ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 31 :: ที่ 1 ในใจเมีย(ร์)

ชื่อตอน : โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 31 :: ที่ 1 ในใจเมีย(ร์)

คำค้น : ฑิวากรณ์ โลจิสติกส์ สิงฆ์เมียร์แคต ดองกี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.9k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.พ. 2562 18:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
โลจิสติ(ก)ด(ส์)เมียร์ ♡ :: 31 :: ที่ 1 ในใจเมีย(ร์)
แบบอักษร

[งานแข่งกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างคณะ ณ มหาวิทยาลัยฑิวากรณ์ ครั้งที่ XX ปี25XX]

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่มหาลัยโคตรจะคึกครื้นชื่นมื่นสุดๆ ทุกๆคณะมีเสียงเพลงดังแข่งกันกระหึ่มมากๆ สามวันนี้ทางผู้บริหารและคณะจัดงานได้อนุญาตให้นำเครื่องดื่มมึนเมาเข้ามาได้ แต่มีจำกัดคณะละ 1 ลังเท่านั้น คณะโลจิสฯ คนที่จัดการเรื่องพวกนี้คือพี่ชาม พี่แกแกะลังแล้วเอาช้างใส่มาหกขวด สิงห์หกขวด ไฮเนกเก้นหกขวด ลีโอหกขวด หงส์สามขวด คือเขาบอก 1 ลังแต่สำหรับพี่ชามคือ 1 ลังจริงแต่ไม่ได้บอกนี่ว่า 1 ลังได้กี่ขวด เพราะงั้นพี่แกจึงจัดตามที่อยาก

เอาจริงๆผมว่ามันไม่เชิงงานกีฬาอ่ะ ผมว่ามันเทศกาลมากกว่า แต่งตัวกันแบบจัดเต็มมากอ่ะและหลายๆคนมีแววจะนอนที่ ม. เลยแบบกูจะเมาแล้วจะเรื้อยที่นี่ งานมีสามวันสองคืน ที่บอกสองคืนคือพวกพี่ปีสามมันจะเลี้ยงกันยันดึกดื่นเพื่อรอพี่ปีสี่ที่ฝึกงาน พี่สิงฆ์บอกว่าพี่ปีสี่ของคณะเราใจดี ถ้าอยากรู้อะไรถามได้เลย

แน่นอนว่าผมอยากถามเรื่องระหว่างคณะ ผมอยากให้พี่มันกลับมารวมกลุ่มกันอ่ะ พี่หมียังรักพวกพี่มันอยู่และพวกพี่มันเองก็รักกันแต่จากการที่พี่หมีทิ้งไป มันคงกรีดใจพวกพี่เขามากๆ

รายการแข่งขันวันแรกและเป็นรายการแรกคือกีฬาว่ายน้ำครับ เดี่ยวหญิงฟรีสไตล์ 100 เมตร 8 คณะไม่แบ่งชั้นปี คณะละ 1 คน ผลัดผสม มีท่ากบ กรรเชียง ผีเสื้อและฟรีสไตล์ 100 เมตรหญิง(ไปกลับต่อ 1 ท่า)จำนวนเท่ากันไม่แบ่งชั้นปี และ ว่ายน้ำฝั่งชาย เดี่ยวฟรีสไตล์ยาวๆเลย 400 เมตร ไป-กลับจำนวนรวมกัน 8 รอบ ไม่รวมชั้นปีและพี่สิงฆ์มันลงรายการนี้ ผลัดผสม กบ กรรเชียง ผีเสื้อและฟรีสไตล์ 100 เมตร(ไปกลับต่อ 1 ท่า) ไม่รวมชั้นปี ส่วนนี้ผมไม่รู้ว่าคณะเราใครลง แค่รายการแรกแม่งกินเวลาไปหลายชั่วโมงแล้ว

รายการที่สองคือกีฬาฟุตซอล ทีมปี1ของแต่ละคณะทั้งชายและหญิง 5 คนรวมผู้รักษาประตู ทีมปี2ของแต่ละคณะทั้งชายและหญิง 5 คนรวมผู้รักษาประตูเช่นกัน

รายการที่สามคือกีฬาบาสเกตบอล ทั้งชายและหญิง ผสมชั้นปี คณะละ 7 คน แข่ง 5 สำรอง 2 แข่งบาสหมดจบลงด้วยการพักเบรคแค่ 30 นาทีแล้วจะต่อด้วยรายการที่สี่คือ วอลเล่ย์บอลชาย-หญิง จำนวน9 คนรวมตัวสำรอง ไม่แยกชั้นปีและปิดท้ายด้วยรายการสุดท้าย เซปัตตะกร้อชาย-หญิง แยกชั้นปีๆละ 5 คนรวมตัวสำรอง นี่คือรายการของวันแรกครับ

"พี่ตื่นเต้นป้ะ?"

ผมถามพี่สิงฆ์ที่กำลังวอร์มร่างกายอยู่ในห้องเปลี่ยนชุด ผมได้รับสิทธิพิเศษเข้ามาดูแลพี่มันเพราะผมเป็นผู้จัดการส่วนตัวแต่ป้ายที่ห้อยคอเขียนว่า สต๊าฟโลจิสฯ ง่ายๆเลยคือทำทุกอย่างแบบที่โค้ชเขาทำกันอ่ะเพียงแค่ของเราเป็นนักศึกษาหน้าโง่ๆแบบผม

"ไม่ล่ะ แข่งพอเอาสนุก"

พี่สิงฆ์ยิ้มก่อนนั่งลงบนพื้น กางขาออกเล็กน้อยแล้วโน้มตัวไปด้านหน้า สองแขนเหยียดตึง ผมคอยกดหลังพี่มันให้ทีละนิดๆตามที่พี่มันบอก

"แน่ใจนะว่าเอาสนุกอ่ะ ผมเห็นนะว่าพี่เขม่นใครไว้อ่ะ"

จะใครถ้าไม่ใช่พี่หมี วันจริงมันไม่เหมือนวันซ้อมไงครับ ลู่ข้างๆพี่มันคือพี่หมีอ่ะ เขาพึ่งมาแปะประกาศเมื่อเช้านี้เอง พอเจอหน้ากันพี่สิงฆ์มันก็เขม่นหน้าพี่หมีในขณะที่พี่หมีนิ่งๆ ผมแค่พยักหน้าทักทายก่อนถูกพี่สิงฆ์มันกอดคอแล้วลากเข้ามาในห้องเปลี่ยนชุด

"เห็นหน้าแล้วหมั่นไส้นิดๆ คนเคยชอบเมียตัวเองเนาะ"

"แฟนก็พอ เดี๋ยวทุบเลย"

พี่มันหัวเราะแล้วให้ผมพอได้ ผมเลยผละออกให้พี่มันลุกยืนแล้วบิดตัวไปมา อีกไม่กี่นาทีก็จะถึงฝั่งชายแข่งแล้วและการประกาศผลการแข่งขันจะประกาศพร้อมกันหลังฝั่งชายแข่งเสร็จ

"ออกไปกันครับ"

เมื่อเสียงประกาศการแข่งขันประเภทต่อไปดังขึ้นพร้อมให้นักกีฬาออกไปด้านนอก ผมก็ยกกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่ รับผ้าขนหนูผืนใหญ่กับผืนเล็กมาถือไว้ พี่สิงฆ์มันสวมเสื้อแขนยาวรูดซิปปิดหุ่นแน่นๆของพี่มันแล้วหยิบหมวกกับแว่นตาเดินออกไป

กรี๊ดดดดดดดด!

เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!

ปึงๆๆๆๆๆ ตึงๆๆๆๆ

ทันทีที่นักกีฬาของแต่ละคณะเดินออกมาเรียงเป็นแถว เสียงกรี๊ดก็ดังกระหน่ำรวมถึงเสียงเชียร์และเสียงตีกลองกันให้กระหึ่มยิม เหล่าสต๊าฟจะเดินตีคู่มาด้วยกัน พี่สิงฆ์เดินมาหยุดลู่ที่แปดซึ่งเป็นลู่ที่ประกาศในใบประกาศเมื่อเช้า

"ไม่อยากถอดเสื้อเลยแฮะ คนแถวนี้หึงโหดด้วยสิ"

พี่สิงฆ์พูดยิ้มๆแล้วมองหน้าผม สายตาพี่มันล้อเลียนผมมากอ่ะ

"อันนี้มันแข่งป้ะ แยกแยะเว้ย"

ผมบอก พี่สิงฆ์พยักหน้าและพยายามกลั้นขำก่อนรูดซิปลงแล้วถอดเสื้อแขนยาวออก มือมันถอดเสื้อแต่ตามันมองผม ไอ้จวย กูก็เขินนะพี่มึงงง! แล้วยิ่งเรื่องที่ว่าผมกับพี่มันคบกันจริงๆแล้วนั้นถึงหูคนทั้ง ม. พี่มันก็กล้าที่จะหวานออกสื่อแบบไม่สงสารผมเล้ยย

"สู้ๆนะพี่"

"ถ้าพี่ไม่ชนะล่ะ?"

"ชนะใจผมแล้วยังต้องชนะไรอีกอ่ะ"

หยอดกูบ่อยนัก กูเอาคืนมึงนะพี่

"อึก!"

พี่สิงฆ์มันยกมือกุมอกซ้ายแล้วทำหน้าทำตาน่าหมั่นไส้มากกก

"พี่มึง! ยืนดีๆ!"

ผมบอกเมื่ออาจารย์มองมาทางนี้ ก็เพราะมันยืนกุมอกนี่ไงเขาคงคิดอ่ะว่ามันเป็นอะไร

"สิงหราช! เธอป่วยหรอ?"

นั่นไง กูว่าแล้ว

"ครับ หัวใจผมเต้นแรงมากเลยอาจารย์"

"ถอนตัวออกมาซะ!"

"หัวใจเต้นแรงเพราะแฟนผมน่ารักอ่ะครับ"

"ตายๆไปซะ!"

อันนี้เห็นด้วยกับอาจารย์ เอาจริงๆนะพี่มันกวนตีนมากอ่ะ พออาจารย์เดินกลับไปแล้วผมเลยถอนหายใจแล้วมองหน้าพี่มันด้วยสายตาจริงจัง

"พี่ไม่ต้องจริงจังหรอก แข่งเอาสนุกก็พอแล้วอย่าเร่งความเร็วเด็ดขาดผมไม่อยากให้พี่เป็นตะคริว"

"เป็นห่วง?"

"อืม เป็นห่วง...เข้าใจช้ะ?"

มือหนาวางบนหัวผมแล้วโยกเบาๆ

"เข้าใจแล้วครับเมียร์"

ผมพยักหน้าแล้วถอยหลังออกมายืนแถวเดียวกับสต๊าฟคนอื่นๆ เหล่านักกีฬาของคณะยืนรอสัญญาณจากเจ้าหน้าที่ที่หลังแท่นของตัวเอง ทุกคนดึงแว่นตาลงมาสวมก่อนรอให้ทางเจ้าหน้าที่แนะนำตัวนักกีฬาของแต่ละคณะ

ตัวเต็งในครั้งนี้ใครๆก็พุ่งเป้าไปที่คณะวิทยาศาสตร์การกีฬาทั้งนั้นแต่ถ้าคนที่มาดูวันซ้อมอ่ะ ต่างพุ่งเป้าไปที่พี่สิงฆ์กับพี่เซียร์ จริงอยู่ที่พี่สิงฆ์แพ้แต่คือพี่มันซ้อมไปแล้วสี่ร้อยเมตรไง ถ้ามาตอนที่พี่มันยังไม่ได้ว่าย พี่สิงฆ์ชนะแน่ๆอ่ะ

หลังจากแนะนำตัวนักกีฬาของแต่ละคณะแล้ว เจ้าหน้าก็จะบอกว่า เข้าที่ หรือที่เราได้ยินตามการแข่ง 'Take Your Marks' ทุกคนจะก้าวขึ้นไปบนแท่นแล้วตั้งท่าเตรียมสำหรับท่าฟรีสไตล์ ขาข้างใดข้างหนึ่งอยู่ที่ปลายสุดของแท่น เนื่องจากมันเป็นวันจริงท่าที่เตรียมเลยต้องต่างไปจากตอนซ้อม ตอนซ้อมพวกพี่มันหวังแค่ว่ายได้ว่ายไหวก็พอ

ส่วนแขนไม่กำหนดว่าต้องวางยังไง ผมกำผ้าขนหนูแน่นขณะมองลู่ที่แปดส่วนลู่ข้างๆกันคือพี่หมี หลังจากนักกีฬาทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้ว เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวก็ให้สัญญาณ เสียงปืนดังขึ้นพร้อมๆกับนักกีฬาทั้งแปดพุ่งตัวลงน้ำ

เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!

กรี๊ดดดดดดดดดดดด!

ตึงๆๆๆๆ ปึงๆๆๆๆๆ!

เสียงเชียร์ดังขึ้นทันทีที่นักกีฬาลงน้ำ แต่ละคณะเชียร์ตัวเองเต็มที่ คณะผมคนที่นำเชียร์ตอนนี้คือพี่ไพ่ พี่มันไม่ได้สนใจอะไรเลยนอกจากกระโดดโหวกวายสิงฆ์สู้ๆอยู่นั่น พี่อิ๊กกับพี่แฮมมองตามเพื่อนด้วยความเป็นห่วงแต่ในใจพี่มันก็อยากเห็นเพื่อนชนะ ระดับมหาลัยอ่ะอย่างน้อยสองร้อยเมตรก็พอป้ะ พึงจะเป็นผู้ชายก็เถอะ นี่แม่งเอาโคตรโหดเลย

"สู้ๆนะพี่มึง..."

พึมพำเบาๆแล้วจับจ้องคนในลู่ที่แปด พี่มันออกห่างจากสายตาไปเรื่อยๆจนถึงขอบปลายสระแล้วกลับตัวว่ายกลับมาที่จุดเริ่มต้น ถ้าพี่มันมากลับตัวตรงจุดเริ่มต้นก็เท่ากับ 100 เมตรแล้วว่ายกลับไปต่อ ทั้งหมดที่พี่มันว่ายคือ 8 รอบเต็มๆ ผมกลัวมันฝืนตัวเองชะมัด

นี่หรอวะความรู้สึกที่เรียกว่า เป็นห่วง ห่วงคนที่ไม่ใช่ครอบครัว ไม่ใช่เพื่อนแต่เป็นคนนอกที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เข้ามาเป็นเครื่องยนต์ที่ทำให้ก้อนเลือดในอกซ้ายทำงาน ถ้าผมเป็นห่วงพี่มันขนาดนี้ ความเป็นห่วงของผมจะไปถึงหรือเปล่า? มันจะส่งไปถึงพี่มันไหม?

เวลาผ่านไปเรื่อยๆจนเข้ารอบที่ 5 ของแต่ละคนหรือก็คือเข้าระยะที่ 250 เมตร หลายๆคณะเริ่มหมดแรงแต่พวกพี่เขาก็ฮึดสู้เพื่อคณะของตัวเอง คนบนอัฒจันทร์ส่งเสียงเชียร์ไม่หยุด เสียงเชียร์ดึงขึ้นเรื่อยๆจนผมขนลุก เพลงของแต่ละคณะถูกขับร้องเพื่อปลุกใจคนในสระ นักกีฬาฝั่งผู้หญิงต่างตะโกนเชียร์คณะตัวเองไม่หยุด

แม้แต่สต๊าฟที่ยืนเรียงกันเป็นแถวหน้ากระดานก็เริ่มตะโกนเชียร์ สองมือป้องปาก หนึ่งเท้ากระทืบพื้น ใช่ ผมก็อยากทำแบบนั้นแต่ผมทำไม่ได้เพราะสายตาผมจับจ้องไปที่พี่มันอย่างเดียว หัวใจผมเต้นแรงมากๆ มันไม่เหมือนกับวันซ้อมอ่ะ ไม่เหมือนเลย

"สิงหราชแห่งคณะโลจิสฯ กำลังนำทุกๆคณะครับในตอนนี้ แต่ธาราทิตย์จากวิศวะก็ไม่ยอมแพ้ เร่งความเร็วขึ้นมาเรื่อยๆ! ทั้งสองกำลังเข้าสู่รอบที่หกหรือเข้าระยะ 300 เมตรนั่นเอง"

เสียงพากย์ของพิธีกรที่พูดออกไมค์มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นนิดหน่อยแต่มันก็แค่แปปเดียวอ่ะ อีกตั้งสองรอบเลยนะ...

การแข่งยังคงดุเดือดขึ้นเรื่อยๆและในที่สุดก็มาถึงรอบที่ 7 ระยะ 350 เมตร ทุกคนลุ้นหนักมาก ถ้าพวกเขาไปถึงปลายสระจุดกลับตัว นั่นหมายความว่าพวกเขาเข้าสู่รอบสุดท้ายและเป็นระยะที่ 400 เมตรพอดี

"มาถึงรอบสุดท้ายแล้วครับ!และคนที่กลับตัวได้ก่อนคนแรกคือสิงหราชของโลจิสติกส์ครับผม!!1"

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดด!

ปึงๆๆๆๆๆๆๆๆ!

เสียงคณะเราดังแหวกขึ้นมาทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ผมดีใจจนแทบบ้าแต่อะไรๆมันก็ยังตัดสินไม่ได้เพราะพี่มันพึ่งกลับตัว ผมลุ้นจนใจจะวายล่ะเนี่ย ตอนเอเชียนเกมส์ยังไม่ลุ้นขนาดนี้เลย

"มาถึงครึ่งทางแล้วครับ! โลจิสฯอีกนิดเดียวครับ! โอ๊ะ! นั่น...ธาราทิตย์ลู่ที่เจ็ดจมลงไปแล้วครับ! หมดแรงหรือตะคริว! เจ้าหน้าที่รีบลงไปช่วยเหลือด่วนเลยครับ!"

เสียงรอบด้านเงียบกริบ สีหน้าพวกพี่อิ๊กดูกังวลอย่างเห็นได้ชัดแต่สิ่งที่ทำให้พวกพี่มันคลายกังวลก็คือพี่สิงฆ์ที่หยุดว่ายแล้วดำลงไปเพื่อช่วยพี่หมี พี่รักกันขนาดนี้อ่ะ...พี่ควรจะคืนดีกันได้แล้ว ระหว่างที่พี่สิงฆ์ช่วยพี่หมี พี่เซียร์ก็เข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่งและตามด้วยวิทย์ฯการกีฬาที่สอง เกษตรที่สาม บริหารธุรกิจที่สี่ แพทย์ที่ห้า ศิลปกรรมที่หก ส่วนที่เจ็ดกับที่แปดก็ต้องวิศวะกับโลจิสฯอ่ะแต่ไม่แน่ใจว่าใครที่แปด

ผมวางกระเป๋าลงที่พื้นแล้วเดินเข้าไปหาพี่มันพร้อมกับผ้าขนหนู เจ้าหน้าที่รับตัวพี่หมีไปก่อนพาไปปฐมพยาบาล พี่สิงฆ์ขึ้นจากสระแล้วนั่งลงบนแท่นปล่อยตัว มือหนาดึงแว่นตากับหมวกออกแล้วสะบัดหัวเล็กน้อยก่อนเงยหน้าขึ้นมองเพดานยิม

"แพ้เลยแม่ง"

"ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่พี่ พี่บอกแข่งสนุกๆไม่ใช่หรอ"

ผมพูดยิ้มๆแต่พี่มันไม่เห็นหรอก พี่สิงฆ์ถอนหายใจก่อนก้มหน้าลงแล้วมองหน้าผม ผมเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่คลุมแผ่นหลังกว้างแล้วจับปลายผ้าทั้งสองด้านให้พาดไหล่กันร่วง

"บอกผมได้ป้ะว่าทำไมถึงหยุดแล้วไปช่วยพี่หมี?"

ผมถามพี่มันแล้วใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดน้ำตามใบหน้าให้

"ไม่รู้สิ พอได้ยินว่ามันจมน้ำเหมือนร่างกายมันขยับไปเองว่ะ พี่รู้ตัวตอนที่พามันขึ้นเหนือน้ำมาแล้วแต่จะให้ทิ้งก็สงสารเลยพามันมาถึงที่ หงุดหงิดชะมัด"

คิ้วขมวดยุ่ง ริมฝีปากเบะคว่ำเป็นเด็ก ผมหัวเราะในลำคอก่อนหอมแก้มพี่มันไปฟอดนึง

"แต่รู้ป้ะว่าเมื่อกี้อ่ะ...พี่โคตรเท่เลย"

ผมผละออกแล้วหมุนตัวเดินไปเอาพวกกระเป๋าและเสื้อแขนยาวของพี่มันก่อนเดินหนีไปที่ห้องเปลี่ยนชุด เดี๋ยวพี่มันต้องเข้าไปอาบน้ำผมจะได้รอที่ห้องนั้น

หมับ! ฟอดดด~

คอผมถูกแขนแกร่งคว้าหมับเข้าไปกอดพร้อมกับริมฝีปากและจมูกกดลงบนแก้มผมแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆเอาไปซะฟอดใหญ่ ถ้ามันกินแก้มผมได้ มันกินแล้วล่ะ

"มาตกแล้วกระตุกเหยี่อแต่ไม่รอเก็บผลที่ได้ น่าน้อยใจนะเว้ย"

"ก็อายป้ะ"

"หึๆ น่าร้ากกกกกกก"

พี่สิงฆ์บีบจมูกผมเบาๆแล้วผิวปากควงผ้าขนหนูไปห้องน้ำ พี่มันดูอารมณ์ดีมาก มากจนคนที่ได้ที่หนึ่งอย่างพี่เซียร์งงแดก อย่าว่าแต่ที่หนึ่ง ที่สอง สาม สี่ ห้า หก ก็งง ถ้าให้นับตามที่ขึ้นสระ พี่มันอ่ะที่แปดแต่ดูจะดีใจจนคนหมั่นไส้ ผมนั่งรอพี่สิงฆ์มันอาบน้ำระหว่างนั้นก็มีการแข่งแบบผลัดผสมดำเนินต่อไป

"แคต"

ผมเงยหน้าตามเสียงเรียกก่อนเลิกคิ้วขึ้นนิดๆเมื่อเห็นพี่หมี

"สิงฆ์มันไปไหน?"

"อาบน้ำครับ พี่ก็ไปอาบน้ำล้างคลอรีนออกเถอะ"

"เราคบกับสิงฆ์แล้วหรอ?"

พี่มันไม่ไปแต่ถามคำถามผม ผมชะงักนิดๆแต่ก็พยักหน้ายอมรับ พี่หมียิ้มบางๆแล้วเดินผ่านผมไปห้องน้ำ หวังว่าพี่สิงฆ์จะไม่หงุดหงิดจนมีเรื่องในห้องน้ำหรอกนะ

ผ่านไปยี่สิบนาทีพี่สิงฆ์มันก็เดินออกมาแล้วและใส่ชุดพละออกมา ชุดพละของที่นี่จะแยกสีแยกคณะกันครับแต่รูปแบบเหมือนกัน เสื้อพละของโลจิสฯจะเป็นเสื้อยืดคอปกสีเลือดหมูครึ่งหนึ่งกับสีครามทะเลตัดกันแนวเฉียง ตรงอกซ้ายปักรูปเข็มกลัด ด้านหลังจะพิมพ์ชื่อคณะและสาขา กางเกงวอร์มสีดำขาสั้นประมาณเข่า ของผู้หญิงจะขายาว

"พึ่งเคยเห็นพี่ใส่ชุดพละแฮะ"

"อยากเห็นเราใส่เหมือนกัน"

"ไว้ใส่ทีหลัง"

"แต่ไม่ใส่อะไรเลยจะดีที่สุด"

"ไอ้จวย"

พี่มันหัวเราะแล้วพากันนั่งเล่นนั่งคุยเพื่อรอเวลาประกาศผล ผมถามเรื่องพี่หมีแต่พี่มันบอกว่าแค่เจอแต่ไม่ได้คุย แล้วพี่มันก็ไม่อยากคุยด้วย เมื่อได้เวลาประกาศผล พวกเราทั้งหมดก็ออกไปยืนด้านหน้า พี่สิงฆ์ยืนหน้าแท่นลู่ที่แปด ลู่ที่เจ็ดคือพี่หมี ต่างคนต่างหันหน้าไปคนละทาง

"ต่อไปเป็นการประกาศรางวัลกีฬาว่ายน้ำชาย ประเภทเดี่ยวฟรีสไตล์ระยะ 400 เมตร รางวัลรองชนะเริศอันดับสอง คณะเกษตรศาสตร์ นาย วรมินทร์ อิทราทิตย์ ปี2"

เข้ ปีสองเองหรอวะ สูงเกิน...

"รางวัลรองชนะเริศอันดับหนึ่ง คณะวิทย์ฯการกีฬา นาย ศิลา พฤกษาวาลี ปีสี่"

ไม่ไปฝึกงานหรอพี่ ดูปีสี่โลจิสฯดิ กว่าจะมาคงดึกๆ มาแดกเหล้าฟรีแล้วค่อยไป

"และรางวัลชนะเริศอันดับหนึ่ง คณะนิเทศ! นาย เทวา มณีไพบุตร ปีสาม! ม้ามืดของการแข่งวันนี้!"

พี่เซียร์ก้มหัวเล็กน้อยเพื่อรับเหรียญทองที่คณบดีของคณะวิทย์ฯการกีฬาเป็นคนมอบให้

"แต่น่าเสียดายนะครับที่ธาราทิตย์ดันเกิดเหตุฉุกเฉินซะก่อน สิงหราชจากโลจิสฯจึงหยุดการแข่งของตัวเองแล้วเข้าไปช่วยเหลือเพื่อนร่วมสถาบัน ถือว่าเป็นน้ำใจนักกีฬาที่หาได้ยากมากๆในการแข่งวันนี้ ผมอยากให้รางวัลพิเศษกับเขาจริงๆ"

ตอนที่ลุงแกพูดว่า ถือว่าเป็นน้ำใจนักกีฬาที่หาได้ยากมากๆในการแข่งวันนี้ หน้าพี่เซียร์นี่มองลุงแรงมากและใช่ครับ มันสะกิดไหล่คนพูด พอลุงแกหันไปมอง พี่เซียร์มันก็ยิ้มหวาน

"ไอ้หมีมันอยู่ลู่เจ็ด ผมอยู่ลู่หนึ่งคงไปช่วยทันเนาะ ใครอยู่ใกล้ก็ต้องช่วยป้ะลุง แล้วกว่าจะรู้ว่ามันจมน้ำอ่ะ พวกผมก็จะถึงอยู่แล้ว แล้วว่ายน้ำนะไม่ใช่เดินในน้ำที่จะมองเห็นทั่วรอบสารทิศสามร้อยหกสิบองศาแบบลุงที่นั่งพากย์เอาๆ พูดอะไรคิดหน่อย"

เสียงพี่มันเข้าไปในไมค์เต็มที่ คนบันอัฒจันทร์ขำก๊าก ผมยังขำ หน้าลุงคือเหวอมากระหว่างที่คนกำลังสนใจพี่เซียร์ ผมก็แอบเดินไปยืนข้างๆพี่สิงฆ์มันก่อนกระซิบถาม

"ไม่ได้เป็นที่หนึ่ง เสียใจป้ะ?"

"ที่หนึ่งหรอ? ไม่นะแต่พี่ก็ไม่อยากแพ้ว่ะ"

"แล้วถ้าผมบอกว่าพี่เป็นที่หนึ่งล่ะ"

"ที่ช่วยไอ้หมีน่ะหรอ เหอะ"

"เปล่า ที่หนึ่งในใจเมีย(ร์)ต่างหาก"

ผมเดินออกมาทันทีที่พูดจบแล้วโบกมือบ๊ายบายพี่มันก่อนวิ่งหนีกลับไปที่ตึกคณะ จำได้ไหมพี่มึง มึงหยอดกูบ่อยมากช่วงนั้น หยอดจนกูนึกว่าเป็นกหอยหลอดที่ต้องขึ้นมาหลังถูกปูนขาวหยอดลงรู คราวนี้แหละที่มึงต้องเป็นหอยหลอดบ้าง! กูจะหยอดเช้าหยอดเย็นเลยไอ้พี่สิงฆ์เอ๋ยยยยย!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}