น้ำมิ้ม

ในเมื่อความรักที่เขาเพียรรักษา ไม่มีค่าสำหรับใครเลย คงจะไม่แปลกอะไรถ้าวันนี้เขาจะเลือก "เงิน" ดูบ้าง ..นับจากนี้พัทธ์บอกตัวเอง เขาจะเป็นฝ่ายตีราคาดูบ้างว่าความรักมันควรจะตีเป็นเงินเท่าไร

อดีตที่ไหลบ่า

ชื่อตอน : อดีตที่ไหลบ่า

คำค้น : บ่วงพัทธ์ , จำเลยรัก , ตบจูบ , พัทธ์ , หนึ่งนาถ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 65

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2562 22:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
อดีตที่ไหลบ่า
แบบอักษร

“เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูเครียดจัง ”

น้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นอย่างอาทรนั้นทำให้หนึ่งนาถหันมามองคนขับที่จอดรถเรียบร้อยที่หน้ากระท่อมเธอนานแล้วก่อนจะยิ้มแห้งๆพลางตอบเสียงอ่อน

“คือหนึ่งมัวแต่คิดเรื่องยายน่ะค่ะ”

“อย่าเป็นห่วงไปเลย การผ่าตัดก็เรียบร้อยดีแล้ว พักฟื้นอีกไม่นานยายเธอก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว”

“หนึ่งก็หวังให้เป็นอย่างนั้นค่ะ”

“มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ อ้อ..เย็นนี้ฉันคงไม่ได้แวะมากินข้าวด้วยนะ ต้องไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศ เธออยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”

หางเสียงที่ห่วงใยตอนท้ายทำให้หนึ่งนาถยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนหวาน จนคนที่ต้องไปเคลียร์งานชักอยากจะอยู่ด้วยกันมากกว่า

“คุณพัทธ์ไปทำงานเถอะค่ะ หนึ่งไม่เป็นไรจริงๆ”

“งั้นก็พักผ่อนเถอะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะมารับไปเยี่ยมยายนวลด้วยกัน”

หนึ่งนาถพยักหน้ารับก่อนจะก้าวลงจากรถหากสีหน้าที่ยังแฝงความกังวลทำให้พัทธ์ยังลังเลอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะยอมตัดใจถอยรถกลับออกไป หญิงสาวยืนรอจนกระทั่งรถแล่นหายลับตาไปแล้ว ขาเรียวจึงก้าวไปยังทางแยกไปน้ำตกท้ายไร่เพราะอีกไม่นานลุงชุ่มก็คงจะแวะเอากับข้าวเย็นมาส่งให้แต่ว่าตอนนี้หญิงสาวต้องการสถานที่เงียบๆในการไขความลับจากอดีตที่ยายเก็บซ่อนเธอเอาไว้มานับสิบๆปี คำถามที่ก้องอยู่ในใจตอนนี้มีเพียงสิ่งเดียว ทำไมยายถึงต้องปิดบังเธอด้วย

..........................

แสงแดดยามบ่ายที่ส่องกระทบธารน้ำตกเล็กๆที่ไหลเซาะแก่งหินน้อยใหญ่จนน่าจะทำให้ร่างเพรียวที่นั่งอยู่ริมน้ำได้รับไอร้อน แต่หนึ่งนาถกลับจมอยู่กับข้อความในอดีตที่ไหล่บ่าเข้ามาให้เธอได้รับรู้ไม่หยุด จดหมายสองฉบับที่เธอได้มานั้นล้วนบ่งบอกถึงเหตุการณ์เดียวกัน ...แม่หอบสินสอดทองหมั้นหนีไป เพียงแต่ว่า รายละเอียดทั้งสองฉบับนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“ฉันต้องขอโทษด้วยที่ฉันไม่สามารถมาเจอเธอได้ตรงๆ จนต้องให้ชุ่มเป็นธุระให้ทุกอย่าง แต่ขอให้เชื่อเถิดว่าฉันตั้งใจจะขอโทษและขอบคุณเธออย่างแท้จริง ดังนั้นได้โปรดรับความช่วยเหลือจากฉัน อย่างน้อยฉันก็อยากให้นุชนารถไปอย่างปลอดภัย ฉันรู้สึกผิดต่อเธอเสมอที่ต้องให้เธอเป็นฝ่ายทำเพื่อฉัน ฉันยอมรับว่าออกจะเห็นแก่ตัวไม่น้อยที่เลือกจะทำอย่างนี้ แต่ถ้าจะกล่าวโทษใครก็จงโทษฉันเถิด เพราะฉันผิดเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี ทำแต่เรื่องแย่ๆ น่ารังเกียจ แต่พิสุทธิ์มันก็เป็นลูกของฉัน ฉันขอร้อง...อย่าเอาเรื่องมันเลยให้เรื่องทั้งหมดจบแค่นี้ และไม่ต้องห่วงเจ้าพัทธ์ ตราบใดที่ฉันยังอยู่ฉันจะดูแลอย่างดีที่สุด   ขอโทษด้วยที่ต้องขอร้องให้เธอยุติเรื่องทั้งหมดและหนีไปเสียเพื่อพิสุทธิ์ และขอบใจที่ทำเพื่อฉันนะนวล ...จาก เพชร วนาพงษ์”

หนึ่งนาถหยิบจดหมายสองฉบับมาเทียบกันด้วยมืออันสั่นน้อยๆ จดหมายที่ยายยัดใส่มือเธอนั้นมีเพียงข้อความสั้นๆเพียงไม่กี่ประโยค หากสิ่งที่ปรากฏนั้นตรงข้ามกับเนื้อความในจดหมายที่พยาบาลให้เธอโดยสิ้นเชิง

“หนูจะไม่ยอมถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศไปตลอดชีวิต สักวันหนึ่งคนทำผิดต้องได้รับผลกรรมทั้งหมด ต่อให้แม่จะว่าหนูว่าเป็นคนเนรคุณแต่หนูจะไม่ยอมให้คุณท่านบงการชีวิตหนูด้วยคำว่าบุญคุณอีกแล้ว”

ตัวอักษรที่เขียนหวัดๆนั้นไม่ชัดเจนเท่ากับรูปภาพที่เป็นหลักฐานได้ดีกว่าร้อยเท่าพันเท่า ...ภาพมารดาที่เธอแทบไม่เคยได้เห็นหน้าเลยตลอดหลายปีมานี้ปรากฏชัดพร้อมๆกับชายสองคนที่กำลังยื่นมือมารับชุดเครื่องเพชรและเงินสดมากมายจากแม่ของเธอ หากสิ่งที่ทำให้เธอตกใจจนแทบทรงตัวไม่อยู่นั่นก็คือ หนึ่งในชายสองคนนั้นคือ พิสุทธิ์ อาของพัทธ์!

“ทำอะไรอยู่จ๊ะสาวสวย!”

เสียงห้าวที่ทักดังขึ้นกะทันหันทำให้หนึ่งนาถตกใจจนมือไม้อ่อน รูปถ่ายในมือร่วงลงสู่สายน้ำไปอย่างไม่คาดคิดพร้อมๆกับที่หญิงสาวร้องอุทานอย่างตกใจ

“อุ๊ย! รูปนั่น ช่วยหนึ่งเก็บรูปทีค่ะคุณทิน”

หญิงสาวเอ่ยขอร้องพลางเดินลุยน้ำลงไปด้วยทำเอาทินวัฒน์ที่ตั้งใจมาเซอร์ไพรส์สาวรีบวิ่งลงน้ำไปเก็บให้แทบไม่ทัน ยังดีว่าน้ำไม่แรงมากร่างล่ำสันก้าวยาวๆเพียงไม่กี่ครั้งก็คว้ารูปใบเล็กขึ้นมาทัน หากบุคคลในรูปทำให้คนเก็บรูปขมวดคิ้วน้อยๆก่อนจะเดินลุยน้ำข้ามมาหาหนึ่งนาถพร้อมๆกับส่งรูปคืนให้แต่โดยดี

“คุณหนึ่งไปเอารูปเสี่ยเจริญมาจากไหนครับ”

“คะ? คุณทินรู้จักผู้ชายในรูปนี่ด้วยเหรอคะ”

“รู้จักสิครับ ตัวเอ้ของเชียงรายเลยล่ะ ว่าแต่ทำไมคุณถึงมีรูปของเสี่ยเจริญละครับ”

หนึ่งนาถรับรูปมาจากชายหนุ่มเพียงอย่างเดียวหากไม่ยอมปริปากตอบคำถาม ทำให้ทินวัฒน์ที่จับจ้องใบหน้าเรียวคมที่แฝงแววกังวลอยู่เต็มเปี่ยมตอบคำถามในใจตัวเองแทนเสร็จสรรพ สงสัยว่าจะเป็นเรื่องไม่ธรรมดาแล้วละมั้ง

“คุณหนึ่งไม่รู้จักเสี่ยเจริญ แต่ที่นี่ใครๆก็รู้จักนะครับ เสี่ยเจริญเขามีอิทธิพลมากเพราะนอกจากจะมีตลาดค้าขายทั้งฝั่งเชียงรายแล้วก็ฝั่งชายแดนแล้ว ใครๆเขาก็รู้กันทั่วว่าเสี่ยมีธุรกิจคาสิโนอยู่ฝั่งโน้นด้วย คอนเน็คชั่นระดับสายแข็งทั้งนั้น คุณอย่าไปยุ่งด้วยเชียว ตัวอันตรายชัดๆ”

“แต่หนึ่งต้องยุ่งค่ะ เพราะผู้หญิงในรูปนั้นเป็น... เป็นแม่ของหนึ่งเองค่ะ”

ทินวัฒน์เพียงแต่เลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจหากไม่ถามต่อเพราะจากอาการนิ่งไปของหญิงสาวตรงหน้าหากแววหวาดหวั่นและสับสนในดวงตาสีน้ำตาลคู่สวย ทำให้ทินวัฒน์กลับเป็นฝ่ายกลัวว่าถ้าหากเขาถามอะไรผิดไปจะกลายเป็นว่าเขาไปเติมเชื้อไฟให้หญิงสาวตัดสินใจอะไรที่หุนหันพลันแล่นไปจึงได้แต่นั่งลงข้างๆและคอยเป็นฝ่ายรับฟังเงียบๆ

“ยายบอกหนึ่งมาตลอดว่าแม่ทำเพื่อตา แต่สิ่งที่หนึ่งรู้วันนี้มันไม่ใช่ เพราะอย่างนี้ยายถึงอยากมาที่นี่ อยากมาเจอคุณพัทธ์ แต่ยายไม่คิดจะบอกความจริงหนึ่งเลย ถ้าหากว่ายายไม่เจ็บหนักจนเข้าโรงพยาบาล หนึ่งก็คงไม่มีวันได้รู้!”

หนึ่งนาถกำจดหมายในมือแน่น ในใจนั้นมีแต่ความไม่เข้าใจ...ยายเลือกที่จะช่วยคุณพิสุทธิ์ ยอมที่จะให้ครอบครัวตัวเองต้องพลัดพรากและแบกรับคำก่นด่าต่อว่าจากใครต่อใครเอาไว้เพียงเพราะคำขอร้องของคนคนเดียว!

“ใจเย็นๆก่อนนะครับคุณหนึ่ง ผมว่าตอนนี้คุณหนึ่งกำลังเครียด ถึงผมจะไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งเดียวที่ผมรู้และบอกคุณหนึ่งได้ก็คือ ผมเป็นห่วงคุณ”

สายตาที่ฉายแววกังวลที่ทอดมองมายังเธออย่างจริงใจนั้นทำให้หนึ่งนาถยอมปล่อยให้อีกฝ่ายเอื้อมมือมากุมมือเธอไว้ หากน้ำเสียงที่เอ่ยตอบยังคงรักษาระดับความเป็นเพื่อนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

“ขอบคุณนะคะคุณทิน  ตอนนี้หนึ่งก็แค่กำลังสับสน แต่หนึ่งเองก็คงทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ คงต้องรอฟังทุกอย่างจากยายค่ะ”

“ดีแล้ว รอฟังทุกอย่างให้เคลียร์ก่อน แต่ระหว่างนี้ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็ให้รีบบอก ห้ามไปทำอะไรเสี่ยงๆเด็ดขาด สัญญากับผมได้ไหม?”

สีหน้าและน้ำเสียงที่คาดคั้นผิดจากหนุ่มทาร์ซานอารมณ์ดีอย่างเคยทำให้หนึ่งนาถได้แต่ยิ้มรับ ก่อนจะรับปากเสียงอ่อย

“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณทิน หนึ่งจะไม่ลืมเลยว่าหนึ่งยังมีเพื่อนที่ดีอย่างคุณทินอีกคน”

คำตอบที่หลุดจากปากหญิงสาวทำให้หนุ่มหุ่นล่ำชักจะยิ้มไม่ค่อยออก หากทินวัฒน์ไม่ถือสา อย่างน้อยตอนนี้อีกฝ่ายก็รับเขาเป็นเพื่อนอย่างเต็มใจ ส่วนอนาคตจะพัฒนาได้แค่ไหนนั้นก็คงขึ้นอยู่กับระดับความตื๊อของเขาเท่านั้น

ทินวัฒน์คิดหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองแล้วก็ค่อยยิ้มกว้างอย่างสบายใจ โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าขณะนี้หญิงสาวตรงหน้ากำลังครุ่นคิดถึงชายหนุ่มอีกคนอย่างเป็นห่วง ...ทั้งจดหมายและรูปถ่ายทั้งหมดสามารถทำให้แม่ของเธอพ้นมลทินจากคำว่าคนทรยศได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งเดียวที่ทำให้หนึ่งนาถยังลังเลที่จะจัดการเปิดเผยความจริงที่ตนได้รับรู้อย่างที่ควรจะเป็น เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของพัทธ์นี่แหละ ชายหนุ่มจะรู้สึกอย่างไรถ้ารู้ว่าคนทรยศที่เขาเคยกล่าวหาอย่างเจ็บแค้นนั้น แท้ที่จริงแล้วคือ อาพิสุทธิ์ และปู่ที่เป็นหลักค้ำจุนหัวใจเขามาตลอดเป็นคนที่พรากคนรักของเขาไป ไม่ใช่เพราะแม่ของเธอทรยศอย่างที่เขาฝังใจมาตลอดจริงๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น