aiaeaaiaea

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เพราะนายคือของฉัน : 13

ชื่อตอน : เพราะนายคือของฉัน : 13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.พ. 2562 22:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เพราะนายคือของฉัน : 13
แบบอักษร

เพราะนายคือของฉัน[ll] : 13




“จะได้ผลเหรอคะ” เสียงกระซิบกระซาบถาม ขณะผมย่องเบาผ่านสนามหญ้าสีเขียวที่เพิ่งถูกรดน้ำจนชุ่ม 


“ได้ผลสิครับ เชื่อผม” กระซิบตอบกลับอย่างมั่นใจ พร้อมแบกร่างหนักๆ บนตัวเดินไปตามทางที่อยู่ในแผน “ทำตามที่ตกลงเลยนะครับ แยกย้าย”


“ค่ะ/ค่า” 


สั่งเสร็จทุกคนก็แยกไปประจำตำแหน่งของตัวเอง ส่วนผมก็ต้องเดินไปให้ถึงจุดหมายที่ตั้งใจไว้ แม้จะลำบากสักแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้ามันทำให้พี่โชหายโกรธได้ละก็ ไอ้กลอยคนนี้จะสู้ ว่าแต่ พี่โชโกรธผมจริงๆ อย่างที่ไอ้ทูบอกแน่เหรอ คนโกรธยังสามารถจูบปาก หอมแก้มกันได้ปกติเหรอ ผมละสงสัยจริงๆ 


“ระวังค่ะ!” 


ไม่ทันแล้วกับคำเตือนที่ได้ยิน เพราะผมสะดุดกับทางต่างระดับจนล้มหน้าคว่ำไปแล้ว โชคดีที่ตัวผมมีสิ่งป้องกันอยู่ เลยไม่ได้บาดเจ็บเลือดออก แต่แน่ๆ คือช้ำ


“ผมไม่เป็นไรครับ” บอกขณะถูกดึงให้ลุกขึ้น 


“ไหวแน่นะคะ พี่ละปวดแทน” 


“แค่นี้ผมไหว” 


ตอบไปพร้อมเสียงหัวเราะแห้งๆ ตอนนี้ไม่เจ็บ อีกเดี๋ยวปวดแน่ 


ผมลากขาเดินไปยังจุดหมายต่อ พอถึงก็ส่งสัญญาณให้ผู้ร่วมมือทั้งหลายเตรียมพร้อม ผมให้พี่แม่บ้านของพี่โชช่วยดูสภาพตัวเองว่าโอเคหรือยัง ก่อนพี่เขาจะพูดผ่านวิทยุสื่อสารประจำบ้าน


ขอให้สำเร็จทีเถิด 


ตอนแรกที่จะมา ผมโทรเข้ามาเช็คที่บ้านก่อน รู้ว่าครอบครัวพี่โชออกไปงานเลี้ยงวันเกิดคนรู้จักกันหมด เหลือแค่พี่โชคนเดียวที่อยู่ นี่ถ้าไม่ติดว่าตัวเองมีความผิดติดตัว คงมีงอนไปแล้ว ก็พี่โชบอกเอง ว่ากลับบ้านเพราะพ่อเรียก แล้วไหงคนเรียกกลับไม่อยู่ คนอยู่กลายเป็นคนถูกเรียก 


อยากหลบหน้ากันก็บอก โธ่


‘ป้าจะเรียกแล้วนะคะ’ เสียงจากวิทยุสื่อสารดังเรียกสติ ผมรีบยกมือเป็นสัญญาณให้พี่คนที่ถือให้ป้าเรียกได้เลย ตอนนี้หัวใจผมกำลังทำงานอย่างหนัก ทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว สายตาจ้องไปยังห้องที่ปิดผ้าม่านที่เห็นเพียงแสงไฟสะท้อนให้รู้ว่ามีคนอยู่ ‘คุณโชคะ’ เสียงเรียกดังแว่วเข้ามา ทำเอาใจแทบกระเด็นออกมาเต้นนอกอก ยิ่งได้ยินเสียงตอบรับของพี่โช มือ ขา แข้งก็พาลสั่นไปหมด ‘ป้าเหมือนเห็นตัวอะไรไม่รู้อยู่ที่สระน้ำ คุณโชลองไปดูหน่อยได้ไหมคะ ตอนนี้เลยค่ะ โอเค ไปแล้ว’


พอเห็นเงาลางๆ ของพี่โชเดินมาใกล้ ผมก็รีบยกมือบอกลุงยามให้กดเปิดเพลงที่เตรียมมาในแล็ปท็อป และทันทีที่ผ้าม่านถูกกระชากเปิดออก ก็ตรงจังหวะอินโทรเพลงเต่างอยก็ดังขึ้นพอดี อาจเพราะเป็นเพลงที่เคยเต้น เคยฝึกมาก่อน ทำให้ครั้งนี้ดูพลิ้วไม่ต่างจากเดิม แม้ชุดที่ผมสวมใส่จะเกะกะไปหน่อยก็ตาม ช่วงที่เต้น ผมก็พยายามมองผ่านรูดวงตาของชุดไปยังคนที่ยืนดูอยู่ที่หน้าต่าง แม้จะลำบากก็ตาม แต่ผมอยากแน่ใจว่าคนที่ผมมาง้อ เขากำลังดูอยู่ 


แน่นอนว่าคนอย่างกลอยประเกรียน ไม่มาเต้นประกอบเพลงเต่างอยแบบธรรมดาอย่างที่งานโรงเรียนน้องบีมหรอก มันต้องขั้นแอดวานซ์กว่านั้น ต้องขอบคุณไอ้เค ที่พาผมไปยืมชุดมาสคอตหมีที่ร้านพี่สะใภ้มัน แถมยังให้ราคาพิเศษอีก ก็นะ คนอย่างกลอยประเกรียนจะง้อคนรักทั้งที จะให้มาแบบเรียบๆ ง่ายๆ อย่างคนอื่นคงไม่ได้ มันผิดวิสัยของผมไป แล้วมันก็จะดูเหมือนเราไม่พยายามทำ ดังนั้น การง้อของผมที่ผ่านการใช้สมองคิดแล้วคิดอีกอย่างวิธีนี้คือดีที่สุด 


แต่ถ้าให้ย้อนไปคิดอีกที ผมละอยากใส่ชุดนอนเต้น พอใส่ชุดมาสคอตเต้นแบบนี้ มันช่างอบอ้าว แถมหายใจไม่ทันอีก เพิ่งรู้ซึ้งถึงความยากลำบากของคนที่รับจ้างสวมมาสคอตไปเต้นสะบัดในงานต่างๆ พวกเขาคือคนเก่งที่แสนอดทน


และกว่าเพลงเต่างอยจะจบ ผมก็เต้นซวนเซไปหลายรอบ เกือบตกสระน้ำตรงหน้าด้วย เหตุเพราะเต้นนานๆ เข้ารู้สึกเหมือนมีลูกตุ้มถ่วงไปทั่วตัว แทบยกแขนขาไม่ขึ้น นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อพี่โชนะ ผมไม่ทำหรอก 


“อ่าว” เผลอร้องออกมาหลังจากเสียงเพลงจบ เพราะเงยหน้าขึ้นไปดูที่หน้าต่าง กลับเจอแค่ความว่างเปล่า คนที่ยืนอยู่กลับหายไปพร้อมหน้าต่างที่ปิดสนิทเหมือนตอนแรก 


เคยไหมครับ ที่อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาเอง โดยที่เราไม่รู้สึกตัว ตอนนี้ผมกำลังเป็น ภายใต้หัวหมีสีน้ำตาลอันใหญ่นี้ น้ำตากำลังไหลอาบแก้มโดยที่ไม่สามารถเช็ดได้ เพราะยกมือเช็ดทีไรก็เจอแต่หน้าหมี  


“ทำอะไรน่ะ” เสียงทุ้มดังมาจากสักที่ทำให้ผมรีบหันซ้าย หันขวามองหา ก่อนรูสายตาแคบๆ จะโฟกัสไปที่คนที่ยืนอีกฝั่งของสระว่ายน้ำ พี่โชเท้าเอวเลิกคิ้วมองมาที่ผม “ไปเอามาสคอตหมีมาจากไหน” 


“ยืมมา” 


“หา?” 


“ยืมมา!” 


ตะโกนข่มเสียงสะอื้นผ่านหัวหมีไป เห็นพี่โชหลุดขำออกมา ก่อนปรับสีหน้าให้นิ่ง 


“แล้วมาทำอะไรที่นี่” 


แว๊บหนึ่งคิดอยากพูดประชด แต่ไม่ดีกว่า ไม่อยากเพิ่มเรื่องปวดหัว


“ก็มาง้อ”


“ฟังไม่รู้เรื่อง”


“มาง้อโว้ย!” พูดจบผมก็ยกหัวหมีออก ไม่ไหวแล้ว รำคาญไม่พอ ยังหนักอีก “มาง้อไง” พูดเสร็จก็ปาดคราบน้ำตาที่แก้มออกอย่างลวกๆ


“ง้อ? ง้อใคร?”


“ง้อคนที่น้อยใจ ง้อพี่โชนั่นแหละ” น้ำตาพาลจะไหลอีกแล้ว ทั้งที่เพิ่งปาดออกจากแก้มไป “พี่โชโกรธกลอยเหรอ”


“พี่ไปโกรธกลอยเรื่องอะไร”


“ก็เรื่อง....” อยู่ดีๆ ก็พูดไม่ออก “มาคุยตรงนี้” เริ่มเจ็บคอเพราะต้องตะโกนคุย แต่พี่โชดันส่ายหน้าเฉย   


“ว่าไง พี่โกรธกลอยเรื่องอะไร?”


“ก็เรื่องไอ้ไบร์ท” พอได้ยินชื่อปุ๊บ พี่โชก็เปลี่ยนท่า จากเท้าเอว มากอดอก แม้จะอยู่ไกลแต่ก็รู้ว่าสายตาน่ากลัว “กลอยรู้ว่าตัวเองผิดที่ไม่ได้บอก แต่มันไม่มีอะไรให้บอกจริงๆ นี่”   


 “ถ้าคิดว่าไม่มีอะไรให้บอก แล้วทำไมคิดว่าพี่โกรธ?”


“ก็...” 


เออว่ะ แต่ก่อนจะอ้าปากพูดต่อ คำของไอ้ทูก็ลอยเข้ามากระแทกหน้า ว่าผมเป็นคนทำให้ทุกคนเดือดร้อน โดยเฉพาะคนที่ยืนอยู่อีกฝั่งของสระน้ำ 


“ก็อะไร แล้วทำไมยังไม่ถอดชุด ไม่ร้อน....”


“กลอยขอโทษที่ทำให้พี่โชเจ็บตัว” พูดโพล่งขัดออกไป พี่โชถึงกับเงียบ “กลอยรู้แล้ว ว่าพี่โชถูกรุมยำตีนเพราะกลอย พี่ปากแตกเพราะกลอยๆ ขอโทษ!” ทำไมวันนี้ต่อมน้ำตาผมตื้นจังวะ กลั้นสะอื้นจนแสบจมูกไปหมดแล้วเนี่ย “กลอยมันสมองกลวง สมองน้อยทำให้คิดน้อย ไม่สนใจความรู้สึกของพี่โช ทั้งที่พี่เอาแต่คิดเรื่องกลอยอยู่ตลอด กลอยมันไม่ได้เรื่อง มีดีแค่หน้าตาก็เท่านั้น” ยกแขนขึ้นปาดเอาน้ำตากับขี้มูกออก ได้ยินเสียงขำลอยมาจากด้านหน้าและด้านหลัง ลืมไปว่าพี่ๆ แม่บ้านก็ยังอยู่ “ยกโทษให้กลอยนะ ต่อไปนี้ กลอยจะไม่คิดแทนพี่โช จะไม่คิดแทนใครอีก” 


“ขี้แยว่ะ” พี่โชยิ้มพรายออกมาพลางถอนหายใจ มือยกกวักเรียกผมยิกๆ อย่างกับนางกวักหน้าร้านแม่ผม 


“พี่โช กลอ...”


เรียกได้แค่นั้น เพราะเพียงผมก้าวขาแค่สองก้าว ภาพตรงหน้าของผม ก็กลายเป็นมวลน้ำมหาศาลที่กำลังดึงผมดำดิ่งลงก้นสระ แม้พยายามถีบขาตัวเองเพื่อให้ลอยขึ้นจากน้ำ แต่ชุดมาสคอตที่เปียกทำให้ผมขยับตัวได้อย่างยากลำบาก แถมความหนักก็ยิ่งถ่วงร่าง ก่อนที่จะขาดอากาศหายใจ แรงกระชากแขนฉุดดึงให้ตัวผมโผล่ขึ้นไปเกาะขอบสระว่ายน้ำ


“มาค่ะ เดี๋ยวพวกพี่ช่วย” 


เกาะขอบสระได้ ผมก็ไอจนตัวโยก พยายามโกยอากาศเข้าปอด ก่อนแขนสองข้างจะถูกพี่ๆ แม่บ้านช่วยกันดึงขึ้นจากสระพร้อมชุดมาสคอตหมี ส่วนพี่โชคอยดันก้นผมอีกที พอผมขึ้นได้ ก็กระโดดขึ้นมานั่งข้างๆ พลางลูบหน้า ลูบหัวผมอยู่ตลอด 


“ไหวไหม” ตอบคำถามพี่โชโดยการพยักหน้าแทน “ถอดชุดสิ จะใส่ทำไมเนี่ย” 


“อื่อๆ” ตอบไปแบบนั้น ก่อนจะให้พี่โชช่วยรูดซิปด้านหลัง “ชุดเปียกหมดเลยอะ” 


“ตกน้ำก็ต้องเปียกสิ” 


“โดนปรับอีกแล้ว” เงยหน้าทำตาปริบๆ ใส่พี่โช ตอนชุดน้องจุก ที่ถูกพี่แทมผลักตกน้ำก็ถูกปรับจนกระเป๋าแบนมารอบหนึ่ง นี่ชุดมาสคอตหมีที่น่าจะแพงกว่า ไอ้กลอยตายแน่ แบบนี้คงต้องหาตัวช่วย “พี่โช...”


“เรียกเสียงอ้อนแบบนี้ จะให้พี่ช่วยออกค่าปรับให้ล่ะสิ”   


นี่ไง ปีศาจรู้ทันเสมอ และพอผมพยักหน้าก็ถูกดีดหน้าผากเสียงดัง ทำเอาพี่ๆ แม่บ้านขำคิกคักกันใหญ่


“หายโกรธกลอยแล้วใช่ป่ะ” 


“พี่ไม่เคยโกรธกลอยสักหน่อย” แต่พอถูกผมจ้องหน้าหนักเข้า ก็ยอมรับออกมา “นิดหนึ่ง”


“แต่หายโกรธแล้วใช่ป่ะ เนี่ย กลอยคิดและทำทุกอย่างเพื่อมาง้อพี่โดยเฉพาะเลยนะ คนอื่นไม่มีทางได้แบบนี้บอกเลย” มันน่าอวดตรงไหนวะ แต่ก็ขอให้ได้โม้สักนิด  


“แต่งมาสคอตหมี แต่เต้นเพลงเต่างอยคือผ่านการคิดมาแล้วจริงๆ เหรอ” พี่โชพูดจบปุ๊บ เสียงหัวเราะก็ดังรอบตัว จนผมต้องกระแอม


“ก็...ก็มันไม่มีมาสคอตเต่านี่ ถ้ามีกลอยก็เช่าแล้วสิ” แก้เก้อไปแบบเนียนๆ พี่โชถึงกับขำออกมาเสียงดัง “กลอยขอโทษ”    


“อ้อนเก่งนะคะเนี่ย” เสียงล้อมาตอนที่ผมใช้หัวเปียกๆ ถูไถไปตามต้นแขนของพี่โช “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเราขอตัวก่อนนะคะ แล้วชุดหมี เดี๋ยวเอาไปเป่าแห้งให้ แต่ไม่รู้ว่าจะเสร็จตอนไหนนะคะ”


“ขอบคุณนะครับที่ช่วยผม” ยกมือไหว้พี่ๆ ป้าๆ ลุงๆ ทุกคนที่ช่วยแผนการง้อของผม พอทุกคนไปแล้ว ร่างเทพบุตรก็หายไป องค์ปีศาจก็ลงทันที 


“คิดนานไหมเนี่ย” พี่โชนั่งจุ้มปุกอยู่ข้างๆ เพื่อให้ผมพิง “การง้อแบบเพี้ยนๆ เนี่ย”


“คิดไม่นานเลย เพื่อพี่โช กลอยทำได้ทุกอย่าง เชี่ย” ถูกตีหัวจนหลุดสบถคำหยาบเลยโดนเคาะอีกรอบ 


“ทีเรื่องแบบนี้คิดเก่ง ทีเรื่องจริงจังคิดไม่ได้ คนอะไรวะ”


“นี่ด่า?”


“เปล่า พี่แค่บ่นลอยๆ ให้หมามันได้ยิน”


“อ๋อ เดี๋ยวนี้ด่ากลอยเป็นหมาเหรอ”


“ขอขาหน้าหน่อย” แล้วผมก็บ้าจี้ยกมือวางจริงๆ พี่โชถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง “เก่งมากไอ้หมา”


“ยัง”


“ยังอะไร?”


“ยังไม่หยุดขำอีก หนาวแล้วเนี่ย” นี่ขนาดไม่ใช่หน้าหนาวนะ 


“หนาวก็ลุก” 


“ดึงหน่อย เหน็บกินขา”


เห็นพี่โชส่ายหน้าช้าๆ ก่อนยื่นมือมาดึงผมให้ลุก แต่พอจะจูงมือเข้าบ้าน ผมก็รั้งตัวเองไว้จนคนเดินนำหันมามอง

“อะไร?”


“หัวหมี” 


เพราะชุดหมีพวกพี่ๆ เขาเอาไปแล้ว เหลือหัวหมีที่มันกำลังจ้องหน้าผมตาแป๋ว

“ช่างหัวหมีมัน” 


“ช่างไม่ได้ กลอยต้องเอาไปคืนทั้งชุด” 


“เดี๋ยวให้พวกเขามาเก็บ” พี่โชดึงแขนผมให้เข้าบ้าน โดยที่ตาสองข้างของผมยังสบตากับหัวหมี จนผมต้องรั้งแขนตัวเองอีกรอบ “อะไรอีก”


“สงสารหมี”


“หา?”


“มันจะร้องไห้ เพราะคิดว่าเราทิ้งมันแน่”


“ดึงสติหน่อย ไปอาบน้ำ” 


น้ำเสียงดุเอาซะผมรีบเดินนำหน้า ส่วนหัวหมีอาบน้ำเสร็จค่อยลงมาเก็บก็ได้ ว่าแต่ คนอะไรไม่มีความเห็นอกเห็นใจหัวหมี พี่โชเป็นคนยังไงกัน และทันทีที่เข้าห้อง ผมรีบคว้าผ้าเช็ดตัวของพี่โช ที่วางพาดอยู่ที่ราวตาก จนเจ้าของห้องรีบมาดึงออก


“ใช้ผืนใหม่ ผืนนี้มันเปียก” ว่าเสร็จผมก็ได้ผ้าขนหนูผืนใหม่ ที่นุ่มและหอม


“พี่โชไม่อาบเหรอ” เพราะคนตรงหน้าก็เปียกม่อลอกม่อแลกเหมือนกัน


“อ่อยเหรอ” ในตอนแรกก็ไม่เข้าใจความหมาย แต่ได้เห็นสีหน้ากรุ้มกริ่มแล้ว ผมก็รีบเดินฉับๆ เข้าห้องน้ำอย่างไว เรื่องหื่นมาเป็นที่หนึ่งล่ะ ปีศาจน่ะ 


ใช้เวลาอาบน้ำอยู่ไม่นานก็ออกมา แต่เจ้าของห้องกลับไม่อยู่ เช็ดผมไป มองรอบๆ ห้องไป นานแล้วที่ไม่ได้เข้าห้องนี้ ปกติจะอยู่ที่คอนโดซะส่วนใหญ่ ห้องนี้ที่จริงก็สวย ฟอร์นิเจอร์เป็นไม้ขัดมันวาววับ มีตู้โชว์โมเดลรถเล็กๆ กับรูปถ่ายสมัยเด็กของเจ้าของห้อง 


“ดูอะไร” เสียงทุ้มๆ ดังจากหน้าประตู พี่โชถือแก้วนมเดินเข้ามาหา “จะหารูปอุบาทพี่ไปแบล็กเมล์ละสิ” 


“รู้ทันตลอด” ผมจำได้ว่า เคยเห็นรูปโป๊สมัยเด็กของพี่โชวางอยู่ในชั้นด้วย แต่สงสัยเจ้าตัวจะเอาไปซ่อน รู้แบบนี้แอบถ่ายรูปเก็บไว้ซะก็ดี “ไปอาบน้ำ เดี๋ยวก็เป็นหวัด คัดจมูก น้ำมูกไหล”

“ขี้บ่นว่ะ”  


มองตามหลังคนตัวเปียกเข้าห้องน้ำไป ก็นึกออกว่าลืมหัวพี่หมีไว้ พอเปิดผ้าม่านดู ของที่ลืมก็ไม่ได้อยู่ที่สระน้ำแล้ว หัวหมีหาย!! หรือหมาจะคาบไป แต่บ้านนี้มีหมาด้วยเหรอ ช่วงสมองกำลังคิด ปากก็ดื่มนมจนหมดแก้ว พอดีกับพี่โชออกมาจากห้องน้ำ 


“หมีหาย” 


“หา?”


“หัวหมีหายไป พี่โชลงไปเก็บเหรอ” ถามปุ๊บ คนตรงหน้าก็พยักหน้าลง “กลอยว่าแล้ว ว่าพี่โชต้องใจดี ไม่ทิ้งหมี” 


“เพราะกลัวเสียค่าปรับเยอะต่างหาก” 


“โหย”


“พูดมาก มานั่งนี่” 


ทำหูทวนลมไปก็เท่านั้น เพราะตอนนี้ถูกดึงให้มานั่งปลายเตียง โดยที่คนดึง หยิบผ้าขนหนูผืนใหม่มาขยี้หัวผมอย่างมันมือ ก่อนจะค่อยๆ เบามือลง 


“กลอยขอโทษที่ทำให้พี่โชคิดมากอยู่คนเดียว” อยู่ๆ ก็อยากพูดความผิดตัวเอง พี่โชชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะออกแรงเช็ดผมของผมต่อ “ขอโทษที่กลอยคิดน้อย เห็นว่ามันไม่สำคัญเลยไม่อยากบอก กลอยคิดเอง เออเองว่ามันไม่น่าจะเกี่ยวกับเราตรงไหน ก็เลยไม่ได้บอก” 


“เรื่องของกลอย สำคัญกับพี่ทุกเรื่อง กลอยก็น่าจะรู้...หรือไม่รู้?”


“รู้สิ แต่กลอยแค่คิดว่า มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไอ้เด็กนั่นก็คงเหมือนกับพวกคนอื่นๆ ที่เข้ามากวนตีนเฉยๆ” 


“ถ้ากลอยเห็นข้อความที่พี่คุยตอบกลับไปก็น่าจะรู้ ว่ามันไม่เหมือนคนอื่นๆ” รีบพยักหน้าลงอย่างจำนน “เห็นแล้ว แต่ก็ยังเงียบ”


“ก็พี่โชไม่ถาม กลอยก็เลย...”


“พี่ต้องถามเหรอ?” รีบส่ายหน้ารัวๆ “อันที่จริง พี่ก็เคยถามไปแล้ว...”


“ถามตอนไหน” โพล่งขัดออกมา 


“ก็ถามตลอด ว่ามีอะไรจะบอกพี่ไหม” 


“อ๋อ”


“อ๋อนี่คือจำได้?”


“ไม่ได้”


“ไอ้!!” 


ผมยื่นแขนโอบรอบเอวพี่โช พลางให้แก้มถูกับอกอุ่นๆ 


“พี่โชจะโกรธกลอยก็ได้ แต่ห้ามโกรธนานนะ” 


“พี่ไม่เคยโกรธ แต่น้อยใจที่กลอยเห็นพี่ไม่สำคัญ”


“พี่โชสำคัญกับกลอยมาก”


“มากเท่าชาบูไหม”


“ชาบูมากกว่านิดหนึ่ง...ล้อเล่น ใครจะมาสำคัญมากกว่าปีศาจสุดหล่อล่ะ” อ้อนเก่ง ปากหวาน คืองานถนัดของผมล่ะ “ต่อไปกลอยจะบอกพี่โชทุกเรื่องเลย จะพยายามคิดเยอะๆ ฝึกสมองประลองปัญญาบ่อยๆ”


“ประลองปัญญา?” พอถูกถามกลับ โดยที่ยังไม่ทันได้คิดเตรียมมุกต่อ เลยถูกขำใส่ พี่โชใช้คางแหลมๆ โขกกับหัวผมเบาๆ “ไอ้เกรียนเอ๊ย”


“หายโกรธ เอ๊ย หายน้อยใจกลอยแล้วใช่ป่ะ เนี่ย กลอยไม่เคยง้อใครแบบนี้มาก่อนเลยนะ”


“ก็ลองไปง้อคนอื่นดูสิ พี่ไปกระทืบไอ้เชี่ยนั่นตายแน่” พอพูดเรื่องกระทืบผมก็นึกขึ้นได้ ผมดันตัวเองออกจากอ้อมกอด พลางจ้องไปที่มุมริมฝีปากที่มีคราบแห้งของเกร็ดเลือด “มองทำไม หรืออยากให้พี่จูบ?”


“กลอยไม่ได้หื่นขนาดนั่น” ว่าจบก็ยื่นมือไปแตะแผล พี่โชจะขยับหน้าหนี แต่ผมยกมืออีกข้างกุมแก้มไว้ “กลอยรู้เรื่องที่พี่เจ็บตัวแล้วนะ ขอโทษที่กลอยทำให้พี่เจ็บ”


“ไม่ใช่เพราะกลอยหรอก”


“ทำไมจะไม่ใช่ ก็เพราะกลอย พี่โชถึงไปหาไอ้บะ...ไอ้นั่นที่มหาลัยกลอย แล้วมันก็พาพวกไปรุมพี่ ทุกอย่างเพราะกลอยทั้งนั้น เพราะความหล่อของกลอย”


“มันจะซึ้งอยู่แล้วเชียว” ถูกเขกหัวจนหน้างอเพราะความเจ็บ “พี่คุยกับไอ้เด็กนั่นแล้ว พวกที่อยากรุมเป็นเพื่อนมัน เห็นสาวโต๊ะพวกพี่เยอะก็เลยหมั่นไส้” 


“ไอ้ทูบอก มีคนมานั่งตักพี่โชเหรอ” ถามเสียงกระด้าง ก่อนยกมือขึ้นกอดอกจ้องหน้าอย่างคาดคั้น


“ทูบอกแค่นั้นเหรอ?” ส่ายหน้าเป็นคำตอบ เดี๋ยวเสียฟอร์มความโหด พี่โชขำออกมา มือก็ยื่นมาขยี้หัวผม “ตักพี่มีให้เมียนั่งคนเดียว”


“พูดดี”


“มีรางวัลให้หรือเปล่าล่ะ”


ไม่ได้พูด แต่พุ่งเข้าคลุกวงในพี่โชเป็นคำตอบ และถึงแม้ผมจะเป็นคนเริ่ม ก็ใช่ว่าจะได้คุมเกมส์ตลอด มันน่าเจ็บใจก็ตรงถูกพลิกนี่แหละ ทั้งที่ผมควรจะเป็นฝ่ายได้เปรียบแท้ๆ แถมพี่โชไม่ยอมปราณีผมอีก รู้ว่าพี่โชแข็งแรง แต่ช่วยเก็บแรงไว้ทำอย่างอื่นบ้าง เพราะพรุ่งนี้ผมยังอยากเดินปกติเหมือนคนธรรมดาทั่วไป



ได้ยินไหมปีศาจ!!!  



....TBC


มาแล้วค่าาาาาาาาาาาา  และมาช้าอีกตามเคย (ยกมือไหว้ปลกๆ) 

จะลงหลายวันแล้ว แต่ก็ไม่ได้ลง มันน่านัก!!

แผนการง้อของกลอยเกรียนมาแบบเรียบๆ ง่ายๆ มากค่ะ ถถถ หวังว่าร้านที่ยืมชุดจะให้ยืมต่ออีก 555

แล้วพบกันตอนหน้าค่าาา (ก้มกราบ)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น