ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เผยโฉมออกมา…เจ้าของเสียงครางจากข้างห้อง

ชื่อตอน : เผยโฉมออกมา…เจ้าของเสียงครางจากข้างห้อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.พ. 2562 20:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เผยโฉมออกมา…เจ้าของเสียงครางจากข้างห้อง
แบบอักษร



เผยโฉมออกมา…เจ้าของเสียงครางจากข้างห้อง

            [มินนี่ TALKS]

            “นี่ เธอจะเล่าได้เหรอยังวาวา อยากกินอะไรฉันก็ซื้อมาให้หมดแล้วห้ามเบี้ยวเด็ดขาดเลยนะ ไม่งั้นฉันโกรธจริงด้วย”

            ฉันนั่งมองเพื่อนจอมตะกละกับขนมขบเคี้ยวกองโตที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อด้านล่างคอนโดฯ คืนนี้วาวามานอนเป็นเพื่อนฉันเนื่องจากวันพรุ่งนี้เป็นวันหยุด

            “อืม แพ็บนะขอกินขนมก่อน ใจเย็น”

            วาวาหยิบห่อขนมขึ้นมาฉีกแล้วจับยัดใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ

            “ต้องออกตัวก่อนเลยนะมินนี่ว่าฉันก็ไม่รู้เรื่องของพี่แจสเปอร์ละเอียดนักหรอก ฉันเองก็ฟังต่อจากคนอื่นมาเหมือนกันแหละ”

            นางคว้าแก้วน้ำอัดลมขึ้นดูด

            “เออ เล่ามาเหอะฉันอยากรู้”

            ฉันวางข้อศอกลงบนหมอนที่หน้าตัก เราสองคนนั่งอยู่บนโซฟาในส่วนที่เป็นห้องรับแขกเล็กๆ ที่ตรงนี้ฉันกับพ่อเคยมานั่งคุยเล่นกันเสมอสมัยที่ท่านยังทำงานอยู่เมืองไทย ข้าวของเครื่องใช้หลายสิ่งหลายอย่างของพ่อยังอยู่ในห้องนี้ อาทิ ร้องเท้าหนังมันปลาบที่วางอยู่ชั้นวางรองเท้า เสื้อเชิ้ตและกางเกงที่ยังแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้า ราวกับสิ่งขอพวกนี้มันจะตอกย้ำให้ฉันคิดถึงเจ้าของของมันมากขึ้นไปอีก

            “เมื่อก่อนพี่แจสเปอร์เรียนอยู่คณะวิศวะ รู้สึกว่าจะอยู่ปีสามแล้วมั้งแต่ก็โดนไล่ออกไปซะก่อน ตอนอยู่ในมหาลัยนะพี่แจสเปอร์เหมือนตัวป่วนเลยก็ว่าได้ หล่อสาวกรี้ด แต่ก็ร้ายจนใครๆ ต่างก็พากันกลัวไปหมด ควงสาวๆ ไม่ซ้ำหน้าเบื่อแล้วก็มีใหม่ไปเรื่อย พี่แจสเปอร์คบแต่กับพวกเพื่อนๆ ที่เกเรประมาณว่านักเลงอันธพาลอะไรประมาณนี้”

            “น่าเสียดายจัง เรียนวิศวะซะด้วยใกล้ก็จะจบแล้วแท้ๆ”

            ฉันนึกตามที่เพื่อนสาวเล่าไปด้วย แล้วจู่ๆ ก็เหมือนใบหน้าของหมอนั่นลอยอยู่บนฝาผนังห้องด้านหน้าของฉัน ใบหน้าหล่อๆ คล้ายกับพระเอกในซีรีย์เกาหลีแต่ก็ดูร้ายเหมือนที่วาวาเล่า

            “นั่นแหละตอนที่พี่แจสเปอร์เรียนอยู่พี่เค้าฮอตมากในมหาลัย บางกระแสก็ว่าพี่เค้าค้ายาด้วยนะ ชอบก่อเรื่องเสมอ เลยโดนพ่อกับแม่เลี้ยงไล่ออกจากบ้านเพราะทนพฤติกรรมแย่ๆ ของพี่เค้าไม่ไหว”

            “แย่เนอะ”

            ฉันถอนใจออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุ แล้วหยิบขนมในห่อยัดเข้าปาก

            “ก็นะ ไม่มีใครกล้ายุ่งกับพี่เค้าหรอกแม้นแต่อาจารย์ยังต้องเกรงใจเลย ได้ข่าวว่าที่โดนไล่ออกก็เพราะดันไปชกต่อยกับอาจารย์ที่ย้ายมาใหม่คนหนึ่งเข้าเรื่องแย่งผู้หญิงกัน อืม ฉันก็รู้มาประมาณนี้แหละมินนี่”

            “แล้วพี่เจไดกับคนที่ชื่อแจสเปอร์นี่…”

            ฉันเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง จำได้ลางๆ ว่าตอนอยู่ในผับทั้งสองคนคล้ายกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อน

            “อือ ลืมเล่าเรื่องสำคัญ” วาวาทำตาโต “พี่เจไดเป็นลูกคนแม่กับพี่แจสเปอร์”

            “แบบนี้นี่เอง” ฉันเริ่มประมวลเรื่องราวต่างๆ เข้าด้วยกัน แล้วจู่ๆ เสียงข้างห้องที่เคยได้ยินจนเกือบจะชินก็ดังขึ้น

            กึก! กึก! ตึก! ตึก!

            อื้อออ… อ่าห์… อี้…

            ฉันกับวาวาหันหน้ามองกันโดยอัตโนมัติลืมเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่เป็นปลิดทิ้ง

            “นี่ใช่ไหมมินนี่เสียงดังจากข้างห้องที่เธอว่า โอ้ย! หัวใจฉันเต้นโครมครามเลย โห ระทึกมาก” วาวายกมือทาบอก ก่อนจะลุกเดินตรงเข้าไปในห้องนอนของฉันซึ่งอยู่ติดกับห้องรับแขก แล้วนางก็แนบหูเข้ากับผนังห้อง

            กึก ๆ ๆ อ่ะ… อ่าห์… อ้ายย…

            “โอ้โห เสียงผู้หญิงร้องเป็นเป็ดถูกเชือดเลยมินนี่ นางคงแซ่บปากนางน่าดู คริ คริ” วาวายกมือป้องปากหัวเราะชอบใจ

            “บ้า! วาวาพูดเข้า ถ้าเธอต้องมาเจอแบบฉันแทบทุกคืนจะตลกไม่ออกบอกเลย”

            ฉันเดินตามนางมาติดๆ แล้วนั่งลงบนเตียงทำหน้าสุดเซ็ง คืนนรกแตกกลับมาแล้วสินะ

            “ฉันอยากเห็นหน้าสองคนนี้จังเลยมินนี่”

            วาวากับฉันจ้องหน้ากัน แล้วจู่ๆ ความคิดบางอย่างก็เกิดขึ้นในหัวของฉัน ความโกรธ ความโมโหที่ถูกปลุกขึ้นมาด้วยเสียงร้องครางกระเส่ากลางดึก เสียงขอบเตียงที่กระแทกกับฝาผนังหัวเตียงของฉัน ฉันรวบรวมมันให้กลายเป็นความกล้า คงถึงเวลาแล้วที่ฉันจะต้องไปพูดกับเจ้าของห้องข้างๆ ให้รู้เรื่องไปเลยว่าพวกเขารบกวนการนอนของฉันขนาดไหน

            “ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิวาวา ฉันก็อยากเห็นหน้าเพื่อนข้างห้องเหมือนกัน” ฉันลุกขึ้นยืนคว้าหมับไปที่ข้อมือของเพื่อนสาว

            “ห๊า! เอาจริงเหรอมินนี่”

            วาวาทำตาโต

            “จริง!”

            ฉันทำหน้าตาเด็ดเดี่ยวพร้อมกับลากนางออกมาเป็นเพื่อน จนเราสองคนมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องเจ้าของเสียงดังน่ารำคาญ ฉันหลับตาพยายามรวบรวมความกล้าแล้วยกมือขึ้นเตรียมเคาะประตู แต่ยังไม่ทันได้เคาะลงไปวาวาก็จับมือฉันเอาไว้

            “นะ… แน่ใจนะมินนี่”

            “แน่ใจที่สุดในชีวิต” ฉันหันไปบอกเพื่อน

            “งั้นก็ตามใจ เดี๋ยวฉันคอยเป็นกำลังใจให้อยู่ข้างหลังนะ” พูดจบนางก็รีบเดินไปแอบอยู่ข้างหลังของฉันจริงๆ

            “เอาเลยมินนี่ ฉันพร้อมแล้วเคาะเลย”

            เสียงกองเชียร์ดังขึ้นเพิ่มความกล้าไปอีกสิบเท่า เอาวะเป็นไงเป็นกัน!

            ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!


ความคิดเห็น