Natchavw

เป็นนิยายเรื่องแรกอาจจะมีกระตุกกระตักบ้าง แต่ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านแล้วให้กำลังใจนะ LOVE LOVE

ชื่อตอน : บทที่ 22

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 73

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.พ. 2562 18:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 22
แบบอักษร

มินจุนเดินถือกระเป๋าเยรินเดินชมเมืองรอบๆ แสงไฟส่องสว่างขึ้นท้องฟ้ากลายเป็นสีน้ำเงินในยามค่ำคืน

หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ไม่ห่างไกลจากตัวเมืองมากนัก ให้พูดง่ายๆก็เป็นส่วนนึงของในตัวเมืองนั่นแหละ 

มินจุนมองสังเกตุออกไปรอบๆ เยรินเองเธอก็เดินตามเขาอย่างเงียบๆ ทุกอย่างมันดูสงบนิ่ง

"เหมือนกับว่าได้พักสมองเลย" มินจุนเริ่มพูดขึ้นขณะเดินเตร่ไปเรื่อยๆ 

"คุณไม่ค่อยได้...ออกมาสักเท่าไหร่สินะคะ" เยรินถามขึ้นพร้อมกับหย่อนตัวนั่งลงตรงข้างทาง 

มินจุนที่หันมามองเธอ ที่นั่งลงพักแล้วเอามือทุบน่องเขาจึงเอ่ยขึ้นพูด

 "พักกันก่อนก็ได้ ขอโทษทีนะผมลืมคิดไปว่าคุณจะเมื่อยนั่นสิวันนี้ก็เดินมาทั้งวันแล้วจริงๆ" 

มินจุนนั่งลงข้างหญิงสาว สายลมพัดโชยอ่อนๆทำให้รู้สึกดีขึ้น

มินจุนมองหน้าเยรินแล้วเอามือเอื้อมไปจับผมหน้าม้าของเธอทีปลิวพัดแล้วจัดผมเธอไม่ให้ปิดหน้าปิดตา

"ขอบคุณค่ะ" เยรินเอ่ยขอบคุณ มินจุนจึงขยับมือของเขาออก เยรินชำเลืองมองมินจุนเป็นระยะพลางคิด

(ปกติแล้ว เขาอ่อนโยนแบบนี้อยู่แล้วหรือไงนะ? หรือเพียงเพราะว่าเขารู้สึกว่าต้องทำอย่างงั้นหรือเปล่า)

เธอคิดลอยไปไกลจนลืมตัวว่าใช้สายตามองเขาอยู่ มินจุนเลยยิ้มออกมาแล้วพูดแซวเธอเล่นว่า

"กระพริบตาบ้างก็ได้นะ เดี๋ยวตาก็แห้งหมดหรอก"

 หญิงสาวสะดุ้งเพราะรู้สึกตัวจึงรีบกล่าวขอโทษทันที

"ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ แค่ฉันคิดอะไรเพลินไปหน่อย ฉันนี่เสียมารยาทจริงๆ"  

มินจุนหัวเราะออกมา

"คุณรู้ไหมว่าคุณพูดคำว่าขอบคุณกับขอโทษบ่อยเกินไปนะ บางอย่างคุณแก้ตัวหรือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้บ้างก็ได้"

เยรินจึงยิ้มอย่างเขินอายแล้วลุกขึ้นเปลี่ยนเรื่องคุย "วันนี้อากาศดีนะเนี่ย ไม่รู้ว่าป่านนี้ผู้คนในเมืองทำอะไรกันบ้าง"

เยรินกางมือออกไป แล้วสูด​รับอากาศหายใจจนเต็มปอด 

"เราคงตะโกนถามใครจากมุมนี้ไม่ได้หรอก แทนที่เขาจะตอบกลับมาดีๆอาจจะโดนก้อนหินเขวี้ยงแทนก็ได้"

มินจุนพูดขึ้นทำให้เยรินหัวเราะร่าออกมาด้วยความตลก 

"วันนี้คุณเหนื่อยหรือเปล่า ผมพาคุณออกมาทั้งวันแบบนี้" มินจุนพูดพลางก้มลงไปเด็ดดอกหญ้าข้างตรงทาง

เยรินยังไม่ทันตอบเสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น จากในกระเป๋า 

"ฉันขอกระเป๋าได้ไหมคะ?" เยรินพูดมินจุนเลยส่งกระเป๋ายื่นให้เธอ เยรินจึงปลีกตัวออกไปรับสายโทรศัพท์




บริษัท JK Group 

ในขณะที่มินจุนให้สัมภาษณ์กับทางนิตยสารแล้วปล่อยออกมาวางขาย

มินแจก็ได้สร้างโปรเจ็คงานพิเศษของตัวเขาขึ้นเช่นกัน 

ขณะมินแจกำลังร่างแบบชุดอยู่นั้น เสียงของรองเท้าส้นสูงก็ได้เดินไปแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าของเขา

"มาทำอะไรที่นี่?" มินแจเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมองหน้าของบุคคลนั้น

"ดูเหมือน การใส่ใจของนายมันจบลงแล้ว" หญิงสาวพูดขึ้นแล้วเอามือวางบนโต๊ะ

"ก็อย่าเรียกร้องอะไรให้มันมากไปสิ เราเองก็ต่างคนต่างเล่นละครกันอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง" 

มินแจยังคงพูดต่อโดยไม่สนใจหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเขา 

ปัง!!! หญิงสาวเอามือตบลงบนโต๊ะเสียงดังลั่น "พัคมินแจ!! นี่มันจะมากเกินไปหน่อยนะ"

มินแจเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวด้วยสายตาไม่พอใจที่เธอตบโต๊ะใส่หน้าเขา "เธอคิดผิดแล้วล่ะจีฮเย...."

ชายหนุ่มเดินอ้อมโต๊ะมาหาหญิงสาว เขาเอามือวางล้อมตัวเธอบนโต๊ะไม่ให้เธอหนีเขาได้ 

"จะทำอะไร?" หญิงสาวกล่าวด้วยเสียงสั่นเครืออยู่ในคอ

"แล้วเธอล่ะต้องการอะไร?" หญิงสาวหลับตาลงยื่นใบหน้าเขาหาชายหนุ่มอย่างช้าๆ ช้าๆ

ปัง!!! ชายหนุ่มตบโต๊ะเสียงดังจนเธอตกใจลืมตาขึ้น

มินแจหัวเราะออกมาอย่างสะใจเป็นที่สุดที่เห็นสีหน้าของจีฮเยไปไม่เป็น

"นี่...คุณครู คุณหวังอะไรจากผมครับ ห๊ะ? จูบหรอ? เซ็กซ์หรอ? ครูกำลังฝันอยู่หรอเปล่าเนี่ย?"

เปี๊ยะ!!! มินแจดีดนิ้วของเขาข้างหูจีฮเย

"ตื่นได้แล้วครับ ตื่น นี่ครูคิดจริงๆอ่ะหรอว่าชายสมบรูณ์แบบอย่างผมจะชอบผู้หญิงแก่ๆอย่างครูลงน่ะ"

เฮ้อ....มินแจถอนหายใจแล้วเอี้ยวตัวกับใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูของหญิงสาว

"ผมจะบอกอะไรครูให้นะ ผู้หญิงอย่างครูน่ะ ให้ฟรีผมยังไม่เอาเลย ถ้าแค่จะหาควาสุขล่ะก็ไม่ลองไปคลับดูล่ะ?

เผื่อว่าอาจจะหาผู้ชายสักคนสองคนให้ความสุขกับครูได้บ้างล่ะนะ" ฮ่าๆ ฮ่าๆ มินแจหัวเราะ

จีฮเยกัดฟันแน่นเธอยกมือขึ้นจะตบหน้าของเขาแต่มินแจจับข้อมือเธอเอาไว้แน่น เขาเอื้อมหน้าเข้าไปใกล้เธอ

"อย่าซะจะดีกว่า ผมไม่อยากทำให้ฟีลเลอร์ของครูกระจาย..."

 มินแจสะบัดข้อมือเธอ ก่อนจะเดินผิวปากไปหยิบกระดาษร่างแผ่นใหม่ที่วางอยู่ด้านหลังของโต๊ะ

จีฮเยยืนมองตามมินแจ น้ำตาของเธอร่วงลงบนใบหน้าด้วยความเจ็บใจ

(นายดูถูกฉันเกินไปแล้ว คนอย่างนายได้เพียงคืบก็ถือว่ากำชัยชนะงั้นหรอ ฉันจะทำให้แกเจ็บกว่าเป็นร้อยเท่า)

จีฮเยพยายามก้าวขาเดินออกไปโดยกลั้นน้ำตาของเธอเอาไว้ภายใต้สีหน้าที่ปกติ แล้วทำตัวเหมือนปกติ



คฤหาสน์

เมื่อมินจุนขับรถไปส่งเยรินที่หน้าคอนโด เขาก็ตรงกลับมาที่บ้านทันที 

ในขณะที่เขากำลังจอดรถอยู่นั้นก็เห็นจีฮเยกำลังขว้างปาข้าวของจนกระจุยกระจาย แล้วคุณผู้หญิงก็ด่าไล่เธอ

เขารีบลงจากรถแล้ววิ่งเข้าไปจับตัวเธอไว้ทันที "พอเถอะครับ หยุดเถอะ เดี๋ยวคุณจะบาดเจ็บเอาได้นะ"

จีฮเยกรีดร้องก่อนจะยอมสงบลง เธอมองหน้าคุณผู้หญิงด้วยสายตาอันแค้นเคือง

มินจุนหยิบมือเธอขึ้นมาดูว่าเธอได้รับบาทเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ก่อนจะก้มลงมองว่าพื้นเต็มไปด้วยเลือดของเธอ

เขาจึงอุ้มเธอขึ้นรถแล้วพาไปที่โรงพยาบาลทันที 




เมื่อหมอทำแผลเสร็จ มินจุนเลยเดินเข้าไปดูอาการของจีฮเย

ภาพที่เขาเห็นเมื่อเปิดผ้าม่านออกคือเธอกำลังนั่งชันเข่าร้องไห้ เขาจึงเข้าไปนั่งบนเตียงของเธอช้าๆ

"ผมปลอบใครไม่เก่งหรอกนะ โดยเฉพาะผู้หญิงด้วยแล้วล่ะก็...." มินจุนพยายามพูดปลอบใจเธอ

จีฮเยโผลเข้ากอดมินจุนเธอซบไหล่ของเขาร้องไห้ออกมา มินจุนเลยลูบหลังเธอเบาๆเป็นการปลอบเธอ

"ผมไม่รู้หรอกนะว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูแล้วก็คงไม่ใช่เรื่องดี คุณไม่ฉลาดเลยที่ทำตัวเองเจ็บตัวแบบนี้"

จีฮเยสะอื้นก่อนจะตอบเขาไป "แล้วคุณมาช่วยฉันทำไมอ่ะ?"

"ก็คุณทำลายข้าวของบ้านคนอื่นอยู่แบบนั้นถ้าผมไม่ห้ามคุณแล้วใครจะห้ามล่ะ"

"งั้นคุณก็แค่หวงข้าวของสินะ"

"เปล่า ถ้าผมหวงข้าวของล่ะก็ผมคงไม่หิ้วคุณมาโรงพยาบาลหรอกว่ามั้ย?"

จีฮเยนิ่งแล้วเงยหน้าขึ้นมองหน้าของมินจุน

"ทะ...ทะ..ทำไม..หรอ? หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือไงกัน" มีจุนเอามือลูบหน้าตัวเองไปมา

"ฉันแค่ไม่เข้าใจว่าครั้งแรกที่เจอกัน คุณเป็นคนผลักฉันแล้วใช้คำพูดแรงๆ แต่ว่าตอนนี้กลับมาทำดีด้วย"

"ก็คุณบาดเจ็บนี่ ใครจะไปสนเรื่องอื่นกันล่ะ เจ็บมากไหมล่ะนั่นน่ะ" มินจุนเอามือชี้ไปที่แผลของจีฮเย

"แล้วไงอ่ะ ถ้าฉันบอกว่าเจ็บแล้วคุณจะทำอะไรได้"

มินจุนก้มหน้าลงเอาปากเป่าลงบนแผลที่เท้าของเธอ จีฮเยจึงมองดูเขาด้วยสีหน้าตกใจ

มินจุนเงยหน้าขึ้นมา "มีคนบอกผมว่าถ้าเป่าแบบนี้แผลจะหายเจ็บ"

จีฮเยกระพริบตาไปมาหน้าของเธอเริ่มแดงด้วยความเขินอาย ใจของเธอเริ่มสั่นไหวแล้วเต้นแรง

"หมอบอกว่าแผลของคุณไม่ร้ายแรง แต่ต้องทำความสะอาดแผลบ่อยๆ คุณลุกไหวไหม?"

"เอ่อ...คือ..ฉัน...ไม่เป็นไร"

ทันใดนั้นเองพ่อของจีฮเยก็มาที่โรงพยาบาลแล้วเข้ามาถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้น

เธอเงียบ พ่อของเธอหันหน้ามาที่มินจุน "ผมแค่พาเธอมาส่ง แต่ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น"

"อย่าว่าเขานะคะพ่อ มันแค่อุบัติเหตุ" จีฮเยรีบแก้ต่างเมื่อพ่อของเธอเค้นความจากมินจุน

"แล้วนี่แฟนของแกไปไหน ทำไมถึงเป็นพี่ชายเขาล่ะที่มาส่ง?"

"คือเขาไม่อยู่ที่บ้านน่ะคะ หนูเข้าใจผิดนึกว่าเขาอยู่ที่นั่น" จีฮเยพูดพลางกรอกตาไม่กล้าสบตาพ่อของเธอ

 มินจุนเห็นว่าเธอไม่สะดวกที่จะพูดเรื่องนี้เขาจึงพูดเสริมขึ้น 

"ผมว่าเธอคงต้องการพักผ่อนน่ะครับ วันนี้พาเธอกลับไปบ้านก่อนจะดีกว่า 

เดี๋ยวถ้ายังไง ถ้ามินแจกลับมาผมจะบอกเขาให้โทรหาเธอแล้วกันนะครับ" มินจุนพูดจบก็ไปเข็นรถนั่งมาให้

"ขอบใจนะ" พ่อของจีฮเยหันมาพูดกับมินจุนก่อนจะเข็นเธอออกไป 




มินจุนกลับมาถึงบ้าน เขาเห็นแม่บ้านกำลังเอาถุงเศษแก้วไปทิ้ง 

คุณผู้หญิงก็ยืนสั่งให้แม่บ้านทำความสะอาดรอยเปื้อนเลือดที่พื้น แล้วเอาน้ำยามาเท เขาจึงเดินเข้าไปหาเธอ

"คุณกำลังทำอะไร?"

"ไม่เห็นหรือไง ฉันก็กำลังให้คนทำความสะอาดอยู่เนี่ย?"

มินจุนรู้ว่าใช้มุกนี้เขาคงไม่สามารถเค้นเอาความจริงออกจากปากของเธอได้ เขาจึงจับแขนเธอแน่น

"ผมจะถามอีกที เกิด อะ ไร ขึ้น" เขาเน้นคำถามแล้วจ้องหน้าเธอเขม็ง เธอเลยพยายามแกะมือของมินจุนออก

"ก็ปล่อยฉันก่อนสิ" เธอตะโกน มินจุนเลยสะบัดแขนเธอออก

"ก็นางนั่นจู่ๆก็เดินเข้ามาแล้วขว้างปาข้าวของอย่างกับคนบ้า ฉันห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง ดีไม่เรียกรถจิตเวชมารับไป"

"มันฟังดูไม่ค่อยเข้าท่านะ ที่จู่ๆเธอจะทำแบบนั้น ว่าไหม?"

"ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ แล้วทำไมไม่ถามแม่นั่นเอาเองเล่า" คุณผู้หญิงสะบัดหน้าหนีแล้วเดินเข้าบ้านไป 

"ฉันเองก็ชักจะเบื่อคนในบ้านหลังนี้เต็มทน" มินจุนยืนสบถก่อนจะเดินขึ้นห้องไปเช่นกัน

image



เช้าวันรุ่งขึ้นมินจุนขับรถเข้าไปที่บริษัทเพื่อไปเอาตัวอย่างผ้าแล้วเทียบสีของชุด 

ขณะที่เขากำลังขึ้นลิฟต์อยู่นั้น มินแจก็เดินลงมาเจอเขาเข้าพอดี

"ช่วงนี้ดูพี่ขยันขึ้นนะ เข้ามาบ่อยขึ้นนี่นา" คำพูดทักทายของเขาทำให้พนักงานต่างพากันมองไปที่มินจุนแล้วซุบซิบ

"อะไรกัน อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนนายนอนที่นี่ ทั้งๆ ที่ แฟนของตัวเองเข้าโรงพยาบาล" มินจุนเน้นคำเพื่อตอกกลับ

พนักเลยหันมามองทางมินแจบ้าง แล้วซุบซิบ

"เก่งนี่ เบี่ยงเบนความสนใจคนได้ดีขึ้นนะว่าไหม?"มินแจพูดพลางเดินเข้ามาหามินจุน

วู้!!! มินแจถอนหายใจแล้วเอามือล้วงกางเกง "ตอนเช้าแบบนี้ผมก็ไม่อยากหงุดหงิดหรอกนะ....อันที่จริงก็"

"แกพูดแต่การกระทำตรงกันข้าม แค่ทำเป็นไม่เห็นฉันมันก็จบแล้วนี่" มินจุนกรอกตาดูนาฬิกาโดยไม่สนใจน้องชาย

"แหม พี่เองก็อย่างกะว่าใส่ใจผมงั้นแหละแค่พูดออกมาให้ตัวเองดูดีไม่ใช่หรือไง" 

มินจุนไม่ตอบ เมื่อประตูลิฟต์เปิดเขาก็เดินขึ้นลิฟต์ไปทันที ทิ้งให้มินแจยืนหัวเราะที่หน้าเสียอยู่แบบนั้น

เมื่อขึ้นมามินจุนรีบตรงดิ่งไปยังคลังผ้าทันที

"ไง ฮยอกได้ตัวอย่างผ้าบ้างยัง?"

"ครับ มีอยู่ 2-3 สีที่ท่านรองให้หา แต่เนื้อผ้าไม่ได้ระบายความร้อนมากเท่าที่ควร" 

"แล้วแบบที่ระบายความร้อนได้ดีล่ะ?"

"ส่วนมากจะเป็นเฉดสีเทา กับ น้ำตาลครับ" มินจุนหยุดชะงักแล้วหันมามองฮยอกที่เดินตามหลัง

"งั้นเอาไงดีล่ะ?"

"ก็กลับไปคิดมาใหม่ไงครับ ง่ายๆ" ฮยอกพูดจบก็เดินออกประตูไป

(ห๊ะ?นี่หมอนั่นกำลังกวนประสาทฉันอยู่หรอเนี่ย?) มินจุนยืนคิดอยู่ครู่นึง 

"ฮยอก ฮยอก กลับมานี่เลยนะ" มินจุนตะโกนไล่ หลังจากเขาคิดขึ้นได้ว่ากำลังโดนฮยอกหลอกว่า

เมื่อเขาเดินออกจากประตูกำลังจะตามหลังฮยอกไปก็ได้ชะงักอีกครั้งหลังจากเห็นผู้หญิงตรงเบื้องหน้า

"แม่มาทำอะไรที่นี่ครับ?" แม่มินจุนหัวเราะแล้วโผลเข้ากอดลูกชาย

"แม่ทำอะไรเนี่ย นี่มันในบริษัทนะ เดี๋ยวพนักงานก็เอาไปนินทากันหรอก" มินจุนปลีกตัวออกแล้วมองดูรอบๆ

"ลูกโตจนอายคนอื่นแล้ว" แม่มินจุนพูด แล้วเอามือจิ้มไหล่เขาเบาๆ

ฮ่าๆๆ มินจุนหัวเราะที่แม่ของเขาแกล้ง เขาจึงเป็นฝ่ายกอดแม่คืนบ้าง

"ดูสิตอนนี้หน้าอกของผมเป็นหน้าอกของชายหนุ่มที่กอดหญิงสาวได้แล้วนะครับ" 

แม่มินจุนหัวเราะชอบใจแล้วกอดเขาตอบอย่างอ่อนโยน

"วันนี้แม่ไม่ได้มาในฐานะแม่ของลูกหรอกนะ แต่ว่าการตัดสินคราวนี้แม่จะร่วมเป็นกรรมการด้วย"

"แม่จะเข้าร่วมหรอ? ไม่มีทางอ่ะ พ่อคงไม่ยอมง่ายๆแน่"

"ลูกคิดแบบนั้นจริงๆหรอ งั้นลูกก็ยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจคนอย่างพ่อของลูก"

"แม่ครับผมถามอะไรนอกเรื่องหน่อยสิ"

"หืม?"

"แม่เคยอยู่กับพ่อ แม่รักพ่อบ้างไหมครับ?"

"อืม...ตอนนั้นแม่คงจะเด็กเกินไปที่จะแยกแยะเรื่องพวกนี้นะ แต่ว่าแม่คิดว่าส่วนนึงใช่ แม่รักเขา"

"แล้วตอนนี้ล่ะครับ?"

แม่มินจุนกอดแล้วตบหลังเขาเบาๆ เธอไม่ได้ให้คำตอบแต่ยิ้มอ่อนๆให้เขาแล้วเดินออกไป









แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}