกฝัน(Peakfan)

จะเป็นอย่างไร…เมื่อฟาร์ เพื่อนสนิทที่สุดของอันดาตั้งแต่อนุบาล กลับมาเรียนที่โฟลเบลตอนกลางเทอม และดูเหมือนว่าการกลับมาครั้งนี้ของเธอจะไม่ธรรมดาซะด้วยสิ แล้วแพมล่ะ…จะรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?

Chapter 15 : กังวลสุดซี๊ด

ชื่อตอน : Chapter 15 : กังวลสุดซี๊ด

คำค้น : นิยายวาย,ชายรักชาย,หญิงรักหญิง,โรงเรียน,รักวัยรุ่น,เฮฮา,ตลก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 56

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ก.พ. 2562 15:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 15 : กังวลสุดซี๊ด
แบบอักษร

Chapter 15

กังวลสุดซี๊ด


“เป็นไรรึเปล่า” ธีมทักทายแฟนหนุ่มของตัวเองทันที เพราะเขาสังเกตเห็นสีหน้าครุ่นคิดของออกัส

“เปล่า เดี๋ยวไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะ” ออกัสที่ยังคงตัวเปียกขอตัว โดยมีธีมมองตาม

หลังจากนั้นทั้งสองที่เปลี่ยนชุดใหม่เสร็จเรียบร้อยก็เดินมารวมตัวกับเพื่อนๆ ที่ห้องเรียนเล็กๆ ภายในหมู่บ้านเพื่อรับข้าวกลางวัน อันดา แพม และฟาร์นั่งรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้วและจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาทั้งสองจึงนั่งลงกับกลุ่มเด็กผู้หญิงเหล่านั้นเพื่อพักผ่อน

แต่ออกัสนี่สิ เขาแทบจะกลืนอะไรไม่ลงเลย เขาย่นคิ้วแล้วก็ถอนหายใจ สักพักเขาก็เอนตัวลงซบกับไหล่ของพี่สาวที่กำลังกินข้าวอยู่แล้วดูเหม่อลอย อันดาจึงทำหน้างงใส่ออกัสและหันไปมองหน้าธีมเพื่อหาสาเหตุ แต่ธีมกลับส่ายหน้าเพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าออกัสเป็นอะไร

ตั้งแต่ที่ออกัสกลับมาจากโรงเก็บของ เขาก็ดูเหม่อลอยและครุ่นคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา เขาถามคำออกัสก็ตอบคำ แต่เขาก็ไม่รู้อยู่ดีว่าออกัสเป็นอะไรกันแน่ กำลังคิดหนักเรื่องอะไรอยู่ พอเขาถามออกไปออกัสก็ไม่บอก เขาจึงได้แต่มองไปทางอันดาเพื่อขอความช่วยเหลือ

เด็กสาวหน้าสวยลูบหน้าผากน้องชายเพื่อดูว่าเขาไม่สบายรึเปล่า แต่ตัวของเขาก็ไม่ได้ร้อน อันดาจึงกอดคอออกัสเอาไว้แล้วพยักหน้าให้ธีมรับรู้ว่าเดี๋ยวเธอจัดการเอง แต่อยู่ๆ ออกัสก็ลุกขึ้นยืนกะทันหันเมื่อธันเตอร์เดินผ่านมา และเขาก็ดูลุกลี้ลุกลนแปลกๆ

“เฮ้ย! กินข้าวด้วยกัน!” ออกัสเรียกเพื่อนชายสวมแว่นทันที ธันเตอร์จึงหยุดเดินแล้วหันมามอง

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูไปกินกับไอ้โจตรงนู้น” ธันเตอร์ยิ้มเจื่อนๆ ให้แล้วรีบเดินจ้ำอ้าวจากไป ทำให้ออกัสกลับเข้าสู่โหมดครุ่นคิดและเหม่อลอยอีกครั้ง

อันดาย่นคิ้วเมื่อเห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่ และหันไปสบตากับธีมโดยที่ไม่ได้นัดหมาย ตอนนี้หัวสมองของทั้งสองคิดไปต่างๆ นาๆ แล้วความกังวลใจก็เริ่มเกิดขึ้นภายในใจ ทำให้อันดาและธีมเริ่มกินอะไรไม่ลงตามออกัส และไม่นานออกัสก็ลุกเดินหนีทุกคนไป

“เออ…” อันดาเหมือนจะรั้งน้องชายเอาไว้ แต่ก็ไม่ทำ เธอหันไปมองธีมแล้วหลังจากนั้นก็รีบวางกล่องข้าวลงและวิ่งตามน้องชายผู้เศร้าซึมไป

“เฮ้ย! ออกัสเป็นไรวะ” พี่สาวผู้เป็นห่วงน้องถามและรั้งแขนน้องชายเอาไว้ก่อนที่ออกัสจะเดินไปไกลกว่านี้

เด็กหนุ่มหันกลับมาหาพี่สาวแล้วหลุบตาลง เขาดูกังวลใจและก็ทำตัวไม่ถูก เขาถอนหายใจแล้วถอนหายใจอีก แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมา คิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดกันจนแก้ไม่ออก อันดาก็ได้แต่ย่นคิ้วตามและอยากรู้มากขึ้นอีกว่าน้องชายของเธอเป็นอะไรกันแน่

“เป็นอะไรก็บอกมาดิ ฉันพี่แกนะเว้ย!” อันดาย้ำถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของทั้งคู่

“คือ…มันพูดยากอ่ะเจ้”

“พูดยากอะไรนักหนาวะ” คำพูดและสีหน้าของน้องชายทำให้เธอยิ่งอยากรู้

“ก็มันไม่ใช่เรื่องของฉันอ่ะ แต่ว่า…มันก็ทำให้ฉันคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะทำตัวยังไง ไม่รู้ว่าจะต้องคิดอะไร ยังไง โอยๆ อึดอัดอ่ะเจ้” ออกัสนั่งลงที่ท่อนไม้ที่ถูกตัดและก็ถอนหายใจอีกครั้ง

“อึดอัดก็เล่ามา สัญญาเลยว่าจะไม่บอกใคร” อันดายกนิ้วก้อยขึ้นทันทีเพื่อให้ออกัสมั่นใจ เพราะตอนนี้เธออยากรู้จริงๆ นะว่าเรื่องที่ทำให้ออกัสเป็นกังวลใจได้ขนาดนี้คือเรื่องอะไร

น้องชายหน้าตี๋หันมาจ้องพี่สาวแล้วถอนหายใจอีกครั้ง และเริ่มต้นเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อันดาฟัง และเมื่อเขาเล่าไปเรื่อยๆ ตาของพี่สาวก็ยิ่งโต แถมยังทำท่าตกใจซะยิ่งกว่าที่เขาเคยทำอีก อันดายกมือขึ้นปิดปากแล้วก็หันไปมองรอบๆ เพราะเธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่น้องชายเล่าเลยสักนิด

“อะไรนะ!!!! ไอ้ธันเตอร์มัน…” อันดาแทบจะตะโกนออกมา

“ตามนั้นแหละ” น้องชายตอบเสียงอ่อย

“แล้ว…แล้วแกก็บอกปฏิเสธมัน” พี่สาวพูดต่อ น้องชายจึงพยักหน้าหงึกๆ

“ให้ตายเถอะ! เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นมาได้ไงวะ” อันดาเริ่มลนลานอีกคน เพราะธันเตอร์กับออกัสเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน แถมมันยังไม่เคยทำอะไรให้เธอหรือออกัสสงสัย หรือจับพิรุธได้เลยสักนิด แล้วอยู่ๆ มาบอกชอบออกัสเนี่ยนะ มันจะเป็นไปได้ยังไง แถมยังขอโอกาสจากออกัสอีก เรื่องแบบนี้มันไม่น่าจะมาเกิดกับธันเตอร์เลยจริงๆ นะ

“มัน…เดี๋ยวนะ มันชอบผู้หญิงไม่ใช่เหรอ” อันดายังคงส่ายหน้าไปมา

“ฉันก็คิดแบบนั้นแหละเจ้ แต่พอมันบอก…เฮยยย ไม่รู้จะทำไงดีเลยเนี่ย”

“แล้ว…ตอนที่แกปฏิเสธมัน…มัน…มันตอบกลับมายังไงบ้างวะ” อันดาพยายามสงบสติแล้วถามน้องชายต่อ

“มันก็บอกไม่เป็นไรอ่ะ มันเข้าใจ แต่ฉันนี่สิเจ้ แม่งโคตรรู้สึกผิดเลยอ่ะ” ออกัสถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยแปด

“เอาน่า มันบอกไม่เป็นไรก็ดีแล้วนิ ใช่มะ” อันดาคิดภาพตาม แต่ก็อดคิดถึงปฏิกิริยาเหินห่างที่ธันเตอร์ทำกับออกัสเมื่อสักครู่ไม่ได้

“เจ้คิดงั้นจริงเหรอ”

“ไม่อ่ะ”

“ก็นั่นไง ฉันถึงกลุ่มใจอยู่แบบนี้” ออกัสหยิบก้อนหินก้อนหนึ่งจากพื้นแล้วเขวี้ยงแรงๆ เพื่อระบายอารมณ์

“แล้ว…ไอ้ธีมมันรู้เปล่าวะ” อันดาหันไปถามน้องชายอีกครั้ง ออกัสก็ได้แต่ส่ายหน้า

“แล้วทำไมไม่บอกมัน”

“ก็…ไม่อยากให้มันคิดมากอีกคนอ่ะ อีกอย่างเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับมันด้วย ปล่อยให้ฉันแก้ไขเรื่องนี้เองดีกว่า” อันดาพยักหน้าคล้อยตาม

“งั้นก็กลับไปกินข้าวเถอะ ถ้าไม่อยากให้ไอ้ธีมเป็นห่วงก็ทำตัวเป็นปกติซะ ส่วนเรื่องไอ้ธันเตอร์อ่ะ เวลาคงเยียวยาหัวใจมันเอง”

“แต่ฉันก็ไม่อยากจะเสียเพื่อนดีๆ อย่างมันไปนะ”

“ฉันรู้…เข้าใจด้วย แต่ตอนนี้แกควรจะแคร์คนที่ควรแคร์นะ” อันดาพูดเตือนสติน้องชาย ว่าคนเดียวที่ออกัสต้องแคร์ในตอนนี้ควรจะเป็นธีม ไม่ใช่ไอ้ธันเตอร์

“อืมๆ” ออกัสพยักหน้าและเดินกลับไปกับพี่สาว อันดาก็กอดคอน้องชายเอาไว้เพื่อแสดงความรัก และบ่งบอกว่าเธอห่วงเขามากกว่าใคร

“อ้าว! แพมกับฟาร์หายไปไหนอ่ะ” อันดาถามถึงเพื่อนสนิททั้งสองคนที่เคยนั่งอยู่ตรงนี้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า

“ไม่รู้เหมือนกัน” ธีมที่นั่งอยู่ตรงนั้นบอกและตักข้าวเข้าปาก แต่อะไรบางอย่างก็สะดุดตาเหยี่ยวของอันดาเข้าให้

“ธีม…หน้าผากแกไปโดนอะไรมาวะ” อันดาย่นคิ้วขณะมองรอยแดงปูดบนหน้าขาวสะอาดของประธานนักเรียน

“อ๋อ ชนขอบหน้าต่างอ่ะ” ธีมรีบบอกเหมือนกับว่าเตรียมหาข้ออ้างเอาไว้ก่อนแล้ว

“ไหนๆ ดูหน่อยซิ ไปโดนตอนไหนวะเนี่ย” ออกัสรีบขยับเข้าไปหาธีมทันที แต่เด็กหนุ่มก็แค่อมยิ้มและส่ายหน้าเป็นคำตอบ


แหนะๆ ไปโดนอะไรมาคะธีม

ไม่ใช่ว่าไปแอบฟังอันดากับออกัสคุยกันนะ

แต่ก็นะ...อยากรู้นี่นา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น