@I am_novice

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บันทึก ตอนที่ ๘ + ราชาฮาเร็ม ตอนที่ ๘ (แก้ไข)

ชื่อตอน : บันทึก ตอนที่ ๘ + ราชาฮาเร็ม ตอนที่ ๘ (แก้ไข)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 10 มิ.ย. 2562 22:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บันทึก ตอนที่ ๘ + ราชาฮาเร็ม ตอนที่ ๘ (แก้ไข)
แบบอักษร

​(บันทึกของคุโด้ ชินอิจิ ตอนที่ ๘ คดีฆาตกรรมรถไฟเหาะ ตอนที่สี่) 

หลังจากที่คุโด้ ชินอิจิ ยอดนักสืบม.ปลายได้ทำการปั่นหัวของยีนกับวอดก้าเป็นเรียบร้อยแล้วนั้น มันก็ได้ที่เขาจะคลี่คลายคดีต่อเสียที และด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของเขานั้น ทำให้ยีนกับวอดก้านิ่งเงียบไปสักครู่ใหญ่ 

ตำรวจนายหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาหาสารวัตรเมงูเระด้วยความรีบร้อน 

"สารวัตรครับ!! มีไอ้นี้อยู่กระเป๋าคนนี้ผู้หญิงคนนี้ในด้วย!!" 

สารวัตรตกใจชั่วครู่ 

แต่กับเป็นแฟนของผู้ตายที่แสดงความตกใจแบบสุดขีด 

"อะไรกัน..." 

เพราะภายกระเป๋าของหล่อนมีผ้าที่เลอะเลือดที่ห้อหุ้มมีดอยู่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เป็นอาวุธสังหารผู้ตาย 

ไอโกะ แฟนผู้เสียชีวิตเธอพยายามบอกกับสารวัตรเมงูเระว่า เธอไม่ใช่คนทำ และของที่อยู่ภายในกระเป๋าถือของเธอนั้น ไม่ใช่ของเธออย่างแน่นอน และเธอพยายามพูดเสียงแข็งว่า เธอไม่ใช่คนลงมือสังหารอย่างแน่นอน 

เพื่อนของผู้ตายที่เป็นนักกีฬายิมนาสติค เธอค่อยๆเดินเข้ามาหาแฟนของผู้ตายด้วยใบหน้าที่แสดงความตกใจแบบสุดขีดและมาพร้อมกับหยาดน้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจ 

"อ๊ะ ไอโกะ ทำไมเธอถึงทำยังงั้นล่ะ..." 

ไอโกะ แฟนผู้ตายที่กำลังร่ำไห้ด้วยความเสียใจออกปากเธอไม่ได้เป็นคนทำ และปฎิเสธเสียงแข็งว่าเธอไม่ใช่คนทำอย่างแน่นอน แต่มีหรือว่าเพื่อนผู้ตายทั้งสองจะเชื่อคำพูดของเธอในตอนนี้ได้ 

"ฉันนึกว่าเธอไปได้ดีกับคิชิดะคุงซะอีก....แล้วทำไม...." 

ยีนที่เห็นว่าคดีคราวนี้ใกล้ถึงจุดจบแล้วก็ตะโกนเสียงดังลั่นเพื่อเรียกร้องความสนใจของพวกตำรวจมาที่ตนเอง 

"เอ้า! งั้นก็สรุปว่าฆาตกรคือนังผู้หญิงนั้น!! ปล่อยให้เรากลับไปได้รึยังล่ะคุณตำรวจ!!" 

เสียงของยีนก็ดังพอที่ทำให้เหล่าญี่ปุ่นมุงพูดออกมาอย่างสนุกปาก 

"โธ๊เอ๊ยเจอตัวร้ายง่ายกว่าที่คิดอีกแฮะ" 

"ฉันก็สงสัยผู้คนนั้นแต่แรกแล้วล่ะ" 

"สงสัยผัวเมียทะเลาะกันมั้ง ผู้หญิงนี่น่ากลัวจัง" 

!? 

ชินอิจิ รู้ตัวว่าคนร้ายตัวจริงคือใครก็ชี้นิ้วไปยังเพื่อนของผู้ตายที่เป็นนักกีฬายิมนาสติค 

"คนนี้ต่างหาก!!!" 

"หา!?" 

หญิงสาวนักกีฬายิมนาสติคตกใจเพราะคิดว่าตัวเองจะกลายเป็นคนร้ายไปซะได้ 

เธอพยายามบอกปัดเสียงแข็งว่า "พูดอะไรน่ะก็เห็นแล้วนี่ว่ามีดอยู่กระเป๋าไอโกะ!?" 

นักสืบหนุ่มก็สวนขึ้นทันควันว่าของที่พบนั้นไม่สามารถใช้เป็นอาวุธสังหารอย่างแน่นอน 

"ของพรรค์นั้นตัดคอไม่ขาดหรอก....โดยเฉพาะแรงผู้หญิงด้วย... แล้วถ้าเธอเป็นฆาตกรจริงก็มีโอกาสทิ้งหลักฐานได้ตลอดเวลา!! ไม่จำเป็นต้องห่อผ้าแล้วเก็บไว้ในกระเป๋าเลยนี่นา แต่เธอแอบเอามาใส่ไว้เพื่อให้ทุกคนไขว้เขวต่างหากล่ะ?" 

เธอก็ยังปฏิเสธเสียงแข็งแต่ด้วยการกระทำของเธอก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งตกเป็นผู้สงสัยมากยิ่งขึ้น 

"อย่าพูดบ้าๆน่า!! ฉันนั่งอยู่ข้างหน้าห่างจากคิชิดะคุงตั้งสองแถว!! แล้วจะตัดคอเค้าได้ยังไง? แล้วนายก็บอกเองไม่ใช่เรอะว่าแรงผู้หญิงตัดไม่ขาด" 

ชินอิจิก็ยังไล่ต้อนเธอต่อไป 

"ใช่แรงผู้หญิงคงตัดไม่ขาดแน่ แต่ถ้าใช้ลวดหรือสายเปียโนแล้วอาศัยความเร็วของรถไฟเหาะล่ะก็ มันเป็นไปได้แน่!!!" 

!? 

เธอแสดงความตกใจจนพูดไม่ออกได้แต่นิ่งเงียบ 

ชินอิจิในตอนนี้เห็นว่ามันใกล้ได้เวลาปิดฉากทำคดีแล้วนั้นก็แรงจากตำรวจให้ช่วยทำเรื่องบางอย่าง 

"เอาล่ะครับ...สมมติผมเป็นฆาตกรและสารวัตรเป็นเหยื่อ ก่อนอื่นก็เอากระเป๋ามารองไว้ด้านหลังก่อนที่เครื่องป้องกันจะกดลงมา แล้วเอาลง...ลงจากนั้นเห็นมั้ยครับ!ว่ามีช่องว่าง ลอดออกได้สบา่ยเลย" 

เขาพูดออกมาไม่หยุดเพื่อทำการสาธิตให้พวกตำรวจดูก่อนที่เขาจะลงมือสาธิตขั้นต่อไป 

"ต่อไปก็เอาเครื่องมือที่เตรียมมา อย่างเช่นเชือกกับตะขอเอาไว้ เอาขาเกี่ยวกับเครื่องป้องกันยืดตัวไปด้านหลัง แล้วนำเชือกมาผูกเป็นปมนำมาคล้องเหยื่อเอาไว้แบบนี้ ตอนที่วนอยู่อยู่ถ่ำมือไงล่ะครับ...แล้วก็ทิ้งปลายตะขอลงไปที่ราง ที่เหลือก็อาศัยความเร็วของรถไฟเหาะ ช่วยดึงจนคอหลุดจากบ่าไงล่ะครับ" 

เธอก็ยังปฎิเสธเสียงแข็งพล่ามออกมาไม่หยุดว่าไหนหลักฐานที่เธอใช้ในการสังหารผู้ตาย 

มีหรือเด็กหนุ่มนักสืบม.ปลายจะหยุดเพียงเรื่องแค่นี้ 

"งั้นขอถามหน่อย...สร้อยไข่มุกที่เธอใส่ก่อนนั่งรถไฟเหาะน่ะ มันหายไปไหนแล้วล่ะ!?" 

เธอไม่ตอบได้แต่หลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน 

"เธอเปลี่ยนเชือกที่สร้อยให้เป็นสายเปียโน แล้วก็ซ่อนตะขอเอาไว้ในกระเป๋า!! 

แล้วเธอก็เล่นยิมนาสติคด้วย!! 

มีพื้นฐานการทรงตัวที่ดีกว่าใคร เรื่องแค่นี้บนรถไฟเหาะที่กำลังแล่นก็ต้องทำได้อยู่แล้ว!!" 

แต่เป็นเพื่อนของเธอที่ออกมาช่วยพูดแก้ตัวให้เธอ 

"เดี่ยวก่อนสิ นายน่ะ!!" 

เธอได้ชี้นิ้วของไปที่ทางด้านหลังไปหยุดที่ชายชุดดำซึ่งยีนกับวอดก้ายีนนิ่งอยู่ 

"แล้วสองคนนั้นล่ะ? ถ้าใช้วิธีเดียวกันล่ะก็คนที่นั่งข้างหลังน่าจะทำได้ง่ายกว่าไม่ใช้รึ?" 

ชินอิจิ ก็พูดออกมาด้วยสีหน้าสบายๆ 

"สองคนนั้นก็น่าสงสัย แต่ไม่ใช่!!" 

ยีนกับวอดก้าหัวเราะเงียบๆ เพียงแค่สองคน 

นักสืบหนุ่มที่ขัดกลางคันก็เริ่มพูดต่อ 

"เค้าเป็นใครเราก็ไม่รู้หรอก พอเห็นตำรวจก็ทำท่าแปลกๆ ก็จริง แต่ถ้าเป็นฆาตกรย่อมต้องรู้อยู่แล้วว่าจะเป็นยังงี้!!" 

เขาหยุดพูดเล็กน้อยด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ 

"ใช่....ฆาตกรรู้อยู่แล้วว่าผู้ตายจะต้องตาย....ก็เลยร้องไห้ก่อนที่จะฆ่าไงล่ะ...." 

หญิงสาวที่ตกเป็นฆาตกรก็ยังนิ่งเงียบ 

มีีหรือเด็กหนุ่มจะหยุดเพียงแค่เนี้ย 

"ออกจากอุโมงค์รู้ว่าตายแล้วมาถึงจุดนี้ก็เพียงแค่สองถึงสามวินาที เพราะฉะนั้นคนที่ร้องไห้น้ำตานองในอุโมงค์ก็ต้องเป็นฆาตกรแน่ๆ" 

เพื่อนของเธอพยายามช่วยเหลือในการแก้ตัวแทนอย่างเต็มที่ 

"งั้นนายเห็นเรอะว่าฮิโตมิเค้าร้องไห้ตอนอยู่บนรถไฟเหาะ? นายมีหลักฐานมั้ย!?" 

ชินอิจิก็ยังไล่ต้อนให้หญิงสาวจนมุมต่อไป 

"ก็รอยคราบน้ำตาไงล่ะ ถ้าไม่ได้ร้องตอนอยู่บนรถไฟเหาะล่ะก็....." 

เขาพูดด้วยสีหน้าที่เศร้าสร้อย 

"น้ำตาคงไม่ไหลไปด้านข้างแบบนั้นหรอก....." 

หลังจากนั้นเธอก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นฆาตกรเพราะการหึงหวงของเธอสามารถใช้เป็นแรงจูงใจในการใช้สังหารได้ และอีกไม่นานเกินรอพวกตำรวจก็เจออาวุธที่ใช้การในการสังหารใช้เป็นสายเปียโนตามทีีคาดไว้ส่วนไข่มุกตกหายไปหลายเม็ด เม็ดที่เหลือก็ส่องประกายเมื่อต้องแสงอาทิตย์ยามเย็น ราวกับเป็นหยดน้ำตาที่ชุ่มไปด้วยเลือด 

************** 

(รูปแบบที่หนึ่งเส้นทางสู่ราชาฮาเร็ม ตอนที่ ๑๓ บอดี้การ์ดสาวผู้ทรงเสน่ห์) 

มันเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ฉันรู้เพลียมากที่สุดในชีวิต หลังจากที่ฉันและเด็กหนุ่มนั้นอาศัยอยู่ด้วยกัน....มันทำให้รู้สึกว่าฉันอยู่ห่างจากเขามากยิ่งขึ้น เพราะฉันไม่คิดว่าความสามารถทางการคลี่คลายคดีจะมีมากแบบนี้ราวกับเขาผู้ใหญ่ที่ประสบการณ์มาอย่างโชกโชน และวันนี้ฉันก็มาเป็นบอดี้การ์ดให้ "โมริ รัน" ลูกสาวของคนรู้จัก ราวกับว่าฉันเป็นกางขวางคอการเดตของพวกเขาทั้งสองคน 

คู่รักส่วนใหญ่ที่เดทกันที่สวนสนุกแห่งเขามักจูงมือถือแขนอีกฝ่ายไปไหนต่อไหนด้วยกัน แต่กับเป็นฉันที่อยู่อย่างโดดเดียวเดี่ยวดาย และต้องคอยสอดส่องบุคคลน่าสงสัยอยู่ตลอดเวลา มันทำให้ฉันแทบบ้า 

"เหนื่อยหน่อยนะครับ...ผู้หมวดซาโต้" 

เขาพูดกับฉันเพียงแค่เนี้ย มันกับทำให้ฉันมีความสุขมากยิ่งนัก ราวกับว่ามีน้องชายที่หล่อและน่ารักมาเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดี ฃ 

"พักหน่อยนะครับ...ผู้หมวดซาโต้" 

เขามักจะให้ฉันได้พักผ่อนยามที่ฉันรู้อ่อนแรง ท่ามกลางส่ายตาของรอบข้าง พวกเราดูเหมือนเป็นพี่น้องมากกว่าแฟนกันเสียอีก และใครจะไปคิดว่าฉันเป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมงานของเท่านั้นเอง  

"คุณหน่ะ..ไม่เป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมงานของผมเท่านั้น คุณยังเป็นพี่สาวที่ผมเคารพอีกด้วยนะครับ คุณสามารถสั่งให้ทำอะไรก็ได้ราวพี่สาวใช้งานเพื่อแกล้งน้องชาย เห็นแล้วหรือยังครับคุณยังสามารถเป็นผู้หญิงของผมด้วย....ถ้าคุณต้องการครับผู้หมวดซาโต้" 

เขารู้ได้ยังไงว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ และฉันรู้สึกว่าฉันกำลังโดนคนแกล้งอยู่เลย ฉันเป็นได้แค่พี่สาวของเธอ แต่ส่วนที่ฉันรับปากว่าถ้าฉันแพ้จะเป็นผู้หญิงของเธอ ยังอีกห่างไกลนักเด็กน้อบ แต่ฉันก็มีความสุขแล้วที่ได้มาเป็นพี่สาวของเธอแบบนี้ 

"เวลาคุณยิ้ม..คุณน่ารักมาเลยน่ะครับ...คุณพี่สาว" 

เขานำตัวของฉันเข้ามาในสู่อ้อมกอดอันแสนอบอุ่น พร้อมกับกระซิบข้างหูของฉันเบาๆ 

"ผมให้อำนาจกับคุณเต็มที่ คุณสามารถออกคำสั่งอะไรก็ได้กับผม เข้าใจแล้วใช่มั้ยครับ?...คุณพี่สาว" 

"แล้วถ้าพี่สาวคนนี้ทำแบบนั้น น้องชายอย่างเธอจะทนพี่สาวคนนี้ไหวแน่เร้อ?............." 

เขากอดฉันแรงขึ้นแล้วพูดกับฉันเบาๆ ด้วยความอบอุ่น 

"สำหรับผมแล้ว....ความสุขของผมคือการได้คุณมาเป็นผุู้หญิงของผม ไม่ใช่พี่สาวของผม....เข้าใจมั้ยครับคุณพี่สาวแสนสวยของผม?...." 

"เป็นแค่น้องชายก็พอแล้ว...เจ้าเด็กอวดดี แล้วจำไม่ได้เหรอว่า พวกเราต้องแล้วห้ามเรียกฉันพี่ว่าผู้หมวดซาโต้ แต่ให้เรียกว่าฉันพี่สาวแทน" 

ฉันตอบเขาเบาๆ ท่ามกลางสายตาคนจำนวนมาก 

เขาผละออกจากอ้อมกอดของฉันแล้วตะโกนเสียงดังขึ้นมาว่า 

"พอดีพี่สาวของผม..พึ่งอกหักมาหน่ะครับ ก็เลยต้องช่วยปลอบใจนิดนึง พวกคุณสามารถเข้าจีบพี่สาวผมได้ทุกคนนะครับ ถ้าพวกคุณมีความกล้ามากพอที่ลงมือมาจีบพี่สาวของผมอย่างเป็นทางการ" 

คำพูดของเขาดังก้องให้หัวของฉัน 

ฉันได้แต่คิดว่าฉันได้ตกหลุมพรางของเขาอีกครั้งแล้วซะนะ และดูเหมือนว่าฉันกำลังเดินตามเกมของเขาไปอย่างช้าแล้วแบบนี้ไม่เท่ากับว่าฉันต้องกลายเป็นผู้หญิงของเขาอีกคนหน่ะสิ เท่าทีรู้มาเขามีผู้หญิงในสังกัดจำนวน 3 คน แล้วถ้าเพิ่มฉันเข้าไปฉันก็กลายเป็นที่ 4 หน่ะสิ เพียงแค่คิดใบหน้าของแดงกล่ำไปหมดแล้ว 

"เวลาคุณนึกเรื่องลามก..น่ารักมากเลยนะครับ...." 

เขาอ่านใจฉันอีกแล้วเนี้ย 

************* 

(ตอนพิเศษ เรื่องลับๆ ของพนักงานธนาคาร(สาว) ตอนที่สาม) 

น้องสาวของฉันก็แอบเฝ้ามองเด็กหนุ่มที่เป็นนักสืบคนนั้นอยู่ตลอดเวลา และที่เธอเฝ้ามองเขาฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าในตอนนี้น้องสาวของฉันกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่กันแน่ เพราะตั้งแต่เด็กๆ เธอมักเก็บเรื่องต่างๆ มาคิดคนเดียวอยู่ตลอดเวลา จนบางครั้งฉันก็อยากเธอมาปรึกษาพี่สาวอย่างฉันก็แค่นั้นเอง 

"ชิโฮะ...น้องเอาแต่มองเขาแบบนั้นอยู่ตลอดเวลา เห็นหรือไม่ว่าพวกเราโดนยีนกับวอดก้าแอบเฝ้ามองอยู่เหมือนกัน"ฉันพูดขึ้นอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะต่อให้ตอนนี้ชีวิตของเธอและน้องสาวจะมีความสุขมากขึ้นแล้ว และมีอิสระมากขึ้นแล้วก็ตามที แต่ฉันก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดีว่าเจ้าพวกคนระดับสูงกำลังวางแผนอยู่กันแน่เนี้ย 

น้องสาวของฉันตอบเพียงแค่สั้นๆ ว่า 

"พี่ต้องเป็นห่วงไปหรอก...ฉันพอรู้แล้วล่ะว่าใครคือเอสแมน?" 

ฉันสะดุ้งตกใจตื่นตัวขึ้นมาแล้วเข้าไปกระซิบกับข้างๆหูของเธออย่างแผ่วเบา 

"นั้นเขาเป็นใครอย่างนั้นเหรอ?" 

เธอหัวเราะเบาๆ กับพฤติกรรมที่ดูเหมือนเด็กของฉัน 

"หึหึๆ พี่คะ ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก..เพราะอีกไม่นานเขาจะออกมาเฉลยตัวกับพี่เองล่ะคะ นั้นพวกเราไปกันเถอะเขาคนนั้นคลี่คลายคดีเสร็จเรียบร้อยแล้ว" 

ชิโฮะลากฉันออกจากพื้นที่ต้องนั้น ก่อนพวกยีนและวอดก้าจะมาหยุดเดินตรงที่พวกฉันเคยอยู่ 

"ลูกพี่...พวกเราสมควรจะตามสองคนนั้นไปต่อหรือไม่?"วอดก้าถามลูกพี่ของด้วยความลังเล เพราะพวกเขาไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตกเป็นรองมาก่อนแบบนี้ จึงทำให้พวกเขาต้องระมัดระวังตัวมากยิ่งขึ้น 

ยีนส่ายหัวอย่างเย็นชาและออกคำสั่งกับวอดก้า 

"แกจงไปเตรียมตัวการซื้อขายรอบนี้ให้ดี..ถ้าข้อผิดพลาดเกิดขึ้นล่ะกัน พวกเราจะต้องอยู่ในที่นั่งลำบาก..." 

วอดก้ารับปากและรีบออกจากสถานที่เกิดเหตุออกไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงจุดนัดพบที่พวกเขาจะทำการซื้อขายสินค้าบางอย่าง และอดตื่นเต้นไม่ได้ว่าเอสแมนจะมาอีกหรือป่าว แต่ดูเหมือนพวกเขาจะคิดถูกเอสแมนของออกมาจริง 

ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าเอสแมนคนนั้น น่าจะเป็นเด็กหนุ่มนักสืบม.ปลายคนนั้น แต่กับไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเพราะหลังจากที่พวกเขาแยกตัวออกมา เขาได้ให้ลูกน้องคนอื่นเฝ้าติดตามนักสืบหนุ่มตลอดเวลาแต่ก็ไม่ได้เห็นเขาไปไหนเลย หรือไม่ก็ขอแยกตัวออกไปไหนเลยคนเดียวก็ไม่มีซะด้วยสิ 

จนมาพบกับจดหมายจากเอสแมนที่ทิ้งไว้กับพวกเขาอีกครั้ง 

​"น่าโง่..ก็ยังน่าโง่ อยู่เหมือนเดิม จึงอยู่ที่เด็กหนุ่มคนนั้นฉลาด ชอบสังเกต และคิดวิเคราะห์ แต่พวกแกคิดผิดมหันที่หลงไปเชื่อเอสแมนคนนี้คนนั้น...หวังว่าสักวันแกจะหาตัวฉันพบ จากเอสแมน" 

 

จบไปแล้วครับ...พบกันใหม่ตอนหน้าครับ 

 

ปล.ตัวละครที่เพิ่มเข้าในบท 

คิชิดะผู้เสียชีวิตแฟนคนปัจจุบันของไอโกะ และแฟนเก่าของฮิโตมิ ซึ่งเป็นฆาตกร 

ไอโกะ แฟนคนปัจจุบันของผู้เสียชีวิต ที่ถูกใส่ร้ายว่าเป็นฆาตกร 

เพื่อนของผู้เสียชีวิตและยังเป็นเพื่อนทั้งคนถูกใส่ร้ายและฆาตกร ​ 

​ฮิโตมิ แฟนเก่าของผู้เสียชีวิตที่รู้สึกหึงหวง เมื่อต้องโดนแย่งคนรักไปเลยลงมือฆาตกร สถานที่ที่เคยเป็นเดทแรกของพวกเขา 

 

 

ความคิดเห็น