โซซอล
facebook-icon

ซอลลี่นำความสนุกจากซีรีส์เกาหลีสุดฮิต 'What's Wrong with Secretary Kim' มาให้ทุกคนได้อ่านในรูปแบบตัวอักษรกันแล้วค่า~

ตอนที่ 10-3 คำสาปของบล็อกบัสเตอร์

ชื่อตอน : ตอนที่ 10-3 คำสาปของบล็อกบัสเตอร์

คำค้น : เลขาคิม นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2562 08:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10-3 คำสาปของบล็อกบัสเตอร์
แบบอักษร

​หลังเวลาผ่านไปสักพักระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังเข้าแถวรอเพื่อเตรียมตัวแข่งวิ่ง หัวหน้าฝ่ายโคก็ถามสิ่งที่แสดงถึงจุดประสงค์ขึ้นมาอย่างชัดเจน

“ขอโทษนะครับ... คือหัวหน้ามีแฟนหรือยังครับ”

“ไม่มีค่ะ”

คนถามหน้าแดงขึ้นแล้วยกมือเกาท้ายทอยก่อนจะถามต่อ

“ชอบสวนสนุกไหมครับ”

“ค่ะ”

“สุดสัปดาห์นี้จะทำอะไรเหรอครับ”

“ไม่รู้สิค่ะ ยังไม่มีแพลนเลยค่ะ”

มีโซยังคงมองหน้าของโคกวีนัมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มหวาน เขาจึงหน้าแดงพร้อมกับพูดออกมาอีกครั้ง

“งั้นไปทานอาหารกับผมสักมื้อไหมครับ”

“อ่า…”

ตายแล้ว ทำยังไงดี ดูดีๆ แล้วผู้ชายคนนี้…

มีโซจ้องหน้าแดงเถือกของโคกวีนัม หลังจากนั้นเธอก็หน้าแดงขึ้นกะทันแล้วส่ายหน้าไปมา

“ฮ่าๆ ไม่ต้องเขินขนาดนั้นหรอกครับ ผมไม่ได้ชวนแบบยิ่งใหญ่อะไรแบบนั้นครับ จริงๆ คืออาทิตย์นี้ผมได้คูปองบุฟเฟ่ต์ของโรงแรมมาสองใบเป็นของขวัญ แต่ไม่มีคนไปด้วยน่ะครับ”

“อ่า… ฉัน…”

ทำยังไง ทำยังไงดีล่ะ

ขนจมูกเขาโผล่ออกมา ต้องบอกไหมนะ แล้วจะบอกยังไงดีล่ะ ไม่สิ แล้วทำไมขนจมูกถึงได้โผล่มาข้างนอกกันล่ะ ปกติตอนเช้าผู้ชายโกนหนวดแล้วไม่ส่องกระจกกันเหรอ

โคกวีนัมพูดต่อพร้อมรอยยิ้ม หลังจากเขาเห็นมีโซทำเพียงแค่หน้าแดงโดยไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมา

“ฮ่าๆ ดูคุณเป็นคนขี้อายนะครับ”

“อ่า ไม่ค่ะ ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ”

จะพูดน้อยแล้วเกี่ยวกันตรงไหน ขนจมูกคุณนั่นแหละที่กล้าแสดงออกจนโผล่ออกมาแล้ว!

“หลังจากทานข้าวเสร็จแล้วไปยูอิลแลนด์ด้วยกันนะครับ ผมจะจัดการเรื่องตั๋วแบบฟรีพาสให้คุณเอง ยังไงพนักงานก็มีส่วนลดเยอะอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลอะไรเลย ดีไหมครับ”

อ่า คุณคงไม่รู้จักความหมายของคำว่าฟรีพาสของจริงซะแล้ว

มีโซมองโคกวีนัมด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก แต่แล้วอะไรบางอย่างก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกตีเข้าที่ศีรษะจนด้านหน้ามืดลงในทันที

“อ่า เดี๋ยวนะ ดูแล้ว...”

มีโซทำตาโตด้วยความตกใจ เธอหันมองรอบตัวที่เต็มไปด้วยผู้เข้าแข่งขัน

ผู้เข้าร่วมการแข่งวิ่งสองคนสามขา มีแต่พนักงานหนุ่มหล่อที่ยังไม่มีคนรักทั้งหมด

แต่หนุ่มหล่อที่ว่าอยู่ไหนกันล่ะ มองดูรอบๆ ตัวตอนนี้ก็มีแต่กุ้งหอยปูปลาทั้งนั้น นี่มันสวนสัตว์ชัดๆ เลย อควาเรียมนี่หน่า!

ตอนนี้มีโซเข้าใจแล้วว่าที่เธอรู้สึกคลางแคลงใจเมื่อครู่นี้มันคืออะไร ทำงานข้างๆ ยองจุนมานานมากจนเธอไม่เคยตระหนักถึงอะไรแบบนี้มาก่อน แต่ตอนนี้เป็นคือความจริงที่มีความเป็นเป็นได้ถึงร้อยเปอร์เซ็นโดยไม่ต้องหาเหตุผลเพิ่มเลย

หลังจากนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหน ไม่ว่าจะเจอใครก็ตาม เธอก็คงรู้สึกเหมือนไปอควาเรียมภายในสวนสัตว์แน่ๆ

ระหว่างที่ทำงานร่วมกับมนุษย์อย่างลียองจุนมาถึงเก้าปี ดวงตาของเธอคงจะสูง* ขึ้นไปถึงยอดเขาเอเวอร์เรสเรียบร้อยแล้ว เธอจะไปเจอใครแล้วรู้สึกว่าเขาดีกว่าได้อีกไหมนะ มันแย่จริงๆ ที่การมีชีวิตรักแบบคนธรรมดาๆ ของเธอพังตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม

มีโซหันมองไปรอบตัวก่อนจะมองตรงไปที่นั่งสำหรับแขกพิเศษซึ่งอยู่ไกลๆ

ก็ตามนั้น

ลียองจุนนั่งไขว้ห้างแผ่รัศมีความสง่างามด้วยท่าทางมีเสน่ห์อยู่ตรงนั้น และมองตรงมายังเธอราวกับรู้ว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว



“ฮ้าววว เหนื่อยแล้ว รีบๆ จบสักที เมื่อไหร่จะได้เจอเมอร์เมดล่ะ เฮ้ออ”

ยูชิกอ้าปากหาวอย่างช้าๆ พร้อมกับใช้หลังมือปาดน้ำตาตรงหางตาพลางดูดน้ำโสมแดงในมือไปด้วย

ส่วนยองจุนที่นั่งอยู่ข้างๆ กันมองสนามกีฬาด้วยท่าทางสบายๆ โดยที่ปลายสายตาของเขาจับจ้องตรงไปยังสนามแข่งวิ่งสามขา หนึ่งในนักกีฬาที่กำลังเตรียมตัวอยู่คือมีโซ

“อ้าว เลขามีโซไปทำอะไรตรงนั้นอะ ไม่เห็นเลขาคิมจีอาเลย สงสัยคงไปลงแทนมั้ง ว่าแต่…”

ยูชิกลอบสังเกตยองจุนก่อนจะพูดต่อ

“แย่แล้ว นั่นรวมตัวหนุ่มหล่อคนโสดของบริษัทไว้หมดเลยนะ เกิดเลขามีโซของเราไปปิ๊งใครตรงนั้นขึ้นมาจะทำไงดีเนี่ย”

“ไม่มีทาง”

“มั่นใจขนาดนี้ระวังหน้าหักนะ นายอะ”

“ไม่มีใครได้เข้าตามีโซหรอก โดนสาปไว้แล้ว”

“อะไรนะ”

“จะเรียกว่าเป็นคำสาปของบล็อกบัสเตอร์ได้ไหมนะ”

“พูดเรื่องอะไรอยู่เนี่ย”

ยองจุนชี้นิ้วไปทางใจกลางสนามกีฬาด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้แล้วเริ่มพูดต่อ

“บล็อกบัสเตอร์ ผลงานชิ้นเยี่ยมที่ถูกสร้างด้วยต้นทุนสูงลิ่ว ยิ่งลงทุนในสเกลใหญ่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีรอบฉายมากขึ้นเท่านั้นไงล่ะ”

“อันนั้นรู้ แต่คำสาปบล็อกบัสเตอร์…”

“หลังจากดูหนังไซไฟร์ลงทุนด้วยเงินสามร้อยล้านดอลลาร์ในโรงหนังไอแม็กซ์ทรีดี แล้วก็มาดูหนังต้นทุนต่ำไง”

“โห!”

“คิดว่าจะเข้าตาไหมล่ะ”

แล้วก็เป็นไปตามที่คาดไว้ ขนาดมองจากไกลๆ ยังเห็นมีโซกำลังรอการแข่งขันด้วยสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่ และผู้ชายข้างๆ เธอ ถึงแม้จะโด่งดังในหมู่สาวๆ ที่ยังไม่แต่งงานในบริษัทมากขนาดไหน แต่วิชวลของเขาก็กลายเป็นหนังไร้เสียงบนจอขาวดำไปเสียแล้ว

“อ่า… ลียองจุน เจ้าคนน่ากลัว!”

ยูชิกทำหน้าสยองขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนจะหันไปมองยองจุน

สีหน้าของยองจุนที่มองลงไปในสนามกีฬาด้วยรอยยิ้มนั้น เรียกได้ว่าเต็มไปด้วยความชั่วร้ายจนสามารถรู้สึกได้

“ไหน คิดว่าจะทำได้ก็ลองดิ้นรนจนถึงที่สุดดูแล้วกัน คิม มี โซ”

ช่วงเวลาเดียวกับที่ยองจุนแสยะยิ้มออกมา สัญญาณออกตัวจากแข่งขันในสนามก็ดังขึ้นเช่นเดียวกัน คู่หนุ่มสาวทั้งหลายจึงเริ่มออกตัววิ่งพร้อมๆ กัน

เพราะถูกผูกข้อเท้าติดกันเอาไว้และความไม่คุ้นเคยในจังหวะจึงทำให้มองเห็นท่าทางขบขันอย่างแปลกๆ บนสนามอย่างช่วยไม่ได้ ถามว่าตลกแค่ไหนน่ะเหรอ ก็ขนาดที่ทำให้ยูชิกหัวเราะออกมาอย่างรุนแรงจนแทบร้องไห้ออกมาเลย

“โอ๊ย! ตลกอะ! ใครคิดอันนี้ขึ้นมาเนี่ย สุดยอดเลยอะ ฮ่าๆๆ”

แต่ในตอนนั้น

ก็มองเห็นชายหญิงคู่หนึ่งในสนามวิ่งสปีดนำเดี่ยวขึ้นมาด้วยความเร็ว แซงอีกหลายๆ คู่ขึ้นมาอย่างว่องไวราวกับติดมอเตอร์ไว้ที่ขาของพวกเขาทั้งคู่

หลังจากเพ่งมองคนคู่นั้นด้วยความสนใจว่าเป็นใคร สีหน้าของยองจุนก็เปลี่ยนไปทันที

“ลียองจุน อยู่ๆ ทำไมหน้าตาเป็นงั้นล่ะ”

“นั่น…”

“อู้ว้าววว! ก็ว่าอยู่นั่นใคร คู่ของเลขามีโซเรานี่เอง”

ยุนชิกหันไปเช็กสีหน้าที่ร้อนรนมากขึ้นของยองจุนพลางเขย่าซองโสมแดงเปล่าๆ ในมือแล้วพูดต่อ

“โอ้ เงาแทบจะรวมเป็นเงาเดียวแล้วนะนั่น แทบจะเป็นคนเดียวกันอยู่แล้ว ไม่สิ หนึ่งเดียวสุดๆ เลย หนึ่งเดียว”

“นั่นมัน… จริงๆ เลย”

ยุนชิกทิ้งซองโสมแดงเปล่าลงถังขยะ พูดพึมพำต่อโดยไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดี

“โธ่เอ๊ย ไหนว่าคำสาปบล็อกบัสเตอร์”

“หุบปาก”

“ได้ดูหนังฟอร์มเล็กแต่ทำได้ดีเข้าแล้วล่ะมั้ง แบบนี้นี่ละสายตาไม่ได้จนกว่าจะถึงตอนจบเลยนะ เป็นการดำเนินเรื่องที่น่าลุ้นมาก”

“ผู้เชี่ยวชาญพัค”

“อ่า เมื่อกี้ตอนดูแข่งฮูลาฮูป เลขามีโซก็ดูใหญ่ใช้ได้อยู่นะ แล้วยิ่งได้โอบเอวตัวติดกันแบบนั้นอะ ต้อง เต็ม ไม้ เต็ม มือ แน่นอน”

“บอกให้หุบปากไง”

สีหน้าของยองจุนที่ขบกรามแน่นระหว่างมองเข้าไปในสนาม กลายเป็นยมทูตไปแล้วอย่างแท้จริง

มันก็จริงอย่างที่ว่า มีโซกำลังกอดเอวของผู้ชายที่ไม่ได้รู้จักมักจี่กันมาก่อนไว้แน่นแบบไร้ช่องว่างพร้อมกับตะโกน ‘หนึ่งสอง หนึ่งสอง’ แล้ววิ่งอย่างเต็มที่อยู่ในสนาม

แล้วก็อย่างที่ยูชิกพูด ส่วนสำคัญของมีโซอาจจะไปโดนเข้ากับตัวหมอนั่นจริงๆ ก็ได้ ไม่รู้ไอ้หมอนั่นมันแตะตัวเธอด้วยความคิดแบบไหนอยู่ แต่ก็ยังวิ่งอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังหันมองด้านหลังไปด้วยว่ามีใครตามมาไหมราวกับกลัวจะพลาดที่หนึ่งไปจริงๆ

“ยัยเด็กโง่นั่นบ้าไปแล้วเหรอ! งานกีฬาภายในของบริษัทแบบนี้แค่เข้าร่วมก็พอแล้ว ใครเค้าลงทุนทุ่มชีวิตแข่งเต็มที่กันขนาดนั้น!”

อ้าว ว่าไปแล้ว…


[ดูท่าพูดไปคงไม่เข้าหูเลยสินะ มีคำโบราณกล่าวไว้ว่าถึงตายก็จะชนะ หมายความว่าแม้จะต้องเฉียดตายก็แพ้ไม่ได้เด็ดขาด แค่ทำเต็มที่มันไม่พอ ยังไงก็ต้องเอาที่หนึ่งมาให้ได้]


อ่า ในเวลาแบบนี้คำนั้นมันย้อนกลับมาปักเข้าตาเขาเองสินะ

“ลียองจุน”

“อ๊าก ให้ตาย...”

ยองจุนกำที่วางแขนของเก้าอี้ไว้แน่นจนตัวแทบจะลอยขึ้นเพราะแรงแขนที่เกร็งอยู่แล้วก็ว่าได้ เมื่อยูชิกดูจะจับความผิดปกติของอาการเพื่อนได้จึงหยิบของบางอย่างขึ้นมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ยองจุนด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“ดื่มนี่หน่อยไหม”

ยองจุนยกเครื่องดื่มที่เพื่อนเปิดฝาให้ชดแบบวันช็อตรวดเดียว ก่อนจะใช้พลังทั้งหมดในการสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วถอนออกมายาวๆ

เอาล่ะ ไว้ไปตำหนิทีหลังก็ยังได้ อย่างแรกคงต้องจัดการกับหัวใจที่เต้นแรงนี่ให้ได้ก่อนแล้วกัน

และในขณะนั้น ผู้ประกาศภายในสนามก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ

- ครับบบ! และผู้ที่ได้รับเกียรติเป็นที่หนึ่งของวันนี้ ทุกท่านเห็นกันแล้วใช่ไหมครับ ทั้งสองคนได้แสดงให้เห็นทีมเวิร์คเป็นอย่างดี แหม่ บอกลางมาเลยนะครับ ลางอะไรครับ ใช่แล้ว! ลางของความเป็นคู่รักไงครับ! คบกันเลย! คบกันเลย!”

ทุกคนต่างปรบมือเข้าจังหวะกับคำว่า ‘คบกันเลย!’ และพูดขึ้นมาพร้อมๆ กัน รวมถึงดึงสโลแกน ‘เป็นหนึ่งเดียวกัน ยูอิล’ ขึ้นมาใช้อย่างไม่รู้สึกเขินอาย สร้างบรรยากาศอบอุ่นขึ้นมาได้ในทันที

ยกเว้นแค่จุดเดียวเท่านั้นที่อยากจะโยนคำว่า ‘หนึ่งเดียวกัน ยูอิล’ ออกไป

“เล่นเป็นเด็กกันจริง”

ยูชิกรู้สึกขนลุกขึ้นมา เมื่อเห็นสายตาเย็นชาของลียองจุนมองไปทางสนามกีฬา ลางไม่ดีแล้วแบบนี้ และหลังความคิดนั้นยองจุนก็พูดต่อขึ้น

“ยกเลิกงานกีฬาภายในตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป”

“เฮ้ย ลียองจุน”

“ทนต่อไปไม่ไหวแล้ว ฉันไปก่อนล่ะ"

ยองจุนลุกพรวด เหล่าผู้บริหารและพนักงานที่นั่งอยู่ด้วยกันจึงลุกขึ้นตามด้วยสีหน้าสับสน แต่เขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้นและเดินตรงลิ่วไปทางบันได

“อ้าว ท่านรองประธาน! แล้วพิธีปิดล่ะครับ!”

ยูชิกตะโกนถามด้วยความร้อนใจ แต่ยองจุนยังคงเดินตรงแน่วโดยไม่หันกลับมา และในตอนนั้น...

“พิธีปิดนายก็จัดการอ่านแทน…!”

โครม!  

ก่อนจะพูดจบประโยค ยองจุนก้าวพลาดจนเหยียบขาตัวเองลื่นตกจากบันไดและจบด้วยการปักตัวเองลงกับพื้นโลกอย่างไม่เป็นท่า


* ตาสูง เป็นสุภาษิตของเกาหลี แปลว่า สเปกสูง/ รสนิยมสูง

ความคิดเห็น