จันทร์อรุณ ณรัช

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตึกทรงกลดและยอดองครักษ์สางฟ้า

ชื่อตอน : ตึกทรงกลดและยอดองครักษ์สางฟ้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 77

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.พ. 2562 18:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตึกทรงกลดและยอดองครักษ์สางฟ้า
แบบอักษร

ฟ้าผ่าเปรี้ยง...

สถานที่ซึ่งถูกดึงเข้าม่านมิติอย่างสำนักสูญญตา..เหมือนมีลมกรรโชกและมืดฟ้ามัวดิน..

ถือเป็นเหตุการณ์ที่แปลกประหลาดยิ่งนัก..

หากเรื่องราวเหล่านี้..เกิดขึ้นในโลกปรกติ..คงไม่มีอะไรน่าแปลก..

แต่นี่..สำนักสูญญตาถูกดึงเข้าไปซ่อนในม่านมิติแล้ว..

สถานการณ์ที่แปลกประหลาดทำให้เจ้าสำนักสูญญตาทั้งตึกแดงและอารามขาวต่างก็คาดการณ์อะไรบางอย่างได้แล้ว..ซึ่งไม่ควรจะเป็นเรื่องที่ดีนัก..

คิตตี้ในฐานะที่เป็นเจ้าสำนักสูญญตาตึกแดงคนใหม่..นั่งนิ่งอยู่ตรงหน้าแคท..ออย..ซึ่งถือเป็นตัวแทนของอารามขาว..หนึ่ง..เดือน..สอง..ป้อน..กัษษากร..ธีร์..ไอ..ดิน..ปุ้น..ดร.ถนัด ..หมออานนท์ ..เวลานี้อยู่กันพร้อมเพรียง..

มีแค่บางคนเท่านั้นที่ไม่ได้อยู่..เพราะไม่สันทัดในการรบทัพจับศึก..

สอง..ป้อน ..สบตากัน..

ยังไม่มีใครกล่าวอะไรออกมา...

ในที่สุด..คนที่พูดก่อน..กลับเป็นแคท..ซึ่งบัดนี้สวมชุดขาวเหมือนออย..แม้จะเป็นฝาแฝดกับออยเจ้าสำนักฝ่ายอารามขาว..แต่ก็ยังมีบุคลลิกบางอย่างที่แตกต่างกันบ้าง..

“..ตามกำหนดการ..เราคาดว่า..เทวีแวมไพร์จะบุกเข้ามาในอีกเจ็ดวัน..แต่..สถานการณ์ที่เกิดขึ้น..ทำให้เราทราบว่า..นางจะบุกเข้ามาเร็วขึ้น..เป็นสามวัน..”

ป้อนถอนหายใจ..รวมทั้งคิตตี้..

“..เวลานี้..สภาพอากาศรอบสำนักปั่นป่วน..นั่นเป็นเพราะเทวีแวมไพร์พยายามจะใช้เมฆปีศาจปกคลุมสถานที่..แต่เพลงเทพส่งวิญญาณของฉัน..กับอสูรของคิตตี้พยายามต้านทานอยู่..และเราสองคนคงต้านทานได้ไม่นานนัก..”

คิตตี้เม้มปาก..

“..ถ้าเมฆปีศาจปกคลุม..นางจะได้เปรียบในการส่งคนของนางบุกเข้ามา..”

แคทหลับตา..

“..พี่สอง..พี่ป้อน..ถ้ายังไง..ภารกิจของพวกพี่ยังคงมีอยู่..เราคงให้พี่สองคนเสี่ยงไม่ได้..”

ป้อนเสียงเครียด..

“..แคท..เธอคิดจะทำอะไร..ยอมสู้ตายตรงนี้น่ะรึ..เธอไม่มีจิตแห่งเทวีแห่งสงครามอีกแล้ว..อยู่ตรงนี้..ก็กลายเป็นเป้าหมายการเข่นฆ่า..เธอจะทำอะไรได้อีก..”

“..แคทกับออยทิ้งสำนักสูญญตาไม่ได้หรอกพี่ป้อน..”เสียงออยราบเรียบ.. “..และหากเมื่อถึงเวลา..มันทำอะไรไม่ได้แล้ว..ตายก็ตาย..ความว่างของจิตสูญญตาไม่มีอะไรให้ต้องห่วงและกลัวอีกแล้ว..”

หนึ่งกับเดือนสบตากัน..ก่อนที่เดือนจะพูดขึ้นว่า..

“..แคทกับออยคงคิดว่า..เวลานี้..หากจะหนีไปไหน..เทวีแวมไพร์ก็ตามล่าพวกเราจนได้..ดังนั้น..สะสางให้หมดเรื่องหมดราวกันไปดีกว่า..ใช่ไหม..”

เหมือนความนิ่งนี่..แคทกับออยจะยอมรับความเห็นของเดือนกลาย ๆ แล้ว..

“..ไม้ตายเราหมดแล้ว..เหลือแต่ทางริต้า..”แคทพูด.. “..แต่มันคงยากยิ่ง..”

ธีร์พูดตามประสาเด็กเลือดร้อน..

“..คุณย่าครับ..ธีร์กับไอ..อาจจะชนะเรนี่ได้นะครับ..”

“..หลานเก่งขึ้นมาก..แต่ว่า..มันคงพัฒนาไม่ทันพลังของเทวีแวมไพร์แน่นอน..”

“..ฉันไม่คิดว่าเราจะสู้นางไม่ได้..”หนึ่งพยักหน้ากับดิน..พ่อลูกคู่นี่..ไม่ว่าอย่างไรก็ยังไม่เคยยอมแพ้ง่าย ๆ ..

สองซึ่งนิ่งมานานก็พูดขึ้นว่า..

“..เรารวมพลังทั้งหมด..จะยังชนะนางไม่ได้อีกหรือ..”

กัษษากรระบายลมหายใจออกมา..

“..ไม่มีทางหรอกค่ะคุณสอง..ล่าสุดที่ฉันกับคิตตี้สู้กับนาง..มันชัดเจนว่าเราสู้นางไม่ได้เลย..”

คิตตี้พยักหน้า..

“..ป้าสอง..คิตตี้ถือว่าโชคดีที่หลุดมิติไปเจอริต้า..ได้พลังที่เทวีแวมไพร์ไม่รู้จัก..ทำให้เอาชนะนางได้โดยบังเอิญ..แต่ตอนนี้..ดูจะไม่เหลือปาฏิหาริย์ใด ๆ อีกแล้ว..”

เดือนสงบจิตใจ..

“..ถ้าเช่นนั้น..เราก็ต้องสู้ตาย..ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นเราก็ต้องสู้..มีแต่สองป้อนเท่านั้นที่ต้องรอด..และธีร์กับไออีกสองคนที่ห้ามตาย..เพราะเป็นโอกาสเดียวที่จะพัฒนาพลังจนทัดเทียมเทวีแวมไพร์เรนี่..เอาชนะนางได้ในอนาคต..”

ราชินีหมาป่าลุกขึ้นยืน..

“..ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้ว..ฉันจะสู้กับนางและกองทัพนางที่นี่..เราไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้วล่ะ..คุณหนึ่ง..คุณกับฉันต้องวางแผนให้พวกเราสู้ให้เต็มที่..เราจะไม่หนี..เพราะหนีไม่ได้อีกแล้ว..”

สองจับบ่าป้อน..ก่อนจะพูดว่า..

“..ฉันเข้าใจถึงความจำเป็นของสาวเสียงเทพกับแวมไพร์บอดี้การ์ดที่ต้องมีภาระร้องเพลงเทพส่งวิญญาณรอบต่อไป..แต่ก่อนที่ฉันจะหนี..ฉันขอร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเรา..สู้ให้เต็มที่เสียก่อน..หวังว่าเธอคงเข้าใจนะเดือน..”

ไอก็พูดอีกว่า..

“..ไอกับธีร์ก็เหมือนย่าสองย่าป้อนล่ะค่ะ..ขอให้ถึงที่สุดก่อนนะคะ..”

ต่างคนต่างก็ยืนยันจะสู้..เดือนกับหนึ่งถึงกับหัวเราะพร้อมกัน..

คิตตี้จับมือกัษษากรไว้..ไม่พูดอะไรมาก..

สายตาของคิตตี้ทำให้กัษษากรรู้ว่า..เธอตัดสินใจอย่างไร..

ปัญหาคือ..เธอคือคนที่ไม่มีวันตายในมิตินี้..

มือของกัษษากรเย็นเฉียบ..

คิตตี้..เธอจะทิ้งฉันไปอีกคนแล้วใช่ไหม..

แต่คิตตี้พูดเพียงว่า..

“..ต่อให้ไม่จากกันวันนี้..อนาคต..ฉันคงเป็นยัยแก่คนหนึ่งและตายไปในที่สุด..แต่เธอยังสวยสง่าเหมือนกับตอนนี้..กัสจัง..บางที..เทพเจ้าอาจจะให้เธอยังคงอยู่..เพื่อให้สาวเสียงเทพและแวมไพร์บอดี้การ์ด..ได้ทำภารกิจร้องเพลงเทพส่งวิญญาณครั้งต่อไปได้สำเร็จก็ได้..เธอเป็นคนเดียวที่มีโอกาสเห็นเหตุการณ์ที่ต่อให้ฉันตายไปสองสามชาติ..ก็ไม่รู้จะได้เห็นหรือเปล่านั่นคือเหตุการณ์ร้องเพลงเทพส่งวิญญาณในครั้งต่อไป...เราเป็นสามีภรรยากัน..แม้จะช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ..แต่มันก็มีค่าที่สุดของฉันแล้วล่ะนะ..กัสจัง..”

มันไม่ใช่คำพูดที่แสดงถึงความสิ้นหวังใด ๆ ..

แต่มันคือความจริงของสัจธรรม..ที่ทุกคนจำต้องพรากจากกันไม่วันใดก็วันหนึ่ง..

สำหรับคิตตี้กับกัสจังแล้ว..กับกัษษากรหรือลูนาร์วูแมนที่เป็นอมตะไม่มีวันตายในมิตินี้..ย่อมจะต้องพบพานกับเหตุการณ์ที่ต้องจำพรากเช่นนี้แน่ในอนาคต..และมันไม่มีวันจะเปลี่ยนแปลงได้เลย..

เจ้าหญิงหลงมิติแห่งแคว้นจันทรา..ถึงกับต้องหลั่งน้ำตาออกมา..เมื่อคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต..

.................

อีกสถานที่หนึ่งที่ไกลโพ้นจากโลกปัจจุบันเป็นเวลานับอนันต์..

ตำหนักชิงพลบ..แคว้นสนธยา..

กลุ่มของศศินา..แพคเกจ..วาหุ..สินธุ..ปักษา..มีนา..มาถึงตึกหลังหนึ่ง..

อจินไตยรั้งท้ายทั้งที่แต่แรกนางเดินนำหน้า...แต่ปล่อยให้ทั้งเดินแซง..จนกระทั่งกลายเป็นคนที่อยู่หลังสุด..

แพคเกจอดหันมาถามไม่ได้..

“..อจินไตย..เธอจะไปไหน..”

เจ้าหญิงอจินไตยยิ้มเล็กน้อย..

“..ฉันใช้ผงไร้ลักษณ์ซ่อนการรับรู้จากชาวมิติสนธยาโดยเฉพาะคนของตำหนักชิงพลบ..แต่ข้อเท็จจริง..ฉันก้าวเข้ามาในอาณาบริเวณที่อยู่ของอนันตรัยแล้ว..”

ศศินานิ่งคิด..

“..ถ้าอย่างนั้น..”

อจินไตยพยักหน้า..

“..คนของตำหนักชิงพลบไม่ควรรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่..ขั้นต่อไปพวกเธอต้องขึ้นตึกทรงกลด..ชิงตำราเล่มสุดท้ายของราชาแวมไพร์ออกมาให้ได้..ฉันคงไม่สะดวกที่จะขึ้นไปล่ะ..”

“..เข้าใจแล้ว..”แพคเกจพยักหน้า..

“..มีคนเฝ้าอยู่หน้าห้องเก็บของล้ำค่า..ล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ..และพวกเขาไม่ควรจะเจอฉัน..”อจินไตยพูดอีก..

“..ถ้าอย่างนั้น..”ศศินาพยักหน้า.. “..เราทั้งหกจะบุกขึ้นไปเอง..”

“..การจะพาพวกเธอมาถึงตึกทรงกลด...ก็เสี่ยงเหมือนกัน..มันไม่มีทางเลือก..ฉันจำเป็นต้องแอบเข้ามาเพื่อนำทางมาถึงให้ได้เพื่อให้ใช้เวลาน้อยที่สุด..ต่อไป..ต้องฝากพวกเธอด้วยล่ะ..”

พูดจบก็ถอยหลัง..เคลื่อนไหวลัดเลาะหายไป..

สินธุกับวาหุสบตากัน..ต่างฝ่ายต่างกุมดาบมั่น..

บันไดทอดยาวไปบนตัวตึก..

แพคเกจกำหมัด..

“..ได้เวลาแล้ว..พี่นา..”

แม้แต่ปักษากับมีนา..ก็ดึงดาบของนางขึ้น..

การลอบเข้ามาปล้นของในตึกทรงกลด..อาณาเขตแห่งตำหนักชิงพลบ..แคว้นสนธยา..ช่างอุกอาจนัก..

.....

ในขณะเดียวกัน...

เจ้าชายอนันตรัยยังคงยิ้มละไม..

“..ท่านคิดจะเล่นลูกไม้อะไร..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..”

ริต้าหรือเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์ในชุดขาวกะทัดรัด..กลับยิ้มแย้มแบบไม่นำพา..

“..หากท่านคิดว่า..การเสนอแฮนดี้แคปเช่นนี้..เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง..ท่านก็ต่อสู้กับข้าในรูปแบบปรกติก็ได้..แต่หากท่านชนะ..จะมีเกียรติอันใด..เพราะหนึ่งข้าเป็นสตรี..สอง..ข้าเป็นคนนอกแคว้นสนธยา..ย่อมไม่มิอาจจะมีพลังมนตราแห่งอากาศธาตุเหนือกว่าคนในแคว้นอยู่แล้ว..”

“..ขอเพียงข้าได้ครอบครองเจ้าหญิงอจินไตย..เกียรติยศใด ๆ ข้าก็ไม่ต้องการ..”

“..ท่านคิดว่า..อจินไตยจะยินดีกับการกระทำที่ไร้เกียรติเช่นนี้หรือ..”

ปรกติถ้ายังอยู่ในมิติปัจจุบันที่เป็นบ้านเกิด..ริต้าไม่ใช่คนต่อปากต่อคำเก่งขนาดนี้..

แต่เมื่อริต้าเป็นเจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..กลับมีฝีปากที่ผิดไปจากเดิม..

เจ้าชายอนันตรัยถูกยอกย้อนจนไม่มีทางเลือก..

กับคนอื่นเขาไม่นำพา..มีแต่อจินไตยเท่านั้นที่เขาไม่อาจจะทำให้นางเสียความรู้สึกได้..

“..เยี่ยงนี้..เราก็ทำตามที่ท่านเสนอเถิด..”

ชาวตำหนักชิงพลบที่รายล้อมดูการประลอง..ต่างก็มีท่าทีสนใจ..

เจ้าเมฆแดงเจ้าแห่งตำหนักชิงพลบเปล่งเสียงหัวเราะกังวาน..

“..ดูท่า..เจ้าหญิงท่านนี้..คงไม่รู้ความร้ายกาจของสุดยอดทหารองครักษ์แห่งตำหนักชิงพลบเป็นแน่แท้..เพราะท่านสางฟ้า..แม้ว่า..คนฝึกปรือวิชาอากาศมนตราสำเร็จ..ไม่แน่ว่าจะชนะได้..”

ชาวตำหนักชิงพลบที่รายล้อมต่างอุทานออกมาเมื่อท่านเจ้าเมฆแดงพูดถึงสางฟ้า..

เจ้าชายอนันตรัยโค้งศีรษะ..

“..ได้รับมือกับท่านสางฟ้า.นับว่าเป็นเกียรตินัก.ท่านควรลงมือให้เต็มที่.เพื่อไม่ให้เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทรากล่าวหาว่าเราตกลงกันไว้..”

คำพูดนี้แสดงถึงความเหน็บแนมในที..

แล้วยอดฝีมือแห่งตำหนักชิงพลบ..ยอดองครักษ์ไร้ผู้ต่อต้านก็ปรากฏตัวตามบัญชาของท่านเจ้าตำหนัก..

คนชุดคราม..มองไม่ออกว่าอายุเท่าไหร่กันแน่..ตัวเล็กเกินกว่าชาวแคว้นสนธยาทั่วไป..ก้าวออกมาแล้ว..

เจ้าเมฆแดงหัวเราะดัง ๆ ..

“..ถ้าหากท่านยังเชื่อถือข้าว่าเป็นเจ้าตำหนักชิงพลบ..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ข้าเป็นสักขีพยานและรับรองว่า..ท่านสางฟ้าจะต่อสู้อย่างเต็มที่..ไม่อ่อนข้อให้อนันตรัยและท่านอย่างเด็ดขาด..”

จินดาพิสุทธิ์ยิ้มเล็กน้อย..ได้แต่ถอยออกไปข้าง ๆ ..

ปล่อยให้คนชุดครามร่างเล็กเผชิญหน้ากับเจ้าชายอนันตรัย..

สางฟ้า..สุดยอดทหารองครักษ์ไม่ได้ใช้อาวุธ..เพราะเขาถือว่า..แค่ต่อสู้กันธรรมดาไม่ได้ฆ่ากัน..

แต่ไม่ว่าใครก็ทราบว่า..ในดินแดนแห่งแคว้นสนธยา..การจะรับมือกับสางฟ้าที่มีเพียงมือเปล่า..ก็หาคนหาญกล้าได้ยากแล้ว..

ใครจะทราบว่า..สางฟ้ารู้สึกว่าตัวสั่นระริก..

การต่อสู้เป็นวิถีแห่งการหลุดพ้นของเขา..เฝ้าฝึกปรือฝีมือ..จนมีฝีมือสูงสุด..

ในชีวิต..อยากที่จะประมือกับคนที่สำเร็จวิชาอากาศมนตราสักครั้งหนึ่ง..

วิชาอากาศมนตราที่ไร้ผู้ต่อต้าน..ใครที่ฝึกปรือสำเร็จ..ก็ล้วนแต่เป็นยอดคนเหนือโลก..แทบจะไม่อยากจะลงมือกับใครเลย..ตั้งแต่เกิดมา..สางฟ้าที่มุ่งมั่นกับการต่อสู้..ไม่เคยประมือกับผู้ที่ใช้วิชาอากาศมนตราแม้แต่ครั้งเดียว..

ครั้งนี้..เขากลับจะสู้กับคนมีวิชาอากาศมนตราขั้นสูงจนได้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกถึงสองคน..

สางฟ้ากำหมัด..และกางกรงเล็บ..

มือของเขาเปลี่ยนแปลงได้..เป็นวิชาที่ไม่อาจคาดเดา..

นี่คือเคล็ดลับการเอาชนะ.

เพราะปรกติชาวแคว้นสนธยามักจะคาดเดาจิตใจอีกฝ่ายได้ตลอดเวลา..ดังนั้น..การต่อสู้ระหว่างกัน..หากใครซ่อนความคิดอ่านจากอีกฝ่ายได้เป็นผลสำเร็จ..น่าจะเป็นฝ่ายชนะ..

สางฟ้าก็เป็นชาวสนธยา..และเขาก็ใช้วิธีนี้เพื่อเอาชนะอีกฝ่ายหนึ่งเช่นกัน..

เพียงแต่..เขาพยายามหยั่งรู้..ว่าเจ้าชายอนันตรัยจะใช้การโจมตีแบบใด..แต่ไม่สำเร็จ..

เพราะเขาพบว่า..คนตรงหน้า..เป็นความว่างก้อนมหึมา..ที่อ่านอะไรไม่ออกเลย..

อากาศคือความว่าง..อากาศมนตราคือวิชาที่ใช้ความว่างได้ดุจเวทย์มนต์..

เขาได้แต่จู่โจมจากหมัดของเขา..หมัดซึ่งมองไม่ออกถึงการเปลี่ยนแปลงอันไร้ข้อจำกัด..

“..หมัดเมฆอนันต์..”ทุกผู้คนที่ชมดูอยู่ต่างก็ตกตะลึง..

หมัดที่เหมือนกับการเปลี่ยนแปลงของเมฆบนท้องฟ้า..ที่ไม่เคยนิ่งสงบ..แปรไปแบบไร้ที่สุด..

เจ้าชายอนันตรัยขมวดคิ้วเล็กน้อย..เขาเหมือนเห็นร่องรอยและคาดหมายการโจมตีได้..แต่ในขณะเดียวกัน..ก็เห็นการเปลี่ยนแปรที่ไม่นิ่ง..

เขาได้แต่รับวิชาหมัดเมฆอนันต์นั้นไว้..

พอจะตอบโต้ด้วยวิชาแห่งความว่าง..หมัดเมฆอนันต์ก็รุกจู่โจมจนเขาไม่สามารถตอบโต้ได้แม้แต่น้อย..

เจ้าเมฆแดงหัวเราะเบา ๆ ..

“..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..หากท่านจะชมดูการต่อสู้ระหว่างอนันตรัยกับสางฟ้า..เกรงว่า..มันคงไม่เป็นธรรมสักเท่าไหร่นะ..เพราะท่านจะเรียนรู้วิชาหาช่องโหว่ในเพลงหมัดเมฆอนันต์ของท่านสางฟ้าได้..”

จินดาพิสุทธิ์เงยหน้าขึ้น..นางกลับหลับตา..

“..ข้าหลับตามาตั้งแต่ต้น..ไม่ให้ท่านเจ้าตำหนักลำบากใจหรอก..แต่หากท่านเกรงว่าข้าจะเอาเปรียบ..ข้าหันหลังให้การต่อสู้ก็ได้..”

พูดจบก็หันหลังให้เวทีการประลอง..

เจ้าตำหนักชิงพลบหัวเราะอย่างพึงใจ..รู้สึกชื่นชมเจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราผู้นี้..

ในขณะเดียวกัน..

หมัดเมฆอนันต์ของยอดฝีมือทหารองครักษ์อย่างสางฟ้า..กลับรุกไล่อนันตรัยจนเจ้าชายหลานของเจ้าตำหนัก..มือไม้ปั่นป่วน..

สิ่งที่ไม่คาดคิดคือ..ยังหาวิธีรับมือหมัดเมฆอนันต์ในเวลาอันสั้นไม่ได้..

เสียงขวับ..ผ้าแพรที่คล้ายมีชีวิตพลันคลี่ขยายออก..

แต่แล้วก็ชะงัก..เพราะหากจะใช้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..จะเป็นการเอาเปรียบไปไหม..

แต่หากไม่ใช้..กว่าจะชนะ..คงใช้เวลามากมายอยู่..

แต่หากชนะด้วยวิธีนี้..เจ้าหญิงอจินไตยจะว่าอย่างไร..

ความวุ่นวายใจ..ทำให้สางฟ้าต่อยหมัดกึ่งกรงเล็บอย่างต่อเนื่อง..

อนันตรัยรู้สึกว้าวุ่นใจว่าจะเอาอย่างไรดี..

หมัดกึ่งกรงเล็บก็ต่อยใส่ใบหน้าแล้ว..

ชั่วพริบตานั้น..แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..กลับตวัดชายผ้าแพรอย่างไม่คาดคิด..เป็นการป้องกันตัวของผ้าแพรที่เหมือนกับมีชีวิตให้กับเจ้าของ..

แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกแม้จะเป็นผ้าเบาบาง..แต่ก็อ่อนแข็งได้ดังใจปรารถนา.ยืดยาวไม่มีวันสิ้นสุด..ยามแข็งก็ยิ่งกว่าเหล็กกล้า..ยามอ่อนก็อ่อนราวกับสายน้ำ..

ชายแพรมัดข้อมือของสางฟ้าไว้..ทำให้เพลงหมัดชะงักงันชั่วขณะ..

เจ้าชายอนันตรัยได้จังหวะ..ผลักมือออก..ความว่างที่คล้ายเป็นเวทย์มนต์..กระแทกราวกับกระบองที่มองไม่เห็น..ส่งร่างของสางฟ้ากระเด็นไป..

อนันตรัยเป่าปาก..

“..ขออภัยท่านสางฟ้า..”

ยอดฝีมือองครักษ์อันดับหนึ่งของตำหนักชิงพลบโค้งศีรษะ..

“..ข้าแพ้แล้ว..”

เขาชิงลงมือก่อน..ไม่ให้เจ้าชายอนันตรัยตั้งหลักและใช้วิชาอากาศมนตราได้..แต่พอเจ้าชายใช้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือกสะกดพลังหมัดและได้จังหวะตอบโต้..คราครั้งนี้..ก็คงไม่มีโอกาสต่อสู้อีกแล้ว..

เจ้าเมฆแดงปรบมือ..และชาวตำหนักชิงพลบที่มุงดู..ต่างก็ปรบมือ..

“..หนึ่งปราณ..ท่านชนะได้ในหนึ่งปราณ..”สางฟ้าพูดราบเรียบ..

หนึ่งปราณเป็นการหน่วยวัดเวลา..กินเวลาสามนาทีเศษ..

เสียงปรบมือดังขึ้นถล่มทลาย..การชนะยอดฝีมืออย่างสางฟ้าในเวลาเพียงแค่หนึ่งปราณ..นับว่าหาได้ยากยิ่ง..

จินดาพิสุทธิ์หันมาทางเวที..

“..ถ้าข้าจะชนะท่าน..ต้องทำได้ไม่เกินสองปราณสินะ..”

ดูจินดาพิสุทธิ์จะมีความมั่นใจอย่างล้นเหลือ...

สางฟ้าเพียงพูดว่า..

“..เพียงแค่กระแทกข้าให้กระเด็นได้..ก็ถือว่าท่านชนะ..”

เจ้าชายอนันตรัยรู้สึกไม่พึงใจตัวเอง..แม้ว่าจะชนะ..ก็ต้องเอาเปรียบด้วยการใช้แพรพรรณแห่งทางช้างเผือก..ซึ่งหากจะว่าไป..แพรพรรณมีสองชาย..แต่ละชายสามารถใช้ได้เหมือนหนึ่งแขนหนึ่งมือ..ก็เท่ากับใช้หกมือชนะสี่มือ..

เขาไม่ทราบว่า..ผู้ที่ใช้วิชาอากาศมนตราท่านอื่น..จะสามารถชนะสางฟ้าในเวลาที่สั้นกว่าหนึ่งปราณหรือไม่..

จินดาพิสุทธิ์ก้าวเท้าเข้ามาแทนที่เจ้าชายอนันตรัย..

สางฟ้า..ยอดฝีมือองครักษ์ของตำหนักชิงพลบอันดับหนึ่งผายมือ..

“..เชิญองค์หญิงจินดาพิสุทธิ์..”

เจ้าหญิงแห่งแคว้นจันทราไม่รอช้า..ผลักสองมือออกไปเต็มแรง..

พลังอากาศมนตราแผ่พุ่งออก..

เมื่อเทียบกับวิชากำแพงมนตราแห่งอากาศธาตุของนางเฒ่าจิญจายะ..ที่เป็นวิชาสายเดียวกันแต่ฝึกยังไม่เลิศล้ำนัก..ยังทำให้แคทและองค์ราชินีโสมมวดีต้องเหงื่อตกกว่าจะชนะได้..

แต่นี่เป็นวิชาที่ฝึกจนสุดยอด..พลังอากาศมนตราที่มองไม่เห็น..สามารถแผ่พลังกระแทกถล่มทางปิดถ้ำ..และป้องกันอันตรายจากห่าลูกธนูของทหารแคว้นอุตระได้สบาย ๆ ..

แถมจินดาพิสุทธิ์ยังไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายลงมือก่อนด้วย..

พลังอากาศมนตราอันรุนแรง..กระแทกใส่ร่างสางฟ้าอย่างจัง..

แต่เขาเพียงแค่ผงะเล็กน้อยเท่านั้น..

จินดาพิสุทธิ์ใจหายวาบ..

สางฟ้าแค่นเสียง..

“..ดูท่า..พลังการโจมตีของท่านยังไม่รุนแรงเท่าใดนัก..”

พลางกำหมัดกางกรงเล็บ..ต่อยวิชาหมัดเมฆอนันต์ออกมา..

พลังอากาศมนตราของเจ้าชายอนันตรัยสามารถทำร้ายให้สางฟ้ากระเด็นออกมาได้..แต่สำหรับของจินดาพิสุทธิ์..ทำได้แค่ทำให้ยอดฝีมืออันดับหนึ่งขององครักษ์ตำหนักชิงพลบ..แค่ผงะเล็กน้อยเท่านั้น..

แม้จะใช้พลังอย่างเต็มที่ก็ตาม..

จินดาพิสุทธิ์สลับเท้า..ก้าวพลิกแพลงตามวิถีทางของวิชาเครซี่พิสตอลของย่าหงส์ที่สอนในสมาธิ..

ผู้ซึ่งฝึกวิชาอากาสมนตราที่เน้นความว่างเปล่า..สางฟ้าไม่อาจจะคาดการณ์การเคลื่อนไหวได้อยู่แล้ว..แต่ด้วยกำลังที่เหนือกว่ามหาศาล..จึงไม่สู้กังวลเท่าใด..

เจ้าหญิงแห่งจันทราผลักพลังอากาศมนตราต่างกระสุนปืนในวิชาเครซี่พิสตอล..พลังกระแทกใส่สางฟ้าอย่างเต็มที่..แต่ก็ยังไม่อาจทำให้ยอดฝีมืออันดับหนึ่งขององครักษ์ตำหนักชิงพลบมีปฏิกิริยาสักเท่าใด..

จินดาพิสุทธิ์ลอบครางออกมา..

แน่นอนกว่าจะคว่ำสางฟ้าได้..คงต้องกระแทกพลังอย่างต่อเนื่อง..ให้สะสมความบอบช้ำไปเรื่อย ๆ ..แต่ควรจะกินระยะเวลายาวนานกว่าสองปราณแน่นอน..แสดงให้เห็นว่า..วิชาอากาศมนตราของจินดาพิสุทธิ์อ่อนด้อยกว่าเจ้าชายอนันตรัยเพียงไหน..

อีกฝ่ายยังทำอะไรจินดาพิสุทธิ์ไม่ได้เพราะการก้าวเท้าตามแบบวิชาเครซี่พิสตอลสามสิบเจ็ดท่า..

แต่จินดาพิสุทธิ์แม้จะกระแทกพลังใส่อีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง..ก็ยังทำอะไรไม่ได้เช่นกัน..

เวลาผ่านไป..ทุกคนในตำหนักชิงพลบ..ต่างก็ชมดูจนอ้าปากค้างอย่างไม่รู้ตัว..

เสียงเจ้าเมฆแดงประกาศออกมา..

“..เวลาครบหนึ่งปราณแล้ว..เจ้าหญิงจินดาพิสุทธิ์..ท่านต้องชนะสางฟ้าในเวลาอีกไม่เกินหนึ่งปราณ..ถึงจะกำชัยในการต่อสู้..”

เหงื่อของจินดาพิสุทธิ์ซึมออกมาจากหน้าผาก..

อย่าว่าแต่จะชนะเลย..ประคองตัวให้ไม่แพ้ยังจะทำได้หรือไม่ก็ไม่รู้..

ไม่เคยเจอคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจขนาดนี้มาก่อนเลย...

......

เสียงครืน ๆ ของฟ้าร้อง..

เมฆสีดำกำลังเคลื่อนปกคลุมอาณาบริเวณของสำนักสูญญตา..อีกไม่นาน..มันคงจะปกคลุมได้หมดสิ้น..

แล้วเทวีแวมไพร์เรนี่..ก็จะนำกำลังบุกเข้ามา..

หนึ่ง..เดือน.คิตตี้..กัษษากร..ดิน..สอง..รวมทั้งธีร์กับไอ..ช่วยกันวางแผนรับมือ...

แคทที่เดิมเป็นแม่ทัพหลัก.บัดนี้..กลับนั่งสมาธิอยู่ที่อารามขาวคู่กับออย..

สีหน้าของแคทเปลี่ยนไปจากเดิมมากขึ้น..แม้จะมีบุคลิกที่แตกต่างจากคู่แฝดคือออยอยู่บ้าง..

แคทลืมตาขึ้นจากสมาธิพร้อมกับออย..

“..ดูท่า..ลูกสาวเราจะลำบากอยู่นะ..”ออยพูด..

แคทยิ้มเล็กน้อย..

“..ริต้าเป็นลูกสาวเธอนะออย..ได้ไปแต่วิชาจิตสูญญตา..ไม่เคยได้รับวิชาจากสายตึกแดงเลยแม้แต่น้อย..”

“...แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า..แม้จะไม่เคยฝึกจริง ๆ จัง ๆ ..เพียงแค่มองเธอสอนลูกศิษย์..ก็ยังจดจำวิชาได้ส่วนหนึ่ง..ความฉลาดของริต้าคงไม่ต่างจากเธอหรอแคท..รวมถึงคิตตี้ด้วย..”

สองเจ้าสำนักที่เป็นฝาแฝด..ต่างก็สามารถนำร่องจิตไปถึงลูกสาวคนเล็กที่อยู่ในมิติเร้นได้แล้ว..การจะพยายามให้เห็นริต้าหรือจินดาพิสุทธิ์ในเวลานี้..จึงไม่ถือว่ายากเย็นเท่าไหร่..

แม้ว่าริต้าจะอยู่ในแคว้นสนธยา..เหมือนกับว่า..พอรู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้ว..ก็สามารถตามติดได้ไม่ยาก..

ออยอดพูดไม่ได้..

“..จิตของแม่หงส์ที่ล่วงลับ..สามารถตามจนเจอริต้า..และสอนเครซี่พิสตอลรวมถึงกระสุนแสงแห่งจิตสูญญตาให้ได้..เธอแม้จะละทิ้งจิตแห่งเทวีแห่งสงครามไปแล้ว..แต่ความรู้และทักษะในการต่อสู้ยังเต็มเปี่ยมนะแคท..”

“..เธอหมายถึง..”แคทถาม..

“..ถ้าริต้าทำภารกิจไม่สำเร็จ..ไม่มีทางหาวิธีชนะเทวีแวมไพร์..เราก็คงตายกันหมด..วัดดวงหน่อย..แคท..เธอต้องสอนวิชาให้ริต้าในตอนนี้..”

“..หือ..”แคทขมวดคิ้ว..

“..สอนวิธีเอาชนะคู่ต่อสู้ให้ริต้า..เท่าที่ฉันรู้..มีแต่เคล็ดหมัดสูญญตาระดับสูงรวมกับวิชาอากาศมนตราเท่านั้น..ที่ริต้าจะสามารถใช้ชนะคู่ต่อสู้ได้..”

แคทพยักหน้า..

ออยหลับตา..

“..ต้องใช้จิตของฉันรวมกับของเธอ..ถึงจะทำให้เวลาเป็นอนันต์จนหยุดนิ่งสำหรับที่ ๆ ริต้าอยู่..ในช่วงที่เวลาหยุดนิ่งนั้น..เธอจะสอนวิชาให้ริต้าได้..”

แคทครางอือม์..

“..ไม่มีทางเลือกสินะ..”

“..ใช่..เธอก็รู้..ว่ามันมีค่าตอบแทนเหมือนกัน..นั่นคือ..พลังชีวิตของเราจะสูญไปส่วนหนึ่ง..”ออยพูดอย่างไม่นำพา

แคทยิ้ม..

“..สำหรับคนที่มีความว่างเปล่าเป็นจุดยึดเหนี่ยว..อายุสั้นลงจะนับเป็นอะไรได้..ใช่ไหม..”

ทั้งสองไม่นำพากับเรื่องเหล่านี้..

แคทออยหลับตา..เข้าสมาธิสู่ส่วนลึก..ยึดเอาความว่างของจิตสูญญตาเป็นที่ตั้ง..

พาให้จิตของทั้งสองดิ่งลึกไปยังห้วงอนันตกาล....

.......

เวลานี้.แพคเกจ..ศศินา..นำหน้าพาสินธุวาหุ..รวมถึงสองนางกำนัล..ปักษา..มีนา..ขึ้นไปตามทางคดเคี้ยวของตึกทรงกลด..

จวบจนบรรลุถึงชั้น ๆ หนึ่ง..เป็นห้องกว้าง..และมีบันไดที่จะขึ้นไปด้านบนอยู่อีกมุมหนึ่ง..

เพียงแต่ในห้องนี้..มีคนอยู่สี่คน..

ทั้งสี่ยืนนิ่งและแทบไม่เคลื่อนไหว..

เมื่อคนทั้งหกมาถึง..คนสี่คนต่างก็เหมือนจะแปลกใจ..

คนหนึ่งมองมาทางคนทั้งหก..

“..ทำไมข้าไม่ล่วงรู้ว่ามีคนเข้ามาในตึกทรงกลด..”

อีกคนร้องว่า..

“..พวกเจ้าไม่ใช่คนของตำหนัก..”

อีกคนร้องอีกว่า..

“..พวกเจ้ายิ่งไม่ใช่คนของวังสนธยา..”

อีกคนร้องตามเป็นคนสุดท้าย..

“..พวกเจ้าไม่ใช่คนของแคว้นสนธยาเรา..”

ทั้งสี่เหมือนตื่นตัวขึ้น...ขยับเคลื่อนไหวเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมือนจะซักซ้อมกันมาอย่างดี..

เมื่อทั้งสี่กระจายตัวไปตามจุดสี่จุด..เท่ากับปิดทางจะไปสู้บันไดที่จะทอดไปสู่ชั้นต่อไปอย่างสิ้นเชิง..

คนหนึ่งทำจมูกฟุตฟิต..

“..พวกเจ้าใช้ผงไร้ลักษณ์โรยตัวหรือนี่..”

อีกคนพูดเสริมขึ้นว่า..

“..มิน่า..เราถึงไม่สามารถสัมผัสการมาของพวกเจ้าได้..”

“..แต่หากจะขึ้นไปสู่ด้านบนตึกทรงกลด..ต้องผ่านเราสี่ยอดฝีมือทานตะวัน..”

“..เรารากทานตะวัน..

“..เราใบทานตะวัน..”

“..เราดอกทานตะวัน..”

“..เราเมล็ดทานตะวัน..”

เสียงปักษาพูดขึ้นว่า..

“..พูดมากน่ารำคาญ..”

พูดจบ..ดาบของนางก็แทงเข้าใส่ยอดฝีมือนามใบทานตะวัน..

ยอดฝีมือใบทานตะวันขมวดคิ้ว..

คนของแคว้นสนธยาจะมีพลังพิเศษล่วงรู้จิตใจของผู้อื่น..

แต่ผงไร้ลักษณ์ทำให้ปิดการล่วงรู้นี้เสียสำหรับคนที่ใช้มันโรยตัว...

ปักษาก็เช่นกัน..

ยอดฝีมือใบทานตะวันพลันดึงอาวุธออกมา..เป็นหอกสั้น..

และปัดคมดาบของปักษาออกไป..

ก่อนจะแทงสวนออกมา..จนปักษาถอยร่น..

ในขณะเดียวกัน..มีนาฟันดาบใส่ยอดฝีมือเมล็ดทานตะวัน..

ยอดฝีมือเมล็ดทานตะวันชักดาบเล่มหนึ่งออกมา..ดาบยาวและหนักอึ้ง..

เขาฟันดาบเล่มหนักนั้นสวนออกมา..เล่นเอามีนาถอยกระเด็นไป..

มีนาเคยแทงดาบใส่เจ้าหญิงอจินไตย..ตอนที่ยังอยู่บนยอดเขามัชฌิมา..แต่อจินไตยกลับให้คมดาบของนางทะลุเสี้อผ้า..ขยับเดินเข้าหาอย่างมีเวทย์มนต์..

ตอนนั้นนางคิดว่า..กำลังสู้กับปีศาจ..แต่เอาเข้าจริง..เมื่อรู้จักชาวแคว้นสนธยามากขึ้น..ก็เข้าใจว่า..ทำไมอจินไตยถึงทำอย่างนั้นได้..

เนื่องเพราะชาวแคว้นสนธยามีอำนาจล่วงรู้จิตใจคนอื่นนั่นเอง..

แม้ครั้งนั้น..อจินไตยจะเสียพลังของชาวแคว้นสนธยาไป..แต่การล่วงรู้จิตใจคนอื่น..ยังอาจจะไม่สิ้นพลังไปในทันที..นางจึงทราบว่า..มีนาจะแทงมา ณ จุดไหน..จึงเดินหลบผ่านมาได้ราวกับล่วงรู้ล่วงหน้า..

นี่เองที่ทำให้ชาวแคว้นสนธยาน่ากลัวกว่าใคร..

เพียงแต่..หากคนของแคว้นสนธยาใช้อำนาจนี้ไม่ได้..ก็ไม่ควรจะต้องกริ่งเกรงอะไรเกินไปอีก..

ผงไร้ลักษณ์จะทำให้การต่อสู้กับชาวแคว้นสนธยาเป็นไปอย่างยุติธรรมมากขึ้น..

มีนาเมื่อมีความมั่นใจจึงกล้าบวกกับยอดฝีมือเมล็ดทานตะวันอย่างตรงไปตรงมา...

เพราะอะไรหรือ..เพราะนางเองก็ได้ชื่อว่ายอดฝีมือเช่นกัน..

มีนากระเด็นออกมาเพราะสู้แรงไม่ได้..แต่ก็ไม่นำพา..

การต่อสู้ไม่ได้มีแต่แรงอย่างเดียวที่ไหน..

ขณะเดียวกัน..ยอดฝีมือรากทานตะวัน..กับยอดฝีมือดอกทานตะวันต่างก็ขยับตัว..

แต่วาหุสินธุก็ขวางหน้าไว้..

สินธุชักดาบสายธาราออกมา..ดาบแผ่วพลิ้วราวสายน้ำ..ร้องว่า..

“..ยอดฝีมือทานตะวันทั้งสี่..พวกเราจะรับมือเอง..พวกท่านสองปีศาจแห่งอนันตกาล..บุกขึ้นตึกไปเถิด...”

แพคเกจศศินามองหน้ากัน..ต่างพยักหน้าอย่างรู้ความหมาย...

สองปีศาจค้างคาวหมาป่าเพียงแค่พลิ้วร่างแว้บเดียว..ก็ขึ้นบันไดไปข้างบน..

ปล่อยให้สี่ยอดฝีมือทานตะวันต่อสู้กับองครักษ์และนางกำนัลของจินดาพิสุทธิ์..

แต่สองปีศาจแห่งอนันตกาลคงไม่ล่วงรู้ว่า..

ชั้นบนยังมีสิ่งที่น่ากลัวกว่ายอดฝีมือดอกทานตะวันทั้งสี่มากมายนัก...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น