ปีกฝัน(Peakfan)

จะเป็นอย่างไร…เมื่อฟาร์ เพื่อนสนิทที่สุดของอันดาตั้งแต่อนุบาล กลับมาเรียนที่โฟลเบลตอนกลางเทอม และดูเหมือนว่าการกลับมาครั้งนี้ของเธอจะไม่ธรรมดาซะด้วยสิ แล้วแพมล่ะ…จะรับมือกับเรื่องนี้ได้อย่างไร?

Chapter 14 อกหักสุดซี๊ด

ชื่อตอน : Chapter 14 อกหักสุดซี๊ด

คำค้น : นิยายวาย,ชายรักชาย,หญิงรักหญิง,โรงเรียน,เฮฮา

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 54

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.พ. 2562 22:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 14 อกหักสุดซี๊ด
แบบอักษร

Chapter 14

อกหักสุดซี๊ด


“อ้าว! ไปตกน้ำที่ไหนมาเนี่ย” อันดาทักน้องชายทันทีที่เห็น และยิ้มกรุ้มกริ่มทันทีที่เห็นธีมเดินตามมาด้วย

“แหมๆ ๆ แอบไปจู๋จี๋กันก็ไม่บอก” อันดากระเซ้าน้องชาย ออกัสจึงทำตาโตเท่าไข่ห่านแล้วลากแขนพี่สาวไปทันที

ทั้งสองพี่น้องทำท่าลุกลี้ลุกลนแล้วเดินผ่านเพื่อนทุกคนที่หันมามอง ส่วนธีมก็เดินตามมาด้วยรอยยิ้ม ทำให้ทุกคนสนใจกันยิ่งขึ้นอีก

” เจ้พูดไรออกมาเนี่ย นี่รู้แล้วเหรอว่าฉันกับมัน…” ออกัสหันไปมองธีมที่เดินตามมา

“เป็นแฟนกันแล้ว” ธีมเสริมและกอดคอแฟนหนุ่มทันที

“กรี๊ดๆ ๆ ๆ ๆ ฉันอยากจะกรี๊ดดังๆ จริงๆ เลย ทำไมพวกแกถึงได้น่ารักกันแบบนี้นะ ดูสิ มุ้งมิ้งมากอ่ะ แอบไปเล่นน้ำด้วยกันมาด้วย” อันดาดี๊ด๊ายิ่งกว่ามีแฟนเสียเอง แต่แล้วเธอก็ย่นคิ้วแล้วมองดูสภาพของทั้งสองหนุ่มเบื้องหน้า

“ว่าแต่…อย่าบอกนะว่านายทำมิดีมิร้ายน้องฉันแล้วอ่ะ ไม่ได้นะ!!!!!!!!!!”

“เฮ้ย!!!!!!!!!! จะบ้าเหรอ” ทั้งสองหนุ่มยกมือขึ้นปฏิเสธทันที เหมือนเด็กที่กำลังถูกจับผิด อันดาจึงรีบดึงน้องชายเข้าหาตัวเอง แล้วหมุนออกัสเป็นวงกลม

“เจ้ทำอะไรเนี่ย!”

“ก็สำรวจดูความบริสุทธิ์ของแกนะสิ” อันดาบอกออกไปตามตรง

“บ้าเหรอ! เจ้คิดไรอยู่ แค่เล่นน้ำกัน…เฉยๆ” แลดูเสียงประโยคหลังจะเบากว่าปกติ

“เฉยๆ เฉยมากกกกกก เฮ้ย! นี่ไรเนี่ย!!!!!” อันดาตาเหลือกและดึงคอเสื้อของน้องชายดูให้เต็มตา เพราะที่ตรงนั้นมันมี…รอยจ้ำแดงๆ ฉาบอยู่

“ไอ้ธีม!!!!! แกทำอะไรน้องฉันเนี่ย!!!” อยู่ๆ อันดาก็เข้าสู้โหมดพี่สาวหวงน้องชาย เธอร้อนไปทั้งตัวและรู้สึกเหมือนโดนพรากลูกไปจากอ้อมกอด

“อะไร ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย” ธีมแก้ตัวด้วยหน้าซีดๆ

“แล้วนี่อะไร” อันดาใช้นิ้วจิ้มลงไปตรงรอยแดงนั้นทันที

“นั่นมัน…” ธีมกะพริบตาปริบๆ

“รอยหินไง! เมื้อกี้ฉันว่ายน้ำไปกระแทกกับหินมา เจ๊บบบบบเจ็บ” ออกัสแก้ตัวทันที

“ใช่ๆ ๆ ๆ รอยหิน” ธีมเสริม

“หราาาาาาาา” ทั้งสองหนุ่มทำเหมือนกับอันดาเป็นยายแก่ทึนทึกไม่รู้ว่านั่นคือรอยอะไร แต่เธอไม่อยากจะบ่นใส่น้องชายให้ออกัสหูชา เธอจึงได้แต่ย่นหน้าใส่ด้วยความรำคาญใจ

“ทำอะไรก็อย่าเกินเลยมากนักล่ะ ยังไงออกัสก็เป็นน้องของฉันอยู่นะ หวงโว๊ย หวงๆ ๆ ๆ” อันดาหรี่ตามองทั้งสองเหมือนคุณแม่ ออกัสและธีมจึงพยักหน้าหงึกๆ รับทราบคำสั่งเจ้ใหญ่ และแอบส่งยิ้มมีเลศนัยให้กัน

“โอยๆ ถ้าพวกแกจะหวานกันขนาดนี้นะ ไปดีกว่า อิจโว๊ย อิจๆ ๆ ๆ” อันดาหมั่นไส้ทั้งสอง จึงแอบหยิกแขนน้องชายอย่างหมั่นเขี้ยวแล้วเดินหนีไป

“เจ้อันนี่ดุเหมือนกันนะ” ธีมหันมาหาออกัสและถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะเมื่อกี้เขาหายใจไม่ทั่วท้องเลย

“เพิ่งรู้เหรอ ฉันคิดว่าแกจะรู้ฤทธิ์ของเจ้อันตั้งนานแล้วนะ ถ้าไม่แสบไม่ดุไม่ได้เป็นเจ้ใหญ่ของแก๊งหรอก” ออกัสขำในความดุของพี่สาว และก็แอบดีใจด้วยที่อันดาดูห่วงเขาขนาดนี้ เพราะโมเม้นนี้ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับพี่สาวน้องชายตัวออเท่าไหร่

“ไปเปลี่ยนชุดเถอะ จะได้ไปหาไรกินกัน” ธีมบอก

“อืมๆ งั้นเดี๋ยวแกไปก่อนเลยนะ ฉันเอาถังสีแป้งไปเก็บก่อน” ออกัสบอก ธีมจึงพยักหน้าแล้วเดินกลับไปที่พักเพียงลำพัง ส่วนออกัสก็เดินไปยังบ้านหลังเล็กๆ ที่เก็บอุปกรณ์

เด็กหนุ่มหน้าตี๋วางถังแป้งที่ล้างสะอาดแล้วรวมกับถังใบอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ข้างๆ ท่อเหล็กและอุปกรณ์สารพัด แล้วหันไปมองบริเวณรอบๆ ที่แสนจะวังเวง แถวนี้ไม่มีใครเดินมาเลย แถมยังดูเปลี่ยวและน่ากลัวอีก ตอนนี้เขาคิดว่าน่าจะชวนธีมมาด้วย อย่างน้อยๆ จะได้มีเพื่อนเดินกลับให้อุ่นใจ ไม่ใช่สิ…มีแฟนเดินกลับด้วยต่างหาก

“เฮ้ย!!!!!!!!!!!!!” เด็กหนุ่มหน้าตี๋ร้องลั่นเมื่อมือยาวๆ ของใครคนหนึ่งจับที่ไหล่ซ้ายของเขาจนเขาเกือบช็อก

“ไอ้ธันเตอร์ ไอ้เวร!!!!!!!!!” ออกัสสบถทันที เมื่อเจ้าของแขนข้างนั้นคือแขนของเพื่อนในแก๊ง และไม่ได้เป็นแขนของผอสระอีเหมือนที่เขาคิดด้วย

“มาเงียบๆ ตกใจหมด!” ออกัสยืนลูบอกของตัวเองแล้วถอนหายใจ

“ตกใจฉันหรือว่ากำลังเหม่อถึงใครอยู่กันแน่” ธันเตอร์ปรายตามาหาเขา ออกัสจึงย่นคิ้วเป็นคำตอบ

“เหม่อไร แกก็พูดเรื่อยเปื่อย”

“แล้วไม่ได้กำลังเหม่อถึงใครบางคนอยู่เหรอ” ธันเตอร์ยังคงพูดแปลกๆ

“อะไรของแกวะเนี่ย จะพูดอะไรก็พูดมาเลยดีกว่า” ออกัสเริ่มรำคาญ

“งั้นฉันจะพูดตรงๆ เลยแล้วกันนะ ตกลงว่าแก…กับไอ้ธีมเป็นอะไรกัน” คำถามที่มาพร้อมกับสีหน้าจริงจังทำให้ออกัสหยุดนิ่งทันที

“เออ...ถามไรของแกวะเนี่ย ฉันกับไอ้ธีม…ก็เป็นเพื่อนกันไง” ออกัสเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง…ทำไมธันเตอร์ถึงถามแบบนี้นะ

“เพื่อน! แล้วที่แม่น้ำนั่นมันคืออะไรวะ”

“เฮ้ย! แกแอบดูเหรอ!!!!” ออกัสอุทานออกมาด้วยความตกใจ และตามมาด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง

“ไม่ได้แอบ แต่ผ่านไปเห็น”

“แต่นั่นมันเรื่องส่วนตัวนะเว้ย!!!!! แกก็ควรจะมีมารยาทหน่อยปะ”

“แล้วแกจะเดือดทำไมไม่ทราบในเมื่อแกบอกว่าแกกับไอ้ธีมเป็นแค่เพื่อนกัน” อยู่ๆ ธันเตอร์ก็หาเรื่อง ทั้งๆ ที่มันไม่เคยทำตัวแย่ๆ แบบนี้มาก่อนเลย ยิ่งแอบดูเรื่องของชาวบ้านมันก็ไม่ทำ เรื่องเผือกยิ่งแล้วใหญ่มันไม่ยุ่งเลย แล้วนี่อะไร มายุ่งเรื่องของเขากับธีมทำไมไม่ทราบ เขาไม่เข้าใจเลยสักนิด

“ถ้ามึงเห็นขนาดนั้นแล้ว กูก็ไม่ต้องอธิบายอะไรแล้วมั้ง” ออกัสเดินหนีทันทีเพราะไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว

“แต่กูก็อยากจะได้ยินจากปากของมึง และถ้ามึงบอกว่าเป็นแค่เพื่อนจริงๆ กูก็จะเชื่อ” ธันเตอร์ตะโกนไล่หลัง ออกัสจึงหยุดเดินและหันหลับมามอง

“ก็อย่างที่มึงแอบดูไง กูสองคนไม่ได้เป็นแค่เพื่อน…ตามนั้นแหละ” ออกัสเตรียมจะเดินหนีอีกครั้ง แต่ก็ต้องหยุดเดินเพราะ…

“พวกมึงเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหม!!!!” เสียงตะโกนนั้นทำให้ออกัสหันไปมองรอบๆ ทันที

“แล้วมึงจะตะโกนทำไมไม่ทราบ!” ออกัสเดินกลับมาหาเพื่อนพร้อมกับไฟที่ปะทุอยู่ในอก

“ทำไม! กลัวคนอื่นได้ยินเหรอ ว่ามึงกับไอ้ธีมเป็นอะไรกัน ถ้ากลัวนัก…จะคบกันทำไมวะ” ธันเตอร์ยังคงหาเรื่องไม่หยุด

“กูไม่ได้สนหรอกว่าใครจะได้ยินหรือไม่ได้ยิน แต่กูสนมากกว่าว่าตอนนี้มึงเป็นอะไร โกรธกู เกลียดกู หรือว่าอะไรกันแน่มึงถึงมาหาเรื่องกูแบบนี้เนี่ย” ออกัสเข้าประเด็น

“กู…” ธันเตอร์ขยับแว่นของตัวเองและดูอ่อนลง

“มึงกับกูเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ถ้าแค่รู้ว่ากูชอบผู้ชายแล้วมึงจะโกรธเกลียดกู ขยะแขยงกู มึงจะคิดยังไงก็ตามใจมึงเลย กูจะได้รู้ว่าเพื่อนแท้อ่ะมันหายาก” ออกัสพูดใส่หน้าเพื่อนด้วยความโมโหแล้วหันหลังทันที แต่ทว่า ข้อมือของเขากลับโดนธันเตอร์คว้าเอาไว้ก่อน

“กูไม่ได้หมายความแบบนั้น กูไม่มีวันโกรธเกลียดมึงอย่างที่มึงคิดหรอก”

“แล้วที่มึงกำลังทำอยู่นี่คืออะไรฮะ หาเรื่องกูเพื่อ!”

“กูก็แค่…” ธันเตอร์ถอนหายใจแล้วเบือนหน้าหนี

“แค่อะไร ก็เห็นๆ อยู่ว่ามึงไม่ชอบที่กูเป็นแบบนี้ พอมึงรู้ว่ากูชอบผู้ชาย กูก็กลายเป็นคนน่ารังเกียจสำหรับมึง มึงถึงได้มาหาเรื่องกูอยู่แบบนี้ไง” ออกัสยังคงเดือดดาล เขารู้ว่าบางสังคมก็รับไม่ได้กับความรักแบบที่เขามีให้ต่อธีม แต่เขาไม่คิดว่าเพื่อนของเขาเองจะรับไม่ได้กับสิ่งนี้ ทั้งๆ ที่พวกเขาก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน และเขาเองก็เสียใจมากที่ถูกเพื่อนที่สนิทคนหนึ่งทำปฏิกิริยาแย่ๆ ใส่แบบนี้

“กูไม่ได้รังเกียจมึงเลย แต่กูแค่สงสัยว่ามึงไปเป็นแฟนมันได้ยังไง ทั้งๆ ที่มึงกับมันก็ทะเลาะกันตลอด แถมมันยังดูเหมือนชอบอันดาอีก คือกูไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจพวกมึงเลยอ่ะ”

“กูกับมันก็แค่ชอบกัน มันไม่มีอะไรเข้าใจยากเลย” ออกัสย้ำพร้อมตะเบ็งเสียง เขาถอนหายใจเข้าออกแรงๆ อย่างฉุนเฉียวและเบื่อการกระทำของเพื่อนเบื้องหน้านี้เป็นอย่างมาก

“เอาล่ะ กูจะไม่ขอให้มึงเข้าใจ ถ้ามึงจะคิดยังไงกับกูก็แล้วแต่มึงเลยแล้วกัน จะเอาเรื่องนี้ไปบอกใครก็ช่าง กูจะไม่สนใจแล้ว และถ้ามึงไม่อยากเป็นเพื่อนกับคนอย่างกูต่อ…ก็ตามใจ” ออกัสมองเพื่อนตาขวางและหันหลังให้อีกครั้ง และเขาก็โดนธันเตอร์รั้งเอาไว้อีก แต่ครั้งนี้เขากลับถูกเพื่อนผู้ชาย…กอด

“เฮ้ย! ไอ้ธันเตอร์!!!!” ออกัสสะดุ้งโหยงและรีบดึงตัวเองออกจากอ้อมกอดนั้น

ออกัสมองเพื่อนร่วมแก๊งด้วยความตกใจระคนกับสงสัย แต่เมื่อเขาเห็นน้ำตาใสๆ ที่คลออยู่ใต้แว่นตาหนาเตอะ เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติที่กำลังเกิดขึ้น และเขาภาวนาว่ามันจะไม่ใช่อย่างที่เขาคิด

“กูไม่เคยเกลียดไรมึงเลยนะเว้ย กูแค่สงสัยว่าพวกมึงรักกันได้ไง เพราะกูไม่รู้เลยว่ามึงชอบผู้ชาย และถ้ากูรู้ก่อนหน้านี้สักนิด…กูคงไม่ปล่อยมึงหลุดมือ” คำตอบนั้นย้ำเตือนกับสิ่งที่ออกัสคิดในใจ

ออกัสไร้ซึ่งคำพูด เพราะเข้าใจในสิ่งที่ธันเตอร์สื่อออกมาทุกอย่าง เขาอยากจะเข้าไปปลอบใจเพื่อนร่วมแก๊ง แต่ทว่าเส้นบางๆ เส้นหนึ่งได้เกิดขึ้นกับทั้งสองซะแล้ว และเส้นนั้นมันก็ทำให้ออกัสไม่สบายใจด้วย เขาจึงยืนนิ่งๆ และไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี

“ถ้ากู…บอกชอบมึงตอนนี้…ยังพอจะมีหวังไหมวะ” ธันเตอร์เม้มริมฝีปากและจ้องหน้าเด็กหนุ่มหน้าตี๋ แต่ออกัสนี่สิคอแห้งผาก เขาถอนหายใจช้าๆ แล้วเดินตรงไปหาธันเตอร์พร้อมกับยื่นมือไปตบบ่าเพื่อนเบาๆ

“กู…รักไอ้ธีมมันแล้วว่ะ” ออกัสตัดสินใจพูดออกไปแล้วตบบ่าปลอบใจเพื่อนอีกครั้ง

เขารู้สึกชัดเจนกับความรู้สึกนี้มาก เพราะเขาไม่ได้คิดอะไรกับธันเตอร์เลยจริงๆ มันไม่เหมือนกับความรู้สึกที่เขามีต่อธีม และเขาคิดว่าความรู้สึกที่มีกับธันเตอร์นั้นมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้จริงๆ เขารักธันเตอร์เหมือนเพื่อน และก็ยังคงจะรักแบบนี้ต่อไป ความรักแบบนี้…มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้จริงๆ

“เข้าใจกูนะเว้ย กู…” ออกัสพูดต่อไม่ออก เขาจึงได้แต่ถอนหายใจ ส่วนธันเตอร์ก็ได้แต่พยักหน้า

“อืมๆ กูเข้าใจ มึงไปหาธีมเถอะ” ธันเตอร์เม้มริมฝีปากแล้วฝืนยิ้มให้เพื่อน ออกัสจึงตัดสินใจเดินจากมาด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ

“แต่ยังไงมึงกับกูก็ยังเป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิมนะเว้ย กูยังรักมึงแบบเพื่อนเหมือนเดิม” ออกัสย้ำอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป ทิ้งไว้ซึ่งเด็กหนุ่มที่ตัดสินใจสารภาพรักและอกหักในวันเดียวกันไว้ตรงนั้นเพียงลำพัง และนั่นคือสิ่งที่ออกัสไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย แต่ก็ตัดสินใจทำลงไป

งืออออออออออ ธันเตอร์ ฮืออออออ

โอยยย ใครอยากไปปลอบใจธันเตอร์บ้าง

รีบไปเลยนะ ตอนนี้ประธานชมรมดนตรีของพวกเรา

อกหักซะแล้ว…

ติดตามต่อตอนหน้าจร้า

ปล. เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไรท์ไม่ได้อัพนะคะ เพราะอยู่ๆนิยายเรื่องนี้ก็หายไป

สงสัยเพราะระบบของธัญวลัยรวนด้วย แต่ตอนนี้กลับมาแล้วจร้า

ไรท์ก็จะอัพนิยายตามปกตินะคะ ^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น