ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 36 :: สวัสดีครับคุณพ่อตาและคุณแม่ยาย

ชื่อตอน : โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 36 :: สวัสดีครับคุณพ่อตาและคุณแม่ยาย

คำค้น : ฑิวากรณ์ โลจิสติกส์ สิงฆ์เมียร์แคต ดองกี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.7k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.พ. 2562 18:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 36 :: สวัสดีครับคุณพ่อตาและคุณแม่ยาย
แบบอักษร

วันสุดท้ายของงานกีฬา

วันนี้คึกคักกว่าสองวันหนักมากเพราะเป็นวันสุดท้ายของงานและงานจะเลิกเร็วหน่อย หลายคนเหนื่อยล้ากับการแข่งเพราะบางคณะคนน้อยก็ต้องควบสองประเภทบ้าง สามประเภทบ้างแล้วก็ผลการแข่งฟุตบอลเมื่อวาน วิทย์ฯการกีฬาฟาดเรียบแต่มีแค่วิศวะของปีหนึ่งที่คว้าชัยชนะมาได้ ปาล์มบอกว่าเป็นเพราะโซ่คนเดียว ในเมื่อคนอื่นๆไม่คุยไม่เข้าขากับโซ่ ไอ้โซ่เลยฉายเดี่ยวคนเดียวโดยไม่สนใจเพื่อนร่วมทีมสักคนแต่มันก็ทำให้ทีมชนะจนได้

ผมเสียดายมากที่ไมไ่ด้ดูมันแข่งเพราะหลังจากพี่สิงฆ์ทำงูสงบ เราก็กลับหอแล้วนั่งดูเน็ตฟลิกซ์สั่งพิซซ่ากับเคเอฟซีมากิน เพื่อนๆก็โทรตามพี่สิงฆ์ไปสังสรรค์แหละแต่พี่มันไม่ไปเอง

พอมาถึงวันนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้าย ที่คณะจะฉลองใหญ่กันรวมทั้งปีหนึ่งถึงปีสี่ พี่ปีสี่ของคณะเรากลับมาพร้อมหน้ามากด้วยเหตุผลที่ว่า วันสุดท้ายของแดกเยอะ ที่ว่าเยอะเนี่ยไม่ใช่แค่คณะเรานะครับ พวกพี่มันพร้อมไปกินกับคณะอื่นมากๆอ่ะ กินข้ามคณะเลยก็ว่าได้แต่ว่านะ...

"โทษทีว่ะ กูต้องไปบ้านน้องมัน ไปไหว้พ่อตาแม่ยายสักหน่อย"

ด้วยประการฉะนี้แหละทำให้ผมกับพี่สิงฆ์ถูกล้อทั้งวัน! ผมลองโทรหาแม่และเกริ่นๆไว้แล้วว่าจะพาคนๆนึงไปที่บ้าน เป็นรุ่นพี่ แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นอะไรกัน ไอ้พี่มังกรไลน์มารัวๆทันทีที่รู้จากแม่แต่ผมไม่ได้บอกมันอ่ะ ให้มันอยากเสือกจนจุกตายไปเลย

"ตื่นเต้นอ่ะ เรากลัวทำไม่ได้"

แก้วตาพูดเสียงเครียดขณะมองคณะนิเทศที่กำลังเต้นเชียร์ด้วยความกังวล วันสุดท้ายเราแข่งเชียร์ซึ่งแยกเป็นรายการพิเศษออกมา ตอนเห็นชุดของคณะนิเทศและหน้าตาสาวๆ บอกเลยว่าโคตรเพอร์เฟค โคตรสวยเลยอ่ะ

"ทำเท่าที่ทำได้ก็พอน่า"

แต่คณะที่เครียดกว่าคือวิศวะ ผู้หญิงปีนี้น้อยกว่าทุกปีแต่เห็นว่าถอนตัวไปแล้ว แต่ที่ตลกคือ บัวที่เป็นผู้หญิงไม่ถูกเลือกทั้งที่หน้าตามันก็สวยนะ มันแค่ห้าวเฉยๆเอง

หลังจากคณะนิเทศแสดงจบ บอกเลยว่าเอาคะแนนเต็มไปเถอะ ท่าเต้น เพลง สแตนเชียร์ คือทุกๆอย่างโคตรเป๊ะอ่ะและคณะต่อไปที่ต้องแสดงคือคณะสุดท้าย...โลจิสฯเองจ้า ผมตบไหล่แก้วตาเบาๆแล้วชูสองนิ้วให้

การแสดงของคณะเราเริ่มขึ้น มันไม่ได้อลังการงานสร้างแบบนิเทศหรอกครับแต่สำหรับผม ผมว่ามันสวยมากๆ มันเป็นความตั้งใจของเพื่อนร่วมคณะที่ตั้งใจแสดงออกมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความเหนื่อยความลำบากที่ซ้อมมาตลอดตั้งแต่เริ่ม ความพยายามที่จะใส่ให้สุดแรง ไม่ต้องชนะก็ได้แค่ได้ปลดปล่อยสิ่งที่พยายามมาตลอดสู่สายตาคนอื่นก็พอ

เมื่อการแสดงของคณะสุดท้ายจบลง เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมๆกัน ผู้นำเชียร์ทั้งสิบกว่าชีวิตจับมือกันแล้วโค้งคำนับก่อนกลับมาที่ซุ้มของโลจิสฯ(แข่งเชียร์เราแข่งสนามใหญ่กลางมหาลัยเลยจัดเป็นซุ้มๆตามคณะ) ผมเอาขวดน้ำและผ้าซับเหงื่อแจกจ่ายให้ทุกๆคน ผมมาช่วยงานพี่ฟ้าในส่วนนี้แทน ส่วนพี่สิงฆ์ไปจัดการเรื่องงานเลี้ยงฉลองกับพวกพี่ไพ่ งานฉลองวันสุดท้ายจะเริ่มตั้งแต่ประกาศผลว่าคณะได้ที่หนึ่ง คณะไหนที่สอง คณะไหนที่สามและทันทีที่พิธีกรกล่าวปิดงาน ตอนนั้นแหละครับที่งานเลี้ยงจะเริ่ม แต่ผมกับพี่สิงฆ์ต้องไปบ้านผมแทน

"ต่อไปเป็นลำดับการประกาศผลคะแนนรวมทั้งหมดตลอดสามวันในงานแข่งกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างคณะ ครั้งที่ XX ปี พ.ศ.25XX"

เสียงประกาศดังขึ้นทำให้รอบข้างหยุดการกระทำทุกอย่างลง ทุกเสียงเงียบกริบ

"ราลวังชนะเริศรองอันดับสองได้แก่...คณะโลจิสติกส์ครับ!!!"

"....."

ทั้งคณะเงียบกริบแล้วพากันมองหน้าด้วยความงง

"คะแนนของสาวๆเป็นตัวช่วยเลยนะเนี่ย"

เท่านั้นแหละ อ๋ออออ ยาวกันทั้งคณะและเชื่อไหมครับว่าสาวๆนี่นั่งกอดอกเชิดหน้ากันเลย พี่ฟ้าหน้าบานเวอร์อ่ะ

"สำหรับงบประมาณที่จะเข้าคณะ จำนวนทั้งหมด 35,000 บาทนะครับ"

ก็โอเคนะ สามหมื่นห้า

"รางวัลต่อมา รางวัลชนะเริศรองอันดับหนึ่งได้แก่คณะ...นิเทศครับผม!"

กรี๊ดดดดดดดดดดด

เฮฮฮฮฮฮฮฮฮ

เสียงกรี๊ดเสียงดีใจจากซุ้มของคณะนิเทศดังลั่น เห้ยยย พลิกไปไหม การแสดงเชียร์ของนิเทศคือเจ๋งเลยนะแล้วทำไมได้ที่สองวะ ในขณะที่คณะอื่นงงใจมีแค่คณะนิเทศเนี่ยแหละที่ไม่สนใจอะไรเลย

"งบประมาณเข้าคณะทั้งหมด 45,000 บาทครับผม"

โห มากกว่าคณะผมตั้งหนึ่งหมื่นแล้วคณะที่ชนะจะได้เท่าไหร่วะนั่น

"รางวัลชนะเริศอันดับหนึ่งได้แก่คณะ...วิทยาศาสตร์การกีฬาครับผม!!"

ไม่แปลกใจเลยจ้า การแสดงของคณะนี้ไม่เด่นแต่การแข่งกีฬาโคตรจ๊าบอ่ะ เก่งเกินนักศึกษาไปแล้ว

"จำนวนเงินงบประมาณทั้งหมดที่จะได้รับเป็นจำนวนทั้งสิ้น 50,000 บาทครับ!!!"

เข้! เยอะสัส! คณะวิทย์ฯการกีฬาคือแบบ...กรี๊ดดังมากพวกผู้ชายก็เฮลั่น พอประกาศผลเรียบร้อย พูดปิดงานเสร็จตอนสี่โมงเย็นเป๊ะๆ งานเลี้ยงก็เริ่มตั้งแต่สี่โมงหนึ่งนาทีไปเลยจ้า

"เรารอไอ้สิงฆ์ใช่ป้ะ?"

พี่ฟ้าเข้ามาถาม ผมเลยพยักหน้าหงึกๆ

"เดี๋ยวมันก็มา แต่ตอนนี้ช่วยกันขนของไปที่ตึกคณะเราก่อน"

ผมพยักหน้าอีกครั้งแล้วเข้าไปช่วยคนอื่นๆยกของเก็บซุ้มแล้วไปที่ตึกคณะ ประเด็นคือ...ระยะทางโคตรไกล! ผมแบกเก้าอี้สิบตัวเท่ากับคนอื่นๆเดินตากแดดกลับไปที่คณะ รู้สึกว่าเหงื่อออกเยอะมาก มากจนเสื้อด้านหลังเปียกแนบไปกับเนื้อแล้ว

ตอนมาถึงคณะผมเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ แต่ได้พักแปปเดียวเพราะต้องเอาเก้าอี้ที่แบกมายกวางเรียงๆไว้สำหรับงานเลี้ยงที่กำลังเริ่มขึ้น

พอจัดเสร็จก็นั่งรอพี่สิงฆ์มันที่ม้าหินอ่อนระหว่างรอก็ไลน์คุยกับไอ้ปาล์ม บัวและโซ่ ไอ้สามตัวนี้จะอยู่กินงานเลี้ยง โซ่อยู่เพราะพี่ไพ่ ปาล์มกับบัวแค่ยังไม่อยากกลับบ้าน ผมก็บอกพวกมันไปว่าจะพาพี่สิงฆ์ไปบ้าน พวกมันเลยอวยพรให้พี่มันเข้ากับครอบครัวผมได้

ไม่นานรถเบนซ์สี่ประตูและรถกระบะสี่ประตูก็ขับเข้ามาจอดหน้าตึก พี่อิ๊กเป็นคนขับกระบะส่วนพี่แฮมกับพี่ไพ่เป็นผู้โดยสาร รถเบนซ์ก็ไม่ได้ต้องคิดอ่ะว่ารถใครถ้าไม่ใช่พี่มัน พี่สิงฆ์ลงจากรถแล้วกวักมือเรียกผมไป

"พวกมึง กูไปก่อนนะเว้ย"

พี่สิงฆ์ตะโกนบอกเพื่อนๆแล้วกลับเข้ารถไป ผมถอนกายใจก่อนเปิดประตูขึ้นไปนั่ง

"พี่อยากอยู่กับเพื่อนๆไหมครับ? เราเลื่อนวันไปก็ได้นะ"

"พี่อยู่เลี้ยงกับพวกมันมาสองปีแล้ว ปีนี้พี่จะอยู่กับเราและครอบครัวเราครับ"

พี่สิงฆ์ยิ้มก่อนโยกหัวผมเบาๆแล้วขับออกจากมหาลัย ตลอดทางที่ขับผ่านคณะนั้นคณะนี้บอกเลยว่ากินเลี้ยงกันใหญ่โตมากๆอ่ะ พอออกจากตัวมหาลัยได้แล้วพี่มันก็เหยียบมิดเลย ไม่ต้องบอกทางไปบ้านด้วยเพราะพี่มันบอกจำได้ ผมเลยนั่งเล่นโทรศัพท์และไม่ลืมที่จะโทรไปบอกแม่ว่าผมกับพี่มันไปแล้ว

(ใกล้ถึงหรือยังล่ะ)

"ยังอ่ะแม่ อีกสักพักมั้ง ตอนนี้แคตกับพี่สิงฆ์พึ่งออกมาเอง"

(โอเคจ้ะ บอกพี่เขาขับรถระวังๆนะแคต)

"ครับผม เจอกันครับ"

พอวางสายแม่แล้วผมก็หันไปบอกพี่มันว่าขับดีๆ แม่สั่งมา

ราวๆชั่วโมงกว่าๆผมกับพี่มันก็มาถึงบ้านเรียบร้อย ผมลงมาเปิดประตูรั้วแล้วให้พี่สิงฆ์ขับเข้ามาจอดด้านใน รถพ่อจอดอีกฝั่ง รอพี่สิงฆ์จอดอีกฝั่ง ผมปิดประตูแล้วเดินไปหาพี่มันที่รถแล้วช่วยถือกระเป๋า เราจะมาค้างที่บ้านผมสามวันสองคืนครับ แต่วันที่สามกลับเช้าหน่อยเพราะพี่สิงฆ์จะไปจัดการเสื้อนักศึกษาที่ยังไม่ได้รีด

"ตื่นเต้นว่ะ แม่เราจะกินหัวพี่ไหม?"

พี่มันดูประหม่าแต่สีหน้ายังคงทะเล้นและกวนตีนผมอยู่

"แม่ผมใจดีจะตายน่า"

ผมหัวเราะแล้วเดินนำพี่มันเข้ามาในบ้าน พ่อ แม่และพี่มังกือกับเมียมันนั่งรอที่ห้องรับแขก คือเข้าบ้านมาก็เจอเลยอ่ะ ผมเลยนั่งลงบนโซฟาที่ว่างแล้วตีที่ว่างแปะๆให้พี่มันนั่งลง

"สวัสดีครับคุณพ่อตากับคุณแม่ยาย"

พี่สิงฆ์ยกมือไหว้อย่างนอบน้อมแต่ได้โปรดหันมาดูหน้าแฟนมึงด้วยว่าเหวอแค่ไหน คือผมอ่ะไม่ได้จะปิดอยู่แล้วแต่ผมจะค่อยๆแนะนำไงแต่ดูพี่มันดิ...

"ม เมื่อกี้เราว่ายังไงนะ?"

แม่ผมช็อกไปแล้วแถมมองหน้าผมอึ้งๆ ส่วนพ่อนิ่ง ไอ้พี่มังกรกลั้นขำ ผมเลยถลึงตาใส่มันก่อนถอนหายใจแล้วมองหน้าพ่อกับหน้าแม่

"แม่ พ่อ นี่พี่สิงฆ์ แฟนแคตเอง"

ผมบอก ใจผมเต้นแรงมากๆอ่ะและสายตาแม่ทำผมกลืนน้ำลายดึงอึก อย่าด่านะแม่...

"ออกเรือนไปไม่กี่เดือน พาสามีกลับมาบ้านแล้วหรอจ๊ะลูกรัก?"

"แม่อ่ะ อย่าประชดแคตดิ"

"แม่ไม่ได้ประชด แม่แค่แดกดัน"

"...."

"ล้อเล่นน่ะๆ สิงฆ์หรอลูก กินอะไรกันมาหรือยังล่ะ"

เอ้า หันไปถามพี่มันเฉยแล้วลูกแท้ๆล่ะ?

"ยังเลยครับ พอปิดงานผมก็รีบพาน้องกลับมาบ้านเลย"

พี่สิงฆ์บอกแล้วยิ้มนิดๆ โอ้โห ประจบเก่งงง พี่มันคงรู้อ่ะว่าผมมองอยู่ถึงได้หันมายักคิ้วให้ ผมถลึงตาใส่แล้วก่อนหันหน้านี แม่งงงง หมั่นจ๊าดดด!

"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวรอกินเมื้อเย็นพร้อมกันเลยเนอะ"

"รบกวนด้วยนะครับ"

"เอากระเป๋ามาด้วยคงมาค้างใช่มั้ย? อืม...บ้านแม่ห้องนอนมีแค่สองห้องน่ะสิ นอนห้องนั่งเล่นได้ไหมจ๊ะ? เดี๋ยวแม่กับพ่อและกรจะช่วยเคลียร์พื้นที่ให้"

แม่พูดบอกซ้ำยังมองพี่สิงฆ์ด้วยแววตาอ่อนโยนอีกต่างหาก โห น้อยใจอ่ะะ นี่ลูกแท้ๆนะแม่

"ได้หมดครับ ผมไม่ซีแต่ยังไงให้ผมช่วยนะครับ"

แล้วทุกคนก็ลุกไปห้องนั่งเล่นซึ่งอยู่เยื้องไปทางซ้ายของห้องรับแขก แม่เปิดประตูและเปิดไฟห้อง ที่ห้องนั่งเล่นนั้นปูด้วยพรมสีเทาทั้งหมด มีเฟอร์น้อยชิ้นเพราะส่วนมากแม่ใช้เดินเล่นเพื่อนวดเท้ามากกว่า แต่นานๆทีจะเข้ามา

"เดี๋ยวยกพวกโซฟาไปชิดผนังกันนะ ให้ที่ตรงกลางห้องโล่งๆ แม่ไปเอาที่นอนให้ก่อน"

แม่บอกพ่อกับไอ้พี่มังกือและพี่สิงฆ์ แม่หันมาทางผมแล้วพยักหน้าคว้าข้อมือลากผมออกจากห้องขึ้นมาชั้นสองที่ห้องแม่ อยู่ๆผมก็รู้สึกกลัวขึ้นมาแฮะ ถ้าแม่ให้ผมเลิกกับพี่สิงฆ์ล่ะวะ ผมจะทำยังไง

"เมียร์แคต ลูกชอบผู้ชายงั้นหรอลูก?"

แม่นั่งลงบนเตียงแล้วดึงให้ผมนั่งตาม ผมส่ายหัวก่อนบอกแม่

"แคตชอบแค่พี่เขาคนเดียวอ่ะแม่ คือตั้งแต่เข้าไปเรียนแล้ว แคตโดนพี่เขาแกล้งพี่เขาหยอดตลอด แรกๆแคตไม่รู้สึกอะไรหรอก รู้แค่ว่ารำคาญ จะแกล้งอะไรนักหนา"

"..."

"แต่พอแคตไปอยู่หอ แคตได้อยู่ห้องเดียวกับพี่เขาอ่ะ แม่อย่ามองแบบนัั้นสิ! แคตยังไม่มีอะไรกับพี่มันนะ"

ผมรีบเบรคแม่ สายตาแม่ตอนนี้คือคิดไปไกลแล้วอ่ะว่าผมได้กันแล้ว

"ยังไงต่อล่ะ"

"พี่สิงฆ์มันดูแลแคตทุกอย่างเลย ทั้งหาข้าวให้กิน ซักผ้า เอาเสื้อไปรีดให้ ค่าไฟค่าน้ำที่หอก็จ่ายเอง ค่าเน็ตมือถือพี่มันก็จัดการให้ พี่มันยอมแคตทุกๆอย่างอ่ะแล้วไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่แคตรู้สึกดีกับพี่มันไปแล้ว รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หึงแล้วถีบพี่มันลงสระน้ำอ่ะ"

"แคตยังไม่มีอะไรกับพี่เขาจริงๆหรอ?"

"อือ พี่มันก็อยากตามประสาผู้ชายนั่นแหละ แต่มากสุดที่พี่มันทำก็แค่จูบ เวลาพี่มันรู้สึก พี่มันจะให้แคตออกห่างแล้วจัดการตัวเอง พี่มันไม่เคยขืนใจหรือบังคับแคตเลย"

ขนาดตอนที่พี่มันเผลอตัว แคตยังไม่รังเกียจเลยแม่... นั่นเป็นประโยคที่ผมพูดต่อในใจ แม่มองหน้าผมแล้วถอนหายใจ

"แม่โอเคนะที่หนูคบผู้ชายแต่แม่อยากแน่ใจว่าแคตชอบพี่เขาจริงๆ รักพี่เขาจริงๆไม่ใช่หลงคารมแล้วตีตัวไปว่าชอบจนตอบตกลงคบกับพี่เขา แม่ไม่อยากเห็นหนูร้องไห้เพราะเรื่องความรักนะครับเพราะเมียร์แคตของแม่ไม่เหมาะกับน้ำตา"

นี่เป็นครั้งแรกเลยที่แม่พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเป็นห่วงผมจริงๆ คือไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาแม่จะไม่อ่อนโยนหรือไม่ห่วงผมนะ แต่ปกติแม่จะชอบเล่นชอบแหย่ผมไง แม่จะเป็นเหมือนเพื่อนอ่ะบางที แกล้งผม แหย่ผมให้ผมขำแต่รอบนี้มันไม่ใช่

"อือ แคตรู้ครับแต่แคตมั่นใจจริงๆ แม่เชื่อใจแคตและเชื่อใจพี่สิงฆ์นะ"

"จ้า แม่เชื่อหนูแล้ว รีบเอาที่นอนลงไปกันเถอะ"

ผมกับแม่ลุกออกจากเตียงแล้วเดินมาที่ตู้ขนาดใหญ่ แม่เปิดตู้ก่อนส่งผ้าห่มและหมอนให้ผมส่วนฟูกนอนแม่จะถือไปเองแต่ผมว่ามันต้องให้ผมถืออ่ะ

"แม่ถือผ้าห่มกับหมอนดีกว่า แคตถือฟูกเอง"

"แม่ถือเองน่า"

"มันอันตรายนะแม่ ถ้าแม่มองไม่เห็นขั้นบันไดแล้วล้มไปทำไง แคตไม่เอาด้วยนะ"

แม่ถอนหายใจแล้วพยักหน้าก่อนแลกกันถือ ผมม้วนๆฟูกนอนก่อนยกขึ้นกอดแล้วเดินตามแม่ลงไป ฟูกนอนที่บ้านผมมีมันเป็นฟูกนอนขนาดหกฟุต หนาและนุ่มมาก บางครั้งแม่จะเอามันไปปูบนเตียงถ้าวันไหนที่แม่ปวดหลังมากๆ แม่จะใช้มันช่วยบรรเทาความปวด เตียงที่ห้องแม่อ่ะมันแข็งแล้วแม่กับพ่อคืออายุไม่ใช่น้อยๆแล้วไง ให้เปลี่ยนเตียงเขาก็ไม่เอากัน

กลับมาที่ห้องนั่งที่เคลียร์เรียบร้อยแล้ว ผมก็วางฟูกนอนลงแล้วเตะส่วนที่ม้วนให้มันกลิ้งไปจนแบออกหมด จัดให้เข้าที่เข้าทางก่อนหันไปรับผ้าห่มกับหมอนจากแม่แต่พอหันไปคือพี่สิงฆ์มันเอามาแล้วแต่ไม่มีใครอยู่ในห้องนอกจากผมกับพี่สิงฆ์แถมปิดประตูให้ด้วยจ้า...

พี่สิงฆ์วางหมอนแล้วผ้าห่มก่อนนั่งลงบนฟูก ผมเลยนั่งลงบ้างแล้วทิ้งตัวลงนอนกกลิ้ง ฮืออ นิ่มอ่ะ ได้นอนที่นิ่มๆแล้วแถมมีที่กลิ้งอีก กลิ้งออกฟูกก็ไม่เจ็บเพราะมีแต่พรม

"นี่เราจะได้นอนบนที่นอนเดียวกันเป็นครั้งแรกดิ?"

ผมชะงักก่อนลุกขึ้นนั่งแล้วมองหน้าพี่มัน จริงอยู่ที่เราคบกันแล้วแต่ที่หอก็ยังนอนแบบเดิม ไม่มีการนอนร่วมเตียง ที่นอนใครที่นอนมัน พี่สิงฆ์มันก็กลัวตัวเองจะลวนลามแล้วอดใจไม่ไหวกดผมด้วยแหละ พี่มันเลยไม่พูดเรื่องนี้ ไม่งอแงไม่เอาแต่ใจที่จะนอนด้วยกันยกเว้นดูเน็ตฟลิกซ์อ่ะ เราจะต่อดูที่จอใหญ่แล้วนั่งบนโซฟาด้วยกันแค่นั้น

"พี่ห้ามทำอะไรผมนะเว้ย!"

ผมรีบบอกพร้อมชี้หน้าพี่มัน

"ทำไม เดี๋ยวเรายอม?"

"ไม่ได้จะยอมอ่ะแค่จะบอกว่า..."

"...?"

"ห้องไม่เก็บเสียง"

ผมพูดจบก็รีบลุกหนีพี่มันออกจากห้องไปหาแม่ที่ครัวทันที หูยยย หย่อนเหยื่อก้อนโตไปแล้วผม พี่มันจะงับไหมนะ คริคริ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}