โซซอล
facebook-icon

ซอลลี่นำความสนุกจากซีรีส์เกาหลีสุดฮิต 'What's Wrong with Secretary Kim' มาให้ทุกคนได้อ่านในรูปแบบตัวอักษรกันแล้วค่า~

ตอนที่ 11-1 อุณหภูมิร่างกาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 11-1 อุณหภูมิร่างกาย

คำค้น : เลขาคิม นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2562 08:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11-1 อุณหภูมิร่างกาย
แบบอักษร

​#11. อุณหภูมิร่างกาย



“คบกันเลย คบกันเลย!”

เพราะเสียงดังกึกก้องในสนาม มีโซจึงได้แต่ยืนทำหน้าไม่ถูกและพูดอะไรไม่ออก ถ้าหากผู้ชายกับผู้หญิงจะต้องคบกันด้วยเหตุผลที่ว่าวิ่งได้ที่หนึ่งคู่กัน คงไม่มีมนุษย์คนไหนบนโลกไม่มีคู่แล้ว ตอนที่วิ่งเข้ากันได้มันก็สนุกดีอยู่หรอก แต่พอต้องมาติดอยู่กับสถานการณ์แบบนี้มันก็ทำให้เธอไม่สบายใจเช่นกัน

ไม่รู้ไปประทับใจตรงจุดไหน โคกวีนัมถึงได้ยิ้มเขินอายหน้าแดงขึ้นมาเสียอย่างนั้น นั่งยิ้มชอบใจอะไรกัน! อากาศหนาวแล้วยังจะปล่อยขนจมูกมาโชว์อีก เก็บเข้าไปเดี๋ยวนี้!

อุตส่าห์กัดฟันพยายามจนได้ที่หนึ่งมามันก็ใช่ แต่เจอแบบนี้เธอควรหัวเราะหรือว่าร้องไห้ดี

มีโซเริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นเรื่อยๆ กับเสียงเชียร์ดังลั่นก่อนจะหันไปทางที่นั่งสำหรับแขกพิเศษ

แต่มันกลับมีบางอย่างแปลกไป เพราะเธอมองไม่เห็นคนที่ควรจะนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างยองจุนเลย คนที่นั่งราวกับเป็นจักรพรรดิแนโร* มองตรงมาทางสนามพร้อมเตรียมยกนิ้วโป้งให้กับเธอเมื่อครู่นี้

และไม่ใช่แค่ยองจุนเท่านั้น แต่ยูชิกรวมทั้งผู้บริหารคนอื่นๆ ก็หายไปเช่นกัน ซึ่งมันไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้

ขณะนั้นบอดี้การ์ดส่วนตัวของท่านรองประธานคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นตรงที่นั่งวีไอพีด้วยสีหน้าร้อนรนพร้อมกับทั้งโบกมือมาทางทีมพยาบาลด้านล่าง อีกฝ่ายเริ่มพูดอะไรสักอย่างกับวิทยุสื่อสารจนทำให้มีโซรับรู้ได้ว่าต้องเกิดเรื่องกับร่างกายยองจุนอย่างแน่นอน

“ท่านรองประธาน!”

มีโซรู้สึกทุกอย่างมืดลงจนเหมือนไฟดับ หัวใจเต้นตึกตักตึกตักอย่างรุนแรงลามไปจนถึงหูอื้อจนฟังอะไรแทบไม่รู้เรื่อง ร่างกายของเธอรีบวิ่งตรงไปหายองจุนด้วยสัญชาตญาณ

“อ๊ากก!!! สต็อป สต็อป! เจ็บบบบบบบ!!”

มีโซได้สติหลังได้ยินเสียงตะโกนเหมือนจะตายดังขึ้นจากด้านหลัง เมื่อเธอหันไปก็พบว่าโคกวีนัมกำลังวิ่งลากขาตามเธอมาด้วย

“หัวหน้าครับ! เชือก ยังไม่ได้แกะเชือกออกเลยนะครับ! อั่กก”

มีโซรีบแกะเชือกบนข้อเท้าออกอย่างรวดเร็วและตรงไปทางฝั่งที่นั่งแขกพิเศษโดยไม่หันหลังกลับมาอีก        

“ยะ…อยู่ๆ จะไปไหนครับ! หัวหน้า! หัวหน้าคิมมีโซ! รับรางวัลก่อนค่อยไปสิครับ! หัวหน้าครับบบบ!”



มีโซวิ่งผ่านสนามกีฬากว้างตรงมายังที่นั่งสำหรับแขกพิเศษแล้ววิ่งเลยเข้ามาในส่วนของทางเข้าออกนักกีฬาด้านหลัง เธอตั้งใจจะเข้าไปด้านในแต่ก็ถูกเหล่าบอดี้การ์ดกั้นเอาไว้ มีโซเลยรีบให้บอดี้การ์ดดูบัตรผ่านเข้าออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มวิ่งต่ออย่างไม่คิดชีวิต แม้จะแทบหายใจไม่ทัน แต่มีโซก็ไม่สามารถลดความเร็วลงได้ เธอคิดเพียงแค่ว่าต้องไปดูอาการของยองจุนด้วยสองตาตัวเองให้ได้เท่านั้น

สนามกีฬาภายในที่แคบแค่นี้ ทางเดินจะยืดยาวออกไปอีกมากแค่ไหนกัน

มีโซแทบจะหายใจไม่ทัน และในตอนนั้นเธอก็มองเห็นกลุ่มผู้คนที่แต่งตัวด้วยชุดทางการสีดำอยู่ด้านหน้า ซึ่งตรงกลางของอีกฝั่งคือยองจุนที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่

“ท่านรองประธานนน!”

เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังจากทางเดินอันคับแคบ ทำให้ทุกสายตาหันมองไปทางต้นเสียงอย่างช่วยไม่ได้

“อะไรกัน…! ท่านรองคะ นี่มันเรื่องอะไรกันคะ! แฮ่ก! แฮ่ก!”

เธอหอบหนักเพราะผ่านการวิ่งมายาวนาน ก่อนแทรกร่างเข้าไประหว่างตัวใหญ่ยักษ์ของบอดี้การ์ดและก้มมองยองจุนหลังผ่านเข้าไปด้านใน

แต่ทันทีที่ยองจุนเห็นมีโซ เขาก็ทำหน้าบึ้งและหันหน้าหนีทั้งๆ ที่ยังใช้มือกุมขาซ้ายเอาไว้อยู่อย่างนั้น

“บาดเจ็บเหรอคะ ไม่สิ ทำไมอยู่ๆ ถึงเจ็บล่ะคะ ตรงไหนคะ แฮ่ก แฮ่ก เจ็บมากไหมคะ ไหนคะ”

มีโซถามทั้งที่ยังหายใจได้ไม่เต็มที่นัก แต่ยองจุนยังคงไม่ตอบอะไรทำเพียงมองผ่านไปเธอไปทางด้านข้างเท่านั้น

“เจ็บมากไหมคะ ไหนคะ ตรงไหน! เจ็บตรงไหนคะ”

“เงียบหน่อย คนเยอะ”

“ฉันถามว่าเจ็บตรงไหนคะ!”

“เลขาคิม”

“เจ็บก็พูดว่าเจ็บสิคะ!”

“รู้ว่าเส้นเสียงมีโซแข็งแรงนะ แต่ลดเสียงลงหน่อย”

“เดี๋ยว ทำไมถึงไม่ยอมบอกล่ะคะ พูดหน่อยสิคะ”

“เลขาคิม…”

“บอกให้รีบพูดไงคะ! พูดสิคะ! ท่านรอง…!”

“โอ้ย จริงๆ เลย! เสียงดัง! หนวกหู! วุ่นวายยยย!!!!”

ยองจุนตะโกนลั่นจนหน้าแดงเถือก และนั่นทำให้ไหล่ของเหล่าผู้ติดตามหดลงไปด้วย เมื่อกี้ใครบอกว่าใครเสียงดังน่ารำคาญกันแน่นะ

“เรื่องเล็กจะทำให้เป็นเรื่องวุ่นวายทำไม! แค่ลื่นตกบันได!”

แต่ชุดสูทแคชชวลสีน้ำตาลของเขากลับเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นสีขาวเต็มไปหมดต่างจากคำพูด มันไม่ใช่แค่การลื่นธรรมดาอย่างแน่นอน

“โกหก! ดูเสื้อผ้าสิคะ! ทำไมกลายเป็นแบบนี้ ไม่ได้แค่ลื่นล้ม แต่กลิ้งลงมาใช่ไหมคะ กลิ้งสินะคะ เจ็บมากไหมคะ หัวกระแทกหรือเปล่า รีบบอกมาให้หมดเลยนะคะ”

“ไม่เป็นไร! ไม่เป็นไร! บอกว่าไม่เป็นไรไง!”

“ดื่มเหล้าใช่ไหมคะ”

“ไม่ได้ดื่ม!”

“ดื่มแน่ๆ!”

“บอกว่าไม่ได้ดื่มไง ทำไมเซ้าซี้จังล่ะะะะ!”

“แล้วมันเพราะอะไรล่ะคะ! ไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ คนปกติที่ไหนทำไมเดินจนล้มกลิ้งตกบันไดได้ล่ะคะ!”

เสียง ‘คะ! คะ! คะ!’ ดังขึ้นเป็นช่วงๆ อย่างต่อเนื่อง

ในเวลาเดียวกันทั้งเหล่าผู้ติดตามและผู้บริหารต่างทำหน้าตื่นตกใจกับสถานการณ์ตรงหน้าไม่น้อย

ลียองจุนของโลกใบนี้ แม้จะทำตัวอวดเก่งจนน่าหมั่นไส้ แต่ก็เป็นผู้ชายที่เก่งมากจนต่อกลอนไม่ได้ มีคาริสม่าตั้งแต่หัวจรดเท้า เป็นบุคคลที่ไม่มีใครจะสามารถต่อล้อต่อเถียงหรือพูดจาร้ายกาจใส่ได้แน่นอน

แต่กับคำต่อล้อต่อเถียงของมีโซ หรือจะพูดอีกครั้งก็คือเขากลับโต้ตอบคำพร่ำบ่นที่ไม่ต่างจากภรรยาที่แต่งงานกันมากว่าสามสิบปีอย่างสนิทใจ ซึ่งมันเป็นภาพลักษณ์ที่ดูไม่เข้ากับยองจุนสักนิด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดูเหมาะสมอย่างน่าประหลาด

ยองจุนถอนหายใจยาวและพูดพร้อมยกมือขึ้นเป็นการห้ามมีโซ

“ไม่เป็นอะไรจริงๆ เลิกทำตัวตื่นเกินเรื่อง แล้วหลีกทางได้แล้ว”

ยองจุนยันพื้นเพื่อดันตัวขึ้นก่อนจะร้องขึ้นทันทีเมื่อขาซ้ายแตะลงบนพื้น

“อั่กก…”

อาจเป็นเพราะขาซ้ายของเขาที่ดูบาดเจ็บ หรือเพราะสีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดของยองจุน มีโซจึงรีบรุดเข้าไปประคองด้านซ้ายของชายหนุ่มเอาไว้ทันที

“ดูสิคะ! ท่านรองเจ็บมากเลยนี่คะ! อ่า ฉันทนไม่ไหวแล้ว ไม่ไหวเลยยย”

“บ่นเสียงดังน่ารำคาญจริง”

“ไปโรงพยาบาลค่ะ”

“ฉันเดินเองได้ ปล่อย”

“ปล่อยได้ยังไงคะ! พิงให้มันดีๆ สิคะ!”

“ฉันบอกให้ปล่อยไง ทำตัวไม่เรียบร้อยเลย!”

หนึ่งในผู้ติดตามที่ตั้งสติขึ้นได้จึงขยับตัวเข้าไปเพื่อจะประคองยองจุนเอาไว้ หลังจากเหม่อมองภาพรองประธานทั้งต่อล้อต่อเถียงแต่ก็พิงไหล่เลขาตัวเองไปด้วยอยู่พักใหญ่

“ท่านรองประธาน… ผม… แค่กก!”

ทว่ากลับมีใครบางคนดึงคอเสื้อแจ็กเก็ตของผู้ติดตามคนนั้นเอาไว้ และเมื่อเจ้าตัวหันไปก็พบว่าเป็นพักยูชิกที่กำลังยืนยิ้มสบายใจอยู่

“ผู้อำนวยการ?”

“อย่าเข้าไปทำลายบรรยากาศดีๆ ของกีฬาภายในส่วนตัวของท่านรองประธานเลยหน่า ปล่อยไว้เถอะ เข้าไปกวนตอนนี้ นายอาจจะได้เสียใจเพราะเรื่องเลื่อนตำแหน่ง เหมือนหัวหน้าฝ่ายโคกวีนัมก็ได้นะ”

“ครับ?!”



กว่ายองจุนจะกลับจากโรงพยาบาลมาถึงบ้าน แสงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปเสียแล้ว

เมื่อได้ยินถึงอาการบาดเจ็บของยองจุน เหล่าคนรับใช้และผู้ช่วยงานบ้านทั้งหลายต่างก็มายืนรอรับเขาอยู่ตรงประตูหน้าบ้านที่เปิดไฟสว่างจ้าพร้อมกับพูดคุยกันเสียงเซ็งแซ่ไปหมด ยองจุนผู้เหนื่อยล้ามาตั้งแต่อาการตื่นตูมของมีโซ เลยออกคำสั่งใหพวกเขาเลิกงานทันที และไม่ถึงห้านาทีหลังจากที่ทั้งหมดถูกสั่งให้เลิกงาน บ้านของยองจุนก็เงียบสงบลงราวกับไม่มีแมลงเลยสักตัว

ยองจุนเดินกระเผลกเข้ามานั่งในห้องนั่งเล่นโดยมีมีโซเป็นผู้ดูแลจัดท่าทางของเท้าฝั่งซ้ายที่มีเฝือกใส่เอาไว้ให้เข้าที่ เขาต้องใส่เฝือกหนึ่งอาทิตย์เพื่อให้อาการพลิกของเส้นเอ็นดีขึ้น

“เฮ้อ”

ยองจุนถอนหายใจยาว เขากินยาแก้ปวดและตามด้วยตามดื่มที่มีโซนำมาให้ก่อนคลายปมเน็กไทด์ให้สบายตัวมากขึ้น

“เฮ้อ แสดงภาพลักษณ์แบบนี้ต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะไปได้ยังไง”

“ท่านรองประธาน ยังจะห่วงเรื่องภาพลักษณ์อีกเหรอคะ ไม่เจ็บมากกว่านี้ก็ดีแค่ไหนแล้วค่ะ”

“อื้อ ภาพลักษณ์ของฉันมันเป็นปัญหาเสมอ”

มันก็จริงอย่างที่ว่า ยองจุนทำหน้าเคร่งขรึมแล้วปัดเส้นผมขึ้นด้านบนอย่างวางท่า ดูไม่น่าเป็นไปได้เลยว่าชายหนุ่มที่ดูภูมิฐานตรงหน้าจะสร้างเรื่องน่าขันเพราะดันไปหกล้มหัวทิ่มขมำต่อหน้าเหล่าผู้บริหารและผู้ติดตามได้

มีโซมองเฝือกบนขาซ้ายของยองจุนแล้วถามขึ้นหลังวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ

“ไม่เป็นอะไรจริงๆ เหรอคะ นอนโรงพยาบาลสักวันสองวัน แล้วค่อยรอดูผลจะดีกว่าไหมคะ”

“ขาพลิกแค่นี้จะนอนโรงพยาบาลอะไรล่ะ”

“เกิดตอนหลังเจ็บหนักขึ้นมาจะทำยังไงล่ะคะ”

มีโซทำหน้านิ่วคิ้วขมวดจ้องมองยองจุน ถึงจะเป็นมีโซที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานเสมอ แต่ตอนนี้เธอกลับดูต่างไปจากเดิมนิดหน่อย

“โอ้ เพิ่งเคยเห็นมีโซทำหน้าแบบนี้ครั้งแรกเลยนะ”

ยองจุนชี้นิ้วไปทางใบหน้าของมีโซพร้อมรอยยิ้มชวนโมโห แต่มีโซก็ยังคงขมวดคิ้วแน่นอยู่เช่นเดิม

“เป็นห่วงฉันขนาดนั้นเลยเหรอ”

“มันเรื่องอะไรกันคะ จริงๆ เลย…”

มีโซก้มมองข้อเท้าของยองจุนด้วยสีหน้าไม่ดีเท่าไหร่นัก เธอบ่นพึมพำคล้ายกับกำลังเสียใจ แต่ยองจุนตอบกลับเหมือนไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่โตอะไร

“แค่คำนวณขั้นบันไดผิดเท่านั้นแหละ”

หลังจากมองอีกฝ่ายอยู่นิ่งๆ มีโซจึงหรี่ตาลงก่อนจะเถียงกลับ

“อวดตัวให้น้อยหน่อยเถอะคะ แค่บันไดจะคำนวณไปทำไมกันคะ ใช้ตามองแล้วเดินก็จบแล้วนี่คะ คิดเรื่องอื่นไปด้วยตอนเดินหรือเปล่าคะ คิดอะไรขนาดนั้นกันคะ”

ยองจุนหันหน้าหนีและกระแอมเบาๆ ด้วยความไม่อยากตอบคำถาม มีโซจึงเลิกซักไซ้ไล่เรียงเขาต่อแล้วถามเรื่องอื่นขึ้นมาแทน

“ไม่เจ็บตรงอื่นใช่ไหมคะ”

“นิดหน่อยที่ข้อมือ…”

ยองจุนยันตัวเองไว้ตอนล้ม แต่ตอนนี้เขาเพิ่งรู้สึกถึงความเจ็บแปลบจากข้อมือขวาและนิ่วหน้าหลังจากลองหมุนข้อมือไปมา

มีโซหายไปจากตรงหน้ายองจุนครู่ใหญ่ก่อนจะกลับมาพร้อมผ้าชุบน้ำอุ่นในมือ เธอนั่งลงที่พื้นก่อนจะวางผ้าชุบน้ำอุ่นไว้ตรงข้อมือของยองจุน

“ไม่ร้อนใช่ไหมคะ”

“อืม กำลังพอดีเลย”

“คนไม่เคยเป็นแบบนี้มาทั้งชีวิต พอไม่ระวังตัวแล้วไม่สมกับเป็นท่านรองเลยนะคะ”

มีโซพูดบ่นเบาๆ วางผ้าชุบน้ำอุ่นไว้บนข้อมือที่บาดเจ็บของยองจุนเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความเจ็บลง ร่างกายของยองจุนจึงเริ่มอบอุ่นขึ้นด้วยอุณหภูมิที่พอดีจนเขารู้สึกอ่อนเพลียและเริ่มง่วงนอน

ยองจุนหันหน้ามาล้วค่อยๆ พิจารณามีโซอย่างช้าๆ

ผมยาวถูกรวบไว้ให้ทะมัดทะแมงและคล่องตัวสำหรับการแข่งวิ่งทำให้หน้าผากสวยถูกเปิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติต่างจากปกติ คิ้วได้รูปเข้ากันดีกับขนคิ้วเรียงหนา จมูกโด่งสวย ไปจนถึงกระจับปากนุ่มนิ่มได้รูปราวกับถูกวาดด้วยปลายพู่กันจีน

เทียบกับใบหน้าเมื่อเก้าปีก่อน คนตรงหน้ามีกระเพิ่มขึ้น หางตามีรอยตีนกาขึ้นอยู่บ้างเพราะเอาแต่ยกยิ้มอยู่ตลอดเวลาที่ผ่านมา แต่มีโซก็ยังคงสวยอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นตอนนั้นหรือตอนนี้



* แนโร เกลาดิอุส ไกซาร์ เอากุสตุส แกร์มานิกุส เป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันองค์ที่ห้า

ความคิดเห็น