love_novel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชะตา..ผับใต้ดิน 170%

ชื่อตอน : ชะตา..ผับใต้ดิน 170%

คำค้น : ชะตา..ผับใต้ดิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 65.7k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ค. 2558 20:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชะตา..ผับใต้ดิน 170%
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

36

: ชะตา..ผับใต้ดิน :

 

          ( Kim talk )

 

        ผมกำลังอยู่ในห้องชุดของดินแดน...

 

          มันเป็นเรื่องบ้ามากที่เขาพาผมมาที่ห้องของเขาแทนที่จะพากลับหอ! ผมนั่งหัวเสียอยู่ตรงโซฟา ในขณะที่สายตามองเจ้าของห้องหรูหรานี่อย่างเย็นเฉียบ

 

          พากูมานี่..ไม่ถามความเห็นกันเลยนะสัด

 

          ดินแดนยืนพิงประตูระเบียงสูบบุหรี่อย่างไม่สะทกสะท้านต่อสายตาผมเลยสักนิด เขาเหม่อมองท้องฟ้ายามเย็นราวกับคิดอะไรบางอย่างในใจ

 

          อะไรบางอย่างที่แม้แต่เพื่อนสมัยเด็กอย่างผมไม่เคยรับรู้..

 

          "ยืมโทรศัพท์มึงหน่อย"

 

          อยู่ๆดินแดนก็เดินมานั่งข้างผม เขายึดโทรศัพท์ผมไปโดยไม่ทันให้ผมได้ตอบแม้แต่ประโยคเดียว

 

          แมร่ง..นิสัยเสีย

 

          ผมถอนหายใจอย่างปลงตกเมื่อดินแดนกดโทรศัพท์ผมเล่น เห็นทางหางตาแวบๆว่าเขากดดูในเมนูรายชื่อ แล้วหยิบโทรศัพท์ตัวเองมาบันทึกบางอย่างลงไป

 

          ลางสังหรณ์บางอย่างร้องเตือนว่าดินแดนคิดจะทำอะไรบางอย่าง!

 

          พอผมจะคว้าโทรศัพท์คืน เขาก็ชูโทรศัพท์ผมขึ้นสูงซะก่อน แมร่ง..เมื่อก่อนยังสูงเท่ากันอยู่เลย ทำไมตอนนี้มันสูงกว่าผมได้ว่ะ!

 

          "เอาคืนมา"

 

          ผมพูดเสียงเรียบ ล้มเลิกความตั้งใจที่จะเอื้อมเอาจากมือเขา เพราะไม่มีทางสำเร็จแน่ๆ

 

          ดินแดนไม่ได้ตอบคำถามผม เขากดพิมพ์อะไรบางอย่างลงไปในโทรศัพท์ตัวเอง แล้วยิ้มอย่างน่าขนลุก ผมเห็นเขากดส่งข้อความบางอย่าง..จากนั้นก็วางโทรศัพท์ทั้งสองเครื่องลง แล้วหันไปสนใจทีวี ที่ฉายรายการการ์ตูนโจรสลัดหมวกฟางแทน

 

          ผมรู้แล้วว่าดินแดนเอาโทรศัพท์ผมไปทำไม..

 

          เขากำลังเอาเบอร์ใครสักคนไปจากเครื่องของผม และคนที่เข้าข่ายนอกจากสองสาววาย ก็มีแต่โซดากับเบนซิน

 

          ผมรู้ว่าเขาดูสนใจเบนซิน ไม่สิเขาดูเหมือนเห็นของที่หายไปมายืนอยู่ตรงหน้าเลยล่ะ เวลาที่เขามองเบนซิน มันให้ความรู้สึกว่าเพื่อนผมคนนี้เป็นคนพิเศษ

 

          มันก็ไม่แปลกหรอกที่ดินแดนจะดูสนใจ ในเมื่อเบนซินเป็นผู้ชายที่น่าหลงใหลขนาดนั้น มองมุมไหนแมร่งก็น่าทะนุถนอม

 

          พูดถึงเบนซิน ผมค่อยข้างเบาใจลงมากที่เห็นมันกลับมาเรียนได้อย่างปลอดภัย เพราะนับจากวันที่ไปค่ายแล้ว ผมก็ไม่ได้เจอหน้ามันนานเลย

 

          แต่แอบแปลกใจเหมือนกันที่ในวันกลับ เพลิงนิลเดินมาบอกด้วยประโยคสั้นๆว่าเบนซินจะกลับไปกลับเขาเอง ตอนนั้นผมงงมาก และแทบจะไม่เชื่อคำพูดนั้น จนอยากจะค้านว่าเพื่อนผมอยู่ที่ไหนกันแน่ ทำไมมันไม่ออกมาบอกด้วยตัวเอง เพราะพวกเราตามหามันตั้งแต่เช้าแล้ว

 

          แต่ทุกคนเห็น..ว่าสีหน้าเพลิงนิลตอนนั้นดูไม่น่าซักไซ้ถามความให้เขาหงุดหงิด ไม่อย่างนั้น ใครสักคนอาจไม่ได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย..เขาดูนิ่งเงียบผิดปกติ ตามเสื้อก็มีรอยเลือด ซึ่งนี่อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ไม่มีใครอยากรู้ว่าเขาไปทำอะไรมาก็เป็นได้

 

          ความจริงคือทุกคนน่ะอยากรู้..แต่ใครมันจะกล้าเสี่ยงชีพถามกันว่ะ!

 

          ผมเชื่อว่าคนอย่างเพลิงนิลไม่โกหก เขาดูรักศักดิ์ศรีตัวเองพอตัว พอพูดกับพวกผมได้ประโยคเดียวแล้วหายลับเข้าป่าไปเลย พวกผมก็จะทำยังไงได้..ในเมื่อเพลิงนิลบอกว่าเบนซินอยู่กับเขา ผมก็จำเป็นต้องเชื่ออย่างนั้น

 

          ถึงจะแปลกใจที่เพลิงนิลเป็นฝ่ายเดินมาบอกพวกผมเองก็เถอะ

 

          ถามว่าเป็นห่วงเบนไหม..ก็เป็นห่วง เพราะเพลิงนิลไม่ใช่คนที่ใครสักคนควรจะอยู่ใกล้ในระยะระยะเวลานานๆ แต่ผมคิดว่าเบนมันจะดีใจมากกว่าที่ได้อยู่กับคนที่มันแอบรัก

 

          เพราะผมเข้าใจความรู้สึกนั้นดี..

 

        ผมได้แต่หวังว่าการที่มันอยู่กับเพลิงนิลในครั้งนี้ จะนำพาความสุขมาให้เพื่อนของผม

 

          และตอนนี้ ดูเหมือนความพยายามของเบนมันจะใกล้สำเร็จเต็มที อา..ถ้าเดาไม่ผิด ผมเห็นเพลิงนิลมองมันด้วยสายตาที่แปลกไป ตั้งแต่เปิดเทอมมานี้

 

          ตุ้บ!

 

          ศีรษะหนักๆของดินแดนเอนลงมาหนุนที่ตักของผมเต็มแรงดึงสติผมกลับมาจากห้วงความคิด ผมถอนหายใจเฮือกกับนิสัยเสียๆของเขา

 

          นิสัยที่ชอบทำให้ผมคิดไปเอง ใจเต้นไปเองจนแทบเป็นบ้า..

 

          "ตักแข็งกว่าตอนเด็กนะมึง"

 

          "แข็งแล้วมานอนทำไมว่ะ ลุกออกไปเลยสัด หนักเชี่ยๆ"

 

          ผมดันหัวดินแดนให้ออกห่างตักตัวเอง แต่เขาก็ขืนตัวไว้อยู่ดี ดินแดนจับข้อมือผมไม่ให้ดันหัวเขาแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก

 

          "กูไม่ลุก นี่มันที่ของกูตั้งนานแล้วเถอะ หึ"

 

          ตึกตัก..

 

          ไอ้เชี่ย..ทำผมพูดไม่ออก ชะงักงันไปเลย

 

          คำพูดของดินแดนทำให้ผมคิดไปถึงตอนสมัยเด็กๆ ที่เขาชอบมาเล่นด้วยบ่อยๆ คฤหาสน์เราอยู่ติดกันเพราะพ่อแม่เป็นญาติห่างๆกัน  ผมสนิทกับมันตั้งแต่จำความได้

 

          ดินแดนเป็นเด็กที่ดูเหมือนเก็บกด เขาไม่สุงสิงกับใคร พอมาเจอกับเด็กเงียบๆแบบผมพวกเราเลยดูเหมือนจะเข้าใจซึ่งกันและกัน

 

          ผมรู้ดีว่าคนแบบเขาเอาแน่เอานอนไม่ได้ ความคิดของเขาแปรปรวนเฉกเช่นลม บ้างครั้งบ้าคลั่งดั่งมีพายุ ในบางครั้งก็เงียบเหงาจนน่าใจหาย

 

          มีผมคนเดียวที่รับรู้ความคิดของเขาในบางครั้ง พอๆกับเขาที่เดาความคิดผมออกเป็นบางที

 

          ผมมองดินแดนที่นอนหนุนตักตัวเองอย่างทำอะไรไม่ได้ แล้วเสยผมด้วยความอารมณ์เสียนิดๆ แมร่งเอาแต่ใจตัวเองเหมือนเดิม เมื่อก่อนก็ชอบนอนหนุนตักผมแบบนี้ อาจเพราะแม่มันตายตั้งแต่คลอดมันออกมา เลยทำตัวเหมือนเด็กขาดความอบอุ่นและดูเป็นผู้ชายธรรมดาที่ชอบเรียกร้องความสนใจ

 

          ทั้งที่จริงๆแล้วดินแดนเป็นคนที่น่ากลัวเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด..

 

          ใบหน้ามันยังคงความมีเสน่ห์เหมือนเคย มันเป็นผู้ชายที่ดูหล่อแบบมีเสน่ห์ชวนค้นหา คิ้วเข้มตาขมผิวสีน้ำผึ้ง แต่ถ้าได้สัมผัสตัวตนที่แท้จริงแล้วจะไม่อยากเข้าใกล้เลยสักนิด เพราะบางมุมความคิดของมันก็น่ากลัวเกินไป

 

          ผมไม่เจอมันหลายปีมาก ตั้งแต่ตอนมันถูกส่งไปเรียนโรงเรียนประจำตอน ม.ต้น และผมก็มีเพื่อนใหม่คือโซดา ผมคิดถึงดินแดน..ผมยอมรับ แต่พอมาเจอกันอีกที ผมรู้สึกเหมือนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยแม้แต่น้อย

 

          ท่าทีมันดูกร้านโลกขึ้น แววตาของมันไม่สามามถอ่านได้ผิดกับที่เคย..และผมไม่แน่ใจว่ามันล่วงรู้ความรู้สึกผมหรือเปล่า

 

          ผมไม่ใช่คนโง่ที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังถูกตีสนิทอีกครั้งเพื่ออะไรบางอย่าง มันคงมีแต่ผมที่คิดไปเองคนเดียว คิดถึงเขาไปคนเดียว ตลอดเวลาที่ห่างกัน เขาคงแทบจำผมไม่ได้ด้วยซ้ำ และที่มายุ่งกับผมในตอนนี้ มันต้องมีเหตุผลเลวๆสักอย่างแน่ (รู้กันนะครับว่าทำไมผมไม่ใช้คำว่าเหตุผลดีๆ)

         

          ในเมื่อเขาเลือกที่จะเล่นเกมนี้..ผมจะยอมเล่นไปกับเขา แล้วมาดูกันว่าบทสรุปนี้ ใครจะเจ็บกว่าใคร!

 

          ตื๊อดึง!

 

          เสียงไลน์ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของผม ดินแดนเอื้อมมือไปเปิดอ่านโดยไม่ขอกันสักนิด เฮ้อ กูปลงแล้วสัด =_=

 

          "เพื่อนมึงถามว่าอยู่ไหน"

 

          "เอาโทรศัพท์มาดิ กูจะตอบ"

 

          "นี่เพื่อนมึงหรอ?" อยู่ๆดินแดนก็ถามขึ้นมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย ถ้าไม่ใช่เพื่อนแล้วจะมีไลน์ได้ไงว่ะ แมร่งถามแปลกๆ

 

          "เออ"

 

          "กูตอบให้" เฮ้อ..ตามที่มึงสบายใจเลยครับ! ได้ข่าวว่านี่มันโทรศัพท์กูป่ะ

 

          ผมเหลือบมองโทรศัพท์ตัวเองนิดๆ โซดานั่นเอง มันส่งสติ๊กเกอร์ตัวการ์ตูนพ่นไฟมาให้ผมติดๆกับข้อความ ผมเห็นดินแดนพิมพ์กลับไปว่า อยู่กับเพื่อน

 

          'พี่แสบโทรมาชวนไปเที่ยวที่ YOUPUP อ่ะ คืนนี้นะมึง..เสือกหายหน้าหายตาไปไม่กลับหอ ถ้ามึงไม่ไปกับกู กูไม่ให้มึงเข้าห้องแน่!'

 

          พูดเหมือนเป็นเมียกูเลยนะไอ้โซดา =_=  แล้วพี่รหัสเบน..ทำไมชวนน้องเที่ยวได้เที่ยวดีขนาดนี้ว่ะ

 

          'ไปกับใครบ้าง'

 

          ยังไม่ทันที่ผมจะคว้าโทรศัพท์มาตอบเพื่อนรักที่คงโกรธหน้าดำหน้าแดงอยู่ในตอนนี้ ดินแดนก็พิมพ์บางอย่างลงไปซะก่อน

 

          เขาจะถามแบบนั้นทำไม?

 

          'ก็มีกู มึง พี่แสบ เบนซินอ่ะ มึงรีบแต่งตัวเลย เจอกันสองทุ่ม ถ้าไม่เห็นหน้ามึงโผล่มาในผับล่ะก็..กูงอนแน่สัด!'

 

          ช่างเป็นคำขู่ที่น่ากลัวมากเลยนะเพื่อน เฮ้อ..คิดแล้วเครียดว่ะครับ

 

          ดินแดนไม่ได้ตอบข้อความต่อ เขาวางโทรศัพท์ผมไว้บนโต๊ะ แล้วเงยหน้ามามองผมที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว

 

          "กูจะไปด้วย" ผมรู้โดยอัตโนมัติเลยว่านั่นไม่ใช่ประโยคขอร้อง แต่เป็นประโยคคำสั่ง!

 

          "กูเตือนมึงแล้วนะ เรื่องเพื่อนกูคนนั้น" ไม่ใช่ว่าผมหึงมันนะครับ

 

          แต่ผมกลัวเพลิงนิลจะเอาเรื่องมันนี่สิ วันนั้นก็ข้อมือหักไปยังไม่เกรงอีก แต่ถ้าสู้กันจริงๆ ผมไม่รู้ว่ะว่าใครจะชนะ

 

          น่ากลัวพอๆกัน..สิ่งนี้น่าจะนิยามตัวตนของดินแดนกับเพลิงนิลได้

 

          "อย่ายุ่งเรื่องของกูให้มาก.." ดินแดนผุดตัวลุกขึ้นแล้วเอื้อมมือมากำคอผมไว้อย่างหลวมๆ แววตาเขาวาวโรจน์ทอประกายกร้าว

 

          "แล้วแต่มึงเลย" ผมจะไปห้ามเขาได้ยังไง ต้องให้เจอกับตัวถึงจะรู้สึก

 

          ดินแดนก็เป็นแบบนี้ ชอบเอาชนะ..สักวันเถอะ เขาจะได้รับรู้รสของความพ่ายแพ้

 

           ผมจะเป็นคนสอนเขาเองในสักวันหนึ่ง

 

          เชื่อเถอะ..ไม่ใช่มีแต่ผมที่ตกหลุมพรางเขาหรอก เขาจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าอาจตกหลุมพรางที่ตัวเองขุดขึ้นแล้วก็เป็นได้!

 

          (Bensin talk)

          หน้าผับใต้ดิน YOUPUP

 

        "ของจริงแน่หรือครับ"

 

          บอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมพูดกับพี่แสบเมื่อพี่มันชูจี้มังกรเพลิงตรงคอให้พวกพี่ชุดดำสองคนหน้าปากประตูดู

 

          "ก็ตรวจดิ" พี่แสบพูดพลางฉีกยิ้มนิดๆ

 

          สนใจสายตากระลิ่มกะเลี่ยของพี่ชุดดำเขาบ้างเถอะพี่! ผมเห็นพี่แสบดูไม่ทุกข์ร้อนแล้วขนลุกแทนสงสัยจะเจอบ่อย

 

          ไม่แปลกหรอกที่พี่แสบจะโดนมองด้วยสายตาโลมเลียแบบนี้ ก็พี่แกเล่นใส่ขาสั้น..ย้ำ! กางเกงขาสั้นและเสื้อตัวหลวมโคล่งแทบจะปิดหัวไหล่ไม่มิด แต่มันกลับดูไม่น่าเกลียดเลยเมื่ออยู่บนตัวของพี่แสบ

 

          ถ้าอยู่บนตัวของผู้ชายรูปร่างถึก..ผมคงสยองกว่านี้ แต่ความรู้สึกตอนมองพี่รหัสนี่แบบ..แมร่งดูเซ็กซี่ว่ะ ขางี้โคตรเรียว ขาวพอๆกับผมเลยเหอะ

 

          แต่อย่าคิดเชียวว่าผมจะใส่แบบนี้มา มิบังอาจครับท่าน..แค่หนีเที่ยวนี่ผมก็มีความผิดติดตัวไปแล้วดอกหนึ่ง ไม่อยากเพิ่มโทษให้ตัวเอง..บอกเลย ผมเลยใส่แค่เสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงยีนธรรมดานั่นแหละ

         

        "ตรวจทั้งนอกทั้งในเลยได้ไหม" เอาแล้วดิครับ ยังไม่ทันเข้าผับพี่แสบมันก็โดนโลมเลียด้วยคำพูดแล้ว

 

          "...." พี่แสบไม่ตอบ พี่มันแค่ปรายตามองแล้วยิ้มเรียบวูบหนึ่งเท่านั้น

 

          พี่ชุดดำอ้อยอิ่งในการตรวจมาก แค่หยิบเครื่องสี่เหลี่ยมพอดีมือมาจ่อที่จี้ แค่นี้มันยากนักหรือไงว่ะ ผมเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยยังไงไม่รู้ ดีนะที่มาเป็นเพื่อนพี่มัน..เกิดอะไรขึ้นจะได้ช่วยเหลือกันได้

 

          ผมห้ามพี่แสบแล้วนะครับเรื่องการแต่งตัว แต่เหมือนพี่แกจะเก็บกดมานานปนต้องการประชดสามี เลยกลายมาเป็นแบบที่เห็นนี้

         

        ติ๊ด..

 

          เสียงสัญญาณจากเครื่องตรวจดังขึ้น ไฟสีเขียวกระพริบวูบหนึ่งย้ำๆ และพี่ชุดดำมีสีหน้าซีดเผือดลง คงจะไม่คาดคิดว่าเป็นของจริง อ้อ..ที่นี่มีการตรวจสัญลักษณ์ทุกชิ้นครับ ผมลืมบอกไปเพราะมันมีคนบางกลุ่มชอบปลอมแปลงสัญลักษณ์ขึ้นเอง เลยต้องตรวจเข้มตั้งแต่หน้าประตู

 

          "คงจะตรวจภายในไม่ได้อ่ะครับ เพราะผัวดุมาก" พี่แสบแกพูดหน้านิ่งๆพลางกรีดยิ้มร้าย เล่นเอาพี่ชุดดำคนนั้นเงิบไปเลย สงสัยจะรู้ตัวแล้วว่าเล่นอยู่กับเมียใคร!

 

          "แล้วเด็กคนนี้ล่ะ คุณไม่สามารถเอาใครเข้าไปด้วยได้นอกจากคนๆนั้นจะมีสัญลักษณ์"

 

          พี่ชุดดำอีกคนหนึ่งที่นิ่งเงียบไปนานพูดขึ้นเมื่อเห็นพี่แสบตั้งท่าจะจูงมือผมเข้าไปข้างใน

 

          มือเรียวของพี่แสบเสยผมด้านข้างของผมไปทัดหู คงจะให้พวกพี่ชุดดำเค้าเห็นตุ้มหูมังกรนิลล่ะมั้ง

 

          "อย่ามาอำดีกว่ามั้งครับ ยังไงก็เป็นไปไม่ได้" พี่ชุดดำคนที่สองยิ้มอย่างมั่นใจ เขามองผมด้วยแววตาวาววับ

 

          "ใครๆก็รู้ว่าปีศาจยุคมืดไม่มีทางมอบจี้ของจริงให้ใคร เพราะฉะนั้นให้เด็กคนนี้อยู่กับผมดีกว่า"

 

          แบบนี้มันตั้งใจกักตัวผมไว้นี่ครับ เชรด! ผมก็ไม่ได้แต่งตัวดึงดูดเลยนะโว้ย ทำไมพี่ชุดดำมันจ้องกันด้วยสายตาแพรวพราวขนาดนี้!

 

          พี่แสบคว้าเครื่องตรวจตรวจจากมือพี่ชุดดำคนที่หนึ่งแล้วมาจ่อข้างหูผมอย่างรวดเร็ว

 

          ติ๊ด..

 

          ผมเห็นพี่ชุดดำทั้งสองคนเบิกตากว้างเมื่อเห็นแสงสีเขียวกระพริบวูบจากเครื่องตรวจ หืม..มันน่าตกใจขนาดนั้นเลยหรอที่เป็นของจริง แล้วปีศาจยุคมืดนี่..คือเพลิงนิลหรือเปล่า?

 

          "กักตัวเด็กนี่ไว้..ระวังจะตายแบบไม่รู้ตัวนะครับ"

 

        พี่แสบกรีดยิ้มข่มขู่อีกครั้ง ผมเห็นพี่ๆชุดดำเหงื่อตกและไม่กล้าสบตาผมกันเป็นแถวๆ คำถามคือเพลิงนิลน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ? เมื่อมีจี้มังกร..ผมกับพี่แสบจะรอดพ้นจากการคุกคามของคนทางโลกมืดใช่ไหม อา..ผมคิดว่างั้นน่ะ

 

          ไม่มีอะไรแน่นอนเสมอไปหรอก พี่แสบพาผมเข้ามาในวังวนอันตรายเกินไปแล้ว!

 

          "เฮ้..เบนพี่แสบบบบบ" ไอ้โซดาครับ มันวิ่งลงจากแท็กซี่มาแต่ไกล ผมส่งสายตามองหาคิมแต่ไม่พบ ปกติสองคนนี้ตัวติดกันจะตาย

 

          ปัญหาคือ..จะเอาโซดาเข้าไปยังไง!

 

          "เพื่อนผมก็มีนะฮะ แต่พวกพี่คงไม่อยากเห็นเท่าไหร่หรอกมั้ง หวังว่าเพื่อนผมจะเข้าไปได้" ผมไม่ได้พูดด้วยประโยคขอร้อง แต่เป็นคำสั่ง!

 

          "เชิญครับ"

 

          ถ้ารู้ว่ามีจี้ของเพลิงนิลแล้วจะได้รับอภิสิทธ์ขนาดนี้ ผมใช้มันไปนานแล้ว!

 

          พี่ชุดดำไม่ตรวจอะไรโซดาเลย ให้มันผ่านมาได้ง่ายๆเพียงแค่ผมเอ่ยปาก พวกเขาไม่ได้กลัวผมหรอกเชื่อสิ พวกเขากลัวเจ้าของจี้มากกว่า!

 

          "แล้วคิม?"

 

          พี่แสบถาม ผมรู้ตั้งแต่เย็นแล้วครับว่าโซดากับคิมจะมาเที่ยวกับพวกเราด้วย ก็ดีนะ..มาเยอะๆคงสนุกดี

 

          "เดี๋ยวมันก็มา โหพี่..แต่งบบนี้ผัวให้ออกจากห้องอ่อ?" โซดาเลิกคิ้วมองพี่แสบตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบกวนๆ

 

          ผัวะ! อูย..เจ็บแทนครับ โซดาโดนโบกหัวไปเต็มแล้วเลยนี่สิ

 

          "ปากนะสัด อีกอย่าง..ผัวกูไม่สนใจ กูจะมาหาผัวใหม่อยู่เนี่ย" ไม่มั่นพูดไม่ได้นะพี่นะ

 

          เหมือนพี่แสบจะเริ่มดราม่าแล้วว่ะ ทั้งๆที่พูดเหมือนจะขำแต่หน้าพี่แกไม่ขำด้วยสักนิด

 

          มันเริ่มเศร้าลงอย่างบอกไม่ถูก

 

          "ระวังระเบิดลงล่ะพี่"

 

           โซดาพูดยิ้มๆ มันยังคงไม่รู้ปัญหาระหว่างพวกพี่ๆเหมือนเดิม เฮ้อ!

 

          "เข้าไปข้างในดีกว่าฮะ"

 

          ผมตัดบท ไม่อยากให้พี่แสบมันมีสีหน้าแบบนี้อ่ะ รู้สึกไม่ดีเลย

 

          "เออ กูอยากดิ้นจะแย่แล้ว หึๆ"

 

          พี่แสบปรับสีหน้าเป็นเหมือนเดิม แล้วกอดคอพวกผมสองคนเข้าไปด้านใน

 

.......................................................

 

          รู้สึกเหมือนจะทำให้คนอ่านฝันสลาย 555 ไม่ได้ตั้งใจให้ค้าง(?)อีกรอบนะค่ะ แต่มันจำเป็นต้องมีบทของคิมเพื่ออธิบายเรื่องราวให้ดำเนินไปจริงๆ(โดนระเบิดลงบ้าน) ติดตามตอนต่อไปได้เลยค่า

<<รักรีดเดอร์

         

 

 

         

 

         

 

          

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น