ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กระชากหน้ากากเทพบุตร

ชื่อตอน : กระชากหน้ากากเทพบุตร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.พ. 2562 22:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กระชากหน้ากากเทพบุตร
แบบอักษร


กระชากหน้ากากเทพบุตร

            ไอ้เฟียสและไอ้เทพสองเด็กกากเดินกลับไปที่โต๊ะของพวกมัน โดยมีผมเดินแทรกนักเที่ยวคนอื่นสะกดรอยตามพวกมันไปติดๆ ราวกับเวรกรรมของพวกมันที่ย้อนกลับไปเล่นงานตัวเอง จนกระทั่งผมเห็นผู้หญิงสองคนและผู้ชายคนหนึ่ง

            “ไอ้เจได”

            เชื่อไหม?

            บางทีโลกมันก็กลมเกินเหตุจนเหวี่ยงคนที่เราไม่อยากเจอให้มาอยู่ตรงหน้าได้ ชนิดที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงกันได้พ้น ทางออกเดียวที่มีก็คงเป็นการเผชิญหน้ากับความบังเอิญที่สุดแสนจะส้นตรีนให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปข้างหนึ่ง

            ผมยืนมองพวกมันอยู่ห่างๆ เพื่อรอให้มันทำตามแผนที่ผมได้ยินมา ไม่นานไอ้เจไดกับผู้หญิงสองคนที่คาดว่าเป็นเหยื่อก็เดินออกไปวาดลวดลายส่ายสะโพกโยกย้ายตามจังหวะมันๆ ของดนตรี ไอ้กากสองคนมันก็ไม่ได้พูดผิดนักหรอก

            ผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมอนุมานเอาเองว่าหล่อนน่าจะชื่อ ‘มินนี่’ มีความสวย น่ารัก มองดูเด่นกว่าใครรอบๆ ตัวของหล่อน ปากนิด จมูกหน่อย ตาโต ผิวขาว ผมยาว มีเสน่ห์ชวนมอง โดยเฉพาะรอยยิ้มที่ผมมองแล้วยังเกือบจะเคลิ้มไปกับความน่ารักของหล่อน

          บางทีแสงไฟในผับบวกกับแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดมันก็หลอกตาเราได้เสมือนโลกมายา ผมบอกกับตัวเองแล้วมองกลับไปที่โต๊ะ ไอ้เฟียสและไอ้เทพกำลังใส่ยาลงไปในแก้วเหล้า พวกมันสองคนกระหยิ่มยิ้มหย่องหันมองไปยังไอ้เจไดและเหยื่อสาว

            นี่เหรอวะ… ลูกรักของพ่อ เหอะ!

          ถ้าพ่อได้รู้ความระยำของมันกับพวกในคืนนี้บางทีท่านอาจจะมองผมดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ก็ได้ ไอ้เจไดมันฉลาดในการสร้างภาพลักษณ์ให้พ่อแม่มองว่าเป็นเด็กดี สุภาพ เรียบร้อย อยู่ในโอวาทมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ต่างกับผมที่เหมือนกับวายร้ายในบ้านทำอะไรแมร่งก็ผิดตลอด

            จนบางทีผมก็อดคิดไม่ได้ว่าผมคงผิดมาตั้งแต่เกิด

            ไอ้เจไดมันมันมีทั้งแม่และพ่อ แต่ผมแทบไม่เหลือใครเลย มาถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัยว่าไอ้เจไดมันมีสถานะเกี่ยวข้องกับชีวิตของผมยังไง

            มันเป็นน้องชายต่างแม่ของผม!

          เราสองคนอายุห่างกันสี่ปีเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งแต่เด็ก พูดภาษาชาวบ้านแบบไม่ต้องดัดจริตประดิษฐ์คำอะไรก็เรียกว่าต่างคนต่างเกลียดกันนั่นแหละ ไอ้เจไดมันมีแม่เลี้ยงของผมที่คอยถือหางให้ท้ายแถมยังมีพ่อของผมที่ไม่ว่าผมจะทำดีขนาดไหนในสายตาของท่าน ผมมันก็เป็นลูกนอกคอก เป็นลูกชายเลวๆ อยู่วันยังค่ำ

            ผมยืนกำหมัดแน่นจนไม่รู้ตัวว่าเล็บจิกเข้าไปในเนื้อตั้งแต่เมื่อไหร่ บางทีอดีตมันก็โหดร้ายและย้อนกลับมาทำให้เราเฟลได้ตลอดเวลาที่นึกถึงมัน สาวนักเที่ยวคนหนึ่งเต้นเข้ามาใกล้ๆ ผมและใช้หน้าอกของหล่อนดันกระแทกผมเบาๆ ทำให้ผมกลับมาอยู่กับปัจจุบันอีกครั้ง

            “มาเที่ยวคนเดียวเหรอคะ”

            สายตาหล่อนมีความอ่อยระดับร้อย ท่าเต้นก็เหมือนโคโยตี้กลับชาติมาเกิดมือข้างหนึ่งวางบนไหล่ของผมแล้วเต้นไปรอบๆ พร้อมกับเล่นหูเล่นตาทำยังกับผมเป็นเสาให้หล่อนได้รูด โชว์ความเซ็กซี่ หน้าตา ผิวพรรณ หุ่นทรงก็พอได้อยู่หรอก แต่บังเอิญว่าคืนนี้ผมมีเรื่องให้ต้องจัดการ

            “คืนนี้ไม่ว่าง ถ้าอยากได้ผัวละก็ไปหาทางอื่นก่อนนะน้อง”

            “…”

            บางคนก็ไม่ชอบคำพูดตรงๆ หรอก เหมือนผู้หญิงคนนั้นที่ทำหน้าเหวอๆ ทำปากขมุบขมิบซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าหล่อนคงด่าผมแล้วเดินห่างผมออกไป ผมมองไปที่โต๊ะของไอ้เจไดกับเพื่อนกากๆ ของมันอีกครั้งเห็นมันและผู้หญิงสองคนพากันเดินกลับไปที่โต๊ะหลังจากเพลงจบลง

            “ได้เวลากระชากหน้ากากเทพบุตรแล้วสินะ”

            ผมเดินตรงไปที่โต๊ะของไอ้เจไดกับพวก คืนนี้คงเป็นโชคดีของผู้หญิงสองคนนั้น และคงเป็นโชคร้ายของไอ้เจได ไอ้เฟียส ไอ้เทพ ที่ดันดวงกุดมาเจอไอ้แจสเปอร์…

          อีกเดี๋ยวได้เฟี้ยวแน่!


ความคิดเห็น