ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มาเฟียไร้รัก 20 100%

ชื่อตอน : มาเฟียไร้รัก 20 100%

คำค้น : มาเฟียไร้รัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.6k

ความคิดเห็น : 41

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มี.ค. 2562 19:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มาเฟียไร้รัก 20 100%
แบบอักษร



มาเฟียไร้รัก 20



“ลู่เหวินครับ ไม่เอาครับไม่กวนน้องนะ” ช่วงนี้วิระต้องปวดหัวกับลูกชายเป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่คุณน้ำกับคุณชายอี้เฟิงมาที่ฮ่องกงตั้งแต่วันแรกจนวันนี้เข้าวันที่ห้าไปแล้ว ลู่เหวินดูจะติดคุณน้ำมาก เดี๋ยวก็เข้าไปกอด เดี๋ยวก็เข้าไปซบ แต่นั่นยังไม่เท่าไร เพราะสิ่งที่ลู่เหวินทำให้คนในบ้านตกใจมากกว่านั้นก็คือชอบเข้าไปหอมไปจุ๊บลมหนาวจนคุณชายอี้เฟิงที่เห็นต้องทำสายตาขวางใส่ลู่เหวินที่ไปลวนลามลูกชายของตนเองแบบนั้น วิระเริ่มจะกลัวว่าลู่เหวินจะไม่มีโอกาสโตจริงๆ อย่างเช่นตอนนี้ ที่ลู่เหวินกำลังเดินไปล้มตัวลงนอนข้างน้องแล้วเอาแขนกอดน้องไม่ปล่อย


“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณวิระ เด็กๆสนิทกันก็ดีแล้ว”


“แต่ถ้าคุณชายอี้เฟิงมาเห็นเข้าต้องแย่แน่ๆเลยครับ ลู่เหวินครับ ไม่หอมแก้มน้องนะครับ!” นั่นไง วิระพูดยังไม่ทันขาดคำ ลู่เหวินจอมดื้อที่เข้าไปกอดน้องเบียดน้องก็เริ่มทำการหอมแก้มน้องอีกหลายครั้งในรอบวัน ทั้งๆวันแรกยังจ้องน้องตาเขม็งอยู่เลย แต่พอพ้นไปอีกวันลู่เหวินก็ตามติดทั้งคุณน้ำ ทั้งลมหนาว ส่วนปลายฝนลู่เหวินไม่ค่อยสนใจเท่าไร เพราะปลายฝนชอบคลานและหัดเดินเล่นคนเดียวมากกว่าอยู่กับพี่และน้อง


 “ฮะๆ เจ้าชู้แต่เด็กเลย แบบนี้ต้องเตรียมค่าสินสอดมาสู่ขอน้องแล้วนะครับลู่เหวิน”


“กลัวจะอยู่ไม่ถึงสิครับ คุณชายอี้เฟิงอาจจะควักปืนมายิงลู่เหวินวันไหนก็ได้”


“รายนั้นเค้าหวงลมหนาวมากครับ ไม่รู้ทำไม”


“คงเพราะลมหนาวเหมือนคุณน้ำน่ะครับ คุณชายเลยรู้สึกหวงเพราะคุณชายรักคุณน้ำมาก”


“แล้วกับคุณวีรภาพเป็นยังไงบ้างครับ ตอนรู้ว่าคุณวิระจะไม่กลับไทยผมค่อนข้างเป็นห่วง แต่อี้เฟิงบอกว่าไม่มีอะไร”


“ก็ดีครับ วีร์เค้าดีขึ้นเยอะ ลดความโมโหร้ายลงบ้างแล้ว”


“อี้เฟิงเค้าเล่าให้ฟังแล้วครับ ตัวอี้เฟิงเองเป็นคนผิดก็ยังจะไปโกรธคุณวีรภาพอีก พอๆกันเลยนะครับสองคนพี่น้อง”


“ทิฐิพอกันครับ ยังดีที่คุณชายอี้เฟิงใจเย็นกว่า ไม่งั้นคงปะทะหนักกว่านี้”


น้ำและวิระนั่งนินทาสามีเพลินๆ จนลืมดูลูกชายที่นั่งหยอกกันตามประสาเด็กไปเลย ทำให้วีรภาพและอี้เฟิงที่กลับมาพอดีเห็นภาพบาดตาบาดใจของอี้เฟิงเข้าเต็มๆ เมื่ออี้เฟิงเห็นภาพที่ลู่เหวินกำลังจุ๊บปากของลมหนาวลูกชายสุดที่รักของตนเองอยู่เต็มๆสายตา


“หยาง ลู่เหวิน!!”


“แกจะตะโกนทำไม ไม่มีมารยาท” วีรภาพไม่สนใจอี้เฟิงที่ทำท่าทางเหมือนจะเป็นจะตาย แต่กลับสะใจเสียด้วยซ้ำ สมน้ำหน้า ลู่เหวินนี่เด็กดีจริงๆ สมกับเป็นลูกวีรภาพ หึหึ


“เสียงดังนะครับอี้เฟิง แล้วจะดุหลานทำไมครับ เด็กๆแค่เล่นกันเอง”


“น้ำครับ เด็กนี่จุ๊บลูกเรานะ”


“แค่จุ๊บเองครับ ไม่ได้จูบสักหน่อย เด็กๆเล่นกันไม่มีอะไรเลยเถิดหรอก ตอนเด็กๆ น้ำก็จุ๊บน้องบ่อยๆ” อี้เฟิงอยากจะโวยวายให้มากกว่านี้ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะภรรยาแสนดีเกินไป เรื่องแบบนี้คงเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับคนรักมาก แต่กลับอี้เฟิงใจเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เพราะลูกชายน่ะเหมือนภรรยาสุดๆ แล้วดูลู่เหวินสิ เหมือนวีรภาพขนาดนี้ ดูแล้วขัดตา ไม่ปลื้ม!


“หึหึ ทำดีมากครับลู่เหวิน อยากจุ๊บน้องก็จุ๊บเลยนะครับป๊าไม่ว่า” วีรภาพบอกลูกชาย ก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้นมา เนื่องจากอี้เฟิงอุ้มลูกชายตัวเองเดินหนีไปแล้ว


“วีร์ นิสัยเสีย ทำไมบอกลูกแบบนั้น” วิระเองก็เอ่ยดุคนรักเบาๆ เพราะเหมือนวีรภาพจะสะใจมากที่ลูกเป็นคนชอบสกินชิพแต่เด็ก


“อย่าดุน่าวิระ ไปกินผลไม้ดีกว่านะ แวะซื้อมาให้แล้วมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่อยากกินไง”


“เฮ้อ ก็ได้ ไปด้วยกันมั้ยครับคุณน้ำ”


“ตามสบายเลยครับ เดี๋ยวต้องอุ้มปลายฝนขึ้นห้องตามอี้เฟิงแล้ว”


“งั้นขอตัวก่อนนะครับ”


“ลุกดีๆวิระ อย่าเดินเร็วนะ” วีรภาพบอกวิระที่กำลังจะลุกขึ้นเดินเบาๆ ก่อนจะปล่อยให้วิระเเดินนำหน้าโดยวีรภาพเดินตามหลังไปติดๆพร้อมกับลูกชายในอ้อมกอด ตั้งแต่ท้องคนที่สองวิระค่อนข้างจะเรียบร้อยเอามากๆ ไม่ทำอะไรที่เสี่ยงอันตรายเหมือนตอนท้องลู่เหวินเลยสักนิดแต่ติดที่ชอบลุกขึ้นเวลานั่งหรือนอนไม่ระวังเท่านั้น เฮ้อ! สงสัยลูกคนที่สองจะน่ารักเรียบร้อยกว่าลู่เหวินแน่ๆ วีรภาพล่ะอยากจะเจอลูกคนเล็กเร็วๆแล้วสิ ลู่เหวินเองก็คงดีใจที่มีน้องเป็นเพื่อนเล่น ถึงแม้น้องอาจจะเป็นเด็กเรียบร้อยก็ตามเถอะ





หลังจากที่น้ำขึ้นห้องตามสามีมา ก็เห็นอี้เฟิงกำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดใบหน้าของลูกชายอยู่ คิ้วของอี้เฟิงก็ขมวดจนยุ่ง จนน้ำส่ายหัวเบาๆในความขี้หวง น้ำล่ะไม่อยากให้ลูกชายมีชีวิตแบบตนเองเท่าไร ถึงแม้น้ำจะไม่ได้รู้สึกไม่ดีที่ใช้ชีวิตในกรอบของพี่ชายน้องชายก็เถอะ แต่ถ้าลูกต้องใช้ชีวิตแบบน้ำ น้ำไม่เห็นด้วย หวงได้แต่ต้องพอดี


“ไม่ชอบลู่เหวินเหรอครับอี้เฟิง” ถามน้ำด้วยความคล่องใจ เพราะอี้เฟิงชอบจ้องดุหลานชายเสียเหลือเกิน


“ไม่ได้ไม่ชอบครับ นั่นก็หลาน แต่ยังไงก็ไม่ชอบที่ลู่เหวินมาหอมแก้มลมหนาว ตัวแค่นี้ยังทำขนาดนี้ เกิดโตกว่านี้ลูกเราไม่ต้องตกเป็นเมียลู่เหวินเหรอครับน้ำ ผมทำใจไม่ได้หรอก ลูกแค่คนเดียวเลี้ยงได้ไม่ต้องมีสามีหรือมีแฟนหรอก ไม่สิ ไม่ว่าจะเป็นปลายฝนหรือลมหนาวก็ไม่สมควรมีแฟนทั้งคู่เลย”


“คุณทำตัวเหมือนลมแล้วนะครับอี้เฟิง”


“ไม่เอาครับ ไม่พูดถึงน้องชายคุณแล้วนะครับ พาลูกไปอาบน้ำดีกว่านะ ลูกหัดเดินเล่นคลานเล่นจนเปื้อนฝุ่นแบบนี้ เดี๋ยวเป็นภูมิแพ้”


“ครับ งั้นคุณพาเข้าไปทีละคนนะ เดี๋ยวน้ำขอเตรียมเสื้อผ้าให้ลูกก่อน”


“ได้ครับ มาครับปลายฝน ลมหนาว อาบน้ำกันดีกว่านะ”


เมื่อได้ฟังภรรยาที่รักบอกแบบนั้น อี้เฟิงก็ทำตามแต่โดยดี และก็ไม่ลืมอาบน้ำให้ลมหนาวให้สะอาดแบบสุดๆ ลู่เหวินจุ๊บตรงไหน อี้เฟิงจะเอาสบู่เหลวของเด็กถูกให้สะอาด ลบร่องรอยออกให้หมด หึ๊ย!!!



.................................................40%...................................................



“ฮึก แง้!!!” เสียงร้องไห้ดังลั่นของลู่เหวินทำให้วิระลืมตาขึ้นมาดู พบว่าลูกชายที่นอนฟุบอยู่บนอกของวีรภาพกำลังฟาดมือใส่หน้าของวีรภาพพร้อมน้ำตาในกลางดึก


“เป็นอะไรครับลู่เหวิน”


“ฮึก มะ”


“ไหนครับคนเก่ง มาให้ม๊าดูหน่อยไม่สบายรึเปล่า” วิระใช้มือวัดหน้าผากลูกชายพบว่าตัวร้อนมาก จนวิระต้องสะกิดวีรภาพให้ตื่น ลูกร้องไห้เสียงดังยังหลับสนิทได้อีก มันน่านัก!


“วีร์! จะตื่นไม่ตื่น!”


“มีอะไรเหรอวิระ”


“ลูกไม่สบาย ลุกเร็วจะพาลูกไปโรงพยาบาล”


“เดี๋ยวฉันอุ้มลูกเอง นายไปไหวเหรอ รออยู่บ้านมั้ย”


“ไม่เอาจะไปด้วย ลู่เหวินครับให้ป๊าอุ้มนะครับ ม๊าอุ้มไม่ได้”


“ฮึก มะ”


ลู่เหวินอยู่ในอ้อมกอดของวีรภาพก็ไม่หยุดร้อง จนวิระอดสงสารลูกไม่ได้ ตลอดทางที่ขับมาโรงพยาบาลลู่เหวินร้องไห้ไม่หยุด จนตัวเริ่มแดง พอมาถึงโรงพยาบาลก็ถูกส่งเข้าห้องตรวจทันที ใช้เวลาไม่นานหมอก็เดินออกมาบอกถึงอาการของลู่เหวิน


“คุณชายน้อยเป็นไข้หวัดใหญ่ครับ ตอนนี้ฉีดยาให้แล้วแต่ต้องให้นอนที่โรงพยาบาลก่อนสักสองสามวัน ตอนนี้ให้พยาบาลพาคุณชายเข้าพักที่ห้องพิเศษแล้วครับ”


“ขอบคุณมากหมอ”


“คืนนี้นอนเฝ้าลูกนะวีร์”


“โอเค เดี๋ยวบอกให้เฟยเตรียมชุดสำหรับพรุ่งนี้มาให้เปลี่ยน” วีรภาพตอบก่อนจะกอดเอววิระให้เดินไปที่ห้องพักของลูกชาย พอเข้ามาก็เห็นลู่เหวินที่ถูกฉีดยาไปแล้วนอนหลับสนิท วิระก็เดินเข้าไปหาลูกที่เตียงก่อนจะสั่งให้วีรภาพไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าตาของลูกชายที่เปื้อนด้วยคราบน้ำตา พอเช็ดเสร็จวีรภาพก็อุ้มวิระไปนอนบนโซฟาตัวใหญ่ที่สามารถปรับนอนได้ วีรภาพเองก็ล้มตัวนอนข้างๆ พร้อมกอดวิระไว้กันตก วันนี้เป็นความผิดของวีรภาพเองที่ไม่รู้สึกตัวตอนลูกร้อง ไม่งั้นคงพาลูกมาหาหมอได้เร็วกว่านี้


“อย่าคิดมากเลย นอนได้แล้ว นายท้องอยู่ต้องพักผ่อนเยอะๆนะวิระ เดี๋ยวลูกก็หาย”


“อืม กอดหน่อยสิวีร์ ฉันนอนไม่หลับ”


“ทำไมเดี๋ยวนี้ทำตัวขี้อ้อนจัง แสดงว่าลูกต้องรักฉันมากแน่ๆเลย” เพราะวีรภาพสังเกตว่าตั้งแต่ท้องลูกคนนี้มาวิระน่ารักมา จากที่ไม่เคยอ้อนก็อ้อน จากที่ไม่เคยเป็นคนพูดง่ายก็พูดง่าย แถมเนื้อตัวก็ดูอวบอิ่ม ต่างจากตอนท้องลู่เหวินจริงๆ


“หึ! ไม่บอกหรอก นอนแล้ว ง่วงงงง”


พูดจบวิระก็หลับตาลงด้วยความเพลีย แม้ใจจะยังกังวลเรื่องอาการป่วยของลูกชายแต่วิระก็ฝืนร่างกายไม่ไหวแล้วจริงๆ เพราะวิระเองก็เพลียมากเหมือนเลย พอหลับตาเลยหลับได้อย่างง่ายดาย






เช้าวันต่อมา ลู่เหวินดีขึ้นเล็กหน่อย แต่ก็ยังติดหน้างอ เบะปาก และงอแงเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้เหมือนเมื่อคืนแล้ว วิระเองก็ป้อนข้าวต้มให้ลูกชายที่ยอมกินง่ายๆ ไม่โวยวาย แต่วีรภาพเข้าใกล้ไม่ได้เหมือนจำฝังใจว่าวีรภาพปลุกไม่ตื่นตอนลู่เหวินร้องไห้


“อ้ามครับลู่เหวิน”


“อ้ามมม”


“เก่งมากครับ กินเยอะๆจะได้หายป่วยไวๆนะครับ”


“ป้อนแต่ลูก นายก็ต้องกินนะวิระ”


“อื้อ เดี๋ยวป้อนลู่เหวินเสร็จก่อนค่อยกิน”


“เดี๋ยวฉันป้อนต่อเอง นายต้องรีบกินข้าวจะได้กินยาบำรุง”


“เอางั้นก็ได้ ลู่เหวินครับให้ป๊าป้อนต่อนะครับ”


วิระบอกลูกชายก่อนจะลุกขึ้นให้วีรภาพเป็นคนมานั่งป้อนข้าวลูกแทน ลู่เหวินพอเห็นว่าเป็นวีรภาพจะเข้ามาป้อนก็หน้างอ ปากน้อยๆนั่นเม้มแน่นไม่ยอมอ้าปากกิน จนวีรภาพตักใส่ปากตนเองให้ลูกชายดูว่าถ้าไม่ยอมกินเองวีรภาพจะกินให้หมด


“ฮึก ปะ!”


“ไม่โวยวายครับลู่เหวิน ถ้าไม่กินเองป๊าจะกินให้หมดเลย จะกินดีๆมั้ยครับ”


“อื้อ!” ลู่เหวินยอมอ้าปากกินแต่โดยดีและไม่ต่อต้านอีก หรือหากมองอีกมุมหนึ่งก็คือกลัววีรภาพกินข้าวของตนเองหมดนั่นแหละ


ในช่วงสายๆ อี้เฟิงกับน้ำก็มาเยี่ยมหลานชาย ลู่เหวินพอเห็นหน้าน้ำก็ยิ้มหวานส่งให้ ทำให้น้ำเดินเข้าไปหอมแก้มเบาๆ เหตุการณ์ที่ลู่เหวินป่วยเล่นเอาตกใจแทบแย่ในตอนที่ตื่นเช้ามาและรู้ข่าวว่าหลานชายเข้าโรงพยาบาลกลางดึกก็รีบชวนสามีมา ตอนแรกจะเอาปลายฝนและลมหนาวมาเยี่ยมด้วย แต่อี้เฟิงบอกว่าไม่ให้เอาลูกมาด้วย เพราะโรงพยาบาลเชื้อโรคเยอะเดี๋ยวจะป่วยเหมือนลู่เหวินไปอีกราย


“หน้าซีดหมดเลยครับลู่เหวินคนเก่ง”


“นั่มๆ”


“เห็นคุณน้ำก็ยิ้มร่าเลยนะครับ จริงๆเลย” วิระอดบ่นลูกชายไม่ได้ พอลู่เหวินเห็นคุณน้ำก็ยิ้มหวานเข้าหา ทั้งๆที่เมื่อครู่ใหญ่ๆยังงอแงจะลงจากเตียงโรงพยาบาลให้ได้อยู่เลย


“เหอะ! เหมือนพ่อจริงๆ”


“แกว่าอะไรนะอี้เฟิง”


“ก็ได้ยินชัดแล้วไม่ใช่เหรอวีรภาพ”


“เฮ้อ! ทั้งสองคนครับนี่โรงพยาบาลถ้าจะทะเลาะกันเชิญนอกห้องเลย จริงๆเลยนะ ทำไมชอบทำตัวอย่างที่ไม่ดีให้เด็กๆเห็น” น้ำบ่นออกมา เพราะเห็นสามีตนเองกับพี่ชายของสามีเริ่มทะเลาะกัน ที่น้ำกล้าบ่นเพราะคุณวีรภาพก็ไม่ได้ดูน่ากลัวเหมือนตอนที่เจอกันที่ประเทศไทยซ้ำยังดูผ่อนคลายลงตั้งเยอะ จะมีก็แต่สามีของน้ำที่ชอบทำตัวหาเรื่องคุณวีรภาพนี่แหละ เลยทำให้น้ำกลายเป็นคนขี้บ่นไปเลย เฮ้อ!


“ฝากไว้ก่อนเถอะ/ฝากไว้ก่อนเถอะ” และพอโดนบ่นทั้งสองคนก็มักจะพูดประโยคนี้ออกมาพร้อมๆกัน จนน้ำกับวิระได้แต่ถอนหายใจใส่เพราะไม่รู้จะทำยังไงกับทั้งสองคนที่นิสัยยิ่งกว่าเด็กขึ้นเรื่อยๆทุกวันดี เฮ้อ!!!!!!!



............................................100%...........................................

พรุ่งนี้จะมาลงแบบฟอร์มจองพร้อมหน้าปก[ที่จะได้พรุ่งนี้] ให้ค่ะ


ความคิดเห็น